ตอน24สตรีไร้เทียมทาน
"เจ๋อท่างชู... หลายปีมานี้ เป็ข้าที่มองข้ามเ้าบัดนี้ข้ามองเห็นทั้งหมดแล้ว มองเห็นความจริงใจของเ้า ที่มีต่อข้าั้แ่ต้นจนจบข้าทบทวนดูหลายๆ เหตุการณ์ ั้แ่เล็กจนเติบใหญ่ เป็เ้าทุกครั้งที่คอยอยู่เคียงข้างข้าแม้มีบางครั้งที่เ้าไม่ได้เผยตัว แต่ข้ารู้ดีว่าเป็เ้า"
"ความรู้สึกที่มีต่อข้า เ้าไม่ต้องเก็บงำมันไว้อีกแล้วไม่ต้องตัดสินถูกผิดด้วยตัวเอง "
"บัดนี้ข้าเป็ใหญ่ในเผ่าทุ่งหญ้า มิมีผู้ใดจะตัดสินได้ว่าอันใดควรอันใดไม่ควร"
"เ้ายินดีจะเป็นายหญิงแห่งเผ่าทุ่งหญ้าเคียงคู่ข้าได้หรือไม่"
ในที่สุดทั้งสองก็ลงเอยรักกันด้วยดี เจ๋อท่างชูที่เฝ้าหลงรักตี้หลุงฝ่ายเดียวมาโดยตลอดตอบตกลงอย่างไม่ยั้งคิด นางพยักหน้าหนึ่งครั้ง พร้อมสวมกอดตี้หลุงแน่น
ตี้หลุงค่อยๆพานางมานั่งที่ปลายเตียง เขาเดินกลับไปยกชามน้ำอุ่นชามใหญ่นั้นมาวางข้างๆเท้าเจ๋อท่างชู
"ครั้งนี้ให้ข้าได้ล้างเท้าให้เ้าบ้างได้หรือไม่"พูดยังไม่ทันจบประโยค ตี้หลุงพ่อหนุ่มคลั่งรัก ค่อยๆบรรจงถอดรองเท้าของนางออกอย่างเบามือที่สุดบนใบหน้าของเขาเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
*ธรรมเนียมความเชื่อจีนโบราณของชาวชนเผ่าเชื่อว่าหากสตรีที่ยอมให้บุรุษเห็นเท้าเปล่าของตนมีเพียงบุรุษผู้ที่เป็สามีเท่านั้น หากสถานะยังมิได้เกี่ยวพัน อีกไม่ช้าบุรุษผู้นั้นย่อมต้องกลายเป็สามีในอนาคต*
ฉะนั้นครั้งนี้ เป็ตี้หลุงที่จงใจกระทำให้สอดคล้องกับความเชื่อโบราณ
"เจ๋อท่างชู ที่ข้าทำเช่นนี้ เพราะข้าตั้งใจไว้นานแล้วว่าข้าเองอยากจะสารภาพความในใจแก่เ้า ที่ข้าไล่พวกสหายสาวรับใช้ของเ้าออกไปนั้นเพราะข้าไม่้าทำเื่โจ้งแจ้งต่อหน้าพวกนางข้าอยากให้่เวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับเ้า มีเพียงเราสองคนเท่านั้นหวังว่าเ้าจะเข้าใจข้าข้าไม่ได้มีเจตนาข่มเหงรังแกความรู้สึกเ้าต่อหน้าผู้อื่น"
"เ้าเองน่าจะรู้ดีว่าข้าไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจเช่นท่านพ่อ"
********************
ข่านตี้หลุงหวนคืนตำแหน่งนายท่านแห่งแดนเถื่อนได้ไม่นานเขาตัดสินใจประกาศแต่งกับเจ๋อท่างชู จัดงานใหญ่โตโอ่อ่า แต่บรรยากาศภายในงานกลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น
ั้แ่นั้นเป็ต้นมานับว่าเป็ยุคศิวิไลของเผ่าทุ่งหญ้าแดนเถื่อนข่านตี้หลุงปกครองดินแดนได้ดีจนชาวประชายินยอมพร้อมใจกราบกราน ตายแทนได้
ข่านตี้หลุงเป็าาที่แข็งแกร่งเพียงระยะเวลาอันสั้น เขาสามารถรวบรวมกองทัพที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยตนเองอีกทั้งยังเป็พันธมิตรกับแคว้น สือโจว ฝ่ายนั้นยินยอมมอบพลทหารหนุนหลังให้ 1 แสนนายเพื่อแลกกับเผ่าทุ่งหญ้าต้องส่งเสบียงสัตว์ป่า ผ้าแพรชั้นดี ให้ทุกปีจนกว่าจะเปลี่ยนแผ่นดิน
ณวังหลวง นครฉางอาน
"นายท่าน ราชสานส์จากเผ่าทุ่งหญ้าขอรับ"
"เห๊อะๆๆ กล้าดีอย่างไร ส่งราชสานส์ถึงข้า"อันเล่อเปิดจดหมายแผ่นนั้นออกถึงขั้นทำหน้าตากลัดกลุ้ม มิสู้ดี พึมพำกับตัวเองว่า
"ข่านตี้หลุง รวบรวมกำลังพบได้ว่องไวเชียวนี้เลยหรือ....บัดนี้อยากเปิดศึกกับข้า อืม... ถือว่ายังมีคุณธรรมอยู่บ้าง จะเปิดศึกตีเมืองของข้ายังมีหน้าเขียนจดหมายมานัดหมายเสียอย่างนั้น "
"ได้ ได้เลย งั้นข้าจะสนองความผยองของเ้าให้เข็ดหลาบเสียหน่อยความแค้นส่วนตัว แต่ไม่สะสางกับข้าแต่โดยดี ดันเล่นสกปรกหวังตีเมืองให้ชาวประชาของข้าเดือดร้อนอีกตามเคย"
"เ้า!!! แม่ทัพใหญ่เฉียว กำลังพลของเรามีเท่าไหร่"
"เรียนนายท่านกำลังพลที่พร้อมออกรบ มีทั้งหมด 3 แสนนายขอรับ"
"อืม... ถือว่าได้เปรียบเผ่าทุ่งหญ้าอยู่บ้าง พวกนั้นมีทหารเพียงแค่ 2แสนนาย"
"นายท่านขอรับ สายลับของเรารายงานมาว่าเผ่าทุ่งหญ้าได้รับการหนุนหลังจากแคว้นสือโจว ส่งทหารร่วมรบ 1 แสนนาย เช่นนั้นเท่ากับว่าฝั่งศัตรูมีกำลังรบ 3 แสนนายเท่าฝั่งเรานะขอรับ"
"เอาเถอะ ไปจัดทัพรบให้เรียบร้อย ออกรบในอีกสองวันข้างหน้าข้าจะเป็ผู้นำรบด้วยตนเอง"
"นะ นะ นายท่าน ไม่ได้นะขอรับ หากนายท่านเป็อันใดไปจะไม่เท่ากับว่านครฉางอานก้าวเข้าสู่ยุคมืดอีกคราหรือขอรับ"
"หุบปาก กล้าดีอย่างไรมาออกความเห็นกับข้า ข้าเป็ถึงนายเหนือหัวจะให้พวกเ้าออกสู้อยู่ด่านหน้าเพียงลำพังได้อย่างไร แม้ข้าจะเป็สตรีแต่ข้านั้นฝึกยุทธจนแตกฉาน ข้ามิพ่ายแพ้ให้ผู้ใดง่ายๆ หรอก"
"อีกทั้งครั้งนี้ ข้าควรไปประมือกับข่านตี้หลุงเสียหน่อย ทวงคืนที่เขาเคยล่วงเกินข้าเมื่อครั้งนานมาแล้ว"
"ขอรับนายท่าน โปรดอภัยที่ข้าเอ่ยคำที่ไม่สมควร"
"ประกาศออกไปให้ชาวประชาเตรียมตัวรับมือกับาที่จะเกิดขึ้น ให้สตรีเด็ก และคนชรา อพยพออกจากเมืองชั่วคราวให้เร็วที่สุด"
"ขอรับนายท่าน"
******************
และแล้วข่าวาใหญ่ระหว่างสองฝั่ง ถูกป่าวประกาศลือสะพัดขจรไกล ถึงหูฉงเฉิงเหลียง
"ห่ะ... ข้าชักเป็ห่วงนางขึ้นมาเสียแล้วสิสตรีเพียงผู้เดียวเช่นนางจะนำรบ"
"ความโเี้ของทหารเถื่อนเผ่าทุ่งหญ้า ข้ากลัวนางจะรับมือไม่ไหว"เฉิงเหลียงพึมพำกับตัวเอง พร้อมกลัดกลุ้มไม่เป็อันทำอะไร
"ทว่า...ข้าเปิดเผยตนอย่างโจ้งแจ้ง ต้องไม่เป็ผลดีแน่"เฉิงเหลียงคิดหาวิธีช่วยเหลือนางสารพัดระหว่างนี้เฉิงเหลียงสืบสาวติดตามข่าวสารการรบจนรู้ข้อมูลแจ่มแจ้ง เวลารบสถานที่รบ ล้วนรู้แท้แน่นอน เพียงเท่านี้เฉิงเหลียงก็มีเวลามากพอสำหรับเตรียมการบางอย่างอย่างลับๆ
"อือ... มีอยู่วิธีหนึ่ง ที่พอจะเป็ไปได้"เฉิงเหลียง้าตระเตรียมดอกธนูอาบยาพิษ โดยดอกธนูของเขานั้นจะพิเศษกว่าทั่วๆไปคือหางดอกธนูทาด้วยสีแดงเืนก...เขาค่อยๆลำเลียงมันขึ้นไปที่ชายเขาลูกหนึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากสมรภูมิรบ...เร่หาจุดพิกัดที่เหมาะที่สุดสำหรับการซุ่มโจมตี...
2วันผ่านไป
นครฉางอานดั่งเมืองรกร้างชาวเมืองอพยพเอาตัวรอดจนหมด เหลือเพียงเหล่าทหารคอยคุ้มกันรอบเมืองทั่วทุกทิศ
ณสำนักจวงหลาง
ยามรุ่งเช้าก่อนวันรบเฉิงเหลียงดูรีบร้อนออกจากป่าไผ่สำนักจวงหลวง รุ่ยปี้อินศิษย์พี่รองเก็บหน่อไม้เตรียมทำอาหารเช้าให้ทุกคนกินเห็นท่าทีรีบร้อนของศิษย์น้องเล็กอย่างเขาเกิดความแปลกใจ ตัดสินใจเอ่ยถาม
"ศิษย์น้องเล็ก นำคันธนูติดตัวไปเพื่ออะไร เ้ารีบร้อนจะไปที่ใดกัน "
"ไม่ได้ หากให้ศิษย์พี่รู้ ว่าข้ากำลังจะซุ่มโจมตีฝั่งศัตรูพวกเขาต้องขัดขวางข้าแน่" เฉิงเหลียงพึมพำในใจ
"ไม่มีเื่รีบร้อนอะไรหรอก ่นี้ท่านทำแต่ผัดหน่อไม้ป่าให้ข้ากินข้าเบื่อจะแย่อยากไปยิงกระต่ายสักตัวสองตัว"เฉิงเหลียงเลือกพูดโกหกปี้อินอย่างหน้าตาย
"อืม... เช่นนั้นศิษย์น้องระวังตัวด้วย อย่าลืมว่าร่างกายของเ้ามิได้แข็งแรงหากเ้าเป็อะไรไปเสวียนอี(ศิษย์พี่ใหญ่)กับท่านอาจารย์ฆ่าข้าแน่"ปี้อินพูดแซวแกมหยอกเย้า แต่ความจริงคือในใจเป็ห่วงเฉิงเหลียงทุกย่างก้าว"
"ไอ๊หย๊า ศิษย์พี่รอง ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกเพียงแค่ล่ากระต่ายสองสามตัวเท่านั้น มิได้ออกแรงอะไรมากมาย"
"อืม... ข้าเข้าใจแล้วล่ะ"
เฉิงเหลียงหันหลังกลับเดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเล็กๆ ซุ่มอยู่ในจุดที่ตนตระเตรียมไว้เป็อย่างดี
"เอาเถอะ ไหนๆชีวิตข้าก็อยู่ได้อีกไม่นาน เป็คนไร้ประโยชน์ อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ได้ทำเพื่อฉางอานอีกครั้ง อีกทั้งได้ปกป้องคนที่ข้ารักให้ตายก็ถือว่าไม่เสียเปล่า" เขาหลับตาพริ้มพึมพำกับตัวเอง อยู่นานก่อนจะได้ยินเสียงกลองรบตีรัว
พรึมๆๆตึงๆๆ ปลุกใจเหล่าทหารกล้า
เบื้องล่างนั้นเป็ทหาร 3แสนนาย ของทั้งสองกองทัพประหน้ากันจะๆ เหล่าทหารแดนเถื่อนมิ้าสัญญาณใดๆปลุกใจ พร้อมใจกันยกด้ามง้าว กระทุ้งกระแทกพื้นดิน ดังตึกๆฟังดูแล้วข่มขู่ขวัญเหล่าศัตรูได้เป็อย่างดี
ณสมรภูมิรบเบื้องล่าง
ผู้นำทั้งสองฝั่งยกธงแดงเจรจากันเสียก่อน
"ข่านตี้หลุง ข้ามาตามคำขอของเ้า ในเมื่อเ้ากล้ายกกำลังพลบุกมาถึงนี่ข้าเองยินดีจะสนองความตายให้พวกเ้า"อันเล่อกล่าวถ้อยคำเหยียดหยามข่มขู่ศัตรูให้เสียความมั่นใจ
"ปากคอเราะร้าย สมกับเป็ตรีของฉงเฉิงเหลียงจริงๆ "ตี้หลุงะโกระแทกกระทั่นเสียง ยียวนกวนใจ
"หุบปากซะ ชื่อนี้มิสมควรเอ่ย เศษสวะอย่างเ้าต่อสู้กับสตรีอย่างข้านั้น ก็เกินพอแล้ว แค่ข้าผู้เดียวสามารถเด็ดหัวเ้าได้ง่ายๆ"อันเล่อกล่าวคำพูดสาดเสียใส่ตี้หลุงอย่างไร้ความเกรงใจ
"ฮ่าๆ สิ่งที่เ้าพูดช่างน่าขัน เหตุใดจู่ๆ ชื่อบุรุษที่เ้ารักนักรักหนาถึงกลายเป็ชื่อต้องห้ามเสียแล้วล่ะ เ้าจำมิได้หรือ ว่าครั้งที่เ้าไปจากข้ากล่าวคำลวงแก่ข้า บอกรักข้า ก็เพื่อปกป้องเขากระทั่งเผ่าทุ่งหญ้าของข้าต้องพินาศย่อยยับจนถึงทุกวันนี้"
"ครั้งนี้ คิดว่า คำโกหกของเ้า ข้าจะเชื่องั้นหรือ!!!!"ตี้หลุงกล่าวเล่าเท้าความถึงบุญคุณความแค้นที่เคยมีต่อกันเขาพยายามปลุกปั่นให้อันเล่อเสียสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ นั่นจะเป็วิธีที่สามารถทำให้ทหารฝ่ายศัตรูเสียความมั่นใจได้ง่ายๆ