2เดือนแล้วที่ฮวาหลินหมกตัวที่จวนเพื่อเป็ครูฝึกจำเป็ให้เหล่าคนในปกครองอย่างไม่มีหยุด คนของนางเริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนในปกครองนั้นแข็งแกร่งขึ้น จะเปรียบดั่งทหารก็ไม่เชิงเพราะอาจจะแกร่งกว่าทหารในวังหลวงหลายเท่าก็ได้ไม่ว่าจะฝึกด้านการประลองมือเปล่า การใช้อาวุธที่นางซื้อให้ครบทุกคนเพื่อติดตัวด้วย เพราะฉะนั้นตอนนี้ทุกคนมีอาวุธติดตัวกันหมดแม้กระทั่งเหล่าคนสวนคนครัวหรือเหล่านางรับใช้ที่ดูจะอ่อนแอแต่จริงๆนางก็ให้ฝึกวิชาการต่อสู้ไว้ทุกคน หากแต่จะเน้นหนักที่เหล่าองครักษ์ของนางมากกว่า ไม่ว่าจะลุยป่าเพื่อสอนสร้างกับดัก การใช้ชีวิตให้อยู่รอดโดยไม่มีอะไรติดตัวไม่ว่าจะเื่การกินการนอน การก่อไฟโดยไม่ใช้ธาตุไฟของตนเอง โดยใช้ไฟจากธรรมชาติอันนี้ทำให้พวกมันใไม่น้อย การพรางตัวในสนามรบ ฝึกแบกท่อนไม้ั์ที่หนัก500กิโลที่นางหมัดรวมกันไว้ให้ลงแบกในน้ำที่ลึกถึงเอวโดยไม่มีหยุดพักแบกให้ได้จนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ฮวาหลินรออยู่ประมาณ10กิโลของสุดแม่น้ำธารนี้ที่ไหลจากูเาโดยแบ่งกลุ่มออกกลุ่มละ20คน แต่ที่มันยากกว่าระยะทางของน้ำคือการแบกทวนกระแสน้ำไหลและพื้นของธารน้ำที่ไม่เท่ากันอีกทำให้ทุกคนาเ็ไปไม่น้อยแต่มันก็ทำให้พวกเขารักกันมากขึ้น สามัคคีกัน ไม่แตกคอกันร่วมทุกร่วมสุขกันในป่าที่นางให้ทุกคนแบ่งกลุ่มจนทั้งกลุ่มรักกันกลมเกลียวประหนึ่งคลอดออกมาด้วยกัน จนจบการฝึกราว1เดือนที่ฝึกปฏิบัตินอกสถานที่ ทำเอาทุกคนในกลุ่มทั้งหมดหลายร้อยชีวิตน้ำตาแตกกอดกันร่ำไห้เพราะไม่คิดว่าตนจะฝึกฝนมาได้ขนาดนี้และมันเป็ผลดีต่อพวกเขาได้เลื่อนระดับอีกด้วย ได้ความรู้ในการใช้ชีวิตในป่ามามากมาย หากไม่ได้นายท่านของพวกมันช่วยในคราวนี้พวกมันคงไม่มีวันนี้ได้ ฮวาหลินเองก็ปราบปรื้มใจที่ทุกคนไม่ปริปากบ่น ให้ทำไรก็ทำทำด้วยใจที่อยากทำ นางได้เห็นความจริงใจที่ส่งมาผ่านสายตาพวกเขามากขึ้น แม้การฝึกครั้งนี้จะดูเบากว่านางที่ฝึกในอีกโลกไม่น้อยแต่มันก็หนักหนาสำหรับเหล่าทาสอ่อนแอนี้มากนัก อย่างน้อยนางก็ช่วยพวกเขาได้มาก นางมองแต่กลุ่มที่ตาแดงไม่หยุดทำให้นางนึกถึงกลุ่มของตนเองในโลกเก่าที่มีกัน20คนกลุ่มเราร่วมทุกร่วมสุขกันในป่าตั้งสามเดือน กว่าจะจบการฝึกพวกเราก็าเ็กันไม่น้อยเพราะพวกเราเป็ทหารสายพิเศษที่สมัครใจเข้าร่วมเป็ทหารปราบปรามกองรบที่เปรียบดั่งกำแพงของประเทศชาติที่สามารถแลกชีวิตเพื่อปรพเทศได้เสมอ นางถอนหายใจอย่างคิดถึงเวลานั้นมันเป็เวลาที่ลำบากแต่ก็มีความสุขกับเหล่าผองเพื่อน ปานนี้พวกเขาเป็เช่นไรจะรู้หรือไม่ว่านางไม่ได้อยู่บนโลกนั้นแล้ว
