ขบวนราชทูตอาร์นาโทสเดินทางอ้อมยังที่ที่มีหิมะน้อย ปกติ การเดินทางในฤดูที่มีหิมะจะไม่ทำกัน ยกเว้นเส้นทางแถบนี้ที่ไม่มีหิมะตก จะมีแค่อากาศหนาวประปราย และเป็ที่ที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อนด้วย
จุดนัดเจรจาการทูตคือหุบปราสาทของเคาน์ฝั่งทาง เวอร์รากีอุส ตัวแทนเจรจาเป็ดยุกโอเอน แห่งตระกูลบริทเทรย์ ซึ่งตามปกติถ้าไม่ติดอากาศหนาวก็คงต้องไปเจรจากันที่โยฮันตันนครหลวงของเวอร์รากีอุส เพื่อเข้าเฝ้าพระชาชาไปแล้ว
แตงโมมีที่มาถึงป้อมชายแดนของอาร์นาโทส ก่อนจะนัดเวลาเข้าเจรจรกันที่ฝั่งตรงข้าม ได้ยืนเหม่อลอยมาได้สักระยะ
“เ้าเป็อะไรน่ะ ใจไม่อยู่กับร่องกับรอยมาั้แ่เดินทางแล้ว?”...เซรมี่ถาม
“เปล่า”...แตงโมตอบแบบเลี่ยงๆ
“ข้าไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่มันจะกระทบการงาน นี่มันมีหลายชีวิตเข้ามาเกี่ยวจะดีมากถ้าเ้าช่วย...”...เซรมี่ยังไม่ทันพูดจบ
“ข้ารู้น่า ข้าก็แค่มีอะไรให้คิดนอกจากเื่งานบ้านนิดหน่อยก่อนจะถึงการเจรจาจริงๆแค่นั้น”...แตงโม
เมื่อหลายวันก่อนเดินทาง แตงโมเข้าไปหาเรเอมที่ตำหนักส่วนพระองค์ นางเป็กันเองกับพระาามากที่สุด
“ดูเ้าร่าเริงตลอดเวลาเลยนะ วันก่อนยังร้องไห้อยู่แท้ๆ ข้าล่ะอิจฉาจริง”...เรเอมแซว
“เพราะมีพวกเ้า ข้าถึงร่าเริง และที่ข้ามีความสุขก็เพราะเ้านะเรเอม”...แตงโมยิ้มแล้วจับดอกไม้ในอุทยานตำหนักในดูเล่น
เรเอมถึงแตงโมล้มลงบนพุ่มไม้พื้นหญ้าอุทยาน
“เฮ้ย .. เล่นอะไรเรเอม ชุดข้ายับหมดแล้ว”...แตงโมบ่น
เรเอมเอามือท้าว วางข้างๆ หัวนางทั้ง 2 ข้างแล้วก้มมอง
“อะไร?”...แตงโมถามแบบเสียงสั่นๆ
“มีความสุขเพราะข้า?...จริงๆ น่ะเหรอ?”...เรเอมถาม
“ถ้าข้าโกหกจะมาคุยมาเล่นกับเ้าถึงในวังเหรอไง? ...เข้าออกก็ยากไม่รู้จะตรวจค้นอะไรนักหนา ไกลก็ไกล นี่ข้ามาก็เพราะว่าอยู่กับเ้าและสบายใจหรอกนะ”...แตงโมตอบ
“งั้นก็อยู่กับข้าสิ”...เรเอมถามจริงจัง
“เอ๋..!?...เ้าถาม...อุ๊!!!!”...แตงโมยังอ้าปากพูดไม่ทันจบ
ปากเรเอมก้มลงมาประกบจูบแตงโม
“!!!!!!!!!”....แตงโมตะลึง
เรเอมทิ้งตัวทับลงมาแนบตัว อกทับอก ตักทับตัก แขนทั้ง 2 ข้างจับข้อมือแตงโมไว้
จุ๊บส์
จุ๊บส์
..
..จุ๊บส์.....จุ๊บส์
เรเอมค่อยๆ ถอนปากออกมา แต่ปากจะแตะกันและกันอยู่
“ข้ารักเ้า แตงโม ั้แ่วันแรกที่เ้ามา ั้แ่ฝึกกับเ้า ั้แ่ออกตระเวนต่อสู้กับขุนพลปีศาจ จนมารวมทัพหลวงเข้าสู้าาปีศาจ ไม่มีเวลาไหนเลยที่ข้าไม่คิดถึงเ้า ข้ากลัวเ้าจะจากไป แต่พอรู้ว่าเ้าไม่อาจกลับ ข้าก็อยากให้เ้าอยู่กับข้า เคียงคู่ข้า แตงโม.....”...เรเอมพูดจบก้มลงไปจูบอีก
จุ๊บส์ จุ๊บส์ ....จุ๊บส์.....จุ๊บส์
จากนั้นผละปากมาหอมแก้ม หอมผม แล้วจูบที่เปลือกตา
แต่พอมีบางสิ่งที่หว่างขาของเรเอมแข็งตัวชนกับเนินผ้าภายนอกของนาง แตงโมก็รีบผลักเรเอมออก
“เ้า...ฉวยโอกาสนะ....ข้า...”...แตงโมหายใจยาวๆเฮือกใหญ่หลังพูดจบ
“แต่เ้าก็ไม่ได้ดิ้นนี่แขนเ้าก็ไม่ได้ออกแรงบิดหนีข้าด้วยซ้ำ ไม่แม้จะหันหน้าหลบ...”...เรเอมคว้าหัวแตงโมมาไว้ที่อกแล้วก้มจูบโดยประคองไว้ มืออีกข้างแกะกระดุมเสื้อแตงโมล้วงเข้าไปจับอกข้างหนึ่ง
แตงโมพยามจะดึงมือเรเอมออกแต่ไม่เป็ผล ปากก็โดนจูบ อกก็โดนจบ เรเอมจูบจูบพักใหญ่ มือก็คลึงอกไป แต่มาจบที่เรเอมพยามสอดมือเข้าไปในกางเกงเครื่องแบบของแตงโม
แตงโมกระชากตัวเองออก
“นี่ เรเอม!!”
เรเอมโผเข้ามาซบที่อกแตงโมที่มีเต้าถันโผล่ออกมานอกเสื้อ1 ข้างของแตงโม แล้วขบดูดพร้อมกอดเอวแตงโมไว้
“อย่าไปจากข้านะ เป็ราชินีให้ข้าเถอะ แตงโม ข้าอยากตื่นมาเจอเ้าทุกๆ วัน”...เรเอมพูดไปทั้งๆ ที่ปากยังอยู่กับยอดปลายอกของแตงโม
ดำเนินไปอยู่ครู่ใหญ่ๆ แตงโมลูบผมเรเอม
ก่อนที่จะมีรายงานขุนนางเข้าเฝ้า ทั้งคู่จึงรีบผละจากกัน จากนั้นแตงโมก็ไม่ไปหาเรเอมอีกจนกระทั้งเดินทาง
ถ้าตอบรับ กลับไปก็ต้องอภิเษกสมรส เป็ราชินีของอาร์นาโทส แต่ถ้าสมมุติว่ามีเหตุให้แตงโมกลับบ้านได้ขึ้นมา นางจะทำยังไง นั่นคือสิ่งที่แตงโมคิด
.....
นานนับเดือนแล้ว ที่อลันออกจากซเปลมา เขาอดเป็ห่วงไม่ได้ว่าแอนจะเป็ยังไง หนังสือส่งข่าวมาจากนกนำสาร อลันรีบแกะอ่าน เป็จดหมายจากแอนเขียนถึงความเรียบร้อยของงานที่เสร็จสิ้น และพูดถึงเื่กำลังจัดการบริหารให้อยู่ตัวอีกสักพัก
“...หิมะเริ่มน้อยแล้ว เป็ห่วงอลันจังเลย กลัวจะทนหนาวไม่ได้ถ้าผ้าคลุมที่ให้ไปไม่พอ ก็ต้องหามาห่มเพิ่มนะคะ จะรีบตามไปนะคะ ... ...แอน...”
