ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่473 การรวมตัวของเหล่าอนุชน หน้าผาหมื่นยอด

      เยว่ชิงเซียน ที่พาอี้เฉิน ออกมาจากเขตรอบนอกของเมืองหลวงเผ่าเต่านิลกาฬ พุ่งปราดสืบเท้า เข้าไปภายใน ป่าเบญจพรรณ ด้วยใบหน้าสงสัยใคร่รู้ ที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ ของนางในยามนี้
 


      พวกเขาทั้งสองเดินทาง ตามกันมาติดๆ เพียงไม่ถึงชั่วยาม รอบบริเวณที่พวกเขาอยู่ ก็ไร้ซึ่งผู้คนอยู่ในสายตาอีกต่อไป ก่อนเยว่ชิงเซียน จะมาหยุดฝีเท้าอยู่ที่ ชะง่อนผาสูงแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหุบเขาสูง ทิวป่ารกชัฏ หนาตา ขนาบทุกด้านของพวกเขาในยามนี้ไว้ เสียงของสัตว์อสูร เองก็ยังมีดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาด จากป่าเบญจพรรณ ที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้

 


      อี้เฉิน ครั้นเห็นหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขา มีเรื่องอยากจะพูดคุย เขานั่งลงทำตัวตามสบาย โดยไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน ก่อนกล่าวเชิญ นางมานั่งข้างกาย "เยว่ชิงเซียน เจ้ามานั่งกับข้ามา"



      ด้านของเยว่ชิงเซียน นางยืนจ้องมองอี้เฉินด้วยสายตา เขียวปั๊ด ก่อนกล่าวคำพูดออกมา ถึงเรื่องที่นางอยากรู้ คนอื่นๆ เองก็คงอยากรู้ เฉกเช่นเดียวกับตัวนางในยามนี้ "อี้เฉิน เจ้าฆ่าสังหารอนุชนจำศีล เงาสังหาร เทียนเฟิงจริงๆ หรือ?"

 


      คำพูดนั้นของเยว่ชิงเซียน แฝงไว้ด้วยความไม่เชื่อเท่าใดนัก ทว่าเมื่อเห็นปราณพลังที่ผิดแปลกของอี้เฉิน เล็ดลอดออกมา มันก็ทำให้นางเริ่มที่จะไม่แน่ใจ เมื่อรับรู้ถึงแรงกดดัน ที่ส่งออกมาจากกายาอี้เฉิน ยิ่งนางจ้องมองสายตาสีแดงของ อี้เฉิน มันก็ยิ่งทำให้นาง หวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 


"ข้าไม่คิดปิดบังเจ้า เยว่ชิงเซียน มันเป็นเรื่องจริง"

 


       ครั้นคำพูดชายหนุ่มเอ่ยตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน มันก็ทำให้เยว่ชิงเซียน ในยามนี้ครุ่นคิดหนักอยู่ไม่น้อย 'เกรงว่าการไล่ล่าฆ่าสังหารอี้เฉิน จะยังไม่จบเท่านี้สินะ' ฝ่ามือน้อยๆ ของนาง จึงยกตบศีรษะตนเองเบาๆ ประหนึ่งว่านางกำลังคิดผิด

 


       อี้เฉินที่เห็นท่าที ของนางเต็มไปด้วยความกังวล เขากล่าวพูดออกไปอีกครา "มันคิดจะฆ่าสังหาร ข้าอยู่หลายครั้งหลายครา เจ้าจะให้ข้า ปล่อยพวกมันไปเช่นนั้นหรือ หากคิดจะฆ่าสังหารใคร มันผู้นั้นก็ต้อง แบกรับกับความเสี่ยงเหล่านั้นให้ได้ ไม่ใช่หรือ"



        ทันใดเสียง"ชิ"ก็ดังเล็ดลอดออกมาตามไรฟันของหญิงสาว "ข้าไม่ได้บอกสิ่งที่เจ้าทำผิด แต่เจ้าจะเจอกับความยุ่งยาก บางที ข้าอาจจะคุ้มครองเจ้าไม่ได้มาก"


"ข้าเข้าใจเยว่ชิงเซียน หากข้าตายตก ข้าจะไม่ถือโทษว่าเป็นความผิดของเจ้า"



        ฉับพลัน ใบหน้าของเยว่ชิงเซียน ก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม "เจ้า! เจ้า! อย่าพูดอะไรบ้าๆ เช่นนี้ ข้าขนหัวลุกหมดแล้ว ….เราออกเดินทาง ไปยังหน้าผาหมื่นยอดเถอะ เดี๋ยวข้าจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เจ้าได้รับรู้เอง ให้ดีเจ้าเลิกกวนประสาทข้าเสียในยามนี้"



       อี้เฉินทำปากมุ่ย ราวกับโดนผู้เป็นมารดา ว่ากล่าวตักเตือน ตามติดเยว่ชิงเซียน ฟังเรื่องราวต่างๆ ไปอย่างว่าง่าย ไม่ได้เอ่ยค้านคำพูด ความหวังดีของนางแต่อย่างใด



         นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่เกิดการทะเลาะวิวาทใหญ่โต บรรยากาศที่แปลกตาออกไปมันจึงทำให้ ทั้งสองที่หันมาสบตากัน บางครั้งบางครา เกิดอาการเขินอายขึ้นมาเล็กๆ ก่อนจะหลบเลี่ยง สายตาออกจากกัน



         หลังจากนั้นไม่ถึงสองชั่วยาม อี้เฉินกับเยว่ชิงเซียนก็เดินทางมาถึง หน้าผาหมื่นยอด สมแล้วที่ได้รับการขนานนามว่า หน้าผาหมื่นยอด อยู่ท่ามกลางยอดเขาสูง จนนับไม่ถ้วน มองเห็นเพียงปลายส่วนยอดเขาสูงลอยพ้น กลุ่มหมอกควันหนา ขึ้นมาเท่านั้น บ่งบอกได้ว่าสถานที่แห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำมากถึงเพียงใด

 


         ทว่าลานกว้างของหน้าผาหมื่นยอด ที่เต็มไปด้วยหมู่ชน อยู่กันไม่น้อย เพียงอี้เฉินเหยียบลงสู่พื้นหินศิลา เขาก็รับรู้ถึงความเก่าแก่โบราณของหินศิลาที่สลักลวดลาย ใต้ฝ่าเท้าของเขาได้ในทันที มาพร้อมกับกลิ่นอายที่น่าคร้ามเกรง ประหนึ่งว่า หวนคืนกลับสู่ยุคสมัยเบิกฟ้า มันต้องเป็นมรดกตกค้างจากยุคสมัย บรรพกาลอย่างไม่ต้องสงสัย

 


        แต่ด้วยสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าลายตา มารวมตัวกันยังสถานที่แห่งนี้ เพียงอี้เฉินกับเยว่ชิงเซียนมาถึง พวกเขาทั้งสอง ต่างก็เป็นเป้าสายตาของ หมู่ชน ดินแดนเทพ โดยเฉพาะใบหน้าที่โฉมสะคราญ งามล่มเมืองของเยว่ชิงเซียน ที่สะกดสายตาของหมู่ชนที่จับจ้อง

 


"นั้นมันนางฟ้าเยว่ชิงเซียน ศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่หรือ ข้าเพียงได้ยินแต่ชื่อเสียงเรียงนามของนาง เมื่อมาเห็นตัวจริง งดงามสมคำร่ำลือ"

 


"แล้วด้านข้างแม่นางเยว่ชิงเซียน ผู้นั้นเขาเป็นใครเล่า หรือเขาจะเป็นคุณชายของแดนลับที่ไหน เหตุใดข้าคุ้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขานักนะ" หมู่ชนที่จับกลุ่ม อยู่โดยรอบ ก็ต่างพูดคุยกันออกมาหนาหู

 


        ทว่าเมื่อเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ที่อยู่บริเวณพื้นที่โล่งกว้างแห่งนั้น สัมผัสได้ถึงตัวตนของ อี้เฉิน ฉับพลันอายสังหารของพวกเขา ก็โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับกระบี่ที่พุ่งทิ่มแทง หมู่ชนที่รวมกลุ่ม ครั้นรับรู้ถึงแรงบีบคั้น ถึงกับก้าวเท้าถอยหลังหลบกลุ่มคน ที่ปลดปล่อยอายสังหารออกมาในทันที

 


        เยว่ชิงเซียนที่อยู่ข้างกายอี้เฉิน นางหนังตากระตุกเล็กๆ เมื่อรับรู้ถึงกลุ่มคนไม่น้อย เดินสืบเท้ามาหานาง หมู่ชนที่ยืนรวมกลุ่ม ถึงกับแตกกระเจืองถอยห่าง ครั้นเห็นผู้สูงส่งมายืนต่อหน้าพวกเขา

 


        องค์ชายซือจงเทียน เข้ามาทักทายแม่นางเยว่ชิงเซียนในทันที ก่อนจะหันปรายตามองไปที่ อี้เฉินอยู่แวบหนึ่ง ในยามแรกพวกเขาเอง ก็คิดจะส่งคนไปไล่ล่าฆ่าสังหาร อี้เฉิน แต่ด้วยคำขอร้องของ องค์หญิงซือหลิน จึงไม่ได้ส่งคนออกไป ...แต่เขาก็ไม่คิดว่าอี้เฉินจะ ฆ่าสังหารอนุชนจำศีล เทียนเฟิง ได้เช่นกัน คิ้วของเขาจึงขมวดเข้าหากันเป็นปมในยามนี้

 


"แม่นางเยว่ชิงเซียน เจ้าสบายดีหรือไม่ เจ้ายังหาไฟเทพ ระดับตำนานไม่ได้อีกอย่างนั้นหรือ"

 


       ครั้นคำพูดนั้นที่ดังออกมา ทำให้ เยว่ชิงเซียน รู้สึกประหลาดใจ ไฟเทพ ระดับตำนาน ใช่ว่าจะหากันง่ายๆ หรือว่าองค์ชายซือจงเทียน จะกลืนกิน ไฟเทพ ในตำนานเข้าไป แม้แต่หมู่ชนโดยรอบ ยังฉงนสงสัยกับสิ่งที่องค์ชายซือจงเทียน เอ่ยพูด

 


       ก่อนน้ำเสียงหนึ่ง จะกล่าวพูดขึ้นมาสลายความเคลือบแคลงใจ ของหมู่ชน สืบเท้าก้าวเดินมาพร้อม องค์ชาย องค์หญิงของราชวงศ์ชิง "ไฟเทพในตำนานไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียว ที่กลืนกินได้ องค์ชายซือจงเทียน ข้าองค์ชายชิงไป๋ยี่ก็มีมันเช่นกัน" ครั้นองค์ชายชิงไป๋ยี่ กล่าวเสร็จสิ้น เขาก็ทักทายไปที่แม่นางเยว่ชิงเซียน จ้องมองนางด้วยดวงตาทอประกาย ก่อนจะหัน ปรายตามอง อี้เฉินด้วย อายสังหารที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้

 


       กลับกลายเป็นว่าบริเวณที่ อี้เฉินกับ เยว่ชิงเซียนอยู่ในยามนี้ กลายเป็นที่สนใจของหมู่ชน กลุ่มคนอีกด้านเองก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้เช่นกัน แถมกลุ่มคนพวกนั้นยังเป็นศัตรูกับอี้เฉินโดยตรง อายสังหารจึงไม่มีเก็บซ่อนแต่อย่างใด

 


       ไม่ว่าจะเป็น ซูเซ่อศิษย์เอกแห่ง ศาลาซากศพ พร้อมกับ หาญเจีย เทียนตี้ศิษย์เอก แห่งตำหนักภูต สุยจีศิษย์เอก แห่งตำหนักเทพ เหยียนเซียวแห่งศาลายา กลุ่มของพวกเขาทั้ง4 ต่างก็มาปิดล้อมอี้เฉินไว้ พร้อมกับอายสังหารที่โหมลุก กดดันกลุ่มคนโดยรอบ

 


        แต่เมื่อพวกเขา เห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน ยืนข้างกายอี้เฉิน ไม่ไปไหน  พวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรที่บุ่มบ่าม แล้วยิ่งอยู่ต่อหน้าองค์ชายทั้งสองด้วย พวกเขาจึงไม่กล้าเสียมารยาท



        ด้านคนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ พวกนางมีท่าที ห่วงพี่หญิงที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายอย่างเห็นได้ชัด ไม่เข้าใจเหตุใด พี่หญิงเยว่ชิงเซียน ต้องปกป้องอี้เฉินด้วย ทว่าเมื่อพวกนางคิดจะเข้าไปช่วยเหลือ สายตาของเยว่ชิงเซียน ที่หันมามองก็ส่ายหัวออกมาน้อยๆ ประหนึ่งว่าไม่อยากให้ คนในสำนักของนางต้องมีปัญหา

 


        เยว่ชิงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงใสกังวาน "ทุกท่าน แดนลับ มรดกเซียน ใกล้จะเปิดแล้ว ถือว่าเห็นแก่หน้าข้า ทุกท่านช่วยเก็บความแค้น กลับไปได้หรือไม่ ยามนี้ แดนลับ มรดกเซียน ย่อมสำคัญที่สุด การจะเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานได้ ก็มีเพียงของล้ำค่าภายในสถานที่แห่งนี้ เท่านั้น"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน