บทที่ 120 เดินทาง
หวงซีเฉิงทำงานอย่างรวดเร็วจริงๆ ผ่านไปเพียงคืนเดียวก็มีคำสั่งของทางการออกมาแล้ว ตระกูลหลี่ได้แต่รับคำสั่งนั้นด้วยท่าทางสับสนมึนงง ผู้นำตระกูลมองหน้าเจ้าลูกชายตัวแสบที่ออกจากบ้านไปเพียงวันเดียว กลับมาอีกทีก็ได้รับคำสั่งให้ติดตามว่าที่สามีไปทำงานข้างนอกเสียแล้ว
มารดาของเขาอยากจะตีเจ้าลูกชายตัวแสบนี้สักสองสามที นางรู้ว่าถ้าชิงหมินไม่ยินยอม คำสั่งนี้ย่อมไม่มีรายชื่อของเขาแน่ ถึงจะเป็นแบบนั้น ... ในเมื่อเรื่องราวออกมาเช่นนี้แล้ว นางจะทำอะไรได้ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาไปอยู่ในค่ายทหารด้วยกันมาหลายเดือนหรอกหรือ? เช่นนั้นก็ทำได้แค่หลับหูหลับตาข้างหนึ่งแล้ว
ชิงหมินส่งจดหมายหาอันลี่ถิงอย่างเป็นทางการทันที เขารู้ว่าก่อนที่นางจะได้รับจดหมายนี้ ย่อมต้องผ่านผู้นำตระกูลกุยรวมไปถึงอาจจะมีคนขององค์ชายสามที่จะได้อ่านมันก่อนน้องสาวต่างมารดาของเขาเช่นนี้ แน่นอนว่านอกจากจดหมายที่เขาส่งหาตระกูลกุยแล้ว ชิงหมินยังส่งจดหมายหาตระกูลอันด้วย...
เขาพูดเปรยๆเกี่ยวกับการที่อันลี่ถิงต้องการความช่วยเหลือจากเขาเพื่อการเจรจาการค้าให้สกุลกุย แน่นอนว่าไม่ได้พูดถึงองค์ชายสาม แต่เนื้อความในจดหมายก็มากพอที่จะทำให้เข้าใจได้ว่าอันลี่ถิงอยู่ในตระกูลกุยนั้นไม่ได้รับการปกป้อง แถมยังคิดจะใช้งานบุตรีของเขาอีกด้วย
ชิงหมินต้องทำถึงขนาดนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลกุยกล้ารับปากใครส่งเดชอีก นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่องค์ชายสามจับจุดอ่อนของเขาได้ เขารู้ว่าตัวเขาสามารถผ่านมันไปได้ แต่อันลี่ถิงที่ควรจะมีชีวิตสงบสุขไม่จำเป็นต้องมาวุ่นวายกับเรื่องการแย่งชิงอำนาจนี้
ผู้นำตระกูลอันเป็นคนดี ต่อให้นางไม่ได้สนใจบุตรีคนนี้มากนัก แต่เขาก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้คนอื่นใช้งานนางมากไป ดีไม่ดีอาจจะเกิดปัญหาตามมาถึงตระกูลอันในภายหลังก็ได้
ดังนั้น นอกจากผู้นำตระกูลกุยจะได้รับจดหมายปฏิเสธจากหลี่ชิงหมินแล้ว เขาก็ยังได้รับเทียบเชิญจากตระกูลอันอีกด้วย กลายเป็นว่าเบื้องหลังของเขาที่มีองค์ชายสามนั้น ทำให้ต้องรับมือจากผู้คนมากมายจนน่าปวดหัวแล้ว ครั้งหน้า...เขาไม่มีความกล้าที่จะแตะต้องสะใภ้คนนี้อีกแล้วจริงๆ
ยังดีที่สามีของอันลี่ถิงเป็นคนดีพอสมควร ก่อนหน้านี้เขาได้ออกตัวแทนนางแล้วว่าไม่อยากให้ตระกูลใช้งานนางเช่นนี้ ถึงเขาจะปฏิเสธบิดาซึ่งเป็นผู้นำตระกูลอย่างเด็ดขาดไม่ได้ ทว่าเขาก็อยู่ให้กำลังใจและคิดจะปกป้องสตรีของเขาในแบบที่เขาทำได้ หากบุรุษผู้นี้ไม่ดูแลอันลี่ถิงให้ดี ชิงหมินอาจจะร่อนจดหมายอีกฉบับถึงหัวหน้างานของเขาโดยตรง และมันคงจะทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น
ขบวนเดินทางเตรียมพร้อมแล้ว สมาชิกในเมืองหลวงเกือบครึ่งหนึ่งต้องเดินทางเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยใช้แท่งเตือนภัยที่กลุ่มการค้าสกุลทงให้มาเป็นจุดมุ่งหมาย ระหว่างนั้นยังให้เตรียมเสบียงอาหารและยาเพื่อความช่วยเหลือหมู่บ้านขนาดเล็กบนภูเขาระหว่างทางไปด้วย
สาเหตุที่พวกเขาถึงกับขอแรงแม่ทัพใหญ่เช่นนี้ เป็นเพราะจุดมุ่งหมายที่ท่านแม่ทัพกำลังจะเดินทางไปนั้นมีคำร้องมาที่วังหลวงหลายต่อหลายครั้งแล้ว พวกเขาร้องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ในหุบเขาที่ชอบมาก่อความวุ่นวาย กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่ง และมีสัญญากับองค์จักรพรรดิพระองค์ก่อนเกี่ยวกับสิทธิในการปกครองตนเอง แม้ว่าจะต้องส่งค่าคุ้มครองให้กับอาณาจักรเซิน แต่มันก็ไม่นับว่าเป็นจำนวนมากมายอะไร
เผ่าพันธุ์ขนาดเล็กนี้มีความแข็งแกร่งมาก พวกเขาใช้ชีวิตอยู่กับการต่อสู้กับสัตว์ป่าและสัตว์ร้ายจำนวนมาก ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตแบบแยกกันอยู่ค่อนข้างดี ทว่า...หลายปีมานี้เริ่มมีปัญหามาก
ก่อนหน้าที่แม่ทัพใหญ่หวงผู้เป็นบิดาซีเฉิงจะจากไป พวกเขาเคยได้รับคำสั่งมาก่อนแล้ว เพียงแค่ยังไม่ใช่คำสั่งที่เป็นทางการเท่านั้น องค์จักรพรรดิเปรยๆมาว่าต้องการให้เขาไปจัดการให้เรียบร้อย ชี้แจงเรื่องการใช้ดินแดนและเขตป่าให้ถูกต้องเพื่อที่ชาวบ้านของอาณาจักรเซินจะได้ไม่ถูกทำร้ายอีก
น่าเสียดายที่บิดาของเขาถูกจัดการไปเสียก่อน ดังนั้นจึงมอบหน้าที่นี้ให้กับแม่ทัพใหญ่คนต่อไป กระนั้นก็ไม่มีความสำเร็จใดๆเกิดขึ้น ทุกครั้งที่ไปล้วนกลับมาพร้อมกับร่องรอยความเสียหายให้อับอาย และมันก็ยิ่งทำให้เผ่าพันธุ์ขนาดเล็กนี้ได้ใจมากขึ้นไปอีก
ครั้งนี้เพื่อจัดการให้เหมาะสม และไม่ได้ไปในฐานะ “ศัตรู” องค์จักรพรรดิจึงมอบหมายงานนี้ควบคู่ไปด้วย พระองค์คาดหวังว่าปัญหารุกรานนี้จะถูกจัดการโดยเร็ว แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้น....กองทัพของแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ควรจะพลาดท่ากลับมา
เวลาของกลุ่มการค้าสกุลทงในเมืองหลวงเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น ช่วงนี้ตระกูลใหญ่ๆได้แลกเปลี่ยนสิ่งของที่ตนเองอยากจะได้ไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถเริ่มงานได้ทันที
ชิงหมินมาร่วมขบวนตั้งแต่เช้าตรู่ เขาไม่ได้แต่งตัวโอ่อ่าเหมือนกับขุนนางใหญ่โตทั้งหลายที่ร่วมขบวนไปด้วยกัน ตอนนี้ขบวนมีคนเกือบ 2000 คน แต่เขารู้ว่าต่อไปทั้งขบวนนี้จะแบ่งออกไปกันคนละทิศละทาง โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 500 – 800 คน ต่อหนึ่งกลุ่ม
ขบวนของหวงซีเฉิงได้รับมอบหมายดำเนินการติดตั้งแท่งเตือนภัย 2 จุด ดังนั้นจึงมีคนค่อนข้างมาก เขานำไปแต่พวกทหาร ผู้รักษา และพวกจัดการเสบียงอาหารให้ โดยทหารมีจำนวนมากที่สุด ทำให้การเดินทางนี้จะรวดเร็วมากกว่าขบวนอื่นๆ
“องค์รัชทายาทเสด็จ” เสียงร้องของทหารผู้หนึ่งดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนได้เห็นอย่างดี ปรากฏว่างานนี้ แม้แต่องค์รัชทายาทก็ยังได้รับมอบหมายมาด้วย
หลี่ชิงหมินรู้ว่าพวกเขาไม่ได้เดินทางไปด้วยกันจนสุดทาง แต่เกือบครึ่งวันนี้ยังต้องเดินทางไปด้วยกันอยู่ การเดินทางนี้คงจะถูกจับตามองโดยคนจากหลายๆฝ่ายเป็นแน่ ไม่มีใครอยากจะให้องค์รัชทายาทและแม่ทัพใหญ่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ชิงหมินก็ไม่มั่นใจว่าแท้จริงแล้วนี่เป็นเจตนาขององค์จักรพรรดิหรือไม่ ถ้าใช่...เช่นนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าในสายตาของพระองค์ บุตรชายที่ต้องการสนับสนุนให้ขึ้นครองบัลลังยังคงเป็นองค์รัชทายาทผู้นี้
ไม่กี่วันก่อน องค์ชายรัชทายาทมีชื่อเสียงที่ไม่ดีมาจากพระชายาของตนเอง ยังดีที่เขาเด็ดขาดและไม่เห็นแก่พวกพ้องของตนจนกระทำความผิดและช่วยปิดบัง ดังนั้นหลายคนจึงยกย่องเขาไม่น้อย แต่การที่เสียตระกูลฝั่งพระชายาไปจากการสนับสนุน ย่อมทำให้เขาลำบากไม่น้อย
คนตัวเล็กนั่งรออยู่ในรถม้าอย่างสบายๆ องค์รัชทายาทเอ่ยปากต่อทุกคนว่าไม่ต้องมากมารยาท เช่นนั้นนอกจากจะยืนคำนับอีกฝ่ายแล้ว ชิงหมินก็สามารถซ่อนตัวอยู่บนรถม้าเพื่อไม่ให้ตนเองต้องอึดอัดใจได้อยู่
สายตาของเขามองดูขบวนขององค์รัชทายาทที่มีขุนนางมากมายติดตามอยู่ด้านหลัง คิดไม่ถึงว่าหนึ่งในนั้นจะมีคุณหนูจางที่เพิ่งพบเจออยู่ด้วย ครานี้นางไม่แม้แต่จะเฉียดมาใกล้แม่ทัพใหญ่และพวกเขา ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจจึงเฝ้าสังเกตท่าทีสูงส่งของนางอยู่ห่างๆ เกรงว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะมีแผนการชั่วร้ายอันใดอีก
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตา จางหลิวอี้หันมามองหลี่ชิงหมินพร้อมทั้งคลี่ยิ้มให้กับเขา รอยยิ้มนี้ไม่ได้ดูเหมือนคนที่เป็นศัตรูกันอีกแล้ว เขาถึงกับประหลาดใจ
คุณหนูจางไม่ได้เสียเวลามากนัก นางยังคงใช้เสน่ห์ทั้งหมดของตนเอง ทว่าบุรุษที่นางอยู่เคียงข้างกลับเป็นองค์รัชทายาทแทนแม่ทัพใหญ่ เช่นนี้...ไม่ได้หมายความว่านางเปลี่ยนเป้าหมายไปอย่างสิ้นเชิงแล้วหรอกหรือ? แต่มันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ!
ไม่ใช่แค่ชิงหมินเท่านั้นที่สงสัย หลายคนแอบคิดด้วยซ้ำว่าที่ผ่านมาพวกเขาเข้าใจผิดกันไปเอง ชื่อเสียงของวีรสตรียังคงอยู่ ยิ่งนางพยายามจะช่วยเหลือผู้คนมากมายเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์นี้ชัดเจนมากขึ้น จริงอยู่ที่ชื่อว่า “วีรสตรี” เหมาะสมกับ “วีรบุรุษ” มากกว่า แต่....มันก็เลื่อนขั้นขึ้นเป็น “มารดาของแผ่นดิน” ในอนาคตได้
ผู้คนมากมายเริ่มคิดไปต่างๆนานา และดูเหมือนว่าตระกูลจางกำลังจับจ้องตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทอยู่เช่นกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว องค์รัชทายาทก็สามารถกลับไปยืนในตำแหน่งที่มั่นคงเหมือนเดิมได้ เทียบกันกับตำแหน่งตระกูลจางกับตระกูลเดิมของพระชายาแล้ว ฐานะไม่ได้ต้อยต่ำไปกว่ากันเลย
“เจ้าคงเตรียมของกินมามากมายแล้วหรือไม่” เสียงทุ้มขยับเข้ามาใกล้ แม่ทัพใหญ่ผู้นี้ไม่สนใจติดตามองค์รัชทายาท เขากลับควบม้ามาวนเวียนอยู่แถวๆรถม้าของหลี่ชิงหมินแทน
การแสดงออกที่ใส่ใจต่อว่าที่ฮูหยินของตนเองเช่นนี้ทำให้ขุนนางมากมายที่ลอบมองดูอยู่รู้สึกว่าปีศาจร้ายตนนี้ได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อมีออกทำภารกิจ ปีศาจร้ายคนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าบิดาของเขาเสียอีก ไม่มีผ่อนปรน ไม่มีไว้หน้าผู้ใด ในขณะที่บิดาของเขายังพูดคุยกับพวกขุนนางระดับสูงได้บ้าง ตัวเขากลับนิ่งเฉยและควบม้าอยู่ด้านหน้า ทำราวกับว่าหน้าที่ของตนเองมีเพียงการทำงานเท่านั้น
เวลานี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาควบม้ามาอยู่กลางขบวน ทั้งยังเอ่ยถามคนอื่นอย่างเป็นห่วงเป็นใยเช่นนี้
“ข้าเตรียมมาแล้ว” หลี่ชิงหมินพยักหน้ารับ เขาซื้อขนมมาตุนไว้มากมาย ซึ่งนอกจากขนมแล้ว ก็ยังเตรียมข้าวของอื่นๆเพิ่มเติมด้วย
ชิงหมินเกรงว่าตนที่ได้แย่งตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของนางเอกมาแล้ว จะไม่ได้มีชีวิตที่สงบสุขเหมือนกับที่วาดฝันเอาไว้อีก บทพระรองตอนนี้หายไปเสียแล้ว เขาไม่ถือว่าเป็นพระรองอีกต่อไป ในอนาคตถ้าเจอนางเอก...นางก็อาจจะมองว่าเขาเป็นศัตรู เป็นตัวร้ายที่กำลังแย่งชิงตำแหน่งของนางอยู่
เขาไม่ชอบมีปัญหา แต่ถ้ามีปัญหารออยู่ด้านหน้า เขาก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับมันเช่นกัน
“ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ข้างหน้านี้ไม่มีงานของเจ้า ข้าพาเจ้าไปท่องเที่ยวเท่านั้น” หวงซีเฉิงรู้ว่าชิงหมินกำลังกังวล จากคิ้วเรียวของเขาที่ขมวดมุ่นอยู่
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”
“อืม ระหว่างเดินทางร่วมขบวนกับผู้อื่นนี้เจ้าก็อดทนหน่อยเถอะ เดี๋ยวแยกทางกันเมื่อไร เจ้าจะสามารถไปนั่งเล่นบนหลังของสิงโตน้อยของเจ้าได้”
“ข้าเข้าใจ”
“ดีแล้ว” สองคนสนทนากันอีกไม่กี่คำก่อนที่ความเงียบจะเข้ามาปกคลุม กระนั้นระหว่างพวกเขาก็ไม่มีความอึดอัดใจใดๆ กลับเป็นเพียงความสงบให้กันเท่านั้น