จวนตระกูลฮวา
ฮวาหลินนางยังคิดอยู่เลยว่านางจะเพิ่มรายได้จากาการเปิดสำนักเพื่อสอนเด็กที่ไม่มีโอกาสดีหรือไม่ อันนี้นางต้องประชุมกับ เงาทั้งสิบและอีกหัวหน้าฝ่ายงานต่างๆ5คนหรือคนสนิทของฮวาหลินนั้นเองและท่านาุโจิ้นตงที่นางยกหน้าที่ให้ท่านจิ้นตงเป็ผู้าุโใหญ่ของจวนเพื่อให้คำปรึกษา การประชุมทุกครั้งต้องมีท่านจิ้นตงคอยเห็นด้วยเพราะยังไงท่านจิ้นตงก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะกว่าตนเอง
ประชุมลับ
"ท่านจะว่าเช่นไรหากข้าอยากสร้างฐานรายได้เพิ่มอีกสักหนึ่ง"ฮวาหลินกล่าวเปิดประเด็นเพราะตนนั่งคิดนอนคิดมากว่าแรมเดือมแล้ว
"หืม ฐานรายได้อีกหรือ แค่นี้ท่านยังไม่พอหรือนายหญิง"ท่านจิ้นตงกล่าวถามคนที่นั่งหัวโต๊ะในห้องลับที่ฮวาหลินสร้างไว้เพื่อใช้การประชุมโดยเข้าออกได้เฉพาะนายหญิง เงาทั้ง10 เขาและหัวหน้างานต่างๆ5คน ที่เขาก็ยังทึ่งในความพัฒนาฝีมือก้าวะโของแต่ละคนที่นั่งเงียบขรึมเหมือนถูกสอนมารยาทมาอย่างดี ใบหน้าจริงจังจนท่านจิ้นตงอึดอัดนั้นแต่ก็ชินแล้วจึงเริ่มอยู่ได้ไม่อึดอัดต่อไป เขาไม่ได้รับรู้เื่การฝึกอะไรของนายหญิงเพราะเขาอยู่แต่ในห้องเพื่อศึกษาตำรายา สอนงานเหล่าคนที่เขาไว้ใจเพื่อมาถ่ายทอดวิชาหมอของเขาเพื่อให้คงอยู่สืบรุ่นลูกรุ่นหลานโดยเฉพาะศิษย์พิเศษของเขาคือหนี่หวาที่ดูจะสนใจเื่การรักษาไม่น้อยหนึ่งเดือนมานี้หนี่หวาพัฒนาฝีมือด้านการักษาจนน่าใทำหใ้ท่านจิ้นตงรู้สึกดีไม่น้อยเพราะได้ศิษย์ที่เก่งขนาดนี้ทำให้เขาวางใจแล้วว่าวิชาของเขาจะไม่มีผู้สืบทอดเพราะอย่างน้อยก็มีหนี่หวาและนายหญิงที่มีเวลาบ้างที่มาแวะเวียนมาให้ตนเองสอนวิชาหัตทองคำนั้นเพราะนายหญิงสนใจมากๆวิชานี้กว่าวิชารักษาด้านอื่นซึ่งตอนนี้นายหญิงของมันก้าวหน้าจะสำเร็จใน8ส่วน10แล้ว
"ก็แค่...อยากลองสร้างสำนักไว้ฝึกสอนให้เด็กที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสได้เรียน"
"หา...ท่านกล่าวจริง"ท่านจิ้นตงตาโต เพราะเมืองนี้ไม่มีการเปิดสำนักใดนอกจากสำนักวิหคเหมัณห์ แถมสำนักวิหคเหมัณห์ยังเลื่องลือในเื่การฝึกสอนที่เข้มงวด แต่อันนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าเข้มงวดเท่านายหญิงพวกเขาไหม เพราะตื่นเช้ามาทีไร เจอแค่คนในจวนที่เป็องครักษ์วิ่งแบกแผ่นอักขระที่หนักกว่าร้อยกิโลว่าได้ จนตอนนี้ทุกคนแบกจนไม่รู้สึกรู้สาเสียแล้ว
