"ภายในโลงไม่มีศพอยู่!"
เมื่อกู่เฟิงเดินมาถึงเบื้องหน้าโลงศพของบิดามารดา ั์ตาของเขาก็พลันหดเล็กลง เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงทำลายความเงียบงันยามรุ่งสาง
แสงอรุโณทัยสีแดงเรื่อที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ลอดผ่านฝาโลงที่ถูกงัดเปิดออก ส่องสว่างเข้าไปภายในโลงศพ
เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ภายในโลงศพไร้ซึ่งร่างของบิดามารดา มีเพียงสิ่งของแปลกประหลาดที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เท่านั้น
เมื่อเก้าปีก่อน บิดามารดาของเขาเดินทางเข้าไปในเขตแดนมรณะที่อยู่ห่างออกไปนับหมื่นลี้ เพื่อล่าสังหารลูกของหมาป่าโลหิตหางเงินมาสกัดโลหิตบริสุทธิ์เสริมสร้างร่างกาย และขยายรากฐานให้กับเขา
ทว่า หลังจากที่บิดามารดาของเขาก้าวเข้าไปในเขตแดนมรณะได้เพียงไม่นาน พวกเขากลับลากสังขารที่าเ็สาหัสหนีกลับมายังตระกูลกู่ เล่าลือกันว่า พวกเขาถูกทำร้ายโดยหมาป่าโลหิตหางเงินตัวเต็มวัย!
ผ่านไปไม่ถึงสามวัน พวกเขาก็สิ้นใจลงเพราะทนพิษาแไม่ไหว และถูกจัดพิธีฝังศพอย่างสมเกียรติ
ในปีนั้นกู่เฟิงเพิ่งจะมีอายุเพียงสิบขวบเศษ ยังคงไร้เดียงสา และไม่ประสีประสา ต้องรอให้เวลาผ่านไปอีกหลายปี เขาถึงค่อย ๆ เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การสูญเสียทั้งบิดาและมารดาไปนั้น มีความหมายว่าอย่างไร
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กู่เฟิงพยายามบำเพ็ญเพียรอย่างเอาเป็เอาตาย เพื่อที่จะได้บรรลุขอบเขตที่แข็งแกร่งมากพอให้เร็วที่สุด และก้าวเข้าไปในเขตแดนมรณะ เพื่อล่าสังหารหมาป่าโลหิตหางเงินเป็การชำระความแค้นให้กับบิดามารดา
เพียงแต่ว่า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ภายในโลงศพที่ใช้ฝังบิดามารดากลับไร้ซึ่งร่างไร้ิญญาของพวกท่าน!!!
"หรือว่าท่านพ่อท่านแม่ของข้ายังไม่ตาย?"
เมื่อกู่เฟิงนึกถึงความเป็ไปได้นี้ ลมหายใจของเขาก็พลันหนักหน่วงขึ้นมาในทันที ั์ตาสีดำขลับที่ดูลึกล้ำคู่นั้นทอประกายแห่งความปีติยินดีจนไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้
หากภายในโลงศพไร้ซึ่งร่างของบิดามารดา นั่นก็หมายความว่า บิดามารดาของเขามีความเป็ไปได้สูงยิ่งที่อาจจะยังมีชีวิตอยู่!
ปัง!
ทันทีที่คิดได้ดังนี้กู่เฟิงก็ใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับฝาโลงศพเอาไว้ แล้วปลดปล่อยพละกำลังอันแข็งแกร่งของขอบเขตแก่นทองคำออกมา งัดเปิดฝาโลงศพออกอย่างรุนแรง
ในชั่วอึดใจที่เขางัดฝาโลงศพออก มือซ้ายของเขากลับพลาดถูกขอบฝาโลงที่แหลมคมบาดจนเกิดาแ โลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมา
แต่ทว่า เขากลับไม่ได้ใส่ใจกับาแเล็กน้อยเพียงเท่านี้ สมาธิทั้งหมดของเขาล้วนจดจ่ออยู่กับโลงศพทั้งสองโลงเบื้องหน้า
ภายในโลงศพของมารดามียันต์ิญญาแผ่นหนึ่ง และเจดีย์สีทองขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่ ส่วนภายในโลงศพของบิดากลับมีแกนอสูรที่แผ่ซ่านกลิ่นอายโลหิตอันดุร้ายป่าเถื่อนวางอยู่หนึ่งเม็ด
ซึ่งแกนอสูรเม็ดนี้ก็คือแกนอสูรของหมาป่าโลหิตหางเงินอย่างเห็นได้ชัด
สัตว์ิญญาจำเป็ต้องบรรลุถึงขอบเขติญญาก่อกำเนิดเท่านั้น จึงจะสามารถควบแน่นแกนอสูรขึ้นมาได้
ในปีนั้น บิดามารดาของกู่เฟิง้าเพียงล่าสังหารลูกของหมาป่าโลหิตหางเงิน เพื่อนำโลหิตบริสุทธิ์มาหลอมชำระรากฐานให้กับกู่เฟิง แต่ในยามนี้ภายในโลงศพกลับมีแกนอสูรของหมาป่าโลหิตหางเงินตัวเต็มวัยวางอยู่ เื่นี้มันช่างผิดปกติเกินไปแล้ว
"ดูเหมือนว่า ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจะยังไม่ตายจริง ๆ !"
"สิ่งของเหล่านี้ บางทีอาจจะมีเบาะแสเกี่ยวกับท่านพ่อท่านแม่ของข้าซ่อนอยู่ก็เป็ได้!"
กู่เฟิงตื่นเต้นจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เขารีบหยิบเอาแกนอสูรของหมาป่าโลหิตหางเงินพร้อมทั้งยันต์ิญญา และเจดีย์สีทองที่วางอยู่ภายในโลงศพออกมา
เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่า ในชั่วอึดใจที่มือซ้ายของเขาคว้าจับเจดีย์สีทองเอาไว้ โลหิตจากฝ่ามือของเขากลับถูกเจดีย์ดวงนั้นดูดกลืนเข้าไปอย่างเงียบเชียบ
กู่เฟิงปลดปล่อยััิญญาออกไปเพื่อตรวจสอบยันต์ิญญา และเจดีย์สีทองอย่างละเอียด เขาก็พบว่ายันต์ิญญามีอานุภาพในการป้องกันผู้ฝึกตนขอบเขติญญาก่อกำเนิดได้เป็อย่างดี ส่วนเจดีย์สีทองก็มีพลังที่สามารถคุกคามขอบเขติญญาก่อกำเนิดได้เช่นกัน!
"มีอาวุธิญญาระดับสี่ถึงสองชิ้น อีกทั้งยังมีแกนอสูรเม็ดนี้อีก ล้วนแล้วแต่เป็สมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้ทั้งสิ้น"
"เพียงแต่ว่า ..."
"ท่านพ่อท่านแม่ทิ้งสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ท้ายที่สุดแล้วพวกท่าน้าจะสื่อความหมายอันใดกันแน่?"
กู่เฟิงขมวดคิ้วแน่น ไม่ว่าจะเป็แกนอสูรยันต์ิญญาหรือเจดีย์สีทอง ล้วนไม่มีเบาะแสอันใดหลงเหลืออยู่เลย
วึ้ง!
ทันใดนั้น เจดีย์สีทองในมือซ้ายของเขาก็สั่นะเืขึ้นมาเล็กน้อย
เสียงเพรียกหาที่ดังแว่วมาอย่างแ่เบาจากดินแดนทางตอนเหนือสุดขั้ว ทำให้ร่างกายของเขาถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"นั่นมัน... ทิศทางของหุบเขาต้องห้ามมารนี่นา!"
ั์ตาของกู่เฟิงหดเล็กลง ภายในส่วนลึกของจิตใจบังเกิดความรู้สึกปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อก่อน บิดามารดาของเขาได้ก้าวเข้าไปในเขตแดนมรณะอย่างหุบเขาต้องห้ามมาร ก่อนที่จะได้รับาเ็สาหัสหนีรอดกลับมา และสิ้นใจลงในเวลาเพียงไม่นาน
แต่ทว่า ในยามนี้ ทิศทางที่เจดีย์สีทองส่งััตอบรับกลับมา ก็มีต้นตอมาจากทิศทางของหุบเขาต้องห้ามมารเหมือนกัน
สิ่งนี้ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า บิดามารดาของเขายังไม่ตาย และพวกท่านอาจจะอยู่ที่หุบเขาต้องห้ามมารก็เป็ได้!
"ต่อให้หุบเขาต้องห้ามมารจะเต็มไปด้วยภยันตรายนานัปการเพียงใด ข้าก็จะต้องไปเยือนให้จงได้!"
กู่เฟิงตัดสินใจแล้วว่า จะต้องเดินทางไปยังเขตแดนมรณะอย่างหุบเขาต้องห้ามมารสักครา
สาเหตุที่หุบเขาต้องห้ามมารถูกขนานนามว่าเป็เขตแดนมรณะ ก็เป็เพราะสถานที่แห่งนั้นอันตรายเกินไป ภายในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ิญญาที่ดุร้าย และอำมหิตอาศัยอยู่มากมาย หากผู้ฝึกตนก้าวล่วงเข้าไป ผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำล้วนมีโอกาสรอดชีวิตเพียงหนึ่งในสิบ แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดก็ยังมีอันตรายถึงชีวิต
แต่ทว่า ในเมื่อมีความเป็ไปได้ว่า บิดามารดาของเขาจะอยู่ที่หุบเขาต้องห้ามมาร ดังนั้นกู่เฟิงจึงจำเป็ต้องไป
"แต่ก่อนจะเดินทางไปยังหุบเขาต้องห้ามมาร ข้าต้องกลับไปยังตระกูลกู่เสียก่อน"
ั์ตาสีดำขลับของกู่เฟิงตวัดหันไปจ้องมองยังจวนของตระกูลกู่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก
ฟุ่บ!
ร่างของเขาพลันสว่างวาบ ประดุจเซียนตก์ที่แหวกม่านหมอกยามรุ่งอรุณ พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังตระกูลกู่ด้วยความรวดเร็ว
...
ณ จวนของตระกูลกู่
ผู้นำตระกูลกู่ได้นำพาผู้าุโทั้งเจ็ดท่านออกมาส่งยอดฝีมือจากตระกูลกู่ และกู่เว่ยให้ออกเดินทางไปั้แ่เช้าตรู่
เมื่อทอดสายตามองดูกู่เว่ยที่หายลับไปเหนือหมู่เมฆตั้งนานแล้ว ผู้นำตระกูลกู่ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปภายในจวน
ก่อนกู่เว่ยจะจากไป เขาจงใจกล่าวเตือนผู้นำตระกูลกู่อย่างชัดเจนว่า จะต้องทำให้กู่เฟิงหายไปจากตระกูลกู่ให้จงได้ พร้อมทั้งให้ลบชื่อของกู่เฟิงออกจากผังตระกูลเสีย
"ท่านผู้นำ บุตรชายของข้ากล่าวเอาไว้แล้วว่า ขอเพียงท่านเชื่อฟังคำสั่งของเขา รอจนกว่าเขาบำเพ็ญเพียรที่ตำหนักเซียนสายเืราชันจนประสบความสำเร็จ เขาก็จะพาตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลงอพยพไปยังดินแดนหลักของตระกูลกู่อย่างแน่นอน"
บิดาของกู่เว่ยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับผู้นำตระกูลกู่ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองราวกับกำลังออกคำสั่งกับบ่าวรับใช้
บิดาของกู่เว่ยมีแซ่สวี่ เขาเป็บุตรเขยที่แต่งเข้าตระกูลกู่ เดิมทีสถานะของเขาตกต่ำเป็อย่างมาก และเขามักจะแสดงท่าทีเคารพนบนอบต่อผู้นำตระกูลกู่มาโดยตลอด
แต่ทว่า บัดนี้ เมื่อกู่เว่ยได้ดิบได้ดีเพียงคนเดียว สุนัข และไก่ในบ้านต่างก็พลอยบินขึ้น์ตามไปด้วย ในฐานะบิดาของกู่เว่ยนั้น สถานะของเขาภายในตระกูลกู่จึงพลิกผันจากหน้ามือเป็หลังมือ กลายเป็บุคคลสำคัญที่แม้แต่ผู้นำตระกูลกู่ยังต้องปฏิบัติต่อเขาอย่างเกรงอกเกรงใจ
"อืม"
ผู้นำตระกูลกู่รู้สึกคั่งแค้นอยู่ภายในใจ ทว่า กลับไม่กล้าแสดงออกมาให้เห็น ทำได้เพียงขบกรามแน่น และกลืนความขมขื่นลงไปในท้อง
"นี่ก็สายมากแล้ว เหตุใดมารดาของกู่เว่ยถึงยังไม่กลับมาอีก?"
"ได้ยินมาว่า เมื่อคืนไอ้คนไร้ค่าอย่างกู่เฟิงแอบหนีไปทีู่เาด้านหลัง หรือว่าจะเป็เพราะเขา?"
เมื่อบิดาของกู่เว่ยคิดมาถึงจุดนี้ บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏรังสีความอำมหิตขึ้นมาทันที
"ท่านผู้นำ สุนัขชั้นต่ำอย่างกู่เฟิงถึงกับกล้าวิ่งไปทีู่เาด้านหลังเพื่อขัดขวางไม่ให้กู่ฉินขุดสุสาน ช่างเป็ความผิดที่ร้ายแรงจนไม่อาจให้อภัย ข้าเห็นว่า ท่านควรรีบส่งคนไปจับตัวมันกลับมา หักขาสุนัขของมันทั้งสองข้างทิ้งเสีย เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู"
บิดาของกู่เว่ยออกคำสั่งกับผู้นำตระกูลกู่ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"เ้า..."
"อย่างไรหรือ? หรือว่าท่าน้าจะล่วงเกินข้า เพียงเพื่อหลานชายที่กลายเป็คนไร้ค่าไปแล้วผู้หนึ่ง?"
บิดาของกู่เว่ยถลึงตาใส่ผู้นำตระกูลกู่ เป็การบีบบังคับให้ผู้นำตระกูลกู่ต้องกดข่มเพลิงโทสะที่กำลังปะทุขึ้นมาในดวงตากลับคืนไป
"ใครก็ได้ ไปจับตัวกู่เฟิงทีู่เาด้านหลังกลับมาเดี๋ยวนี้!"
ผู้นำตระกูลกู่กำหมัดแน่น อดกลั้นความคับแค้นใจเอาไว้ พลางตวาดสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ตึกตึกตึก!
สิ้นคำสั่งของผู้นำตระกูลกู่บรรดายอดฝีมือขอบเขตทะลวงิญญาหลายคนก็รับคำสั่ง และรีบรุดไปยังูเาด้านหลังเพื่อจับกุมตัวกู่เฟิงในทันที
'หวังว่า เ้าจะออกจากูเาด้านหลังไปแล้วนะ'
ผู้นำตระกูลกู่ทอดถอนใจอย่างหนักหน่วงอยู่ภายในใจ คนอยู่ใต้ชายคา ย่อมไม่อาจไม่ก้มหัว
แม้ว่าเขาจะไม่อยากทำร้ายกู่เฟิง แต่ทว่า เพื่อตระกูลกู่ และเพื่อตัวเขาเอง เขาจึงทำได้เพียงลงมือเยี่ยงนี้เท่านั้น
เขามีบุตรชายสี่คน และบุตรสาวหนึ่งคน
กู่หลงคือบุตรชายคนที่สามของเขา และยังเคยเป็บุตรชายที่เขารู้สึกภาคภูมิใจมากที่สุด ใน่วัยหนุ่มกู่หลงสามารถบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็ยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดที่แข็งแกร่ง เป็รองเพียงเขาเท่านั้นในตระกูลกู่ นับได้ว่ามีอนาคตที่รุ่งโรจน์ และน่าจับตามองเป็อย่างยิ่ง
น่าเสียดายนัก นับั้แ่กู่หลงแต่งงานกับหลิวอวิ๋นเซิงผู้มีเื้ัอันลึกลับ เขาก็มักจะเผชิญกับเื่ยุ่งยากอยู่บ่อยครั้ง
และในท้ายที่สุดเขาก็ถึงกับต้องพบกับภัยถึงชีวิตที่หุบเขาต้องห้ามมาร
หลังจากที่กู่หลงตายไป เขาเคยส่งคนไปสืบสวนเื่นี้ และในท้ายที่สุดก็สืบสาวไปถึงขุมกำลังต้องห้ามที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องรีบเรียกตัวคนที่ถูกส่งออกไปกลับมาทันที โดยไม่กล้าที่จะสืบสาวราวเื่ต่อไปอีกเลย!
"หาก้าจะจับข้า เหตุใดต้องถ่อไปถึงูเาด้านหลังด้วย!"
ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงที่คุ้นเคยของกู่เฟิงก็ดังกังวานมาจากทางประตูใหญ่ของจวนตระกูลกู่ เป็การดึงสติของผู้นำตระกูลกู่ที่กำลังล่องลอยให้กลับคืนมา
"ไอ้หน้าโง่ ถึงกับรนหาที่ตายด้วยตนเอง ใครก็ได้ ไปจับตัวมันเอาไว้ หักขาสุนัขของมันทั้งสองข้างทิ้งเสีย!"
"ข้าจะทำให้มันต้องเ็ปทรมานจนอยู่ไม่สู้ตาย!!!"
เมื่อบิดาของกู่เว่ยเห็นร่างในชุดสีขาวปรากฏขึ้นที่ประตูใหญ่ของจวน เขาก็หัวเราะร่วนออกมาด้วยความตื่นเต้นจนลำคอแดงก่ำ
เพียงแต่ว่า ด้วยประสาทััอันเฉียบแหลมผู้นำตระกูลกู่กลับได้กลิ่นอายความผิดปกติบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างของกู่เฟิง
โดยไม่รู้ว่า ด้วยเหตุใดเขาจึงพบว่า กู่เฟิงในวันนี้ดูแตกต่างไปจากวันวาน
โดยเฉพาะคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอยู่บนอาภรณ์สีขาวของกู่เฟิง ที่ทำให้ในหัวของเขาปรากฏลางสังหรณ์อันเลวร้ายพาดผ่านขึ้นมาในทันที!