ขบวนการเดินทางที่เรียบง่ายนี้ส่งเสียงดังกันไปตลอดทาง อาจจะเป็นเพราะพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางเท่านั้นจึงยังไม่เหน็ดเหนื่อยใดๆ ชิงหมินไม่มีคนรบกวนเนื่องจากข้างรถม้าของเขาคือแม่ทัพปีศาจ ดังนั้นจึงสามารถนำตำราเกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพรออกมาอ่านเพิ่มเติมได้
ตอนนี้ค่าประสบการณ์ของเขาในการเพาะปลูกดีมาก ชิงหมินรู้สึกว่าตนเองกำลังจะทำตัวเหมือนนางเอกซือซือขึ้นไปทุกทีๆแล้ว ถึงจะอยากหัวเราะออกมา แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้
นางเอกของเรื่องมีพรสวรรค์อยู่กับตัวของนางเอง ส่วนเขาต้องใช้ความพยายามและทำความเข้าใจพืชแต่ละชนิดให้ดี นอกจากนี้ยังต้องลงมือเพาะปลูกซ้ำๆจึงจะได้รับความเชี่ยวชาญมา ในจุดนี้เขายังแตกต่างอยู่มาก ในขณะที่นางเอกปลูกพืชหายากที่มีเพียงต้นเดียวขึ้นมาได้ทันที หากเป็นเขา...กลับจะทำให้พืชหายากนั้นเสียหายได้ในครั้งแรก ดังนั้นความแตกต่างนี้ไม่รู้ว่าจะทำให้เขารอดพ้นไปจนถึงฝั่งหรือไม่
หลี่ชิงหมินพยายามเตรียมพร้อมสู่อนาคต สมุนไพรที่เขาเริ่มอ่านในช่วงนี้เป็นสมุนไพรที่เกี่ยวกับโรคระบาดซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต มันคือโรคระบาดใหม่และไม่มียาสำหรับรักษาได้อย่างทันท่วงที ดีที่นางเอกยื่นมือเข้ามาจัดการได้สำเร็จ ดังนั้นผู้คนในอาณาจักรเซินจึงรอดตายกันได้
สำหรับความสนใจของหลี่ชิงหมินนี้ หวงซีเฉิงไม่คิดจะวุ่นวายด้วย คนตัวเล็กผู้นี้ชอบอ่านตำราหรือวรรณกรรมอยู่แล้ว อีกทั้งเขาก็ยังชื่นชอบความสงบเช่นนี้ด้วยเช่นกัน ผ่านไปเพียงชั่วกระพริบตา ในที่สุดขบวนเดินทางนี้ก็หยุดลง
องค์รัชทายาทมีคำสั่งให้พักกลางวันที่นี่ อันที่จริงการเดินทางที่เพิ่งเริ่มต้น ส่วนใหญ่แล้วผู้คนจะมีอาหารติดตัวมาเอง หรือบางทีอาจจะเตรียมอาหารแห้งเอาไว้แล้วสำหรับ 2-3 วันสำหรับการเดินทางด้วยซ้ำ
แต่ครั้งนี้ องค์รัชทายาทรู้ว่าเขาจะต้องแยกจากขบวนของแม่ทัพใหญ่ผู้หาจับตัวยากแล้ว ดังนั้นจึงต้องการเปิดโอกาสให้ตนเอง ต่อให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกสักชั่วโมงก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเดือดร้อนอะไร
“เจ้าอยากพักหรือเดินทางต่อ” หวงซีเฉิงเอ่ยกระซิบถาม ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเนื่องจากเข้าใจเจตนาของผู้อื่น
หากไม่ใช่เพราะในขบวนนี้มีชิงหมินมาด้วย เขาคงจะออกคำสั่งให้ขบวนของเขาแยกตัวออกไปแล้ว ในฐานะแม่ทัพใหญ่และได้รับภารกิจสำคัญมา เขาพูดกับองค์รัชทายาทได้อย่างเต็มปากเต็มคำและควรจะไร้ความผิด
หลี่ชิงหมินคิดเล็กน้อย เขาเองก็อยากจะแยกขบวนกับพวกองค์รัชทายาทและผู้อื่นโดยเร็ว เพียงแต่...เขาก็ต้องการยืนยันการประพฤติตัวที่เปลี่ยนไปของคุณหนูจางเช่นกัน
“พักก่อนก็ได้”
……………………………………………….