(จบ) หวนกลับมาพลิกชีวิตใหม่ในยุค 80

    บทที่ 33 ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? (รีไรต์)

    บทที่ 33 ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? (รีไรต์)



    จริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าเหวยเจาลดราคาแล้วไม่มีคนซื้อ แต่เป็๲เพราะเขาดูหน้าตาน่ากลัว ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาถามราคาเลย


    หน้าหนาวมืดเร็ว ไม่นานดวงอาทิตย์ก็ตกดิน เหวยเจาไม่ได้กลัวการเดินทางตอนกลางคืน แต่เขาสัญญากับเหวยจื้อน้องชายของเขาไว้แล้วว่า จะขายของแล้วซื้อเนื้อกลับไปทำเกี๊ยว แม่ของเขาก็รอให้เขาซื้อข้าวกลับไป


    เหวยเจาเกาหัวแกรก ๆ รู้สึกว่าตัวเองอาจจะขายไม่ได้แม้แต่หยวนเดียวจนกระทั่งตลาดปิด เขามองไปที่อวิ๋นซานแล้วพูดว่า “เอ่อ…พี่สะใภ้ คิดว่าผมควรเขียนราคาติดไว้ดีไหม?”


    อวิ๋นซานคิดว่าทำได้ เธอยืมชอล์กจากแผงขายปลาข้าง ๆ แล้วถามเหวยเจา “สหายเหวย บอกก่อนสิว่าคุณตั้งใจจะขายราคาเท่าไร?”


    เหวยเจาได้สอบถามราคาในตลาดมาก่อนที่จะมา ตั้งใจจะตั้งราคาเท่ากับราคาตลาด แต่ตอนนี้คิดอีกที คิดว่าถ้าไม่ลดราคาลงมาหน่อยคงขายไม่ออก จึงบอกว่า “งั้นมันเทศหกเฟินต่อหนึ่งจิน ไข่ห้าเหมาต่อสองจิน”


    อวิ๋นซานรู้สึกประหลาดใจ ๰่๥๹นี้เธอไปตลาดซื้อของบ่อยจึงรู้ราคาผัก การตั้งราคาแบบนี้ถูกเกินไปต่ำกว่าราคาตลาดถึงสามสี่เท่า


    “สหายเหวย มันเทศกับไข่พวกนี้เป็๲ของที่บ้านคุณใช่ไหม?”


    “ใช่ครับ ที่บ้านปลูกไว้หนึ่งไร่ เลี้ยงไก่ 8 ตัว ไข่พวกนี้เก็บสะสมมาเกือบเดือนแล้ว”


    อวิ๋นซานไม่เคยทำนา แต่เธอรู้ว่าการทำนานั้นเหนื่อยมาก การเลี้ยงไก่ก็คงไม่ง่าย อุตส่าห์เก็บไข่มาเกือบเดือน ตัวเองยังไม่กล้ากิน แน่นอนว่าต้องอยากขายให้ได้ราคาดี ๆ การที่เขาขายถูกขนาดนี้ เธอรู้สึกเสียดายแทนครอบครัวของเขา


    อวิ๋นซานรู้สึกอึ้งไปบ้าง เธอนั่งยอง ๆ ข้างเขา มองดูไข่ไก่แล้วก็พบว่าไม่ต่างจากที่ขายในตลาดเท่าไหร่ ส่วนมันเทศดูดีทีเดียวลูกใหญ่และแห้ง ไม่เห็นรูหนอนเธอจึงถามว่า “สหายเหวย ขอแกะมันเทศดูข้างในหน่อยได้ไหม?”


    “ได้สิ พี่สะใภ้อยากกินเหรอ? น่าเสียดายที่ผมไม่ได้พกมีดมา ปอกเปลือกไม่ได้ เดี๋ยวผมไปยืมมีดให้…”


    อวิ๋นซานรีบพูดขัดจังหวะเขา “ไม่ใช่หรอก ฉันจะให้ลูกค้าดูมันเทศ เนื้อสีแดงกับเนื้อม่วงจะหวานกว่า เหมาะสำหรับต้มน้ำตาลที่สุด ส่วนเนื้อขาวกับเนื้อเหลืองจะนิ่มกว่า มีน้ำมาก อันนี้กินสดก็อร่อยนะ ใช่ไหมคะ?”


    เหวยเจาตอบว่า “ผมกินแล้วรู้สึกเหมือนกันหมด ไม่เคยแยกแยะละเอียดขนาดนั้น แต่ที่บ้านตากมันเทศแห้งไว้บ้าง ส่วนใหญ่เป็๲เนื้อแดงจริง ๆ”


    “งั้นถ้าขายมันเทศเท่าราคาตลาดล่ะ? ซื้อหนึ่งจินราคาปกติ ซื้อ 5 จินแถม 1 จิน ส่วนไข่ก็ขายราคาปกติ แต่ถ้าซื้อเยอะก็ลดราคาให้หน่อย เราเขียนคำโฆษณาให้โดดเด่นหน่อย รับรองว่าต้องมีคนซื้อแน่”


    อวิ๋นซานเคยขายเสื้อผ้ามาก่อน เทคนิคการขายบางอย่างใช้ได้กับทุกอย่าง


    เหวยเจาพยักหน้างง ๆ “พี่สะใภ้ว่ายังไงก็ทำตามนั้นเลยครับ”


    อวิ๋นซานเห็นเขาไม่มีความคิดเห็นอะไรเลย เธอเอียงหัวคิดครู่ใหญ่แต่ก็นึกคำโฆษณาไม่ออก เธอจึงต้องทำเองหาแผ่นไม้มาแผ่นหนึ่ง ใช้ชอล์กเขียนว่า ‘มันเทศหวานนุ่ม จินละหนึ่งเหมา ซื้อ 5 จินแถม 1 จิน’


    จากนั้นก็วางป้ายที่ไข่ด้วย เขียนราคาโดยตรงพร้อมส่วนลด ไข่ไม่มีอะไรต้องโฆษณามาก


    อวิ๋นซานเขียนเสร็จแล้วก็ถามเขาว่า “สหายเหวย จะ๻ะโ๠๲ขายของสักหน่อยไหม?”


    “อะไรนะ?” เหวยเจาลังเลทันที การให้เขาขนของ ยกของหรือต่อสู้กับใคร หรือแม้แต่สืบสวนติดตาม ล้วนเป็๲สิ่งที่เขาถนัดแต่การให้๻ะโ๠๲ขายของนี้… แต่มาคิดดูแล้ว เขาก็พยักหน้า ก็แค่ขยับปากเท่านั้น ไม่ได้เสียหายอะไร


    “ลดราคา ลดราคา รีบขายให้หมดจะได้กลับบ้านไปกินข้าว ซื้อมันเทศห้าจินแถมหนึ่งจิน…”


    เสียงของเหวยเจาดังก้อง แค่๻ะโ๠๲ครั้งเดียวครึ่งตลาดก็ได้ยิน


    พอได้ยินคำว่าลดราคา ในที่สุดก็มีคนเข้ามา


    เหวยเจาป่าวร้องไปสองสามครั้งแล้วเห็นว่าได้ผลจริง ๆ ก็รู้สึกฮึกเหิม ความมั่นใจและความกระตือรือร้นกลับมาทันที “...ใช่ ๆ หวานแน่นอน คุณลองชิมก่อนซื้อได้ มันเทศพวกนี้เหมาะที่สุดสำหรับต้มน้ำตาล ทำมันเทศอบแห้ง ทั้งหอมทั้งหวาน เลือกได้ตามใจชอบ…”


    คำว่าลดราคาจูงใจคนได้จริง ๆ แม้ว่ามันเทศพวกนี้สำหรับคนในเมืองที่กินอาหารสำเร็จรูปจะไม่ค่อยสนใจ แต่ราคาถูกและยังมีของแถม พอได้ยินว่าเอาไปต้มน้ำตาล ทำมันเทศอบแห้ง กินเป็๲ขนมก็ได้ ก็ลองซื้อสักหน่อยไม่เสียหาย


    อวิ๋นซานคอยช่วยส่งถุงอยู่ข้าง ๆ เหวยเจายุ่งจนทำไม่ทัน เธอก็ช่วยคิดเงิน รับเงิน ทอนเงิน


    ไข่ไม่มีมาก แค่ 50-60 ฟองก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว มันเทศมีทั้งหมดร้อยกว่าจิน หลังจากลูกค้าเลือกแล้วเลือกอีก ยังเหลืออีก 30-40 จิน พวกที่เหลือนี้ล้วนเป็๲หัวที่ไม่ค่อยสวย


    ท้องฟ้าเริ่มมืดลง คนส่วนใหญ่ซื้อผักเสร็จแล้วกลับบ้าน มันเทศพวกนี้คงจะเหลือ วันนี้คงขายไม่หมด


    เหวยเจาคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจลดราคาอีกครั้ง ซื้อห้าจินแถมสองจิน สุดท้ายก็ขายหมดเกลี้ยง ทั้งขายทั้งแถม


    เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย ในที่สุดวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กลับไปก็มีเ๱ื่๵๹ไปรายงานแม่แล้ว


    อวิ๋นซานมองดูท้องฟ้า จึงตัดสินใจจะกลับบ้านแล้ว ถ้าดึกไปจะไม่ปลอดภัย จึงบอกกับเหวยเจาว่า “สหายเหวย ฉันกลับก่อนนะ”


    “พี่สะใภ้ ผมไปส่งดีกว่า” เหวยเจารีบลุกขึ้นยืน เก็บตะกร้าใส่มันเทศและไข่อย่างคล่องแคล่ว ตั้งใจจะพาอวิ๋นซานไปนั่งรถแทรกเตอร์ของเขา จะได้เอาจักรยานไปด้วย


    อวิ๋นซานรู้สึกว่าไม่ต้องรบกวนเขา ตัวเองกลับไปจากที่นี่ก็ไม่ไกลเท่าไร แค่สิบกว่านาทีเท่านั้น


    เหวยเจาพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สะใภ้ช่วย วันนี้ผมคงขายไม่หมดแน่ ๆ ยังทำให้คุณเสียเวลาไปมาก ผมมีรถอยู่แล้ว ไปส่งคุณกลับก็สมควรอยู่ ฟ้ามืดแล้ว ถึงแม้ครอบครัวอวิ๋นโหย่วเต๋อจะไม่กล้ามาหาเ๱ื่๵๹คุณอีก แต่คนอื่น ๆ ผมก็ไม่กล้ารับรอง ยังไงก็ระวังไว้ก่อนดีกว่า”


    อวิ๋นซานคิดว่าก็จริงอย่างที่เขาว่า


    รถแทรกเตอร์ของเหวยเจาจอดอยู่นอกตลาด ทั้งสองคนต้องเดินไปประมาณยี่สิบเมตรเพื่อไปถึงรถ


    ในระยะทางสั้น ๆ นี้ ในที่สุดเหวยเจาก็ถามคำถามที่เขาอัดอั้นมานานออกมา “พี่สะใภ้ ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”


    อวิ๋นซานงงไปชั่วขณะ “ไม่มีนี่”


    เหวยเจาสงสัย “แล้วทำไมพี่สะใภ้ถึงออกมาขายของล่ะ?”


    บนถนนแทบไม่มีคนมาตั้งแผงขายของเลย คนที่ออกมาขายของล้วนเป็๲คนที่ครอบครัวลำบาก ไม่มีทางเลือก จึงต้องฝืนใจออกมา


    ในฐานะสหาย เขาไม่อยากเห็นครอบครัวของอีกฝ่ายเป็๲แบบนี้


    อวิ๋นซานพูดว่า “เพราะการตั้งแผงขายของทำเงินได้ แถมมีเวลาว่างเยอะขึ้น คุณไม่รู้หรอกว่าออกมาขายของแค่ไม่กี่วันยังได้เงินมากกว่าเงินเดือนตอนฉันทำงานเสียอีก”


    เธอก็เพิ่งรู้ว่าครอบครัวของเหวยเจาน่าจะลำบากจึงได้ออกมาขายมันเทศ ถ้าเป็๲แบบนี้ เธอก็อยากจะช่วยเปลี่ยนความคิดของเขาและบอกเขาว่าการตั้งแผงลอยขายของมันได้เงิน


    เหวยเจาเกาหัวแกรก ๆ “แต่พี่สะใภ้ มันก็ไม่มั่นคงนะ ดูผมเมื่อกี้สิ ถ้าไม่มีคนช่วย ผมคงขายไม่หมดแน่ ๆ มันเทศกับไข่ของผมเป็๲ผลผลิตจากบ้าน ขายไม่หมดก็เอากลับไปกินเองได้ ไม่ขาดทุนอะไร แต่ถ้าเป็๲แบบพี่สะใภ้ ที่ซื้อผ้ามาขาย ถ้าขายไม่ออกก็ขาดทุนเลยนะครับ”


    พูดแบบนี้ก็ไม่ผิด แต่อวิ๋นซานรู้ว่าตอนนี้เป็๲โอกาสที่ดี ถ้าไม่ขายตอนนี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงไม่มีโอกาสดี ๆ แบบนี้แล้ว


    “ฉันอยากมีเวลาที่ยืดหยุ่นเป็๲อิสระ เลยคิดว่าคงไม่สะดวกทำงานประจำแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าขายเสื้อผ้าไม่ได้กำไร ฉันก็จะขายอย่างอื่น ยังไงก็ต้องหาทางทำเงินให้ได้ การหาเงินได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ฉันไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองยังไง”