29 บุตรบุญธรรมท่านม่อเทียน
“ เอ่อ เสด็จพ่อ หม่อมฉันมิกล้าทูลเพคะ แล้วเสด็จพ่อทรงเห็นว่าเขาเป็นเช่นไรบ้าง?” องค์หญิงใหญ่ทูลพระบิดาของนาง พร้อมกับพระพักตร์ที่แดงเป็นลูกตำลึง โดยมิได้ทรงเสแสร้งแกล้งทำ “ ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกพ่อ ดูสิเจ้าหน้าแดงเป็นผลอิงเถา(เชอรี่)แล้ว เอาล่ะ ๆ พ่อไม่ล้อเจ้าแล้ว เรื่องกุนซือ ค่อยเอาไว้คุยกันวันหลังเถอะ เจ้าก็ไปพักผ่อนได้แล้ว ขอบใจเจ้ามากฟางเอ๋อ” หยางไท่จงรับสั่งกับองค์หญิงใหญ่ ก่อนจะเสด็จเข้าบรรทม เมื่อองค์หญิงใหญ่ทรงตรวจตราความเรียบร้อยเสร็จ จึงเสด็จเข้าไปพักผ่อนบรรทมในห้องรับรองที่อยู่ข้าง ๆ “ วันนี้ถือว่าเจ้าก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเลยนะน้องชายข้า” หลิวว่านซานเอ่ยแซวที่ปรึกษาของตนอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ทั้งคู่ลงจากรถม้าพระราชทาน และกำลังเดินเข้าไปในจวนที่พักของเจ้าเมือง ซึ่งเวลาตอนนี้ก็เป็นยามวิกาล เนื่องจากฝ่าบาททรงสนทนา ปรึกษาข้อราชการกับคนทั้งคู่จนเกือบจะเที่ยงคืน ดังนั้นคุณหนูหลิวกับท่านยายของนางจึงเข้านอนพักผ่อนแล้วตั้งแต่หัวค่ำ ทางด้านท่านเจ้าเมืองเองก็ยึดถือเสียมหลอหลงเป็นเสมือนดาวนำโชคของตน เพราะหลังจากที่ได้พบเจอกับเขาแค่ไม่กี่วัน ตัวเขาเองก็ได้สร้างความดีความชอบ และได้เข้าไปอยู่ในสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ในที่สุด “ ทั้งหมดเป็นเพราะได้พี่หลิวส่งเสริมและสนับสนุน ท่านพี่โปรดรับการคารวะจากน้องชายคนนี้ด้วย” อาหลงเอ่ยแซวกลับอีกฝ่าย ก่อนที่คนทั้งคู่จะแยกย้ายเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน โดยชายหนุ่มเข้าพักห้องรับรองเดิมที่เขาเพิ่งมาค้างเมื่อคืน หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ชายหนุ่มก็สวดมนต์ทำวัตรเย็นตามปรกติที่เขาทำจนเป็นกิจวัตร จากนั้นจึงทบทวนชีวิตของตนเองในวันนี้ พร้อมทั้งวางแผนงานล่วงหน้าเกี่ยวกับข้อราชการที่ฮ่องเต้ทรงได้ปรึกษาหารือ ก่อนจะรีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เขาต้องแวะไปคารวะ พร้อมทั้งขอเสื้อท่านม่อเทียนอีก 1 ตัว เพื่อมาทำถุงนำโชครุ่น ลิมิเต็ด เอดิชั่น เพิ่ม เพื่อให้เพียงพอสำหรับฝ่าบาทและท่านลุงท่านป้าตระกูลกัน จากนั้นจะแวะไปคารวะท่านลุงกันและท่านป้ากัน เพื่อแจ้งข่าวและขอความร่วมมือในเรื่องการขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวบ้าน และการประมูลของพระราชทานจากฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์ รวมทั้งยังต้องพาฮวยเซ็งและอาห่าวที่จะกลับมาจากช่วยงานพิธีศพของท่านตาของเหลียนเอ๋อ ไปสำรวจและติดต่อการค้าในการขยายกิจการใหม่ นอกจากนี้วันพรุ่งนี้เขาตั้งใจจะเปิดร้านที่ปรึกษาพยากรณ์อีกด้วย เพราะว่าเมื่อวานเขาไม่ได้เปิดให้คำปรึกษา เนื่องจากต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับใต้เท้าหลิว หลังจากวางแผนทุกอย่างเสร็จ ชายหนุ่มจึงรีบเข้านอนพักผ่อน “ อรุณสวัสดิ์เบบี๋ เจ้าตื่นแต่เช้าเลยนะ มาฝึกยุทธออกกำลังกายกับพี่มั้ย เดี๋ยวพี่จะสอนให้?” ชายหนุ่มกล่าวทักทายยามเช้ากับหญิงสาวด้วยอารมณ์ที่เบิกบานในยามเช้า ก่อนที่คุณหนูหลิวจะบอกว่าถ้าท่านยายรู้ว่าเขามาเยี่ยมที่บ้านตามสัญญา คงจะดีใจมาก ๆ แน่ “ เชิญพี่หลงเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอตัวไปดูความเรียบร้อยในครัว เพื่อเตรียมสำรับเช้านี้ก่อนนะเจ้าคะ” นางเอ่ยตอบอีกฝ่ายอย่างเอียงอาย ก่อนจะรีบสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็วด้วยความเบิกบานใจ เนื่องจากเมื่อเช้านางได้ทราบจากบิดา ว่าพี่หลงของนางจะตั้งชื่อยี่ห้อน้ำหอมว่า เบบี๋ ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะที่ชายหนุ่มใช้เรียกนาง หลังจากที่อาหลงกลับไปอาบน้ำแต่งตัว รวมทั้งทบทวนบันทึกชัยชนะและความสำเร็จในชีวิต , ทบทวน 20 สุดยอดกิจวัตร รวมทั้งทบทวน 20 สุดยอดเป้าหมายในชีวิตเสร็จ เขาก็รีบไปที่โต๊ะอาหารทันที โดยมีเจ้าบ้านทั้งสามที่ประกอบไปด้วยใต้เท้าหลิว แม่ยายและบุตรีของเขานั่งรออยู่พร้อมหน้า “ หลานคำนับท่านยาย เช้านี้ท่านยายช่างดูแจ่มใสและเบิกบานเป็นพิเศษนะขอรับ” ชายหนุ่มคำนับและเอ่ยทักทายหญิงชรา ก่อนที่นางจะบอกให้เขาลุกขึ้นและมานั่งที่โต๊ะ โดยให้เขานั่งติดกับหลานสาวของตน “ ยายดีใจ เพราะว่าเจ้ามาเยี่ยม และมาทานข้าวกับยายและชิงเอ๋ออีกนะสิ มามา เจ้าทานเยอะ ๆ นะ ชิงเอ๋อลงทุนเข้าครัวด้วยตัวนางเองเชียวนะอาหลง” “ ขอบคุณขอรับท่านยาย ขอบใจเจ้ามากเบบี๋ ลำบากเจ้าแล้ว” อาหลงเอ่ยขอบคุณแม่สาวน้อย ที่นั่งติดกัน พร้อมทั้งเอื้อมมือไปหยิบกระป๋าสะพายคู่ใจขึ้นมาวางบนตัก ก่อนจะหยิบอุปกรณ์บางอย่างขึ้นมาวางบนโต๊ะ 4 ชุด “ สิ่งนี้คืออะไรรึ อาหลง พี่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย?” หลิวว่านซานเอ่ยถามอีกฝ่าย หลังจากที่เขาแกะห่อกระดาษออกจากช้อนและส้อมที่เขาสั่งร้านตีเหล็กจัดทำให้เป็นพิเศษจำนวน 8 ชุด แล้วสาธิตการใช้ช้อน,ส้อม รวมทั้งมีดในการทานอาหารให้กับเจ้าบ้านทั้งสาม ซึ่งแรก ๆ คนทั้งสามก็มีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ เพราะยังไม่คุ้นเคย แต่พอใช้ไปสักพักก็เริ่มชินมือและคุ้นเคย ทำให้รับประทานอาหารได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น “ เจ้าสิ่งนี้ เรียกว่าอะไรรึอาหลง มันช่วยให้เราทานข้าวได้สะดวกขึ้นเยอะเลย ช่วยบอกยายทีได้ไหม?” แม่ยายของเจ้าเมืองเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะตอบว่า สิ่งเหล่านี้ก็คือ ช้อน ส้อม และมีด ซึ่งจะช่วยให้พวกเราทานข้าวได้สะดวกกว่าการใช้ตะเกียบมากทีเดียว “ ถ้าพวกเราทำช้อน ส้อม และมีดพวกนี้ออกจำหน่าย คงจะขายดีไม่น้อยเลยนะเจ้าคะพี่หลง?” บุตรีเจ้าเมืองเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างตื่นเต้น ในขณะที่อาหลงเองก็พยักหน้ารับก่อนจะตอบอีกฝ่ายว่าเขาจะนำมันมาใช้ในร้านอาหารในโรงเตี๊ยมแสงดาวก่อน