
ตอน ฉันจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ
“เหนื่อยชะมัดเลย”
ผมรู้สึกหิวน้ำจึงดับเครื่องตัดหญ้าเดินเข้ามาภายในบ้าน หวังเปิดตู้เย็นหยิบน้ำดื่มเย็นๆ ออกมากินสักขวดเพื่อดับกระหายในเวลาบ่ายแสงแดดจ้า ทว่ายังเดินไปไม่ถึงห้องครัวผมก็เห็นประตูห้องครัวถูกแง้มเอาไว้ ผมจึงแอบดูอยู่หลังบานประตู แล้วพบว่าคนป่วยของผมแอบย่องเข้ามาสวาปามคุกกี้อย่างหิวโหย ราวกับปอบสิงร่าง
อืม คนอะไรวะขนาดกินมูมมามยังดูน่ารัก รอบตัวของเธอเหมือนเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีชมพูมากมายกำลังร่วงลงมาเหมือนภาพในหนังการ์ตูน
คุกกี้ที่ผมทำเก็บเอาไว้กินตอนหิว ถูกเธอหยิบเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ยชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนหมดโหล
“กินได้ขนาดนี้คงหายดีแล้วสินะ กินได้น่ากลัวมาก”
ผมพูดกับตัวเอง พอจังหวะที่เธอลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นผมเลยย่องเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เธอใจนหน้าซีด ถอยหลังไปชนกับประตูตู้เย็นเสมือนหัวขโมยจนมุม
ดวงตากลมโตที่เริ่มมีแววสดใสเบิกกว้าง ริมฝีปากบางได้รูปที่ผมรู้สึกว่าน่าจูบเหลือเกินก็อ้าออกเล็กน้อย โอ้ย ทำไมน่ารักขนาดนี้กันวะทำเอาคนแก่หัวใจจะวาย หัวใจผมเต้นโครมครามอยู่ในอกจนแทบะเิออกมา ผมเก๊กหน้าเก๊กเสียงโหดสุดชีวิตและดูเหมือนมันจะได้ผล เธอดูกลัวผมจนลนลานแถมยังว่านอนสอนง่ายเกินคาด ผมสั่งให้เธอไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร แล้วก็ไปทำบะหมี่มาให้เธอกินรองท้อง จากนั้นเราสองคนก็ออกมานั่งคุยกันในห้องรับแขก
“ฉัน… เอ่อ หนูจำอะไรไม่ได้เลยคะ”
เธอกลอกตาไปมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดู พลางยกขายาวๆ เนียนๆ มองแล้วน้ำลายสอขึ้นไปนั่งขัดตะหมาดบนโซฟาของผม ผมรู้แล้วว่าทำไมจีจี้อยากจะกินเธอ ก็ขนาดผมยังอยากกินเธอเข้าไปในตัวเลยเหมือนกัน เหอๆๆ
ไอ้เกรียนเลิกหื่นแล้วกลับมาก่อน ผมเรียกสติตัวเองที่เตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหน
“เหอะ”
ผมทำหน้าเป็ตัวร้ายในหนังไทยอีกครั้ง นี่เธอคิดจะเล่นตลกอะไรกันนะ
“จะบอกว่าตัวเองความจำเสื่อมว่างั้น มุกเก่า”
ผมยกขาขึ้นไขว่ห้างกอดอก หรี่ตามองเด็กสาวตรงหน้า
“อื้อ หนูจำไม่ได้ค่ะ”
เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสา ดวงตากลมโตสดใสบ๊องแบ๊ว หน้าอกอวบใหญ่ดันเสื้อเชิ้ตของผมออกมาเหมือนลูกแตงโมงเนื้อในสีแดงหวานกรอบ หื้อ เกรียนอยากกินแตงโม
“นี่ เธอเป็พวกนางนกต่อใช่ไหม เหอๆๆ เล่นผิดคนแล้วอีหนู”
“นางนก… ต่อ”
เด็กสาวทำหน้างง ยกมือขึ้นเกาหัว
เอาจริงดิ! นี่เธอไม่เข้าใจที่ผมพูดจริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่กันแน่วะ
“แล้วนางนกต่อนี่ มาเกี่ยวอะไรกับหนูหรือคะ”
อะไรวะ? หน้าตาก็ออกจะสะสวยทำไมดูโง่ๆ จัง เด็กสมัยนี่
“ฟังนะ นางนกต่อที่ฉันพูดน่ะหมายถึงพวกที่ปลอมตัวเป็สายของโจร เธอเป็พวกคนร้ายปลอมตัวเข้ามาในบ้านของฉันใช่ไหม” ผมทำเสียงเข้มแสดงท่าทีคุกคามใส่เธอ
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ หนูไม่ได้เป็พวกโจร”
เธอยกสองมือขึ้นโบกไปมา
“เอาไงดีวะ”
อย่างหนึ่งที่ผมแน่ใจก็คือเธอกำลังโกหกเื่ที่เธอจำอะไรไม่ได้ เพราะอาหมอพรทิพย์ตรวจร่างกายของเธอแล้วพบว่ามีแค่ร่องรอยาเ็ฟกช้ำเล็กน้อยแค่นั้นเอง แต่จะด้วยเหตุผลกลใดที่เธอโกหกนั้นผมเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด ผมเลยคิดว่าจะลองเล่นตามน้ำกับเธอไปเพื่อดูว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่ เฮอะๆๆ เด็กน้อยเธอกำลังเล่นผิดคนแล้ว
เดี๋ยวพ่อจับกินซะเลยนี่!
“เธอจำอะไรไม่ได้แบบนี้แล้วคิดว่าจะทำไงต่อ ให้ฉันโทร.เรียกตำรวจไหม” ผมจับท่าทางมีพิรุธของเธอ เด็กสาวรีบสั่นศีรษะไปมาดวงตาคู่สวยพองโตเป็ไข่ไดโนเสาร์
“อย่าเรียกตำรวจเลยนะคะพี่สุดหล่อ หนูขออาศัยอยู่กับคุณพี่สุดหล่อสักระยะได้ไหมคะ”
โอ๊ะ! เด็กคนนี้ตาถึงแล้วยังพูดจาไพเราะน่าฟังอีก ผมเผลอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมากับคำชมอย่างจริงใจของเธอ
“อะแฮ่ม ดูเป็คนฉลาดดีนะเราน่ะ”
“…”
ผมจ้องหน้าเธอ เธอจ้องหน้าผม
“นะคะ คุณพี่สุดหล่อ จะให้หนูช่วยทำงานบ้านหรือทำอะไรก็ได้นะคะ หนูขอแค่อาศัยอยู่ด้วยสักพักแล้วพอที่จะจำอะไรได้บ้างหนูจะออกไปทันทีเลย ได้โปรดช่วยหนูด้วยเถอะนะคะ”
เธอทำหน้าตาเว้าวอนเบอร์สุด แล้วผู้ชายรูปหล่อ มาดแมน แสนดีอย่างผมก็แพ้ทางอะไรแบบนี้ซะด้วยสิ พับผ่าเหอะกลุ้มใจตัวเองชะมัด
“นี่เธอจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างงั้นเหรอ อย่างเช่นพอจะจำได้บ้างไหมว่าฐานะทางบ้านของเธอรวยหรือจน” ตอบมาสิฉันรอฟังอยู่นะ
“เอ่อ เื่นั้นน่ะ ก็พอจะจำได้อยู่หรอกนะคะ บ้านของหนูรวยมากค่ะ”
ป็อก! ผมดีดนิ้ว
“งั้นก็ได้ ฉันจะยอมให้เธออาศัยอยู่ด้วยสักพัก แต่ฉันไม่ได้ให้เธอกินนอนอยู่บ้านฉันฟรีๆ หรอกนะ เพราะตอนนี้ฉันตกงานถังแตกอยู่เหมือนกัน” ผมบอกเธอไปตามตรง
เด็กสาวทำหน้าดีใจ
“แน่นอนค่ะ หนูไม่อาศัยอยู่ฟรีๆ แน่นอน”
เธอยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่ ริมฝีปากน่าขยี้จูบคลี่ยิ้มออกมาเหมือนดอกไม้แรกแย้ม นี่ถ้าผมเป็แมลงภู่นะจะบินเข้าไปดูดๆๆๆ แล้วก็ดูดกินน้ำหวานให้ซีดเลย
“พูดน่ะใครก็พูดได้ มันต้องมีหลักฐานเป็ลายลักษณ์อักษรกันหน่อย รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันกลับมา” ผมรีบลุกเดินเข้าไปในห้องทันที