"เคยเห็นข้ากล่าวเล่นหรือไร ถ้าข้าไม่คิดดีๆแล้วข้าจะกล่าวหรือ "ฮวาหลินนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ในหัวนางตอนนี้มันมากมายกว่าสร้างสำนักอีกด้วยซ้ำ ชีวิตนางเคยขาดอะไรไปเยอะมาแล้ว เมื่อมีโอกาสที่เป็ไปได้นางย่อมต้องไขว่คว้าเพื่อตัวนางและคนของนางไม่ให้อดอยาก
"แต่การจะสร้างสำนักฝึกแบบนี้เราจะไม่โดยกล่าวหาว่าแข่งขันกับสำนักวิหคเหมัณห์หรือขอรับ เพราะเมืองพยัคฆ์ดำ ั้แ่สมัยก่อนยังไม่เคยมีใครกล้าเปิดสำนักแข่งกับสำนักวิหคเหมัณห์เลย เพราะเปิดทีไรก็ไม่มีใครสนใจอาจทำให้เสียเปล่าประโยชน์ นายหญิงท่านลองคิดใหม่เถิดขอรับ ต่อให้เราเปิดสำนักใหม่อุปกรณ์ครบแค่ไหน หากไม่เลื่องลือในเื่การฝึกสอนก็ไม่มีใครสนใจหรอกขอรับ "เงาหนึ่งคนเอ่ยขึ้นเพราะมันเป็เงาที่ทำหน้าที่สืบข่าวเื่ต่างๆในเมืองนี้คอยรายงานความเป็ไปตลอด ฮวาหลินได้ฟังก็ยกยิ้ม เป็รอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งห้องลับพากันขนลุกเกลียวการยิ้มแบบนี้พวกเขาขัดใจไม่ได้เชียวหากนายหญิงได้เอ่ยออกมา
"หืม มีสำนักเดียวในเมืองนี้แต่ก็ไม่ได้รับเด็กทั้งหมดที่ไปสมัครนี่ อย่างน้อยที่ข้าอยากเปิดข้าอยากให้โอกาสของเด็กที่เขาไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ ข้าไม่ได้อยากสอนเด็กที่มักใหญ่ใฝ่คนเพื่อเข้าสำนักที่โด่งดังเพื่อให้คนรับรู้ว่าตระกูลตนมาจากสำนักโด่งดังโดยไปข่มขู่ผู้ใด อย่างนั้นหรอ หึ เด็กพวกนั้นไม่มีทางได้เข้าสำนักข้าหรอก ข้าก็ไม่อยากให้สำนักตนเองโด่งดังอะไรหรอก ข้าอยากรับเด็กที่ยากจนไม่มีโอกาสเรียน เท่านั้น แล้วข้าจะปั้นพวกเขาให้แข็งแกร่งเอง อีกอย่างการเปิดสำนักไม่ได้ผิดกฎหมายนิ ทำไมจะเปิดไม่ได้ล่ะ พวกเ้ากลัวพวกสำนักวิหคนั้นหรือ"ทั้งหมดรีบส่ายหน้า พวกเขาไม่กลัวมันผู้ใดเลยนอกจากบุคคลเบื้องหน้าพวกเขาคนเดียว จะอะไรล่ะ ใครมันจะโหดเท่าได้นายหญิงมันไม่มีอีกแล้วล่ะ ใครที่ไหนจะให้ให้พวกเราฝึกแบกแผ่นอักขระหนักกว่าร้อยขึ้นแบบนั้น แถมยังฝึกในป่าแบกท่อนไม้ที่หนักกว่า500กิโลขึ้นสวนกระแสน้ำไหลทำให้พวกเขาต้องน้ำตาแตกเมื่อฝึกจบเป็การฝึกที่ทรหดมากหากไม่อึดไม่ถึกทนจริงคงได้ตกตาย พวกเขาคิดยังขนลุกเลยว่าตนเองผ่านแบบทดสอบของนายหญิงมาได้อย่างไรกัน
"อืม งั้นแล้วแต่ท่านเถิด ข้าคิดว่ามันก็ดี การมีสำนักขึ้นใหม่มันไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับผู้ใดในเมื่อเราอยากทำ แต่เราเปิดเพื่อสร้างโอกาสให้เด็กยากจนที่ไม่มีโอกาสเข้าสำนักวิหคนั้นที่รับแต่ตระกูลร่ำรวย "จิ้นตงกล่าว มันก็จริงไม่งั้นสำนักวิหคไม่มาสร้างสำนักที่เมืองร่ำรวยทุกจวนแบบนี้หรอก เพราะเมืองนี้มีแต่ตระกูลรวยๆทั้งนั้นหากไม่รวยก็อยู่นอกกำแพงเพราะค่าที่แพงจึงมีแต่คนฐานะดีซื้อที่ไปหมดจึงไม่มีคนที่ยากจนอยู่ภายในเมืองไง ดีที่เ้าเมืองใส่ใจคนของตนจึงสร้างเขตพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาอยู่เท่าที่ช่วยได้ เพราะเ้าเมืองต่อให้รวยก็ไม่อาจจะเอื้ออำนวยได้ทั่วถึง ทำได้แค่รักษาความปลอดภัยและให้พื้นที่สร้างรายได้อย่างเช่นตลาด และงานให้พวกเขาไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออย่างน้อยก็ไม่ขาดงาน
"แต่นายหญิงขอรับ หากเปิดสำนักแล้ว เราจะมีอาจารย์ฝึกสอนมากมายได้อย่างไรล่ะขอรับ ในเมื่อจากที่เห็นการฝึกในจวนไม่พวกเราก็มีแต่นายหญิงผู้เดียว"ตงฟางกล่าวขึ้น
"อืม เื่นั้นไม่ต้องห่วง ก็พวกเ้าไงล่ะหึหึ"พวกเขาสะดุ้งกับน้ำเสียงขบขันของนายหญิง
"หากเป็พวกเราใครจะคอยอารักขานายหญิงล่ะขอรับ"ตงเก่อกล่าวเพราะตนเองก็ไม่อยากสอนใครชอบอยู่เงียบๆคอยอารักขานายหญิงไม่ดีกว่าหรือ เพราะนิสัยไม่ชอบความวุ่นวายด้วยล่ะมั้งแต่นายหญิงจะหาความวุ่นวายมาให้ก็เถอะนะ
"หืมคิดว่าข้าจะให้พวกเ้าสอนประจำหรือไร คนในปกครองของข้าก็มีเยอะแยะ ที่ข้าเล่นฝึกพวกเ้าพวกแบกหินแบกๆไม้ขึ้นมาเพื่อไรล่ะ ถ้าไม่เพื่ออนาคตที่ข้าจะสร้างสำนักหรอกหรือ อย่างน้อยข้าก็วางตัวคนให้มาเป็อาจารย์หลายคนอยู่พวกเ้าก็แค่เสริมในบางเื่ "ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ นี่ายหญิงของพวกมันมันคงวางแผนมาดีแล้วสินะ
"แล้วนายหญิิงจะสร้างสำนักเมื่อใดขอรับในเมื่อพื้นที่เราตอนนี้ไม่ได้มีเยอะแยะ หากไม่ซื้อที่ดินเพิ่ม"
"ถูกของเ้า ข้าต้องจัดการหาซื้อที่ดินเพิ่ม โดยหน้าที่นี้ให้ข่ายอี้ที่รับหน้าที่การเงินไปจัดการซื้อให้ข้าด้วยล่ะ"ข่ายอี้พยักหน้าด้วยนิสัยไม่ชอบพูดขนาดตงเก่อว่าเงียบแล้วข่ายอี้ยิ่งแล้วใหญ่ แต่นางก็ชอบคนนิสัยแบบข่ายอี้เพราะเงียบๆแต่รอบคอบ สายตาจริงจังตลอดเวลานั้น เขาจะไม่ค่อยพูดกับใครนอกจากนางคนเดียวที่ดูเหมือนจะพูดด้วยเยอะกว่าคนอื่นเวลาอยู่กับนางสอนคน เพื่อมารายงานเื่บัญชีเอกสารของรายได้ค่าใช้จ่ายเข้าออกนั้น จนนางคิดว่าเขาช่างเก่งเื่คำนวณเอามากๆเหมือนนางเห็นเงาของพ่อในโลกเก่านางทับซ้อนเื่การบริหารนี้่ช่าคล้ายกันนัก นางก็ขบขันตนเองที่คิดไปแบบนั้น คงคิดถึงเ้าพ่อมาเฟียหนวดเฟิ้มผุ้นั้นที่ไม่ค่อยดูแลตนเองจนใบหน้ามีแต่หนวดเครา
"เื่นี้ก็ค่อยๆเป็ไปเพราะไม่ได้รีบ เื่วางแผนการสร้างเดี๋ยวข้าจะวาดสำนักขึ้นก่อนจะค่อยติดต่อช่างอีกที วันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้แหละ ได้ที่ดินเมื่อไหร่ค่อยมาหาหรือกันอีกที ใครมีอะไรสงสัยหรือไม่ที่อยากสอบถามข้า"ฮวาหลินมองทุกคน ก็ไม่มีใครเอ่ยแต่ปากบางกำลังจะกล่าวก็มีเสียงของชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาก่อนนางจึงหยุดลงแล้วรอฟัง
"นายหญิงขออภัยขอรับ ตัวข้าลืมไปเลย นี่คือสารเทียบเชิญของท่านเ้าเมืองผิงเฟิงที่ได้ส่งคนมามอบให้นายหญิงเมื่อสามวันก่อน ข้าน้อยได้รับจากองครักษ์ที่ประตูทอดมาอีกที แต่ลืมไปเสียสนิทโปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย"เ้า10หรือเงาคนที่10เป็น้องเล็กของเงาทั้ง10ทีั่นางจะไม่เรียกชื่อเพราะมันง่ายต่อการเรียกแบบนี้ดีกว่า เหมือนนางในโลกเก่าที่เป็สายลับจะมีรหัสประจำตัวนาง ทุกคนในองค์กรจะมีรหัสเป็ของตนเองเพื่อง่ายต่อการจำและปิดบังข้อมูลเพื่อไม่ให้รั่วไหล
"ข้าไม่ถือโทษหรอกเ้า10 เ้าก็ออกจะยุ่งเพราะต้องคอยฝึกคนในจวนอีก "นางรับสารเทียบเชิญมาอย่างสงสัย ท่านเ้าเมืองมีเื่ใดถึงต้องเชิญนางไปหรือจะมีงานอะไรหรือเร็วๆนี้ของเมืองเรา นี่ข้าตกข่าวหรือทั้งที่ให้เงาที่สืบข่าวมารายงานตลอด มือเล็กเปิดข้อความด้านในดูก็ปรากฎรายมือที่เป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างสวยงามเขียนลงด้านใน
ข้าเ้าเมืองผิงเฟิง ขอเชิญหัวหน้าตระกูลฮวาหรือท่านฮวาหลิน ในอีกหนึ่งสัปดาห์เมืองของเรานั้นจะมีการคัดคนที่มีอายุระหว่าง10-15ปี เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันการประลองงานสรา้งสัมพันธ์ของอณาจักรเรากับอณาจักรอื่นในทุกปี ท่านฮวาหลินนั้นอยู่ในเกณฑ์อายุนี้ ซึ่งจะเป็การดีหากท่านไม่ปฏิเสธงานคัดเลือกของเรา หากท่านตกลงก็จงมาที่งานคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมงานสัมพันธ์ในรอบ5คนสุดท้ายที่วังหลวงในเดือนหน้า จงมาที่จวนข้าในอีก1อาทิตข้างหน้านี้ยามเฉิน
ข้อความในสารก็ทำให้นางคิดตามน่าสนุกแหะ สร้ามสัมพันธ์หรือแตกสัมพันธ์กันแน่งานนี้ นางมองไปที่เ้า9เงาหนึ่งในสิบที่ทำหน้าที่นี้เพื่อคอยรายงานข่าว
"เ้า9เ้ารู้เื่งานประลองสานสัมพันธ์ระหว่างอณาจักรหรือไม่"เ้า9ตาโตนี่เป็ข่าวล่าสุดที่เขาพึ่งได้มากะว่าจะไปรายงานตอนอยู่กับนายหญิงสองคนเช่นเคยเพราะการได้ข่าวมาเขาไม่เคยกล่าวกับใครนอกจากนายหญิงให้ได้ยิน
"ขอรับ ข้าน้อยพึ่งได้มาเมื่อเช้านี้ กะว่าจะรายงานเมื่อเสร็จการประชุมขอรับไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ใหญ่โตอะไร หรือว่านายหญิงโดนสารเ้าเมืองนั้นเทียบเชิญให้เข้าร่วมหรือขอรับ"เขาตาโตเพราะคิดไปแล้วงานนี้อายุนายหญิง14ปีย่อมต้องโดนให้เข้าปะลองเพื่อคัดเลือก5คนสุดท้ายของอณาจักรเรา ทุกคนในห้องได้ยินเ้า9พูดก็ตาโตกันเพราะอาจจะจริงเพราะพวกเขาเคยได้ยินเื่การประลองที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อสานสัมพันธ์ที่จะจัดขึ้น แต่ปีนี้ใครเป็เ้าภาพในการจัดงาน
"อืมจงบอกรายละเอียดมาสิ เพื่อข้าพิจารณาว่าควรไปดีหรือไม่"เ้า9จึงพยักหน้าก็เริ่มกล่าวทันที
"งานนี้เป็ประลองยิ่งใหญ่คล้ายกับเป็เทศกาลของทุกอณาจักรไปแล้วขอรับ เป็งานที่ทุกอณาจักรเฝ้ารอเพื่อรับชมเด็กอัจฉริยะรุ่นใหม่ในทุกปี ซึ่งที่ข้าได้ข่าวมาว่าปีนี้เ้าภาพที่จัดคืออณาจักรเราที่วังหลวงขอรับ จึงได้ทำการแจ้งให้เ้าเมืองในอณาจักรที่ทั้งหมด10เมืองของอณาจักรเราทำการคัดคนที่มีอายุ10-15ปีทำการคัดเลือกในเมืองก่อนแล้วค่อยส่งมาที่วังหลวงเมืองละ5คนเพื่อทำการคัดเลือกต่อที่วังหลวงใน5คนสุดท้ายอีกขอรับ"เ้า9กล่าวอย่างละเอียดเท่าที่มันได้รับข่าวมาฮวาหลินฟังก็เริ่มสนใจ เพราะนางชอบการประลองอยู่แล้ว พูดง่ายๆคือเสพติดการสู้ บนโลกเก่านางอาจสู้ไม่ได้มากเพราะหากอยากสู้ก็ต้องไปทำอาชีพมวยซึ่งจุดนี้พ่อห้ามไม่ให้นางเป็ แม่เช่นกันไม่รู้ทำไมตรงนี้นางไม่ได้ถามทั้งที่นางชอบการต่อสู้นางก็อยากลองเป็นักมวยอยู่นะ แต่ในเมื่อมาในโลกนี้แล้วมีงานปะลองแบบนี้อีกไม่ไปก็ไม่ใช่ฮวาหลินแล้ว ออกจะสนุก อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีเด็กรุ่นเดียวกันกับนางจะมีใครมีฝีมือเก่งกาจแค่ไหน เพราะนางชอบดูการต่อสู้ของคนอื่นมากนัก มันเหมือนได้เรียนรู้ไปไปด้วย เพราะนางไปดูแม่ขึ้นชกบ่อย
"อืมงั้น เ้าข่ายอี้หากเ้าไปทำการติดต่อซื้อที่ดินก็กล่าวบอกแก่เ้าเมืองแทนข้าด้วยล่ะว่าข้าขอตอบรับคำเชิญของเขา"ข่ายอี้พยักหน้าอย่างตื่นเต้นเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่านายหญิงของมันมีฝีมือระดับไหน เขาไม่เคยเห็นนายหญิงเอาจริงๆจังๆกับเื่การต่อสู้สักที
"คุณหนูคิดดีแล้วหรือเ้าค่ะ"หนี่หวาที่เงียบมานานก็เป็ห่วงเพราะเดี๋ยวนี้อัจฉริยะเยอะแยะมากมาย บ้างก็ได้อาจารย์ดีกลัวว่านายหญิงจะาเ็ระหว่างการต่อสู้ แม้นางจะรู้ว่านายหญิงเก่งแค่ไหนแต่บนโลกนี้กว้างใหญ่นักย่อมต้องมีฝีมือที่เก่งกาจกว่าอยู่แน่
"หืมประลองเพื่อสานสัมพันธ์นะหนี่หวา ไม่ใช่ปะลองเพื่อฆ่าสักหน่อยอย่าห่วงเลยหากข้าไม่ไหวข้าจะยอมแพ้เอง อีกอย่างข้าชอบดูการประลองแค่นั้น"ฮวาหลินกล่าวอย่างยิ้มๆให้หนี่หวาอย่างคลายความกังวล ซึ่งไม่รู้เลยว่าเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายในห้องอยากจะบอกหนี่หวาเหลือเกินว่า อย่าห่วงนายหญิงจะโดนใครทำเลย ห่วงแต่ตัวนายหญิงมากกว่าที่จะไปทำให้ใครไม่ตายก็พอน่ะสิ ในห้องเงียบกริบทำให้ฮวาหลินรู้สึกแปลกไม่น้อยก็หันไปมองเหล่าชายทุกคนในห้องด้วยใบหน้านิ่งก็แฉะยิ้มเย็นไปให้ทุกคน ผู้ชายทุกคนในห้องก็สะดุ้งนิดหน่อย หากเขาเลือกได้ว่าหากมีคู่ครองขอไม่เป็คนแบบนายหญิงก็พอ
"เ้าค่ะ หากไม่ไหวคุณหนูห้ามฝืนนะเ้าค่ะ"ฮวาหลินพยักหน้าพลางตบลงมือขาวของหนี่หวาเบาๆอย่างยิ้มๆ
"เอ่อ ว่าแต่การประลองครั้งนี้เป็การประลองแบบไหนหรือ เ้า9"ฮวาหลินถามต่อเพราะนางอยากรู้ไว้เพื่อฝึกฝนตนเองเตรียมพร้อมการไปเข้าร่วมครั้งนี้
"เหมือนเดิมทุกปีขอรับคือ ใช้ทุกอย่างที่มีไม่ว่าจะเวทย์ธาตุ พลังลมปราณ อาวุธ แต่กฎของการประลองนี้คือห้ามฆ่าขอรับ จะตัดสินแพ่ชนะได้คือต้องให้ฝ่ายตรงข้ามออกเขตการประลองหรือขอยอมแพ้เองขอรับ หรือสู้ต่อไหวจนไม่มีสติ"นางพยักหน้าเข้าใจ
***<span id="redactor-inline-breakpoint">"นายหญิงการประลองมีผู้คนมากหน้าหลายตา จะเป็การดีหากนายหญิงไม่แสดงฝีมือจนเอิกกเริกมากเกินไป ข้าห่วงว่า ปัญหาจะตามมาภายหลังเมื่อจบการประลองแล้ว"</span>**<span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*เสียงของท่านจิ้นตงเอ่ยส่งผ่านกระแสจิตมาให้ฮวาหลิน ฮวาหลินก็ลืมจุดน้ไปเลย ท่านจิ้นตงเคยบอกว่าตนเองมีธาตุพิเศษถึง4ธาตุ
***<span id="redactor-inline-breakpoint">"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากที่ท่านเตือนข้า"</span>**<span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*ฮวาหลินคิดว่านางก้ไม่อยากแสดงฝีมืออะไรมากไปหรอก เพราะมันคือการประลองสานสัมพันธ์มากกว่าการสู้รบกัน นางก็ไม่ได้อยากเด่นมาก นางไม่ชอบความวุ่นวาย แต่นางก็อยากผ่านไปที่รอบ5คนสุดท้ายอยู่ดีเพื่ออยากรู้ฝีมือของคนต่างอณาจักรเป็เช่นไร ท่านจิ้นตงเบาใจไปแม้เขาจะรู้ว่านายหญิงจะรอบคอบดี แต่ความเป็เด็ก็คือนังเด็กย่อมต้องมีบาง่ที่อาจขาดสติ เขาจึงต้องเตือนไว้เพื่อให้นายหญิงปลอดภัยจากคนที่คิดจะจ้องเล่นงานในงานนี้
"เอาล่ะวันนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำเถิด"ทุกคนลุกพร้อมกันพร้อมโค้งตัวลนายหญิงแล้วออกไปจากห้องลับที่นางสร้างไว้เป็ห้องใต้ดิน ขนาดกลาง เอกสารสำคัญนางก็เก็บไว้ที่นี้ทุกอย่าง นางที่กำลังลุกตงเก่อก็พูดขึ้น
"นายหญิง ออกเดินทางไปที่โรงประมูลเลยหรือไม่ขอรับ"ฮวาหลินนึกไดว่าวันนี้เป็เปิดการประมูลนี่หน่า นางยัไม่เคยไปเลยทั้งที่ได้ป้ายลูกค้าพิเศษมาคงต้องไปสักหน่อยแล้วสิ "
"อืม ให้ข้าไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียก่อน พวกเ้าสองคนไปเตรียมรถม้าได้เลย เอ้อ อย่าลืมหยิบอาวุธที่ข้าทำขึ้นที่คลังอาวุธด้วยล่ะ สักสองอันที่ข้าวางไว้บนแท่นวางพิเศษจากตัวอื่น เอาล่ะไปได้"ตงเก่อ ตงฟางก็รับหน้าที่รีบไปจัดการทันที
"ไปกันเถิดพี่หนี่หวา ข้าขออาภรณ์เดิม"หนี่หวากรอกตา เคยบ้างไหมที่คุรหนูของมันจะใส่อะไรทีมันดูจะออกคล้ายสตรีบ้าง ใส่แต่อาภรณ์บุรุษถึงมันจะดูเข้ากันดีกับคุณหนูก็เถอะแต่นางก็อยากเห็นคณหนูใส่อะไรที่ดูเป็คุณหนูทั่วไปบ้าง
"คุณหนูทำไมคุณหนูไม่ลองใส่อาภรณ์สตรีบ้างเ้าค่ะ"ฮวาหลินที่ระหว่งาเดินไปเรือนใหญ่ก็คิดตามคำพูดของหนี่วา ตนเองก็เห็นอาภรร์ที่หนี่วาใส่มีแต่ชุดสวยๆเพราะนางเป็คนซื้อให้ทั้งนั้น แต่มันไม่เหมาะกับนางเลย อีกอย่างนางชอบเสื้อผ้าที่ทะมัดแมงง่ายต่อการเคลื่อนมากกว่าอาภรณ์รุ่มร่ามของสตรีในโลกนี้
"ข้าไม่ชินหรอกพี่หนี่หวาข้าสะดวกแบบนี้มากกว่า "นางกล่าวก็รีบเดินไปเดี๋ยวเสียเวลาเพราะใกล้ตกค่ำแล้ว หนี่หวาก็หน้างอง้ำสักวันเถิดขอให้มีงานที่ให้คุณหนูของนางได้ใส่อาภรณ์ที่สตรีต้องใส่ด้วยเถิด นางอยากเห็นมากๆตรงนี้ ทั้งสองเดินเข้าเรือนไปเพื่อค่ำนี้จะออกไปโรงประมูลที่หอนกพิราบขาวของท่านเยี่ยหยูที่ดูจะนิทกับนางมากกว่าแต่ก่อนแล้ว
#แจ้งเื่พระเอกนะค่ะ เื่พระเอกจะค่าตัวแพงสักหน่อยนะแต่มาแน่นอนแต่มาในรูปแบบไหนนั้นก็วิเคราะห์กันเอาเองเพราะเื่นี้ผู้ชายเยอะและจะออกตอนไหนนั้นไรท์ก็ยังไม่ทราบเพราะยังเป็่ทีน่างเองสร้างตัวอยู่ แต่นางเอกยังไม่คิดเื่ความรักเพราะนางยังเจ็บใจเื่ของคนรักเก่าของนางในโลกเก่าอยู่ในใจ แม้ไม่แสดงออก แต่นางในโลกนี้ออกจะจีบยากค่ะ ไม่ให้ความหวังใครด้วย เป็พวกรักฝังใจประเภทนั้น