รวมทั้งคืนนี้ที่จะเข้าเฝ้าถวายโอสถต่อฝ่าบาท เขาจะนำสิ่งนี้ถวายต่อพระองค์เพื่อเป็นการโปรโมทสินค้าในภายภาคหน้าอีกด้วย เรียกว่าให้พระองค์เป็นพรีเซ็นเตอร์โดยไม่ต้องจ่ายค่าตัวเลยสักตำลึง “ เอาล่ะ ข้าต้องขอตัวก่อน เพราะต้องรีบไปเข้าประชุมเรื่องสำคัญกับฝ่าบาทและเหล่าขุนนาง น้องหลง เจ้าก็อยู่เป็นเพื่อนคุยกันท่านแม่และชิงเอ๋อไปก่อน ส่วนช่วงเย็นเจ้าอย่าลืมไปเข้าเฝ้าล่ะ อย่าให้พี่ต้องลำบากไปฉุดกระชากลากถูเจ้าอย่างเช่นเมื่อวานอีกนะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เจ้าเมืองเทียนหยางกล่าวหยอกเย้าอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวออกไปขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้รอเพื่อเดินทางเข้าวัง “ พี่หลงเจ้าคะ ได้ยินท่านพ่อเล่าว่า เมื่อคืนพี่ได้เจอกับองค์หญิงใหญ่กับองค์หญิงรอง ไม่ทราบว่าพวกนางเป็นอย่างไรบ้าง ทรงพระสิริโฉมงดงามมากมั้ยเจ้าคะ?” หลิวหว่านชิงเอ่ยถามชายในดวงใจของนางด้วยเสียงอันแผ่วเบาราวกับยุง ก่อนที่อาหลงจะตอบนางว่าองค์หญิงทั้งสองล้วนพระสิริโฉมงดงามยากจะหาใครเปรียบ เมื่อได้ยินดังนั้นแม่สาวน้อยแรกรุ่นก็หน้าจ๋อยลงทันที และเริ่มรู้สึกว่าพี่หลงของนาง ยิ่งนานก็ยิ่งห่างไกลจากนางไปทุกที “ น่าเสียดายที่ข้าเกิดมาไม่สวยเลิศเลอ เหมือนเหล่าองค์หญิงทั้งหลาย ก็เลย.....” นางเอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มรินไหลลงอาบสองแก้มอันบอบบางของนาง จากนั้นจึงนั่งก้มหน้ามองปลายเท้าของตนอยู่อย่างนั้น “ เจ้าเป็นอะไรไปเบบี๋ของพี่ เจ้ารู้มั้ยว่าคุณค่าที่แท้จริงของสตรี หาใช่เพียงแค่รูปโฉมหรือความงามภายนอกไม่ หากแต่อยู่ที่ความดีและจิตใจที่ดีงามต่างหาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในตัวเจ้าเต็มเปี่ยม” เสียมหลอหลงเอ่ยปลอบใจนาง เพราะรู้ว่านางคิดกับตนเช่นไร แต่ตัวเขาเองไม่อยากปิดโอกาสอื่น ๆ ของนาง จึงได้แต่รักษาระยะห่างเอาไว้ “ จริงหรือเจ้าคะพี่หลง ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าข้ายังไม่หมดหวังซะทีเดียวใช่มั้ยเจ้าคะ?” ชิงเอ๋อเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความยินดี ก่อนที่ท่านยายจะกระแอมออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยแซวชายหนุ่มหญิงสาวอย่างเอ็นดู “ พวกเจ้าทำอย่างกับยายไม่มีตัวตน คนหนุ่มคนสาวก็ดีเช่นนี้แหละ ไม่เหมือนกับยายที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง” “ เฮ้อ...เสียดายที่ข้าไม่ได้เป็นไทเฮา มิเช่นนั้นชิงเอ๋อก็คงสมหวังไปนานแล้ว” หญิงชราบ่นรำพึงออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร ในขณะที่ชิงเอ๋อกลับหน้าแดงด้วยความอายที่ท่านยายเปิดโปงความในใจของนางครั้งแล้วครั้งเล่า “ ทำไมท่านยายถึงได้กล่าวเช่นนี้ล่ะขอรับ ทำไมท่านถึงอยากเป็นไทเฮา?” “ อ้าว ก็ถ้ายายเป็นไทเฮา แสดงว่าชิงเอ๋อก็ต้องเป็นองค์หญิง เช่นนั้นเจ้าก็จะได้เป็นราชบุตรเขยรวมทั้งเป็นหลานเขยของไทเฮาด้วย ใช่มั้ยชิงเอ๋อ?” ท่านยายกล่าวอย่างทีเล่นทีจริง ทำเอาอาหลงถึงกับทำหน้าไม่ถูก ในขณะที่หลิวหว่านชิงที่ก้มหน้าอยู่จะรีบเอ่ยทักท้วงท่านยายของนาง “ ท่านยาย ท่านไม่ต้องกล่าวอะไรแล้ว ได้แค่นี้ ชิงเอ๋อก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ” คนทั้งหมดต่างเงียบงันกันไปพักใหญ่ ก่อนที่อาหลงจะกล่าวหยอกเย้าสาวน้อยและสาวใหญ่ให้มีเสียงหัวเราะและกลับมาเบิกบานใจอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงขอตัวกลับโรงเตี๊ยม เพื่อไปรับฮวยเซ็งกับอาห่าวไปติดต่อการค้าภายในเมือง โรงเตี๊ยมแสงดาว “ ศิษย์คำนับท่านอาจารย์ขอรับ รถม้าเตรียมไว้พร้อมสำหรับเดินทางแล้วขอรับ ส่วนท่านเลขาฮวยรอท่านอยู่ด้านในขอรับ” อาห่าวที่เพิ่งกลับมาจากช่วยงานพิธีศพของท่านตาของแม่นางเหลียนเอ๋อ เอ่ยทักทายเจ้านายที่พ่วงตำแหน่งอาจารย์ของตนด้วยความยินดี “ พิธีศพของท่านตาของแม่นางเหลียนเอ๋อเรียบร้อยดีกระมัง?” อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่ายถึงเรื่องที่ได้มอบหมายให้เขาไปทำ ซึ่งอาห่าวรายงานให้ชายหนุ่มได้ทราบอย่างละเอียด “ คำนับเอินกง(ผู้มีพระคุณ) เหลียนเอ๋อขอบพระคุณในความช่วยเหลือของคุณชายค่ะ” แม่นางเหลียนเอ๋อที่รอคอยด้านใน เดินออกมาคำนับผู้มีพระคุณ หลังจากที่นางได้ยินเสียงของเขาที่ด้านหน้าโรงเตี๊ยม “ แม่นางเชิญลุกขึ้น อาห่าวทำไมเจ้าถึงพานางกลับมาที่นี่ ข้าให้เจ้าช่วยหาช่องทางเลี้ยงชีพให้กับนาง รวมทั้งให้ทุนกับนางก้อนหนึ่งไปแล้วไม่ใช่หรือ?” เสียมหลอหลงเอ่ยถามลูกศิษย์ของตน ก่อนที่แม่นางเหลียนเอ๋อจะรีบอธิบายแทนอาห่าวที่กำลังยืนจ๋อยอยู่อย่างน่าสงสาร “ เอินกง ท่านอย่าได้กล่าวโทษพี่อาห่าวเลยเจ้าค่ะ พี่อาห่าวได้ทำตามที่ท่านสั่งแล้ว แต่เป็นเหลียนเอ๋อเองที่ไม่ยอมเชื่อฟัง และดึงดันที่มาพบคุณชายเจ้าค่ะ” “ แม่นางมีเรื่องใดที่ข้าพอจะช่วยได้ เชิญกล่าว” ชายหนุ่มเอ่ยถามสาวงามตรงหน้าอย่างเป็นมิตร ก่อนที่นางจะขอติดตามเขาเพื่อเป็นสาวใช้ คอยรับใช้และตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยปฏิเสธ นางก็คุกเข่าอ้อนวอน รวมทั้งยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่รับนางไว้ นางจะไปเป็นหญิงคณิกาที่หอนางโลม ซึ่งไม้ตายอันนี้เป็นอาห่าวเองที่แนะนำให้กับนาง เพราะเขารู้ดีว่าอาจารย์ของตนป็นคนใจอ่อนและขี้สงสารคนมากที่สุด ซึ่งที่อาห่าวแนะนำเช่นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเขาเองแอบมีใจกับหญิงสาวผู้นี้ และอยากให้นางมาอยู่ใกล้ ๆ กับตนทุกวัน “ เอาล่ะ แม่นาง เอาอย่างนี้ละกัน เรื่องที่จะให้เจ้าเป็นสาวใช้ ข้าคงรับไว้ไม่ได้...” อาหลงเอ่ยถึงตรงนี้ แม่นางเหลียนเอ๋อก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง ในขณะที่อาห่าวเองก็ใจหายแวบ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยต่อไปว่า เขาจะรับนางไว้ให้เป็นนักร้อง