จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 หลบหนี!!

                เมื่อตกลงใจได้ไป๋หยุนเฟยก็ไม่รีรอหลังจากเหลือบตามองจางเจิ้นซานก็พลันขยับร่างพุ่งตรงเข้าป่าด้านซ้ายในบัดดล!

                “ถึงยามนี้ค่อยคิดจะหลบหนี? ไม่สายเกินไปหน่อยหรือ!!”ทันทีที่ไป๋หยุนเฟยขยับเคลื่อนไหว จางเจิ้นซานก็สังเกตพบ ยามกะทันหันเมื่อเห็นว่าศัตรูหมายจะหลบหนีจึงแค่นเสียงเย็นชาและพุ่งกายไล่ตามไป๋หยุนเฟยไป

                หลังจากไป๋หยุนเฟยหลบหนีไปได้หกเจ็ดวาทวนเปลวอัคคีในมือก็พลันสาบสูญไปขณะวิ่งตะบึงก็หันกลับมาสะบัดแขนขวาราวสายฟ้าซัดประกายแสงเย็นเยียบสองจุดพุ่งตรงเข้าใส่จางเจิ้นซานที่ไล่ตามมา!

                เป็นมีดบินสังหาร!!

                ชั่วขณะที่ประกายเย็นเยียบพุ่งใส่จางเจิ้นซานต้องประหลาดใจเล็กน้อยที่ศัตรูยังมีฝีมือซัดมีดสั้นอีกนี่นับว่าเกินคาดอยู่บ้าง

                แต่ก็เพียงเท่านั้นต่อให้ไป๋หยุนเฟยจู่โจมใส่อย่างกะทันหันแต่ก็ยังไม่อยู่ในสายตาจางเจิ้นซาน

                ชั่วพริบตาร่างของจางเจิ้นซานก็เคลื่อนไปด้านข้างปล่อยให้มีดสั้นทั้งสองเล่มลอยผ่านไปพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยโดยไม่ชะลอความเร็วลงแม้แต่น้อย

                แต่พริบตาที่หลบมีดสั้นพ้นก็ปรากฏมีดบินอีกสามเล่ม สองหน้าหนึ่งหลังซัดตามมา!

                ด้วยสายตาที่ยังจับจ้องอยู่จางเจิ้นซานเคลื่อนกายไปด้านซ้ายครึ่งนิ้วอีกคราก็หลบเลี่ยงมีดสั้นสองเล่มที่พุ่งใส่ไหล่ขวาและศีรษะพ้นก่อนจะยื่นมือขวาตะปบตรงหน้าคว้าจับมีดเล่มสุดท้ายเอาไว้ได้!ด้วยถุงมือไหมน้ำแข็งที่สวมใส่จางเจิ้นซานจึงคว้าจับมีดบินที่มาอย่างฉับไวนี้ได้ดุจดังรับก้อนหินที่ไร้คม

                “จี๊ด!!”

                ชั่วขณะที่จางเจิ้นซานรั้งมุมปากส่งรอยยิ้มเหยียดหยามเสียงสัตว์ร่ำร้องโหยหวนก็ดังจากด้านหลังอย่างกะทันหัน!

                ร่างจางเจิ้นซานชะลอวูบพร้อมกับสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเมื่อหันไปกวาดตามองด้านหลังก็เห็นมุสิกเทาตามรอยที่ซ่อนตัวอยู่ตั้งแต่เริ่มต่อสู้ถูกมีดสั้นปักตรึงกับพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติง!

                “เจ้า!!”สีหน้าจางเจิ้นซานนิ่งค้างไป ก่อนจะหันกลับมามองไป๋หยุนเฟยด้วยดวงตาเปี่ยมความเดือดดาลพร้อมกับโคจรพลังวิญญาณเร่งความเร็วถึงขีดสุดพุ่งเข้าใส่ไป๋หยุนเฟย!

                “จางเจิ้นซานข้าจะคืนเข็มเงินวิญญาณน้ำแข็งของบุตรชายเจ้าให้!!”

                ยามที่จางเจิ้นซานเคลื่อนกายไปได้สองก้าวเสียงตะโกนจากไป๋หยุนเฟยก็ดังเข้าหูก่อนจะเห็นศัตรูสะบัดแขนขวาซัดประกายเย็นเยียบเข้ามาอีกสองจุด

                “ว่ากระไร?!” สีหน้าจางเจิ้นซานแปรเปลี่ยนไปจิตใจมันหวั่นไหวเล็กน้อยแต่ทันทีที่เพ่งตามองก็พบว่าที่พุ่งเข้ามาไม่ใช่เข็มเงินวิญญาณน้ำแข็งแต่เป็นมีดสั้นธรรมดาสองเล่ม!

                “เฮอะคิดจะแบ่งแยกสมาธิข้าด้วยคำพูดไม่กี่คำหรือ ยังไม่ง่ายนัก!!”ดวงตาจางเจิ้นซานสาดประกายเย็นชา มันถึงกับไม่หลบเลี่ยงแต่โบกมือขวาอย่างกะทันหันเมื่อคว้าจับมีดสั้นทั้งสองเล่มได้ก็ซัดกลับคืนไป!

                ไป๋หยุนเฟยงอเอวหลบเลี่ยงมีดสั้นทั้งคู่ยามที่ยืดกายขึ้นดวงตาก็ปรากฏร่องรอยไม่ยินยอมก่อนจะแทนที่ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวในบัดดล

                เมื่อจ้องมองจางเจิ้นซานที่ไล่ตามเข้ามาในระยะไม่ถึงห้าวาไป๋หยุนเฟยก็แค่นเสียงเย็นชาก่อนจะชะลอร่างลงอย่างกะทันหันจากนั้นสะบัดมือขวาออกจากด้านหลังต่อเนื่องไม่หยุด ชั่วลมหายใจเข้าออกก็ซัดมีดบินออกสี่เล่มพร้อมกัน

                พริบตาต่อมาไป๋หยุนเฟยทิ้งมือลงหยุดยั้งการซัดมีดสั้นอย่างกะทันหันจากนั้นกล้ามเนื้อบนแขนขวาพลันเบ่งพองก่อนจะสะบัดสุดแรงด้วยท่ากรีดวาดเป็นวงกว้างกว่ายามซัดมีดสั้นก่อนหน้า!

                ปรากฏประกายแสงครามสดใสพลันพุ่งทะลวงออกไป--- เป็นหนามธารน้ำแข็ง!!

                สีหน้าจางเจิ้นซานยังคงไม่แปรเปลี่ยนมันวาดมือขวาสร้างเงาพร่าเลือนกระแทกมีดบินทั้งสี่เล่มกระเด็นออกไปแต่ขณะจะใช้ท่าเท้าธารน้ำแข็งไล่ตามจู่โจมศัตรูสีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง!

                พริบตาเดียวหลังจากไป๋หยุนเฟยสะบัดแขนออกประกายแสงสีครามสดใสก็พุ่งวาบข้ามระยะห้าวาระหว่างทั้งคู่ถึงเบื้องหน้าจางเจิ้นซานแล้ว!

                รวดเร็วรวดเร็วเกินไปแล้ว!

                นี่กลับเป็นระดับความเร็วคนละขั้นกับมีดบินที่ซัดออกก่อนหน้า!

                จางเจิ้นซานไม่อาจทำอันใดได้ทันเมื่อไม่มีทางเลือกได้แต่ใช้มือขวาปิดสกัดเบื้องหน้าขณะเดียวกันก็เบี่ยงกายสุดกำลังจึงเคลื่อนไปด้านขวาได้ครึ่งนิ้ว!

                “ฉึก!”

                เสียงแผ่วทุ้มที่มีเพียงจางเจิ้นซานได้ยินเพียงผู้เดียวยามที่แว่วเข้าหูกลับกลายเป็นเสียงระเบิดดังกึกก้องในใจมัน!

                พริบตาที่หนามธารน้ำแข็งกระทบถูกใจกลางฝ่ามือขวามิคาดว่าถุงมือไหมน้ำแข็งที่เป็นวัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับสูงยังไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้!

                หนามธารน้ำแข็งทะลวงฝ่ามือที่ปิดสกัดเบื้องหน้าจางเจิ้นซานโดยปราศจากแรงต้านทานก่อนจะทะลุผ่านหลังมือ แล้วพุ่งทะลวงไหล่ขวาจางเจิ้นซานพร้อมกับเสียง‘ฉึก’ที่ดังขึ้นอีกคราหนามธารน้ำแข็งทะลวงลึกครึ่งด้ามกระทั่งสะดุดกระดูกที่ขวางไว้จึงหยุดลงเหลือเพียงปลายแหลมที่ทะลุออกไปยังหัวไหล่ด้านหลัง!

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยฉายแววสำนึกเสียใจจากนั้นกัดฟันหันหลังวิ่งออกไปโดยไม่ลังเล

                จางเจิ้นซานมองดูไป๋หยุนเฟยที่กลายเป็นเงาพร่าเลือนหลังจากทะยานกายไม่กี่คราก็วิ่งหายลับเข้าไปในป่าตรงหน้าทั้งร่างมันนิ่งค้างไม่เคลื่อนไหว แม้แต่ดวงตาก็มีร่องรอยฉงนใจยามมองฝ่ามือที่กลายเป็นรูโหว่และไหล่ที่ถูกเจาะทะลวงสีหน้าก็กลายเป็นบิดเบี้ยวปั้นยาก

                จางเจิ้นซานเอื้อมมือไปรวบจับหนามธารน้ำแข็งบนหัวไหล่ก่อนจะกระชากดึงโดยแรงปรากฏโลหิตฉีดพุ่งออกเป็นเส้นสายแต่จางเจิ้นซานก็ห้ามเลือดได้อย่างรวดเร็ว

                หลังจากโคจรพลังวิญญาณรักษาอาการบาดเจ็บบนฝ่ามือและหัวไหล่เมื่อจางเจิ้นซานเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่ไป๋หยุนเฟยหลบหนีไปสีหน้ามันแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้งแต่สุดท้ายเมื่อไม่อาจทำอันใดอีกจึงได้แต่สั่นศีรษะอย่างท้อแท้และถอนหายใจออกมา

                “ไม่คิดว่า...เจ้าเด็กเหลือขอที่เพียงบรรลุด่านวีรชนวิญญาณจะสร้างปัญหาแก่ข้าถึงเพียงนี้ที่ย่ำแย่ก็คือสุดท้ายข้าก็ปล่อยมันหลบหนีไปได้” ถึงตรงนี้จางเจิ้นซานได้สั่นศีรษะด้วยท่าทีเย้ยหยันตนเอง“หรือเป็นเพราะข้าสูญสิ้นพลังวิญญาณมากเกินไป? หรือเนื่องเพราะข้าว้าวุ่นใจด้วยความปรารถนาจะแก้แค้นจนดูถูกมันเกินไป?”

                หลังจากใคร่ครวญอยู่ชั่วขณะก็สั่นศีรษะอีกคราก่อนจะกล่าวกับตนเองว่า “ไม่ เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องเหล่านี้แต่เป็นเพราะพลังฝีมือของมัน...มันเป็นเพียงผู้บรรลุด่านวีรชนวิญญาณแต่จิตใจกลับเข้มแข็งกว่าที่คาดคิดมากนักแม้จะมีประสบการณ์ต่อสู้เพียงน้อยนิดทั้งพลังฝึกปรือยังอ่อนด้อยแต่ทั้งการตัดสินใจและความละเอียดอ่อนนับว่าเหนือธรรมดา!”

                “ยังมีที่สำคัญที่สุดคือวัตถุวิญญาณทั้งหลายของมัน...”

                เมื่อยกหนามธารน้ำแข็งขึ้นมาชมดูพร้อมกับหวนนึกถึงวัตถุวิญญาณทั้งหลายที่ศัตรูใช้ออกระหว่างต่อสู้ดวงตามันก็ฉายแววฉงนเหลือเชื่อ

                “ทวนสีแดงฉานเกราะวิญญาณไหมทอง และหนามธารน้ำแข็ง... แต่ละชิ้นกลับเหนือคาดหมายของข้านักกระบวนท่านั้นไม่สมควรบังเกิดการระเบิดของธาตุไฟได้ฝ่ามือนั้นก็ไม่สมควรที่มันจะต้านรับยามกะทันหันโดยง่ายเช่นนี้และหนามธารน้ำแข็งนี้เดิมทีข้ายังสามารถใช้ถุงมือไหมน้ำแข็งต้านรับได้แต่เมื่อครู่...”

                ยามจ้องมองหนามธารน้ำแข็งดวงตาจางเจิ้นซานก็สาดประกายไม่หยุดยั้งขณะเดียวกันก็เค้นสมองรำลึกทุกรายละเอียดระหว่างการต่อสู้กับไป๋หยุนเฟยผ่านไปเนิ่นนานกระทั่งบาดแผลบนมือขวาทุเลาลงราวกับจางเจิ้นซานพลันจดจำบางอย่างได้ดวงตาจึงเปล่งประกายเจิดจ้าพลางกล่าวอย่างประหลาดใจ“ช้าก่อน! หนามธารน้ำแข็งนี้... หรือว่า...”

                ราวกับนึกถึงบางอย่างที่แม้แต่ตนเองยังพบว่าน่าขบขันดวงตามันจึงทอประกายแวววับสุดท้ายจางเจิ้นซานก็แสดงสีหน้าผ่อนคลายก่อนจะกล่าวกับตนเอง “ข้าช่างโง่งมนักไม่ว่าจะเป็นเช่นใดก็ตาม หรือข้าไม่รู้จักทดสอบเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง?...”

                กล่าวจบก็กระชับหนามธารน้ำแข็งในมือก่อนจะซัดออกไปเบื้องหน้า

                ชั่วขณะที่หนามธารน้ำแข็งหลุดจากมือใบหน้าจางเจิ้นซานก็กลายเป็นตื่นตระหนก“พลังวิญญาณข้ากลับถูกดึงดูดไปโดยไม่อาจต่อต้านได้!”

                จากนั้นดวงตามันต้องเบิกกว้างเขม้นมองหนามธารน้ำแข็งที่พุ่งไปตรงหน้าจางเจิ้นซานถึงกับอ้าปากค้างใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

                “รวดเร็วถึงเพียงนี้...เป็นไปได้อย่างไร? ไฉนเป็นเช่นนี้ได้?!”

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน