ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 186 งานมงคลสมรส

    ทางด้านจักรวาลที่หนึ่งหลังจากโลกที่เจ็ดของพวกเขาออกมาได้ครึ่งเดือน กลับไม่มีใครกลับไปรายงานทำให้องค์ราชันย์จักรวาลที่หนึ่งโกรธเป็นอย่างมาก ทั้งต้องเสียงทรัพยากรจำนวนมากทั้งโลกที่เจ็ดยังเสียกองกำลังระดับราชันย์เซียนไปถึงหนึ่งพันคนนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเขาแต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจักรวาลที่เก้าเป็นคนทำเพราะไม่มีหลักฐานใด ๆหลงเหลืออยู่

                “พวกเจ้าส่งคนไปสืบให้เร็วที่สุดว่าใครเป็นคนเป็นคนทำเรื่องนี้ข้าไม่คิดว่าจักรวาลที่เก้าเป็นคนทำเรื่องนี้เพราะพวกลำพังเพียงราชันย์ฟางหรงคนเดียวคงไม่สามารถต่อกรกับราชันย์เซียนนับพันคนได้ข้าว่าต้องเป็นกองกำลังใหญ่ที่มีคนจำนวนมากถึงสามารถทำลายกองทัพราชันเซียนกว่าหนึ่งพันคนได้ในครั้งเดียว”

                หลังจากนั้นไม่นานทุกเขตจักรวาลทั้งสิบสี่เขตเริ่มถูกเผ่าพันธุ์ปีศาลเข้ารุกรานเว้นแต่จักรวาลที่เก้าเพียงจักรวาลเดียวที่ยังคงอยู่ดีไม่ถูกเผ่าพันธุ์ปีศาจรุกรานแต่อย่างใด

                หลังจากจบการเลี้ยงฉลองที่องค์ราชันย์ฟางหรงจัดขึ้นเหล่ารุ่นเยาว์ของแต่ละโลกได้เดินทางกลับไปยังโลกของตนเองพร้อม ๆ  กับเจ้าโลกทั้งหมดทางด้านเฟิ่งหยูและบิดามารดาของเขากลับไปยังโลกที่แปดเพื่อปรึกษาหารือเรื่องของการแต่งงานของเฟิ่งหยูกับหนิงเอ๋อ

                ทางด้านหนิงเอ๋อนั้นกลับกับพี่ชายของตนพร้อมกับรุ่นเยาว์ของโลกต้นกำเนิดเมื่อกลับถึงเมืองหลวงอัสตาน่าเหวินเทียนจึงได้รายงานเรื่องนี้ให้กับบิดาและมารดาของเขาทราบเรื่องของหนิงเอ๋อ

                “ท่านพ่อท่านแม่ ท่านคิดว่าหนิงเอ๋อโตเป็นสาวพอที่จะออกเรือนหรือยัง?”

                “เจ้านี่พึ่งกลับมา ทำไมถามแปลก ๆ น้องสาวของเจ้าก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว มีแต่เจ้านั่นแหละเมื่อไหร่ถึงจะหาคู่ได้สักทีแม่ของเจ้ารออุ้มหลานอยู่นะ”

                “อ่าท่านแม่ข้าคิดว่าท่านคงไม่ต้องรอข้าก็ได้อีกไม่นานท่านคงจะได้อุ้มหลานแล้วหละ”

                “เจ้านี่พูดแปลกๆ มีเรื่องอะไรรีบบอกพวเรามา”

                “หนิงเอ๋อมีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ? ทำไมวันนี้พี่ชายเจ้าพูดแปลก ๆ“

                หนิงเอ๋อกลับทำหน้าแดงบิดตัวไปมาพร้อมกับหยิกไปยังแขนของเหวินเทียนอย่างแรง

                “โอ้ย! ”

                “ก็ได้ ก็ได้ ข้าพูดแล้ว โตป่านนี้แล้วยังจะมาอายอยู่ได้”

            “ไม่มีอะไรมากนักหรอก ท่านพ่อท่านแม่เพียงแต่ว่าอีกไม่กี่วันพ่อแม่ของเฟิ่งหยูคงจะมาพูดเรื่องงานแต่งของหนิงเอ๋อแล้วตอนนี้พ่อของเฟิ่งหยูได้เป็นเจ้าโลกที่แปดเพราะเฟิ่งหยูยกตำแหน่งเจ้าโลกที่แปดให้กับพ่อของเขาซึ่งตอนนี้มีระดับพลังยุทธ์ขั้น มหาเทพแล้ว และเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้ปกครองโลกใดเฟิ่งหยูเลยให้พ่อของเขาปกครองโลกที่แปด”

            “อ้าวแล้วเฟิ่งหยูหละเขาจะไม่ดายที่เสียตำแหน่งเจ้าโลกไปหรอกหรือ?”

            “รายนั้นนะหรือไม่อยากเป็นเจ้าโลกกับเขาหรอก เขาไม่อยากได้ตำแหน่งใด ๆ แต่ยิ่งไม่อยากได้ตำแหน่ง หรือยิ่งปฏิเสธยังไง ตำแหน่งต่าง ๆก็วิ่งเข้าหาเขาอยู่ดี ถึงตำแหน่งเจ้าโลกจะยิ่งใหญ่ก็จริง เขาไม่อยากเป็นเจ้าเมืองเขาไม่อยากเป็นกษัตริย์เขาไม่อยากเป็นเจ้าโลกแต่สุดท้ายตำแหน่งที่เขาจะได้กลับเป็นตำแหน่งองค์ราชันย์ของจักรวาลที่เก้าแทนข้าหละอิจฉาเขาจริง ๆ เลย”

            “ตำแหน่งองค์ราชันย์จักรวาลที่เก้าเจ้าหมายถึงผู้ที่ปกครองโลกทั้งหมดของจักรวาลที่เก้านะหรือ?”

            “ก็ใช่นะสิท่านพ่อแล้วอย่างนี้จะไม่ให้ข้ายินดีได้อย่างไรในเมื่อน้องสาวของข้าจะได้เป็นราชินีตัวน้อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “ท่านพี่รอข้านั่งตำแหน่งราชินีก่อน ข้าจะหาภรรยาให้ท่านโดยเร็วที่สุด”หนิงเอ๋อกล่าวยอกย้อนด้วยความเขินอาย

            “อ่า ท่านพ่อ ท่านแม่ท่านว่าดีไหม หากข้าจะหาภรรยาให้ท่านพี่สักสี่ห้าคน”

            “ความคิดเจ้าไม่เลวเลยหนิงเอ๋อพ่อกับแม่สนับสนุนความคิดของเจ้าไปเถอะพวกเราไปฉลองกันภายในครอบครัวของพวกเรากันเถอะ”

            “ท่านพ่อท่านแม่ไหงกลายเป็นแบบนี้ ข้ายังไม่อยากมีภรรยา.....”

            “เจ้าแกล้งน้องของเจ้าก่อนช่วยไม่ได้ หากน้องของเจ้าจะเอาคืนเจ้าบ้าง ก็สมแล้วที่โดน”มารดาของเหวินเทียนหันกลับมาพูดกับเหวินเทียน ซึ่งตอนนี้กษัตริย์เหวินฉิงและองค์ราชินีต่างมีความสุข และยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            หลังจากนั้นสองอาทิตย์เฟิ่งหานหลี่และเฟิ่งหลิงเจีย เฟิ่งหยูพร้อมกับผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งเดินทางมาอาณาจักรอัสตาน่าเพื่อเข้าพบกษัตริย์เหวินฉิงเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่งงานของเฟิ่งหยู และหนิงเอ๋อหลังจากที่ทางฝ่ายเฟิ่งหานหลี่และภรรยา นำดวงของหนิงเอ๋อไปให้ซินแสผูกดวงสมพงษ์และหาฤกษ์แต่งงาน เพื่อหาวันแต่งงานที่ดีที่สุดแล้ว

            พวกเขาใช้เวลากว่าสามชั่วโมงจึงได้ข้อสรุปโดยงานแต่งจะจัดขึ้นที่โลกต้นกำเนิดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไปยังจักรวาลที่เก้าผู้คนที่รู้จักเฟิ่งหยูต่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาณาจักรเฟิ่งเทียนเพราะเฟิ่งหยูถือเป็นคนของโลกต้นกำเนิด  ที่เคยทำให้เมืองเล็ก ๆอย่างเมืองจินเฟิงกลายเป็นอาณาจักรใหญ่อย่างอาณาจักรเฟิ่งเทียนแห่งนี้

            เหล่าคนตระกูลเฟิ่งเองก็อาศัยอยู่ในเมืองจินเฟิงอาณาจักรเฟิ่งเทียนแห่งนี้เช่นกันดังนั้นความเคารพนับถือของผู้คนในเมืองจินเฟิ่งและอาณาจักรเฟิ่งเทียนแห่งนี้จึงเคารพผู้คนจากตระกูลเฟิ่งเป็นอย่างมาก

            ทางด้านเจ้าโลกต่าง ๆ เมื่อข่าวการแต่งงานของเฟิ่งหยูกระจายออกไปพวกเขาต่างพากันยินดี ผู้คนในอาณาจักรเฟิ่งเทียนเริ่มตกแต่งประดับประดาบ้านเรือนของพวกเขาด้วยสีแดง จนแทบจะเรียกได้ว่าทั่วทั้งอาณาจักรเฟิ่งเทียนต่างยินดีกับข่าวนี้

            ทางตระกูลเฟิ่งได้แจกเทียบเชิญงานแต่งของเฟิ่งหยูไปทั่วทั้งจักรวาลที่เก้าในตอนนี้ตระกูลเฟิ่งของพวกเขานับว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของจักรวาลที่เก้า พวกเขาพันกว่าคนมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับพระเจ้าเกือบทั้งหมดซึ่งถือเป็นตระกูลที่มีกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตจักรวาลทั้งสิบห้า

            หลังจากนั้นหนึ่งเดือน

            วันงานแต่งงานของเฟิ่งหยูกับหนิงเอ๋อก็ได้ถูกจัดขึ้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่งานหนึ่ง ทุกคนต่างเผ้ารองานนี้มานาน

            เมื่อตะวันโผล่พ้นจากขอบฟ้าแต่เมืองจินเฟิ่งแห่งอาณาจักรเฟิ่งเทียนกับยิ่งคึกคัก ถนนหลายเส้นเต็มไปด้วยผู้คนวันนี้เป็นวันที่คนที่พวกเขารักและเคารพจะเข้าพิธีอภิเษกสมรส

            และตอนนี้ขบวนเกี้ยวหลังใหญ่ได้พากันเดินทางจากเมืองจินเฟิ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงอัสตาน่าขบวนเกี้ยวที่มีเหล่าลูกศิษย์สำนักเทพดาราสวมชุดสำนักเทพดารากว่าห้าพันคนเดินเรียงแถวยาว เสมือนมังกรที่เคลื่อนนที่เข้าหาวังหลวงเมืองอัสตาน่า

             ขบวนเกี้ยวที่ยิ่งใหญ่เดินทางมาถึงเมืองหลวงอัสตาน่าซึ่งในตอนนี้ขบวนเกี้ยวหลังใหญ่เดินทางมาถึงเมืองหลวงอัสตาน่า ในตอนสาย ๆ เหล่าผู้อาวุโสสำนักเทพดาราและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเฟิ่งที่มาแต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีชื่อเสียงในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้

            “มาแล้ว มาแล้ว ขบวนของเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว”

            ผู้คนเริ่มส่งเสียงฮือฮาหลายคนตระโกนเสียงดัง พวกเขาต่างเฝ้ามองดูเฟิ่งหยูที่กำลังใกล้เข้ามา เมื่อขบวนเจ้าบ่าวเดินผ่าน หญิงสาวหลายคนถึงกับตื่นเต้นยินดี หลายคนถึงกับแอบเก็บไปฝันเลยทีเดียว

            ขบวนแห่งเข้าสู่ประตูเมืองหลวงอัสตาน่า เมื่อไปถึงกษัตริย์เหวินฉิงยืนยิ้มแย้มต้อนรับอยู่ภายในเฟิ่งหยูก้าวลงจากหลังม้า มายืนอยู่ต่อหน้ากษัตริย์เหวินฉิงพร้อมกับทักทายอย่างนอบน้อม

            “องค์กษัตริย์”

            “จนป่านนี้แล้วเจ้ายังเรียกแบบนี้อยู่อีกหรือ?”

            “ท่านพ่อตา” กษัตริย์เหวินฉิงเอื้อมมือตบลงบนไหล่ของเฟิ่งหยู

            “ช่วยดูแลหนิงเอ๋อของพวกเราให้ดีหน่อยข้าต้องฝากเจ้าด้วย จากนี้ไปพวกเราก็เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว เจ้าอย่าได้เกรงใจหากมีปัญหาเดือดร้อนให้รีบมาหาพวกเราพร้อมและเต็มใจช่วยเจ้า”

            กษัตริย์เหวินฉิงพาเฟิ่งหยูเข้าไปด้านในหนิงเอ๋อปรากฎตัวหลังจากที่เฟิ่งหยูยืนรอได้ไม่นาน หนิงเอ๋อในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลวดลายหงส์ สวมมงกุฎหงส์ประดับด้วยไข่มุกงดงามเรียงร้อยเป็นสายห้อยระย้าตามแนวขอบมงกุฎหงศืผ้าคลุมแพรสีแดงปิดบังใบหน้าทั้งหมด ส่งผลให้หนิงเอ๋อดูงดงามเฉิดฉายกว่าที่เคยพบเห็น