ยามปกติอวิ๋นต้าเฉียงอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งยังรักศักดิ์ศรีเป็ที่สุด ไม่ชอบให้อู๋กุ้ยฟางออกไปแก่งแย่งชิงดี เอาเปรียบ ก่อเื่ไร้สาระด้านนอก ทุกครั้งที่มีข่าวเื่อู๋กุ้ยฟางทะเลาะวิวาทลอยมาเข้าหู ไม่ว่าจะเป็เื่จริงหรือเท็จ นางมักจะถูกทุบตีอย่างหนักเสมอ อาการฟกช้ำดำเขียวนั้นถือเป็เื่เล็กน้อย มีครั้งหนึ่งถึงขั้นหัวแตก ต้องพักรักษาตัวอยู่นานกว่าจะออกจากบ้านได้
ทว่าถึงจะเป็เช่นนี้ หลังจากอู๋กุ้ยฟางสงบปากสงบคำไปได้ระยะหนึ่ง กิริยาเดิม ๆ ก็มักจะกำเริบกลับมาอีก อวิ๋นต้าเฉียงก็จนปัญญาเสียแล้ว ส่วนใหญ่จึงทำเป็หลับตาข้างหนึ่งเปิดตาข้างหนึ่ง ปล่อยนางไปตามใจ
อู๋กุ้ยฟางเห็นว่าโวยวายอยู่นานก็ไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย จึงทำได้เพียงยอมสงบปากสงบคำไม่ส่งเสียงอีก ชาวบ้านรอบ ๆ เห็นว่าเื่ซื้อที่ดินหมดหวังแล้ว ต่างก็แยกย้ายเดินทางกลับบ้านกันไป
อู๋กุ้ยฟางกัดฟันแค้นเคืองอยู่เงียบ ๆ นางกระทืบเท้าด้วยความโกรธ มองดูที่ดินนาที่กำลังจะหลุดมือถูกผู้อื่นแย่งชิงไป ในใจช่างระทมขมขื่นยิ่งนัก นางเคยต้องตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน?
นางรู้สึกกล้ำกลืนความแค้นนี้ไม่ลง จึงเปลี่ยนความคิดแล้วพึมพำว่า "บ้านพวกเขาไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน? ไม่ได้ละ ข้าต้องไปหาคนสืบดูเสียหน่อยแล้ว" พูดจบก็ฉุดดึงลวี่ผิงกลับเข้าหมู่บ้านไปหาพวกชอบยุ่งเื่ผู้อื่นเพื่อสืบข่าวคราว
อวิ๋นกุ้ยเห็นชาวบ้านรอบ ๆ แยกย้ายกันไปหมดแล้ว อู๋กุ้ยฟางก็เดินไกลออกไปแล้ว ถึงได้ถอนหายใจยาวออกมา สั่นศีรษะเอ่ยด้วยความจนใจว่า "อู๋กุ้ยฟางคนนี้ รับมือยากเกินไปแล้ว โวยวายจนข้าปวดหัวไปหมด"
อวิ๋นเฉิงซิ่วรู้ดีว่าเขาเกรงว่าทางอวิ๋นเม่าซานจะกดราคา จึงดึงอู๋กุ้ยฟางออกมาเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการต่อรองราคา หากเ้าให้ราคาสูงไม่ได้ ข้ายังไปคุยกับผู้อื่นได้ อย่างมากก็แยกขาย อย่างไรเสียเงินทองก็ขาดตกไม่ได้เด็ดขาด
อวิ๋นเฉิงซิ่วยิ้มแฉ่ง พลางเอ่ยกับอวิ๋นกุ้ยว่า "ท่านตาอวิ๋น วางใจเถิดเ้าค่ะ ผืนที่ดินนานี้รวมกับที่ดินดอน ราคาตลาดเท่าไรก็ให้ท่านเท่านั้น ไม่ลดเงินท่านแน่นอนเ้าค่ะ"
อวิ๋นกุ้ยหัวเราะแก้เขินออกมาเล็กน้อย เขาเอ่ยกับอวิ๋นเม่าซานว่า "ในเมื่อเอ่ยตกลงจะขายให้บ้านเ้าแล้ว ข้าก็ไม่คืนคำหรอก"
พูดพลางควักโฉนดที่ดินออกมาจากอกเสื้อ "นี่ไง ข้าเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว"
อวิ๋นเม่าเหอรับไปพิจารณาดูก่อน เป็โฉนดที่ดินถูกกฎหมายที่ประทับตราของที่ว่าการอำเภอ บนนั้นเขียนตำแหน่งที่ตั้ง สภาพที่ดิน ความยาวและจำนวนหมู่ของที่ดินนาและที่ดินดอนไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังลงนามของอวิ๋นกุ้ยไว้อีกด้วย
"อืม ไม่ผิด เป็โฉนดที่ดินของผืนนี้จริง ๆ " อวิ๋นเม่าเหอยื่นโฉนดที่ดินส่งให้อวิ๋นเม่าซาน "พี่เม่าซาน ท่านลองดูสิ"
