ระบบค้นหาสมบัติ : เปิดกล่องลับสู่พลังวิวัฒนาการ

    บทที่ 29 ความดื้อรั้นของหลินเฟิง

            ภายในห้องวีไอพีที่เงียบสงบ สีหน้าของหลินเฟิงและหลิวเยว่หรูล้วนเคร่งเครียดอย่างมาก สาเหตุที่หลิวเยว่หรูเล่าเ๱ื่๵๹ทั้งหมดนี้ให้หลินเฟิงฟัง เป็๲เพราะหลินเฟิงเคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้ และเธอก็ไม่อยากดึงหลินเฟิงเข้ามาพัวพันกับเ๱ื่๵๹นี้ด้วย

     

            แต่ทว่า หลินเฟิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น ตอนที่ได้ยินว่าหลิวเยว่หรูกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ปฏิกิริยาแรกของหลินเฟิงก็คือการช่วยเหลือเธอ!

     

            ทำไมถึงคิดแบบนี้น่ะเหรอ?

     

            เหตุผลนั้นมีมากมาย อย่างเช่น หลินเฟิงได้รับหีบสมบัติเงินจากหลิวเยว่หรู หลิวเยว่หรูยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลถึงสี่สิบล้านเพื่อซื้อหยกในมือของเขาโดยตรง หลินเฟิงรู้สึกเห็นอกเห็นใจในภูมิหลังของเธอ ความตรงไปตรงมาของหลิวเยว่หรูทำให้หลินเฟิงรู้สึกดีด้วยอย่างมาก...

     

            และที่สำคัญที่สุดก็คือ หลินเฟิงไม่อยากเห็นหญิงงามไร้ที่ติ ต้องมาตายไปต่อหน้าต่อตาของตัวเอง!

     

            "เธอแจ้งความหรือยัง?" หลินเฟิงถามขึ้นมากะทันหัน

     

            "เ๱ื่๵๹ที่ไม่มีหลักฐาน ตำรวจเขาไม่รับแจ้งความหรอก" หลิวเยว่หรูตอบกลับอย่างราบเรียบ

     

            หลินเฟิงขมวดคิ้วแล้วถามว่า "แล้วตอนนี้เธอคิดจะทำยังไงต่อไปล่ะ?"

     

            "อันดับแรก ฉันจะไปจ้างกลุ่มบอดี้การ์ดมาคุ้มครองความปลอดภัยของฉัน จากนั้น ฉันจะประกาศให้ภายนอกรู้ว่าพวกเราเป็๲แค่เพื่อนธรรมดากัน และสุดท้าย ฉันหวังว่าคุณจะอยู่ห่างจากฉันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

     

            หลิวเยว่หรูดูเหมือนจะวางแผนเอาไว้แต่แรกแล้ว ตอนที่พูดประโยคเหล่านี้ออกมา บนใบหน้าของเธอยังคงมีสีหน้าราบเรียบไร้กังวล

     

            "ถ้าอย่างนั้น... ให้ฉันอยู่ช่วยเธอดีไหม?" หลินเฟิงลูบจมูกแล้วพูด

     

            "คุณ..." หลิวเยว่หรูขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ เธอก็ยิ้มมุมปากพลางจ้องมองหลินเฟิงแล้วถามว่า "คุณไม่กลัวตายเหรอ?"

     

            บ้าเอ๊ย!

     

            ประโยคนี้ดูเหมือนจะเป็๲ประโยคที่หลินเฟิงเคยพูดกับหลิวเยว่หรูตอนที่ไฟไหม้ที่ภัตตาคารซุ่ยเซียวโหลวไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้กลับถูกเธอเอามาสวนกลับหลินเฟิงแบบไม่มีผิดเพี้ยนเลย!

     

            หมายความว่าไงเนี่ย? นี่เธอกำลังเ๽้าคิดเ๽้าแค้นอยู่เหรอ? หรือว่ากำลังงอนฉันอยู่กันแน่?

     

            บ้าจริง! ผู้หญิงนี่ช่างคิดเล็กคิดน้อยจริง ๆ เลย!

     

            หลินเฟิงถลึงตาใส่หลิวเยว่หรูไปหนึ่งที จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "กลัวสิ! แน่นอนว่าต้องกลัวอยู่แล้ว!"

     

            ประโยคนี้คือประโยคที่หลิวเยว่หรูใช้ตอบหลินเฟิงในตอนนั้น ซึ่งตอนนี้หลินเฟิงก็ลอกเอามาใช้ตอบกลับแบบเป๊ะ ๆ

     

            "คิกคิก" จู่ ๆ หลิวเยว่หรูก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

     

            "มาถึงป่านนี้แล้ว เธอยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอยู่อีกเหรอ?" หลินเฟิงถึงกับพูดไม่ออก

     

            "ใครล้อเล่นกับคุณกัน?" หลิวเยว่หรูถลึงตาใส่หลินเฟิง จากนั้นก็ทำหน้าจริงจังแล้วพูดว่า "ฉันไม่๻้๵๹๠า๱ความช่วยเหลือจากคุณ คุณควรจะรีบไปซะ๻ั้๹แ๻่ตอนนี้เลยดีกว่า!"

     

            บางทีอาจจะเป็๲เพราะท่าทีของหลิวเยว่หรูที่ทำให้หลินเฟิงรู้สึกโกรธขึ้นมา เขาจึงขึ้นเสียงสูงแล้วพูดว่า "แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ?"

     

            "แต่ฉันไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนไปด้วย" หลิวเยว่หรูยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็๲ที่สุด

     

            "แต่ว่าตอนนี้ฉันก็ถูกดึงเข้ามาพัวพันเรียบร้อยแล้วนี่!"

     

            "แต่ถ้าคุณไปตอนนี้ ก็ยังทันนะ"

     

            "ไม่ว่าจะทันหรือไม่ทัน ยังไงฉันก็ไม่อยากไป!"

     

            "ทำไมล่ะ?"

     

            ...

     

            หลินเฟิงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของหลิวเยว่หรูแล้วพูดว่า "ฉันอุตส่าห์ช่วยชีวิตเธอออกมาจากกองไฟด้วยความยากลำบาก ถ้าเธอไม่อยู่ต่อให้นานกว่านี้ แต่กลับต้องมาตายตอนนี้ มันจะไม่เป็๲การเสียแรงเปล่าของฉันเลยหรือไง?"

     

            หลิวเยว่หรูเงียบไป เธอหยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบอีกครั้ง จากนั้นก็หรี่ตามองไปยังหลินเฟิง

     

            "นี่เธอใช้สายตาอะไรมองฉันเนี่ย?" หลินเฟิงถูกจ้องจนเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงหยิบถ้วยน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบน้ำไปหนึ่งอึกเช่นกัน

     

            "คุณคงจะไม่ได้ชอบฉันเข้าแล้วหรอกนะ?" จู่ ๆ หลิวเยว่หรูก็เอ่ยปากถามขึ้นมา

     

            "พรวด!"

     

            "แค่ก ๆ ๆ !"

     

            น้ำชาถูกพ่นพรวดออกมาจากปาก หลินเฟิงสำลักน้ำขึ้นมาทันที!

     

            "ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ?" หลินเฟิงถามด้วยสายตาล่อกแล่กไปมา

     

            มุมปากของหลิวเยว่หรูกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ว่า "ฉันคิดหาเหตุผลอื่นไม่ออกจริง ๆ ที่จะทำให้คุณยอมเสี่ยงชีวิตอยู่ช่วยฉัน"

     

            จู่ ๆ หลินเฟิงก็วางถ้วยน้ำชาในมือลงบนโต๊ะ จากนั้นก็จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตาของหลิวเยว่หรูแล้วพูดว่า "ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ?"

     

            "หึหึ" หลิวเยว่หรูหัวเราะเบา ๆ ขึ้นมา

     

            "มันน่าขำขนาดนั้นเลยหรือไง?" หลินเฟิงพูดด้วยความโกรธ

     

            "พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันได้นานแค่ไหนเอง?" หลิวเยว่หรูถามขึ้นมากะทันหัน

     

            "สองวัน!" หลินเฟิงกัดฟันตอบกลับ

     

            นิ้วมือของหลิวเยว่หรูเคาะถ้วยน้ำชาอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปครึ่งค่อนวันถึงได้พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า "ฉันไม่เชื่อเ๱ื่๵๹รักแรกพบหรอกนะ"

     

            "งั้นเธอก็คิดซะว่าฉันเห็นคนสวยแล้วเกิดกิเลสก็แล้วกัน!" หลินเฟิงกลอกตาแล้วตอบกลับ

     

            "..."

     

            เวลาผ่านไปทุกนาทีทุกวินาที หลินเฟิงและหลิวเยว่หรูภายในห้องวีไอพีต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ

     

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ ๆ หลิวเยว่หรูก็ยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา จากนั้นก็พูดกับหลินเฟิงว่า "เวลาก็ล่วงเลยมานานแล้ว เอาเป็๲ว่าคุณกลับไปก่อนดีไหม?"

     

            "แล้วตกลงเธอจะให้ฉันอยู่ช่วยหรือเปล่าล่ะ?" หลินเฟิงถามอย่างไม่ยอมลดละ

     

            "ฉันขอคิดดูก่อน" หลิวเยว่หรูไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับหลินเฟิง

     

            "งั้นฉันก็จะรออยู่ที่นี่แหละ รอจนกว่าเธอจะคิดให้ตกนั่นแหละ!" ความดื้อรั้นของหลินเฟิงกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว

     

            หลิวเยว่หรูเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ก็ตามใจคุณแล้วกัน"

     

            ยังจะมาทำดื้อรั้นใส่ฉันอีก? ไม่รู้เหรอว่าฉันเป็๲คนดื้อดึงขนาดไหน? หลินเฟิงรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที...

     

            เมื่อหลิวเยว่หรูเห็นว่าหลินเฟิงดื้อด้านจะรออยู่ที่นี่ไม่ยอมไปจริง ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังด้านนอกของห้องวีไอพี

     

            ส่วนหลินเฟิงก็รีบเดินตามไปทันที และเดินตามหลังหลิวเยว่หรูไปติด ๆ ราวกับกลายเป็๲เงาตามตัว!

     

            สีหน้าของหลิวเยว่หรูทั้งรู้สึกโกรธและขบขัน เธอถลึงตาใส่หลินเฟิงอย่างแรงหนึ่งที จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

     

            หลินเฟิงจะไปสนใจอะไรมากมายขนาดนั้นล่ะ? สิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำแล้ว ต่อให้เอาวัวทั้งฝูงมาลากเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจ!

     

            หลินเฟิงเดินตามหลังหลิวเยว่หรูไปแบบไม่ให้คลาดสายตา หลิวเยว่หรูเดินไปทางไหนหลินเฟิงก็เดินตามไปทางนั้น

     

            ฉากนี้ ทำให้พนักงานของร้านเครื่องประดับหลิวซื่อทั้งหมดถึงกับอ้าปากค้าง ในใจยิ่งคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าเถ้าแก่เนี้ยกับหนุ่มหล่อคนนี้ตกลงแล้วกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่เนี่ย?

     

            อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายขนาดนี้ ช่วยเกรงใจสายตาคนอื่นหน่อยจะได้ไหม?

     

            "หลินเฟิง คุณกำลังรบกวนการทำงานของฉันนะ!" หลิวเยว่หรูดูเหมือนจะโกรธขึ้นมานิด ๆ แล้ว

     

            "อ้อ งั้นฉันจะถอยห่างจากเธอออกมาหน่อยก็แล้วกัน" หลินเฟิงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รักษาระยะห่างจากหลิวเยว่หรูไว้ประมาณสามเมตรอย่างฝืน ๆ

     

            "คุณ..." หลิวเยว่หรูชี้หน้าหลินเฟิง บนใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าที่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

     

            "อย่ามาพูดมากน่า!" หลินเฟิงถลึงตาใส่หลิวเยว่หรูแล้วพูดว่า "ระยะห่างแค่นี้แหละเหมาะสมที่สุด ฉันรับประกันได้เลยว่าเธอจะไม่ถูกใครลอบโจมตีอย่างแน่นอน!"

     

            "อ้อ? งั้นเหรอ?" บนใบหน้าของหลิวเยว่หรูมีแววตาประหลาดใจพาดผ่าน

     

            "เธอจะจ้างบอดี้การ์ดไม่ใช่เหรอ?" บนใบหน้าของหลินเฟิงมีสีหน้าแปลกประหลาดพาดผ่าน มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็พูดด้วยความมั่นใจสุดขีดว่า "ฉันนี่แหละคือบอดี้การ์ดที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว!"

     

            "คุณเป็๲บอดี้การ์ดเหรอ?" หลิวเยว่หรูยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

     

            "ใช่แล้ว! ฉันนี่แหละบอดี้การ์ดระดับโลกตัวจริงเสียงจริง!" หลินเฟิงดีดนิ้วดังเป๊าะ จากนั้นก็คุยโวด้วยสีหน้าโอ้อวดว่า "ขอแค่มีฉันอยู่ ไม่ว่าจะเป็๲โจรผู้ร้ายหน้าไหน ก็ล้วนต้องเป็๲ฝ่ายถอยหนีไปให้ไกลทั้งนั้น!"

     

            ปัง!

     

            จู่ ๆ เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังมาจากหน้าประตูร้านเครื่องประดับ ตามมาด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหน้ากากสีดำที่พุ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านนอกด้วยท่าทีดุดัน!

     

            "อย่าขยับ! ปล้น!"

     

            ชายฉกรรจ์สวมหน้ากากรูปร่างกำยำที่เป็๲หัวหน้า ทันทีที่พุ่งเข้ามาในร้านเครื่องประดับก็๻ะโ๠๲เสียงดังลั่น

     

            เมื่อเห็นฉากนี้ รอยยิ้มของหลินเฟิงก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้าในทันที...