บทที่ ๑๗ : ผู้มาเยือนทั้งหกอาณาจักร
เมื่อถึงวันนัดหมาย...
ต้าฉีเมืองฉีอิง ณ ท้องพระโรงหลวง
เหล่าอาหารเลิศหรูถูกจัดเตรียมวางเต็มโต๊ะสุรานารีไม่ขาด โถงประชุมถูกจัดเก้าอี้เรียงรายหลายตัว เพื่อรอแเื่จากหกอาณาจักรที่กำลังจะเดินทางมาถึง
ฮ่องเต้หนุ่มแห่งฉียิ้มยิงฟันสวยก้าวเดินขึ้นไปนั่งบนราชบัลลังก์สายตามองกวาดเหล่าข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ด้วยความมั่นอกมั่นใจในงานพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้น“วันนี้วันมงคลของข้า พวกท่านไม่ต้องเกรงใจเชิญสนุกให้เต็มที่”
ผ่านไปเพียงชั่วยามหนึ่งขบวนเกี้ยวจากอาณาจักรมู่ก็เดินทางมาถึงพวกเขาหอบเอาของขวัญบรรณาการล้ำค่าติดสอยห้อยตามใส่เกวียนเทียมม้ามาหลายคันรถเมื่อฮ่องเต้แห่งฉีทรงสังเกตเห็นก็ลูบคางอย่างพึงพอใจ “มิเห็นต้องเอาอกเอาใจข้ากันถึงเพียงนั้นเลยราชอาณาจักรมู่ล่ะก็”
จักรพรรดิมู่เสด็จลงจากเกี้ยวทองคำลายฉลุใบหน้าเกลี้ยงเกลาหรี่ตาจ้องมองพื้นที่จัดงานอยู่ครู่หนึ่งขณะที่อ๋องสี่แห่งต้ามู่เดินตามเสด็จกษัตริย์ต่างแดนเข้ามาสมทบ
“ขอถวายบังคมฝ่าาอาณาจักรฉีขอต้อนรับพระองค์ เชิญเสด็จประทับทางนี้” มหาอุปราชซีห่าวย่อขาทำความเคารพผู้มาเยือนขณะที่อ๋องสี่และาาต่างแดนเลิกคิ้วมองหน้ากันเหมือนกำลังสับสนอะไรบางอย่าง “ท่านพี่ ทำตามที่พวกเขาบอกไปก่อน พวกเรานัดหมายกันเรียบร้อยแล้วคงมิน่ามีอะไรผิดพลาด”
จบประโยค...จักรพรรดิมู่ก็ถอดถอนหายใจแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่สบอารมณ์พลันสาวเท้าก้าวย่างไปประทับบนเก้าอี้ที่ต้าฉีจัดเตรียมไว้ให้
“ราชอาณาจักรมู่อันแสนยิ่งใหญ่ ข้าฉีคังขอดื่มสุราสักจอก คาราวะแก่จักรพรรดิมู่ที่เสด็จมาเยือนถึงต้าฉีของเรา” ฮ่องเต้หนุ่มยกจอกเหล้าขึ้นชู พลันซดเหล้าเข้าปาก ขณะที่เหล่าผู้ติดตามของจักรพรรดิต่างแดนนิ่งเงียบไม่ไหวติงพวกเขามีสีหน้าเข้มขรึมเหมือนกำลังไม่พอใจบรรยากาศโดยรอบ
เพียงครู่หนึ่งขบวนเสด็จของจักรพรรดิราชอาณาจักรเว่ยก็ปรากฏตัวบนท้องฟ้าพวกเขาโดยสารราชรถที่ลากจูงโดยสัตว์เทพคล้ายตัวกิเลนเข้าเทียบจอดบนลานกว้างหน้าโถงพระราชวังต้าฉี
กษัตริย์หนุ่มรูปร่างสูงผิวสีแทนเดินลงจากราชรถใบหน้าเหม่อมองไปรอบตัวด้วยความสนอกสนใจในถิ่นทุรกันดารอันห่างไกล “ต้าฉี ดินแดนนี้มันควรเป็ส่วนหนึ่งของอาณาจักรเว่ยแต่เพราะข้าขี้สงสาร เลยไม่อยากลุกล้ำแย่งชิง...เพราะกลัวชาวบ้านชาวเมืองในที่แห่งนี้จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
“ทรงพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ”อ๋องอันดับที่เจ็ดแห่งเว่ยถวายบังคมกษัตริย์ของตนเองพร้อมกับจัดแจงสั่งคนงานให้แบกหามตำลึงทองที่ได้ตบปากสัญญากับฟางเซียนไว้ขนเข้าท้องพระคลังแห่งต้าฉี
ฮ่องเต้แห่งฉีกำหมัดแน่นั์ตามุ่งร้ายวาวโรจน์จดจ้องประมุขอาณาจักรเว่ยไม่ลดละ “ใครว่าที่แห่งนี้ควรเป็ของของเ้ากันไม่อยากลุกล้ำรึ... ถ้าข้าไม่ส่งทัพหลวงไปประจำตามชายแดน ป่านนี้พวกเ้าเข้ามายึดถึงฉีอิงแล้ว”
จักรพรรดิเว่ยส่ายหน้าแววตาเย้ยหยันอีกฝ่ายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ “ไร้เดียงสาทหารของเ้ามันก็แค่มดปลวก พลังยุทธปราณสูงสุดระดับัเป็แม่ทัพถ้าข้าไม่เมตตาเ้าจริง ป่านนี้เมืองแห่งนี้หายวับไปกับตาของเ้าแล้วเพราะพลทหารขั้นต่ำในอาณาจักรข้า ล้วนแล้วแต่มีปานักันทั้งสิ้น”
“นี่เ้า!”กษัตริย์แห่งต้าฉีเอ่ยปากตะกุกตะกัก ก่อนจะหยุดนิ่งสงบลงเหมือนควบคุมสติเอาไว้ได้“อย่างน้อย เ้าก็เดินทางมาไกล... มาเยือนถึงถิ่นข้าเข้าร่วมในการสถาปนาโอรส์คนใหม่ เื่เก่าที่ผ่านมาแล้ว ก็ปล่อยผ่านไปไม่ต้องพูดถึงให้บาดหมาง”
จักรพรรดิเว่ยฉีกยิ้มมุมปากพลันสาวเท้าเข้าไปนั่งอยู่ข้างจักรพรรดิอาณาจักรมู่ โดยไม่สนใจคำกล่าวของฮ่องเต้แห่งฉีเลยสักนิด
“ขอพระองค์ทรงถนอมพระวรกายอย่าได้ทรงกริ้ว วันนี้วันดีของพระองค์นะเพคะ” ฮองเฮาอ้ายเหรินกระซิบกระซาบลมหายใจแ่เบาพร้อมทำหน้าตาเย้ายวนเล่นหูเล่นตากับจักรพรรดิต่างแดนทั้งสองคนขณะที่ฮ่องเต้แห่งฉีกำหมัดแน่น
“พวกมันไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาสักนิดแล้วจะให้ข้าสงบสติอารมณ์ได้อย่างไร”
“แต่ก็ดูเหมือนพวกเขาจะนำของขวัญแก้วแหวนเงินทองมาฝากเป็จำนวนมาก พวกเขาทำถึงขนาดนั้น คงหวังสานสัมพันธ์กับพระองค์อยู่แล้ว”ฮองเฮาอ้ายเหรินในชุดสีแดงลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางเดินไปด้านหลังฮ่องเต้แห่งฉีก่อนจะใช้สองมือเรียวบางนวดไหล่ให้อีกฝ่ายเหมือนเอาอกเอาใจ
ไม่นานเท่าไหร่ขบวนเสด็จของอีกสี่อาณาจักรก็มาถึงแทบจะพร้อมกัน ประกอบไปด้วยต้าหยู ต้าเฉินต้าหลี่ และต้าหยวน...
องจักรพรรดิหลี่เหวิ่นเทียนผู้หล่อเหลาในชุดสีเขียวเดินลงมาจากราชรถสวยหรูพลันหันซ้ายแลขวาไปโดยรอบเหมือนกำลังหาใครสักคน “อยู่ไหนกันนะฮองเฮาของข้า”
ขณะที่จักรพรรดิัดำแห่งหยวนสาวเท้าลงมาจากเกี้ยวอีกขบวนด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่“ข้าให้มาพาตัวเทพธิดาแห่งพฤกษากลับอาณาจักร! แต่ดันมาจัดงานประชุมโอรส์ในแถบบ้านนอกเช่นนี้ ช่างเสียสติเสียจริง”
“นานมากแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงของพวกเ้าเหวิ่นเทียน หยวนชิง” ใบหน้าออกไปทางฝรั่งเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบมีผ้าดำผูกปิดดวงตาทั้งสองข้าง
“หยูเหมาเ้าเองก็ยังคงตาบอดอยู่เช่นเดิม” จักรพรรดิหยวนเอื้อนเอ่ยสนิทสนมทั้งสองคนตรงเข้าจับมือเป็เชิงแสดงมิตรภาพเล็กน้อย
“แล้วไหนล่ะเ้าภาพของงานนี้”จักรพรรดิหยูนิ่งสงบภายใต้ผ้าปิดตา ก่อนจะเอ่ยเสริมว่า “ข้าััสัญลักษณ์แห่งหรานหนานของบุคคลที่เจ็ดมิได้เลย”
“เอ้า!ไม่ใช่ไอ้โง่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไกลลิบตรงนั้นหรอกรึ!” กษัตริย์หยวนหรี่ตามองไปที่ฮ่องเต้แห่งฉีมือข้างหนึ่งเอามาป้องแสงแดดเพื่อให้มองถนัดขึ้น
าาแห่งอาณาจักรหลี่ส่ายหน้าหัวเราะใบหน้าหล่อเหลาั์ตามรกตกำลังเย้ยหยัน “ไม่ใช่อย่างแน่นอนเพราะพระนางเป็บุคคลเดียวกับเทพธิดาแห่งพฤกษา หาใช่คนธรรมดาไร้ค่าแบบหมอนั่น”
กษัตริย์หยวนจมูกบานสีหน้าห่อเหี่ยวเมื่อได้ยิน“ถึงแม่นางจะขี้เหร่ แต่ก็มีความสามารถล่ะนะข้าพอเข้าใจได้” พลันสะบัดชายผ้าคลุมเดินองอาจเข้าท้องพระโรง“จะมัวมายืนสนทนาอยู่ตรงนี้ไปไย เข้าไปหาที่นั่งประทับรอพิธีเริ่มเสียดีกว่าอย่างน้อยก็มีเหล้าชั้นต่ำให้ดื่มดับกระหายบ้าง อา... ข้าได้กลิ่นเหล้า”
จักรพรรดิหลี่และหยูส่ายศีรษะขำขันในบทสนทนาของอีกฝ่ายก่อนก้าวเดินตามไปสมทบในโถงประชุมหลวงแห่งต้าฉี
ทว่า...
“เอ่อ...พะพวกเ้า ลืมข้าอีกแล้วสินะ” ชายหนุ่มรูปร่างเล็กเหมือนเด็กน้อยลงจากเกี้ยวออกมายืนอยู่ด้านข้างชั่วระยะเวลาหนึ่งนานแล้ว แต่เหมือนไม่มีใครสักเกตเห็นเงาร่างนี้เลยสักคนเดียว
“เชิญเสด็จไปประทับในพิธีเถอะเพคะองค์จักรพรรดิเฉินม่อ ปลงพระทัยเสียเถิดเพคะ” ธิดาเทพเอื้อนเอ่ยบอกชายหนุ่มร่างเล็กก่อนจะตรงเข้าไปจูงมือนำเสด็จสู่เก้าอี้ที่ประทับ
องค์ไทเฮาชราแห่งฉีฉีกยิ้มแป้นั์ตาฝ้าฟางจ้องมองสมบัติสิ่งของบรรณาการที่อาณาจักรทั้งหกเตรียมมาให้แบบวาวโรจน์“ช่างมากมายเสียจริง ชิงเหอเ้าดูสิของพวกนี้ทั้งหมดจะกลายเป็ของเ้า เมื่อพิธีเริ่ม เ้าจงไปเปลี่ยนชุดอ๋องสีขาว ให้กลายเป็ชุดัสีเหลืองเดี๋ยวเสด็จแม่จะจัดการคัดค้านการรับรองโอรส์ให้เองเมื่อถึงครานั้นให้เ้าปรากฏตัว ทำตัวให้เหมาะสมตำแหน่งจักรพรรดิแห่งฉีจะกลายเป็ของเ้าในที่สุด”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่”อ๋องแปดยิ้มมุมปาก พลางเดินหายลับไปที่โถงทางออก
บรรดาผู้ติดตามทั้งหลายของจักรวรรดิต่างแดนเข้าไปกองกันกับเต็มโถงท้องพระโรงอย่างคับคั่งในขณะที่จักรพรรดิัทั้งหกต่างขมวดคิ้วเป็ปมยับยู่
“เ้าภาพงานไปไหนเสียเล่า”กษัตริย์แห่งเว่ย ‘เว่ยไป๋’ ค้ำคางไขว่ห้างกระดิกขา ขณะที่คนอื่นๆ กำลังสนทนากันอย่างออกรส โดยไม่สนใจพิธีสถาปนาแม้แต่น้อย
หากแต่ว่า...เวลานั้น ทุกคนกลับลืมจักรพรรดิแห่งเฉิน ทุกคนทำเหมือนกับเขาเป็อากาศธาตุอย่างไรอย่างนั้น“พะพวกเ้า ได้โปรด สนทนากับข้าบ้างสิ”
ครู่ต่อมาอำมาตย์หวังก็เดินไปยังใจกลางโถงประชุม พลันเอ่ยปากเสียงดังฟังชัดขึ้นว่า “ที่อาณาจักรทั้งหกมารวมตัวกันในวันนี้เพื่อสถาปนาจักรพรรดิองค์ที่เจ็ดแห่งฉี ‘ฉีคัง’ ขอบพระทัยกษัตริย์โอรส์ทั้งหกด้วย ที่ทรงพระกรุณามาเยือนอาณาจักรใหม่ของเราด้วยตนเอง”
จบประโยคอำมาตย์หวังก็ยิ้มค้างชูจอกเหล้าขึ้นหรา ทั้งโถงประชุมกลับเงียบกริบไม่มีใครส่งเสียงอันใดออกมาทำให้องค์ไทเฮาชราแห่งฉีรีบเข้าฉวยโอกาส “โอรส์ทั้งหกคงมิเห็นด้วยที่จะแต่งตั้งฉีคังขึ้นเป็โอรส์คนที่เจ็ดถึงได้พากันเงียบเสียงลงเช่นนี้ แต่หม่อมฉันมีบุคคลอื่นที่จะนำเสนอ เป็บุตรัแห่งอาณาจักรฉีคนใหม่”
ฉี ชิงเหออ๋องอันดับที่แปดก้าวเท้าเข้ามาในท้องพระโรงด้วยชุดัสีทองอร่ามทันควันเขาแต่งองค์ทรงเครื่องคล้ายองค์ฮ่องเต้แห่งฉี ใบหน้าเบิกบานยิ้มแฉ่ง “ข้านี่แหละที่เหมาะสม ทั้งสมอง และพลังในต้าฉีหาผู้ใดเปรียบไม่”
จักรพรรดิเว่ยมู่ และหลี่ต่างขมวดคิ้วยับยู่ใบหน้าบอกบุญไม่รับ “นี่มันงานปาหี่อะไร ไหนว่าทางราชอาณาจักรหยูส่งสารบอกกับพวกมันไปแล้ว”
จักรพรรดิหยูเหมาหน้านิ่งเรียบเฉยใบหน้าภายใต้ผ้าปิดตาดูเป็กังวลเล็กน้อย “ข้าส่งมหาอุปราชเคอะหงเสวี่ยไปรับโอรส์คนที่เจ็ดมาแล้วคงอีกไม่กี่เพลาหรอก ถือว่ามาดูตลกจำอวดฆ่าเวลาเสียแล้วกัน”
ฉีคังลุกขึ้นจากบัลลังก์แบบโกรธจัดนิ้วมือชี้ไปที่อ๋องแปดฉีชิงเหอกับองค์ไทเฮาด้วยความมุ่งร้าย “บังอาจ! กล้าดีอย่างไร...พวกเ้า”
เวลาเดียวกัน...
จักรพรรดิแห่งเฉินผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็กอายุสิบสองกำลังหยิบจอกเหล้าขึ้นจะกระดกเข้าปากแต่โดนธิดาเทพที่คอยอารักขาอยู่ด้านข้างห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน “ไม่ได้นะเพคะ พระองค์มิเหมาะสมกับสุราเมรัยสักเท่าไหร่ทรงลืมไปแล้วหรือ?”
เด็กน้อยทำหน้าตาล่อกแล่กประหม่าก่อนจะวางจอกเหล้าลงกลับดังเดิม สายตายังคงจ้องมองดูเหล่าสหายโอรส์คนอื่นที่กำลังสนทนากันอย่างเมามันออกรสถึงเื่ราวต่างๆ ในอดีต เสี้ยววินาทีต่อมา...สีหน้าของเด็กน้อยก็ปลงตกเหงาหงอยปรากฏฉายแววโดดเดี่ยวขึ้น“ข้าเข้าใจ ขอบใจ...เสี่ยวเฟิน”
แต่แล้ว...บรรยากาศในท้องพระโรงก็ดูเปลี่ยนไปทันที เมื่อเงาร่างสตรีร่างหนึ่งในชุดจักรพรรดิสีแดงลายัฉลุทองคำก้าวขาเหยียบธรณีประตูขนาดใหญ่
คนทุกผู้ที่กำลังจอแจคับคั่งในโถงประชุมต่างแหวกทางสู่ราชบัลลังก์แห่งอาณาจักรฉีโดยมิได้นัดหมายด้านข้างมีมหาอุปราชแห่งอาณาจักรหยูเดินกระหนาบชิดใกล้อยู่ไม่ห่าง
ลั่วลั่วถิงถิง หรงเอ๋อ เยี่ยนเอ๋อ เดินก้มหน้าสงบเสงี่ยมตามหลังสายตาทุกคนจับจ้องเงาร่างระหงเป็ตาเดียวกัน
ฮ่องเต้ฉีคังกำหมัดแน่น องค์ไทเฮาชราและฮองเฮาอ้ายเหรินตาเบิกกว้างขณะที่อ๋องแปดชิงเหอเลิกคิ้วเหมือนสงสัย...
“ฟางเซียน”
โปรดติดตามตอนต่อไป