ฮีโร่คอมมิกขอเสนอ นัมเบอร์วันฮีโร่ ราเคียร์ และผองเพื่อน
ฉบับพิเศษาสุดท้ายกับแผนสุดชั่วช้าของดิออร์คฟาเธอร์ เล่ม 2 (3 เล่มจบ)
ความเดินตอนที่แล้ว...ฮีโร่หมายเลขหนึ่งราเคียร์ต้องเผชิญหน้าแผนร้ายของดิออร์คฟาเธอร์ เหตุจราจลครั้งใหญ่หลอกล่อให้สหพันธ์ฮีโร่ออกปฏิบัติการปกป้องเมืองทว่านั่นกลับเป็หลุมพรางแสนชั่วร้ายของดิออร์คฟาเธอร์ที่รุกฆาตยึดเตาปฏิกรณ์ในทุกเขตเมืองทุกชีวิตในมหานครไครซิตี้กลายเป็ตัวประกัน ทว่าความหวังยังคงอยู่ เอลฟ์เด็กน้อยคนหนึ่งยังลุกขึ้นสู้จุดประกายความหวังให้ลุกโชติ่อีกครั้ง
ณมหานคร ไครซิตี้ที่เมืองเราทั้งรักและชัง (เช่นเดิม)
ปีกัโบกสะบัดอยู่เหนือค่ำคืนที่มืดมนที่สุดเงาแสงจันทร์ส่องผ่านปีกแล่นเรียบไปตามถนนหนทางที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนชาวเมืองต่างออกมาไว้อาลัยสงบนิ่งด้วยความสิ้นหวังขณะเหล่าออร์คเคโอเนยกปืนชี้ขึ้นฟ้าเป็สัญญาณแห่งชัยชนะัสาวบินมาถึงตึกระฟ้าที่มีอักษรหัว Hย่อมาจากฮีโร่ฉายเป็แสงไฟชัดเจน
อีก11 ชั่วโมงอักษรตัว H นี้อาจต้องดับแสง
ราเคียร์ก้าวเร็วมุ่งตรงไปยังห้องประชุมประตูห้องเปิด เหล่าฮีโร่อีก 6 คนยืนขึ้นโค้งคำนับ ัสาวยกมือเป็สัญญาณให้นั่งลงก่อนตรงไปนั่งยังหัวโต๊ะไลเนอร์ขยับแว่นเล็กน้อยก่อนหันมองทุกคนในห้องแล้วรายงานสถานการณ์ล่าสุด
ภาพปรากฏบนจอคือภาพภายในเตาปฏิกรณ์แห่งหนึ่งเหล่าออร์คเคโอเนร่างใหญ่ยืนเฝ้าเวรยามขณะที่ภายนอกะเิถูกติดตั้งไว้เรียบร้อย
“นี่คือภาพสถานการณ์ที่เป็อยู่ตอนนี้ภายใต้เตาปฏิกรณ์แต่ละแห่งนะครับทุกแห่งไม่ต่างกันนัก เราส่งฮีโร่ระดับกรงเล็บเป็ทีมประจำแต่ละแห่งพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งแล้วครับ”ไลเนอร์แจ้งที่ประชุม
“อาวพร้อมแล้วก็ไม่จัดการไปเลยละ ฆ่ามันให้หมดไปง่ายนิดเดียว”คำพูดเด็ดขาดโหดร้ายนี้คงเป็ของใครไปไม่ได้นอกจากเฮลซิ่ง
“ก็เพราะสิ่งที่เธอทำนั่นแหละที่บีบให้ครอบครับออร์คเคโอเนเคลื่อนไหวอย่างไม่กลัวตายขนาดนี้”คราวนี้เป็ราเคียร์ที่เอ่ยพลางจ้องมายังอีกฝ่าย“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ออร์คมันไม่ใช่งานของฮีโร่หรอกนะ”
“งั้นก็หยุดฉันสิ!” เฮลซิ่งทุบโต๊ะเสียงดัง โต้กลับ“สำหรับัอย่างเธอจะจัดการฉันมันง่ายนิดเดียวนี่นา ะเิฉันให้หายไปด้วยไอ้พลังะเิับ้าบอของเธอนั่นเลยสิทำไมไม่ทำละ หา!”
ราเคียร์เงียบไป
“ถ้าไม่ทำก็อย่าปากเก่งไม่ขัดขวางก็เท่ากับเธอเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉันทำ ฉันรู้หรอก ลึกๆแล้วเธอก็อยากจะกำจัดพวกมันใช่มั้ยละ ฉันก็แค่คนทำงานสกปรกเ่าั้ให้เธอเพื่อเธอจะได้ยืนโดดเด่นเป็ผู้นำสหพันธ์ฮีโร่ได้อย่างเต็มภาคภูมิไงละ”
“หยุดเถอะเฮลซิ่ง” คนแคระบนชุดไซบอร์กั์เอ่ยขณะยืดแขนมาข้ามห้องมาแตะไหล่อีกฝ่ายมิแน่ใจว่าถูกกาลเทศะหรือไม่ แต่ก้อนความเงียบปนตะลึงที่เคลื่อนผ่านก็ช่วยดึงการประชุมกลับสู่ประเด็นหลัก
ไลเนอร์กระแอมไอ“จากการวิเคราะห์สถานการณ์เป็ไปได้ยากที่เราจะเข้าไปขัดขวางนะครับกำลังพลของอีกฝ่ายอาจจะไม่หนาแน่น แต่สถานการณ์ตรึงเครียดเกินกว่าจะลงมือได้มีความเสี่ยงว่าอีกฝ่ายจะลงมือก่อความเสียหายครั้งใหญ่”
“วางทีมสไนเปอร์จัดการพวกมันพร้อมๆกันน่าจะได้ผลมั้ยครับ” เอลฟ์หนุ่มฉกรรจ์ร่างสูงยาวเอ่ยขึ้นั์ตาไซบอร์กของเขาหมุนเข้าๆ ออกๆ ราวกับพินิจพิเคราะห์ทุกอย่างตลอดเวลา “ข้ามีทีมเอลฟ์สไนเปอร์มือดีอยู่3 ทีม แต่น่าจะหาเพิ่มได้ หากติดต่อไปตอนนี้เราส่งยานไปรับแล้วมาสมทบวางแผนเก็บออร์คเคโอเนทุกตัวที่เฝ้าเตาปฏิกรณ์ สักครู่นี้ผมเห็นว่าเตาปฏิกรณ์เขตหนึ่งมีออร์คเคโอเนประจำอยู่10 คน เรามีทั้งหมด 7 เขต ต้องใช้ 70 กว่าคน ถ้าตกลงตามแผนนี้ผมจะดำเนินการจัดหาทีมสไปเนอร์อีก5 ทีมมาสมทบ”
มนุษย์ชายร่างเล็กในชุดสีทะมึนสวมผ้าคลุมหน้าปิดปากทับด้วยแว่นกลมยกมือที่สวมด้วยถุงมือเหล็กพร้อมเดือยแบบยึดเกาะที่ฝ่ามือ“พวกข้าตระกูลโชงะชำนาญงานลอบเร้นอาจร่วมทีมเป็ประโยชน์กับทีมสไนเปอร์ของเอลฟ์ได้”
เอลฟ์สาวร่างสูงสง่าหันไปทางแวนไพร์หนุ่มแทคแพดของแวมไพร์หนุ่มได้รับข้อความ เขาเปิดดูมันคือรูปแอบถ่ายทีเผลอขณะสีหน้ากำลังหงุดหงิดกับการประชุมเต็มทน จากนั้นอีกข้อความจากเอลฟ์สาวก็ส่งมาสำทับ
“ตาคนขี้น้อยใจเอ้ย”
“ประชุมอยู่นะคุณทำอะไรน่ะ” ข้อความพิมพ์โตกลับ
“ปลุกคุณให้กลับมาร่วมประชุมไงหงุดหงิดกับหมายเลขหนึ่ง น้อยใจจนออกหน้าออกตาแล้วนะ”
เฮลซิ่งชะงักเมื่อถูกอีกฝ่ายแซว“เดี๋ยวเถอะ” เขาพิมพ์ข้อความตอบกลับอย่างเก็บสีหน้า
“ฉันละอิจฉาหมายเลขหนึ่งจริงๆอยากได้หัวใจเ็าของคุณหมายเลขสองต้องทำยังไงกันนะ”
“เฮ่ยๆๆๆให้มันน้อยๆ หน่อย” เฮลซิ่ง แวมไพร์ไร้ชีวิตเริ่มมีสีแดงระเรื่อบางเบา
“ฮะฮะฮ่ะฉันละชอบสีหน้าไร้ชีวิตที่ดูมีชีวาขึ้นมาของคุณจัง” เอลฟ์สาวส่งข้อความพลางขำคิกเธอปิดแทคแพดลงหันมองราเคียร์ที่สีหน้ายังคงครุ่นคิดขณะที่การประชุมยังคงเดินหน้าวางแผนรายละเอียดเข้ากู้สถานการณ์ที่เตาปฏิกรณ์
ตอนนี้คนแคระั์เสนอถึงแผนใช้โดรนสนับสนุนแผนเพิ่มเติมหน้าจอถูกเปลี่ยนเป็แผนผังเตาปฏิกรณ์พร้อมกราฟฟิกวางสัญลักษณ์แทนตำแหน่งเข้าปฏิบัติการ
“แผนตามนี้คิดว่าเป็อย่างไรบ้างครับท่านราเคียร์” ไลเนอร์ถามผู้อยู่หัวโต๊ะ
ราเคียร์ยังไม่ตอบอะไรเป็เอลฟ์สาวที่ยกมือชึ้นแทรกก่อนตอบกลับทุกคน
“แผนทั้งหมดยังเสี่ยงเกินไปนะทีมเอลฟ์สไนเปอร์ต้องเดินทางไกลเข้ามา ความเหนื่อยร้าอาจทำให้ยิงพลาดเป้าได้ง่ายๆทั้งยังต้องให้สัญญาณเก็บเป้าหมายพร้อมกันอีก สไนเปอร์ 70 นายยิงสังหารเหยื่อพร้อมกันต่อให้เป็ทีมเอลฟ์ระดับกรงเล็บของสหพันธ์เป็ไปได้ยากแล้วการเดินทางเข้ามายังเสี่ยงให้อีกฝ่ายรู้ตัวอีกด้วย
“ด้านแผนลอบเร้นก็กำลังคนน้อยเกินไปจากข้อมูลอีกฝ่ายเป็มือสังหารระดับไม่ต่ำกว่ามือมีด มีถึงขั้นนักดาบอยู่ด้วยส่วนแผนของท่านคนแคระก็เป็เพียงแผนสนับสนุนเท่านั้น”
ทันทีที่เอลฟ์สาวสูงสง่านั่งลงเอลฟ์สไนเปอร์และมนุษย์เงาต่างยกมือขึ้นก่อนพูดพร้อมกัน “แล้วเธอมีแผนอะไรละ”
เอลฟ์สาวเงียบเว้นทุกคนหันมองไปที่เธอเป็ตาเดียว รวมถึงราเคียร์ที่ยังคิดไม่ตก
“ฉันขอเสนอให้เปิดการเจรจากับอีกฝ่ายค่ะ”
เสียงร้องอื้ออึงเงียบๆมาจากทั่วห้องประชุม สีหน้าบางคนยิ้มยิงฟัน บ้างเป่าปากก่อนต่างมองหามติที่ประชุมมาที่หัวโต๊ะราเคียร์พยักหน้ารับ เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที เหลือเพียง 8 ชั่วโมงเท่านั้น
ในความมืดเพียงสลัวรางของแสงจันทร์ดิออร์คฟาเธอร์ดึงชิกก้าออกจากปากก่อนเอาปลายบดจี้ไปบนรูปถ่ายใบหนึ่งมันเป็รูปของสมาชิกออร์คเคโอเนวัยรุ่น เขาโยนรูปนั้นลงถังขยะสี่เหลี่ยมเรียบหรูในถังเต็มไปรูปใบแล้วใบเล่าที่ถูกเผาทิ้งประหนึ่งไวอาลัย เถ้าถ่านช่างแสนเศร้า
“เ้าหนุ่ยนั่นชื่อเคลฟีนาฟใช่มั้ยลูกของน้าไคล์นี่เอง” ดิออร์คฟาเธอร์เอ่ย
มีเพียงความเงียบงันตอบกลับ ประกายไฟจากถังขยะส่องแสงวูบวาบฉายบนใบหน้าเรียบนิ่ง
“ขอให้มีความสุขนะ”ดิออร์คฟาเธอร์เอ่ยต่อ “ขอให้อีเธอร์นำทางนายให้ได้เจอกับไคล์นะ บอกพ่อเธอด้วยว่าฉันภาคภูมิในตัวเขา...อืมอันที่จริง ฉันก็ภูมิใจในตัวของพวกนายทั้งคู่แหละ”
ประกายไฟวูบวาบก่อนดับแสงไปแสงจากประตูเปิดเข้าห้องมาแทน เงาบนพื้นบ่งบอกว่าเป็เงาของคนแคระ
“สหพันธ์้าจะเจรจาครับ”
“อืม”ดิออร์คฟาเธอร์พยักหน้า” มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วแหละว่าแต่มีความพยายามจะแฮคกิ้งเข้ามามั้ย”
“ไม่เราเผ่าคนแคระไม่ได้อยู่ข้างสหพันธ์ เ้านั่นแค่ลิ่วล้อถึงจะพยายามแฮคกิ้งเข้ามาก็ทำไม่สำเร็จหรอก”
คำเตือนบนจอตามป้ายโฆษณาของเมืองไครซิตี้คำชับไว้ให้ชาวเมืองกลับไปหลบซ่อนที่เคหสถานของตนเรดวิล เอลฟ์เด็กน้อยหลังได้รับสัญญาจากราเคียร์ เขารีบตรงกลับห้อง ห้องที่ไม่เหลือใครอีกแล้วเขาควานหารีโมตเปิดทีวี โลโก้ตัว H ยังค้างอยู่กลางหน้าจอพร้อมคำเตือนให้หลบอยู่ในเคหะสถาน
เรดวิลหันไปเปิดดูเดคแพดเว็บมืดเต็มไปด้วยภาพถ่ายทอดสด ภาพชาวเมืองสิ้นหวัง กลุ่มออร์คเคโอเนยืนคุมเชิงคำถามตัวใหญ่ดังระงมไปทั่วเว็บมืดคือ สหพันธ์ฮีโร่กำลังจะถึงจุดจบสิ้นแล้วหรือ?
“ตอนนี้ผมยังอยู่ที่อนุสรณ์สถานฮีโร่ผมเ็ป ผมรู้สึกเสียใจ” เอลฟ์เครายาวคนหนึ่งหันมาพูดกับกล้องของตัวเองน้ำตานองหน้า “ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว เพื่อนที่อยู่หน้าหอคอยฮีโร่บอกผมว่าราเคียร์เข้าไปในคอคอยนั้นหลายชั่วโมงแล้วและไม่มีวี่แววใดใด ผมไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ผมอยากให้กำลังใจพวกเขาเท่าที่ชาวเมืองไครซิตี้ตัวเล็กๆ คนนึงจะทำได้”
ทันใดรถคันหนึ่งวิ่งเฉียดเอลฟ์ที่ถือกล้องรถอีกหลายคันพุ่งโฉบตามไป
“บัดสบในวันที่ฮีโร่้าเราที่สุด ไอ้บ้าบางคนมันกลับหนีหาย ผมไม่มีอะไรพูดจะกับคนพวกนี้อีกแล้วผมอยากพูดคุยกับพวกเราคนที่อยู่เคียงข้างฮีโร่มากกว่า” เอลฟ์เคราว่าพลางเดินไปคุยกับมนุษย์สาวที่พยายามยิ้มอย่างโรยราเพื่อรับกล้อง“ขอโทษนะ ผมก็ชาวเมืองคนหนึ่ง อยากคุยกับคุณหน่อย” หญิงสาวพยักหน้ารับ “ทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่ครับคุณผู้หญิง?”
“ฉันอยากเป็กำลังใจให้พวกเขาและแสดงจุดยืนว่าเราไม่เห็นด้วยกับพวกออร์คเคโอเน”หญิงสาวเอ่ยทว่าไม่ทันขาดคำเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น เสียงจากฝูงชน
“นั่นอะไรน่ะ?”
“นกรึเปล่า”
“ยานบินเหรอ?”
“ไม่ใช่”หญิงสาวที่กล้องจับหน้าเอ่ยพร้อมยิ้มมีความหวัง “นั่นคือราเคียร์”
ัสาวบินโฉบด้วยความเร็วสูงจนชาวเมืองแทบมองไม่เห็นเธอมาอยู่ตรงหน้าอนุสรสถานฮีโร่ รูปั มนุษย์ ออร์ค เอลฟ์และคนแคระต่างยกดาบประสานเป็อนุสรณ์สถานที่แสดงถึงสันติภาพการรวมเป็หนึ่งเดียว
ไม่นานแสงฉายภาพโฮโลแกรมฉายวูบวาบก่อนดับไปเสียงแว่วแต่ไกลคือเสียงของยานเหาะลำย่อมแล่นไม่ช้าไม่เร็วเคลื่อนผ่านผู้คนบนถนนมุ่งมาหาเงาทะมึนเคลื่อนคืบคุกคามไปตามท้องถนน เหล่าออร์คโห่ร้องขานรับมือทุบที่หน้าอกส่งเสียงฮึกเหิม
“ดิออร์คฟาเธอร์ ดิออร์คฟาเธอร์ ดิออร์คฟาเธอร์”
ยานเหาะลดเพดานบินลงก่อนจอดลงที่ตรงข้ามกับราเคียร์เว้นกลางที่ว่างกว้างไว้ เรือเหอะค่อยเปิดประตูดิออร์คฟาเธอร์ยืนอยู่เื้ัประตูบานใหญ่นั้นแล้วชาวเมืองที่ลายล้อมต่างโห่ฮือขับไล่ แต่ดิออร์คฟาเธอร์กลับพยักหน้าผายมือรับครึ้มอกครึ้มใจ
“ว่าไง ท่านหมายเลขหนึ่ง สบายดีหรือ?”
ราเคียร์ไม่ตอบคำสีหน้ายังคงเครียดขึง
“หากท่านจะไม่พูดอะไรแล้วเราจะเจรจากันได้หรือ?”
“ข้าให้ในสิ่งที่ท่านเรียกร้องไม่ได้” ราเคียร์เอ่ย
“ข้าก็พอรู้ ทุกอย่างมันคงไม่ง่ายอย่างนั้น”
“...”
“โอเค ท่านก็รู้ว่าเรามีปัญหาต่อกัน ปัญหาใหญ่มาก”ดิออร์คฟาเธอร์เริ่มพูดด้วยเสียงอันดัง “ไหนๆทุกท่านชาวเมืองไครซิตี้ก็มารวมตัวอยู่ ณ ที่นี้แล้วข้าขอพูดให้ทุกท่านฟังก็แล้วกัน”
แสงไฟจากเรือเหาะส่องมายังทั้งสองที่ผู้ตรงข้าม
“พวกเราคือครอบครัวออร์คเคโอเนอย่างที่ทุกท่านรู้จัก นานมาแล้วก่อนข้าเกิดพวกเราอยู่กันเป็ครอบครัว ทำธุรกิจสืบทอดต่อๆกันมา ไอ้ธุรกิจเส็งเคร็งบนความวายป่วงของชาวเมืองนี่แหละ ฮ่าฮ่า แต่แล้วอยู่ๆวันหนึ่งตอนนั้นข้ายังวัยรุ่นอยู่เลย ท่านราเคียร์กับพวกพ้องก็ก่อตั้งสหพันธ์ฮีโร่จากนั้นก็บู๊มมมครอบครัวออร์คเคโอเนจากมาเฟียทรงอิทธิพลกลายเป็เบี้ยล่างทำงานกระจอก”
ดิออร์คฟาเธอร์เว้นวรรคถอนหายใจส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าเ็ปอย่างที่สุดที่เห็นว่าน้าชายข้านำพาครอบครัวเราไปยังหนทางนั้นพอข้าเติบโตขึ้น ข้าก็ได้กับรู้จักกฎโบราณของเมืองนี้ กฎของไครซิสกฎเรียบง่ายที่สุด ผู้ชนะจะได้ทุกอย่างของผู้แพ้ ข้าจึงท้าประลองกับน้าชายของข้าและอย่างที่ทุกท่านได้รับรู้ ข้าจบชีวิตเขาด้วยมือของข้า กอบกู้ครอบครัวออร์คเคโอเนกลับคืนสู่เส้นทางที่ควรจะเป็
“แล้วเราก็มีปัญหากันครอบครัวข้า น้าข้าเอง น้าคนละคนกับที่ข้าสังหารเขาน่ะนะ”อิออร์คฟาเธอร์อธิบายเสริม “น้าไคล์น่ะ เขาฆ่าใครสักคนในเมืองมันคือไอ้คนตะบันสัตย์คนหนึ่งเท่าที่ข้ารู้ แต่แล้วพวกของท่านก็เข้ามายุ่งย่ามแล้วเราก็เริ่มแลกเืด้วยเืกันไปมา ครอบครัวข้าล้างแค้นพวกท่าน แล้วพวกท่านก็สังหารครอบครัวข้าหลายต่อหลายปี ข้าบอกตรงๆ ว่าข้าสุดจะทน และข้าอยากจะจบทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้” ร่างใหญ่ั์ของดิออร์คฟาเธอร์ก้าวเข้าใกล้อีกฝ่ายร่างแลดูใหญ่คุกคามกดทับอีกฝั่งอย่างชัดเจนแต่ละก้าวเดินใหญ่ั์มิใช่ก้าวเพียงเพื่อเข้าใกล้ หากแต่ยังเป็ก้าวที่รุกล้ำห้ามปรามอีกฝ่ายให้นิ่งงัน ส่งแรงกดดันรุนแรงจนแทบลืมหายใจหนำซ้ำร่างใหญ่ั์ดูจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นไปอีก ทั้งชาวเมืองทั้งเหล่าออร์คต่างรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลนั้นบางคนถึงกับล้มลงสลบไป ทว่าราเคียร์ยังคงยืนนิ่ง เชิดหน้าจ้องอีกฝ่ายกลับนัยตาเฉียบคมไม่ไหวติง
“จริงๆข้าไม่ได้มีแผนการจะะเิทุกอย่างหรอกนะ ถ้าเธอตัดสินใจทำอะไรที่ล้ำเส้นเหมือนอย่าเ้านั่นใครนะ ข้านึกชื่อไม่ออก เ้าหมายเลขสองนั่นน่ะ ข้าก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำทุกท่านในที่นี้เข้าสู่ากลางเมืองเราก็คงได้ยื้อแย่งแหล่งทรัพยากรกันไปมา กลับไปเหมือนก่อนมีสหพันธ์ฮีโร่ไงเราต่างรบพุ่มสู้กันอย่างป่าเถื่อน ทุกคนกลายเป็อาชญากร”
ราเคียร์สีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัดเสียงติดต่อจากแทคเพดดังกระซิบในหู เป็เสียงจากเอลฟ์สาวผู้เสนอแผนเจรจา“อย่าให้มันปั่นหัวท่าน ราเคียร์ มันกำลังยื่นข้อเสนอให้เราและชาวเมือง”ราเคียร์พยักหน้าเบาๆ รับ
“สิ่งสำคัญของการปกครองคืออะไรรู้มั้ย?มันคือการได้รับการยอมรับยังไงละ กาลเก่าก่อนเรามีระบบกษัตริย์โบร่ำโบราณนานมาเรามีระบบประชาธิปไตย แต่ตอนนี้เรามีกฎข้อหนึ่งที่จะแก้ปัญหาให้เราได้กฎโบราณของเมืองนี้ กฎของไครซิส...”
ราเคียร์พยักหน้ารับรู้ข้อเสนอของอีกฝ่าย
“ข้าขอท้าประลองเ้า! ราเคียร์ ฮีโร่หมายเลขหนึ่ง ตามกฎของไครซิสผู้ชนะจะได้ทุกสิ่ง!”