คอยร้องและเล่นดนตรีประจำห้องอาหารที่นี่ โดยสามารถพักอาศัยและทานอาหารที่นี่ฟรีทุกอย่าง ส่วนเงินที่แขกให้เป็นทิปหรือสินน้ำใจ เขายกให้นางทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากได้ยินเช่นนั้น เหลียนเอ๋อรีบคุกเข่าคำนับผู้มีพระคุณด้วยความดีใจน้ำตานองหน้า เพราะเหมือนจู่ ๆ นางก็เหมือนกับได้ขนมเปี๊ยะชิ้นเบ้อเร่อที่หล่นจากท้องฟ้า “ แต่ว่าเช่นนี้แล้ว ท่านไม่ได้อะไรเลย มีแต่ข้าที่เป็นฝ่ายได้ ข้ารู้สึกละอายเหลือเกินเจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้น ขอให้ข้าได้แบ่งเงินที่ได้จากแขกครึ่งหนึ่งให้กับโรงเตี๊ยมบ้างดีมั้ยเจ้าคะ?” นางเอ่ยข้อเสนอต่ออีกฝ่าย เพื่อความสบายใจของนางเอง ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบปฏิเสธในน้ำใจของนาง พร้อมทั้งบอกว่าสิ่งที่โรงเตี๊ยมได้รับก็คือเสียงเพลงและเสียงดนตรีของนางที่ช่วยขับกล่อมแขกที่มาทานอาหารนั่นเอง โดยเขาจะให้นางขับร้องวันละสองหนคือช่วงเที่ยงและช่วงเย็นที่มีแขกเยอะ โดยทำการแสดงรอบละหนึ่งชั่วยาม เท่ากับว่านางจะได้ทำงานแค่วันละสองชั่วยามเท่านั้น นอกจากนี้นางก็ไม่ใช่ลูกจ้างของโรงเตี๊ยม แต่เป็นอิสระ และสามารถไปจากที่นี่ได้ทุกเมื่อ เมื่อนางต้องการ หลังจากที่ตกลงเรื่องราวกันเรียบร้อย อาหลงวานให้อาเปา หัวหน้าพ่อครัวเป็นธุระจัดหาที่พักและอาหารการกินให้กับแม่นางเหลียนเอ๋อ ก่อนที่เขากับฮวยเซ็งจะขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทางไปติดต่อธุระของตน โดยมีอาห่าวที่มองตามเงาหลังแม่นางเหลียนเอ๋ออย่างอาลัยอาวรณ์ทำหน้าที่สารถีขับรถม้าให้กับคนทั้งคู่ “ แหม อาห่าว รู้สึกว่าสายตาของเจ้า เวลามองที่แม่นางเหลียนเอ๋อนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ” เสียมหลอหลงเอ่ยแซวอีกฝ่าย ก่อนที่ก้าวเข้าไปในเก๋งรถม้าพร้อมกับฮวยเซ็ง ในขณะที่อาห่าวหน้าแดงด้วยอาการเขิน ก่อนจะออกรถม้าเพื่อเดินทางไปยังสำนักม่อจื่อตามที่อาจารย์ของตนสั่ง สำนักม่อจื่อ “ อะไรนะคุณชาย ฝ่าบาททรงต้องการถุงนำโชครุ่นหลี่มี่เตด ออดิชั่น ของข้าเช่นนั้นรึ?” ท่านม่อเทียนเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตื่นเต้นดีใจและเป็นเกียรติยิ่งนัก ในขณะที่อาหลงอดที่จะอมยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้หลังจากได้ยินคำว่าออดิชั่นของท่านเจ้าสำนัก โดยหลังจากที่ได้ยินอีกฝ่ายบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ท่านม่อเทียนก็ถอดเสื้ออีกตัวที่ตนเองใส่มานานพอ ๆ กับตัวแรกที่เคยมอบให้ไปแล้วให้กับชายหนุ่มทันที “ ข้ามีเสื้อตัวโปรดที่ใส่มานับสิบปีแค่สองตัวเท่านั้นนะคุณชายเสียมหลอ ถ้าท่านมาขอข้าอีก ข้าคงไม่มีให้ท่านแล้ว” “ อ้อ ได้ยินมาว่าท่านจะจัดการประมูล ข้าขอฝากพู่กันคู่ใจที่ข้าใช้มานับสิบปีให้ท่านนำไปประมูล เผื่อมีใครเห็นค่าของมัน และรายได้ทั้งหมดถือว่าข้าร่วมบริจาคช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องที่กำลังทุกข์ยากลำบากก็แล้วกัน” ผู้อาวุโสกล่าวพร้อมกับนำพู่กันคู่ใจของตนใส่กล่อง ก่อนจะส่งมอบมันให้กับอีกฝ่ายอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่พอคิดได้ว่ารายได้จากการประมูลสิ่งนี้จะสามารถช่วยให้ราษฎรจำนวนได้พ้นความอดอยาก เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะเสียสละมันไป “ ผู้น้อยขอเป็นตัวแทนเพื่อกล่าวขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสแทนราษฎรผู้ทุกข์ยากทั้งหลาย นับได้ว่าท่านเป็นเสาหลักที่สำคัญของบ้านเมืองในยามวิกฤติจริง ๆ” อาหลงเอ่ยชื่นชมผู้อาวุโสด้วยใจจริง ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มพร้อมกับมองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเอ็นดูและเปี่ยมเมตตา ดุจบิดาเอ็นดูบุตร “ คุณชายเสียมหลอ ข้าเคยมีบุตรชายอยู่หนึ่งคน แต่ต้องมาจากไปเพราะไฟสงคราม ตอนที่เว่ยเอ๋อจากไปอายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับท่านนี่แหละ” เจ้าสำนักเอ่ยรำลึกความหลังด้วยแววตาที่ปวดร้าว ก่อนที่จะยื่นมือไปกุมมือของชายหนุ่มพร้อมทั้งสบตาเขา ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา “ ท่านจะรังเกียจมั้ย ถ้าข้าจะขอให้ท่านเป็นบุตรบุญธรรมของข้า?” ...................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก......ตามมาติด ๆ และต่อเนื่องนะครับ สำหรับตอนที่ 29 ที่หลาย ๆ ท่านรอคอย ช่วงนี้ไรท์จะพยายามอัพให้ถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ คืออัพทุกวัน หรืออย่างน้อย ทุก ๆ สองวัน ตามที่ไรท์เคยรับปากไว้ เรื่องราวช่วงนี้เริ่มเข้นข้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอาหลงของเรากำลังจะกลายเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าสำนักม่อจื่อที่ทุกคนเคารพนับถือ รวมทั้งได้ก้าวเท้าเข้าไปในรั้ววังหลวง ซึ่งทำให้เขาหนีไม่พ้นวังวนของการแย่งชิงอำนาจ สำหรับหลายท่านที่ลุ้นและตั้งตารอให้พระเอกของเราได้พบกับองค์หญิงห้าสักที รับรองว่าตอนต่อไปได้สมหวังแน่นอนครับ ส่วนตอนต่อไปไรท์จะพยายามอัพภายในวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและคอยคอมเมนท์ให้กำลังใจด้วยดีเสมอมานะครับ เมนท์ยิ่งเยอะ ไรท์ยิ่งมีแรงเขียนเหมือนคนที่เมายาบ้า 555 เพราะไม่อยากให้รีดที่รักทุกท่านต้องรอนาน ไม่ว่าจะในเว็บ Dek D / ธัญวลัย หรือ Fictionlog ไม่ว่าจะเป็นคุณ Linda 30466 /ladyppam/Teawveaw/Monazeza/Chyachanthlakh2511/Mi55.PP/reader0000/Jampa1055/ Kanphoo10/Kongpangea/Jasoncaham รวมทั้งท่านอื่นๆ ที่ติดตามอ่านโดยมิได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ถือว่าเป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนนิยายต่อไป ขอบคุณจริง ๆ ครับ .................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต “ ข้าไม่ต้องเก่งตั้งแต่เริ่ม แต่ข้าต้องเริ่มที่จะเก่ง”