...คนอ่านออกเสียงคือเอียนน์..
“องค์ชาย!! มาแอบยืนอ่านจดหมายคนอื่นทำไมเนี่ย!!!”....อลันโวยวาย
“เอ้า ก็เห็นเ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนอ่าน ข้าก็เลยสนใจอยากมาดู ก็แค่นั้น”...เอียนน์เกาคางไปพูดไป
“เสียมารยาทที่สุด!!”...อลันโวยวายต่อ
“ก็..แหม..เห็นบอกว่ารักและคิดถึงผู้กล้าแตงโม ไอ้เราก็นึกว่าจะไม่หวั่นไหวกับอะไรแล้วซะอีก ที่ไหนได้...”...เอียนน์เกาคางแซวต่อ
“นี่แค่จดหมายเ้านายห่วงลูกน้อง ปัดโธ่!! ข้ายิ้มก็แค่ดีใจที่นายสบายดี ก็แค่นั้น”...อลันโวยวานอีก
“อมยิ้มเวลาอ่านตอนท้าย ่ที่นางเป็ห่วงเ้า และแถมยิ้มออกมาจริงๆ ตอนที่บอกว่าจะตามมา ....ข้าว่า......โอ๊ย!!”....เอียนน์ยังไม่ทันพูดจบก็โดนใยด้ายมันรวบไว้ห้อยกับขื่อเพดาน
มอร์ดัสเข้า แล้วเงยหน้าขึ้นไปมอง
“องค์ชายเล่นอะไรน่ะ?”
“ไม่ได้เล่น... อลันเขินที่ข้าจับได้ว่าเขาชอบใจที่เลดี้แอนเป็ห่วงเขา..อ๊ะ... ..โอ๊ยๆ..”...เอียนน์โดนใยรัดแน่นกว่าเดิม
“ไหน...”...มอร์ดัสเอาจดหมายขึ้นมาอ่าน
แล้วรีบวิ่งออกไปนอกห้องยังลานฝึกซ้อมของป้อมแล้วะโอ่านท่อนท้ายๆจนพวกทหารชะเง้อหน้าออกมาขำมอร์ดัสมากกว่าที่จะขำเนื้อหาใจจดหมาย
และจบที่มอร์ดัสโดนแขวนริมระเบียงยอดหอตรงลานฝึกซ้อมด้วยโซ่ยาวในลานฝึกซ้อมจากออร่าของอลัน
“ข้าผิดไปแล้ว อลัน เอาข้าลงเถอะ”...มอร์ดัสกล่าวด้วยน้ำเสียงท่อๆ เหมือนท่องมาพูด
“เสียงไม่ได้รู้สึกผิดเลยนะ!!!”...อลันเอะอะยกใหญ่ ด้วยความอาย

สักพักมีทหารคนหนึ่งเข้าห้องที่เปิดประตูอ้าไว้ ซึ่งเอียนน์โดนแขวนอยู่
“นี่เ้า เอาข้าลงทีสิ ปล่อยไว้แบบนี้เ้าอลันไม่เอาข้าลงไปแน่”
“ได้สิพระเ้าข้าองค์ แต่ต้องแยกชิ้นนะ”....พูดจบทหารซัดบางสิ่งออกไป
เคร้ง!!
ห่วงแบนที่แสนจะคมกริบโดนโซ่ของอลันตวัดฟาดจนแตก อลันกระชากองค์ชายที่โดนมัดลอยออกจากหน้าต่างมาไว้ที่หลังตัวเองแล้วปลดโซ่รัดมอร์ดัสลงมา
“นักฆ่าเหรอ?”..อลันถาม
ชุดทหารถูกถอดออก
“ใช่ ข้านักฆ่า 1 ใน 13 อสูรมือสังหารขององค์กรหัตถถ์อสูร”