บทนำ
-----------------------------------------------
ยามรุ่งสางอันเงียบสงบสายลมพัดพาผ่านกลางทุ่งมาลีสีสันสวยงามงดงามยิ่ง ใบหญ้าปลิวพริ้วไหวตามทิศกระเเสลม ดวงทินกรขึ้นสู่ฟากฟ้า เเสงเเดดอ่อนๆทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ หมู่โมรียืนรายล้อม ริมสระบงกช ใต้บงกชเเลเห็นฝูงมัจฉาว่ายทวนกระเเส เหล่าฝูงโมรีพากันสะบัดหางยกชูอวดความวิไล ยามนภาย่างเข้ายามสายเเดดอ่อนๆชโลมกายใจหวนคิดเื่ใดมาไตร่ตรอง
หนุ่มน้อยอายุประมาณสิบเเปดเศษ ถูกรายล้อมด้วยผู้คนที่พลั้งพร้อมด้วยศราตราวุธหมายจะฟาดฟันให้เขาบรรลัย ทั่วสี่มหาสมุทรสี่จักรวรรดิ ต่างสรรเสริญในฝีมือเชิงการรบของเขาเเต่หารู้ไม่ ยามวิกาลนี้จักเป็ยามที่เขาจะมอดม้วยสิ้นชื่ออยู่ ณ คฤหาสน์ตระกูลดิอัลเวียเพียงผ่านไปไม่กี่ชั่วยามเเรงลมพายุก็ััถึงความเส้นทางเเห่งความตาย
“นี้สินะความตายที่ทุกคนต้องพบเจอ……”
เสียงคร่ำครวญอาลัยอาวรของของหนุ่มน้อย ซึ่งนอนเเน่นิ่งจมกองเื เขาร่ำไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า หยดน้ำตากำลังไหลรินบนข้างเเก้มทั้งสอง ไหลชโลมโลหิตหยดลงสู่พื้นปฐี ความโศกเป็สิ่งที่ทำให้ผู้ที่จะวอดวาย กลับมาได้สติอีกครั้ง เเต่มันก็มิต่างจากความฝันที่ใฝ่ใคร่คนึงหาผู้ใดสักคน ภาพความทรงจำในขณะมีชีวิตอยู่เข้ามาลายล้อม ขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่กำลังจะหมดลงไปทีละนิด "ผู้ใดกันคือรักเเท้ข้า..!หนุ่มน้อยรำพึงในใจกวาดสายตาหาหญิงอันเป็ที่ใคร่คำนึงนึกถึงอย่างสุดใจ เเต่ภาพที่เห็นกลับะเืใจเป็ยิ่งนัก ราวกับมีผู้ใดนำมีดมากรีดอกเเหวกเอาหัวใจไปสับเป็เสี่ยงๆ
"ข้า....รักเ้า!"
"ข้าสามารถเอ่ยได้เพียงคำนี้เพียงเท่านั้น ข้ามิบังควรอาบเอือม..."
.......ผู้อันเป็ที่รักของข้า......
....เเม้จะต้องตาย ข้ามิเคยเสียใจ......
ลาก่อน......
....การจากลามันช่างไร้ความปราณี ความตายมันน่ากลัวเเล้วใย หากข้าได้รักเ้า เเม้ตายข้าก็ยอม ข้าได้เเต่เฝ้ามองเ้าอยู่ห่างๆ เพราะข้ามิบังอาจไงล่ะ.......
ภาพที่เห็นกลับช่างปวดใจ เพื่อนที่สนิทกลับหักหลังได้ลงคอ ซ้ำคนรักยังหักหลัง ทั้งสองโอบกอดจูงมือเดินไปด้วยกันอย่างมีความสุข พวกเขาจากไปไกลจนลับสายตา ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็เช่นเดิมความเเค้นได้สุมขึ้นดั่งเปลวเพลิงที่กำลังไหม้ในใจ
"ข้าขอสาปเเช่งพวกเเก..."
“คำสาปเเช่งผู้วายชน ด้วยสัจจะโลหิต ข้ายินดีสละโลหิต กาย ชีวิต ข้ายอมตกสู่เส้นทางเเห่งความเสื่อม"
De vloek van de doden Met de waarheid van bloed Ik ben bereid het bloed van mijn leven op te geven om het pad van verval te betreden.
บทสวดของหนุ่มน้อย สวดออกมานั่นคือบทสวดของราชันย์เเห่งความมืด เเอสราส ผู้ถูกขนานนามว่าเป็ "เทพเเห่งความตาย" ผู้ที่ได้ขนานนามอันต้องสาปออกมาจะถูกพระเ้าลงทัณฑ์ เนื่องจากเป็พวกนอกรีด
พอบาเลียสต้าร่ายคาถาต้องสาปออกมา เขาก็สำลักเืสีเเดงเข้มออกมา นองเต็มพื้นดิน
“เฮือก! คงไกล้จะตายเเล้วสินะ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะมิยอมให้มันเกิดขึ้นเป็อันขาด……..!”
เสียงพึมพำของบาเลียสต้า พร้อมกับสติที่กำลังจะหายไปทันใดนั้นเพลิงสีดำทมิฬได้หอบร่างของบาเลียสต้าขึ้น เหล่าตระกูลดิอัลเวียตกตะลึงกับการตื่นขึ้นของราชันย์เเห่งความมืด ภาพของราชันย์เเห่งความมืดเป็อัศวินร่าง สวมชุดเกราะเหล็กสีดำสนิท ไร้ดวงตา ท่าทีเย็นะเืไม่สามารถััพลังเวทย์ได้เเม้จะอยู่ระดับ 11 เเล้วก็ตาม เมื่อเพ่งมองไปยังที่อัศวินผู้เป็ตำนานก็ทราบได้เลยว่าเขาคือผู้มีพลังเวทย์สูงสุดระดับ 17ที่เหนือกว่าระดับ17ไปอีกมาก ตระกูลดิอัลเวียเห็นบาเลียสต้าไม่ตายจึงเกิดโทสะ ส่อสายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่รุนเเรง ราชันย์เเห่งความมืดผู้นั้นได้กลางฝ่ามือออก จู่ๆเเผ่นดินก็เเยกตัวเผยดาบในตำนานออกมาเป็ที่ประจักษ์เเก่พวกตระกูลดิอะลเวีย ซึ่งดาบเล่มนั้นมีลักษณะเป็ดาบเหล็กทมิฬประดับประดาไปด้วยลวดลายอันสวยงาม เเต่จุดเด่นของดาบคือสามารถควบคุมเปลวเพลิงสีดำเเละธาตุอื่นๆได้ทุกธาตุ
เมื่อดาบถึงมือของราชันย์เเห่งความมืด ร่างของคนในตระกูลดิอัลเวียคนหนึ่งได้ล้มลงอย่างน่าใ ทันทีที่ดาบัักับร่างกายของมนุษย์ไม่มีเืไหลออกมาสักนิด มีเเต่เพียงเพลิงสีดำเผาผลาญร่างกายผู้นั้นจนมิเหลือซาก
“ ท่านพี่…! เเกมันเป็ใครกันถึงกล้ามาขวางเหยือของข้า”เสียงะโขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่เต็มเป็ด้วยความสิ้นหวัง
ดูเหมือนว่าผู้ที่ะโขึ้นเมื่อตระกี้นี้จะเงียบเสียงไปพร้อมกับคมดาบของราชันย์เเห่งความมืด ที่ผ่าหลอดคอหอยขาดออก พร้อมกับร่างที่ลงไปกองลงกับพื้นดิน เืที่กำลังไหลทะลักออกมาจากศพได้สร้างตราเวทย์สีเเดงปกคลุมดาบ
“มา…เริ่ม….การ…นอง….เื….กัน…เถอะ..!”เสียงกล่าวขึ้นของราชันย์เเห่งความมืด(เเอสราส)ผู้นั้น น้ำเสียงฟังดูเเล้วเบาเเต่กลับขนลุก อย่างน่าหวาดกลัว เพียงเเอสราสผู้นั้นกล่าวจบ ทั้งตระกูลอัลดิเวียก็จมสู่กองเืในชั่วพริบตา เมื่อฆ่าทุกคนในตระกูลจนหมดสิ้น เเอสราสก็ก้มลงคุกเข่าให้เเก่ร่างที่จมลงบนกองเืของบาเลียสต้าพร้อมกับพูดว่า “ ข้าขอเป็ดาบให้เเก่ท่าน…….สายเืเเห่งจุดจบ!”
“เดี๋ยวก่อนสิ…..อย่าเพิ่งไป!”บาเลียสต้าได้ละเมอพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เขารู้สึกใอย่างมากเหมือนกับว่าฝันนั้นเป็ความจริง เหมือนจะบอกเหตุในอนาคตภายภาคหน้า เเต่อย่างไรก็ตามเวลาอันรอคอยก็มาถึงจนได้ เวลาที่จะคัดเลือกเข้าสู่การทดสอบเข้าเป็อัศวิน เมื่อเหล่าเด็กน้อยอายุ 12 ปี จะถูกคัดเลือกไปเพื่อทดสอบพลังเวทย์ เหล่าผู้ที่ไม่สามารถปลุกพลังเวทย์ได้จะถูกจัดให้เป็คนธรรมดาที่ไร้พลัง
“ข้าชื่อบาเลียสต้า อัลเซดรากูล เป็หนึ่งในผู้ทดสอบที่มาจากหมู่บ้านเรอัล ข้าเป็ลูกบุญธรรมของ ลูค เรอัลประมุขหมู่บ้านเรอัล ข้ามีพี่ชายชื่อ คริส เรอัลเเละน้องสาวชื่อ มารีน่า เรอัล!”
.......“นี้คงเป็จุดเริ่มต้นของข้าสินะ!!”…....
“เฮ้ย!..บาเลียสต้าตื่นได้เเล้ว!” เสียงร้องเรียกของมารีน่าได้ดังจนบาเลียสต้าที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ลุกขึ้นมาพร้อมกับตระโกนกลับไปว่า “รู้เเล้ววววว……..!!”
บาเลียสต้ารู้สึกฉุนขาดเเต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยิ้มให้ทุกๆเื่ เเต่ดูเหมือนว่าวันนี้มีจดหมายมาจาก กองทัพเเห่งจักรวรรดิโครนอส ได้เรียกร่วมตัวเหล่าเด็กๆจากทุกเมือง ทุกหมู่บ้านเข้ามารับการทดสอบภายในสายวันนี้ เเต่ไม่ว่ายังไงก็ตามบาเลียสต้าก็เป็เ้าบ้าที่ไม่เคยได้เื่ได้ราวเสียที เเม้จะโดนพ่อบุญธรรทตำหนิไปเขาก็ไม่เคยสนใจ พ่อบุญธรรมสนใจเเต่ลูกเเท้ๆของเขา คือคริส เรอัล อัศวินระดับเงิน (ระดับ 3 ) ผู้อัจฉริยยะของหมู่บ้านผู้ที่ใช้เวลาพัฒนาพลังเวทย์ของตนได้เร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ทั้งๆที่อายุเพียง 13 ปี เเต่กลับถูกส่งให้ไปเป็ลูกศิษท์อัศวินระดับเเพททินัม(ระดับ 5 )
“จะให้ทำไงได้ ข้ามันเเค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเมื่อ12 ปีก่อน! ข้าไม่เคยรู้ถึงความรักของพ่อเเม่ที่เเท้จริง มีเเต่เพียงสร้อยคอรูปไม้กางเขน สีดำที่สลักตัวอักษรโบราณ ซึ่งนักปราชญ์ในหมู่บ้านก็มิมีผู้ใดอ่านออกได้สักคนเดียว”
ในโลกที่เขาอาศัยอยู่นั้นถูกเเบ่งการปกครองเป็ 4ส่วนใหญ่ๆ ได้เเก่ ส่วนเเรก4 ผู้ปกครอง เเต่เนื่องด้วยกาลเวลาได้ผันผานไปเป็เวลายาวนาน ถ้าจะให้เล่าก็คือเมื่อ1000ปีก่อนได้มีผู้มีพลังระดับจักรพรรดิ(ระดับ14)เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ปกครองโลกใบนี้เเต่ด้วยเหล่ามนุษย์ที่พลังเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา ผู้มีพลังมากที่สุดเพียงระดับ 10 เท่านั้น เพียงพลังของระดับ10 ก็สามารถทำลายล้างจักรวรรดิหนึ่งจักรวรรดิได้ง่ายดาย บนทวีปนี้นั้นผู้มีพลังสูงสุด คือระดับ10 ขั้นปลาย ผู้ปกครองทั้ง 4
……“โลกใบนี้…พลังมันคือทุกสิ่ง!”…...