อวิ๋นเม่าซานรับโฉนดที่ดินไป พลิกดูรอบหนึ่ง ตราประทับใหญ่และการประทับลายนิ้วมือเหมือนกับโฉนดที่ดินผืนเดิมของตนเองไม่มีผิดเพี้ยน ไร้ปัญหาอันใด
"พวกเรามาวัดความยาวกันเถิด" อวิ๋นเม่าเหอนำสายตลับวัดหนังออกมา นี่คืออุปกรณ์วัดที่ดินตามมาตรฐานที่หมู่บ้านจัดเตรียมไว้ การซื้อขายที่ดินในหมู่บ้านต้องใช้สิ่งนี้วัดผ่านความยินยอมของทั้งสองฝ่ายถึงจะถือว่าใช้ได้
อวิ๋นเฉิงเฟิงช่วยวิ่งวุ่นวัดขนาดที่ดินนาและที่ดินดอนจนเสร็จสิ้น รอจนทั้งสองฝ่ายยอมรับจำนวนสิบเอ็ดหมู่ตามโฉนดที่ดินเรียบร้อย อวิ๋นเม่าซานก็ดึงตั๋วเงินมูลค่าแปดสิบตำลึงออกจากตั๋วเงินที่เฉินซื่อยื่นให้ แล้วยื่นส่งให้ท่านตาอวิ๋นกุ้ย
"ท่านลุงอวิ๋น ที่ดินนาชั้นดีหกหมู่ ตกหมู่ละสี่สิบแปดตำลึง ที่ดินดอนชั้นดีห้าหมู่ ตกหมู่ละสามสิบตำลึง รวมเป็เงินเจ็ดสิบแปดตำลึง นี่คือตั๋วเงินแปดสิบตำลึง ท่านลองนับดูว่าถูกต้องหรือไม่"
อวิ๋นกุ้ยรับตั๋วเงินไปด้วยสีหน้าคลางแคลงใจ แม้ปากจะบอกว่าไม่คลางแคลงใจว่าอวิ๋นเม่าซานจะมีกำลังทรัพย์หรือไม่ ทว่าแท้จริงในใจกลับมีความกังขาอยู่บ้าง เพียงแต่เห็นแก่หน้าอวิ๋นเม่าเหอจึงไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ เท่านั้นเอง
เขาหยิบตั๋วเงินขึ้นมาพิเคราะห์ดูทีละฉบับ รู้สึกว่ามิได้แตกต่างจากใบที่บุตรชายนำกลับมาเลยแม้แต่น้อย เขาขบคิดในใจ 'ยังดีที่ข้ารู้จักตั๋วเงินพวกนี้ หากเป็พวกไม่เคยพบเจอโลกกว้าง คงไม่กล้ารับไว้แน่!'
"ฮ่า ๆ ไม่ผิด ๆ แล้วภาษีโอนโฉนดที่ดินเล่า?" อวิ๋นกุ้ยเอ่ยถาม
"วางใจเถิด เื่ภาษีทางข้ารับผิดชอบเอง" อวิ๋นเม่าซานตบอกตนเอง
"เช่นนั้นก็ดี ๆ " อวิ๋นกุ้ยหยุดชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ "รอทางข้าเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จ เ้ายังต้องปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวไม่ใช่หรือ ประจวบเหมาะที่บ้านข้ายังมีเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีเหลืออยู่อีกถุงหนึ่ง มอบให้เ้าไปพร้อมกันเลย จะได้ไม่ต้องไปหาซื้ออีก"
"ดีเลยขอรับ เช่นนั้นเศษสองตำลึงนี้ก็ไม่ต้องทอนคืนแล้ว ถือเป็เงินค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีไปเลย" อวิ๋นเม่าซานก็ไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียว ขอเพียงอีกฝ่ายใจกว้าง เขาก็ไม่ใช่คนเื่มากเช่นกัน
"ฮ่า ๆ ๆ เป็คนตรงไปตรงมาจริง ๆ ! วางใจเถิด ไม่ปล่อยให้เ้าต้องขาดทุนหรอก" ท่านตาอวิ๋นกุ้ยเองก็ตัดใจได้แล้ว
เขาหัวเราะร่าเอ่ยว่า "เครื่องมือทำเกษตรของข้า รอเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จแล้วจะยกให้เ้าหมดเลย จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อใหม่"
"ตกลงตามนี้!"
ยามเซ็นสัญญาซื้อขาย ทั้งสองฝ่ายลงนามประทับลายนิ้วมือ ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน ต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ตน้า ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย