ความลับไม่มีในโลก
หอชิงชิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในเมืองหลวงเป็อาคารสี่ชั้น กินเนื้อที่ขนาดกว้างขวาง สองชั้นล่างเป็สถานที่ดื่มกินสำหรับขุนนาง เชื้อพระวงศ์และผู้มีอันจะกิน ส่วนอีกสองชั้นบนสุดมีห้องพักสะอาดแต่ละห้องตกแต่งหรูหรา นักเดินทางมีเงินจะพักที่หอชิงชิง เพราะที่นี่สะดวกสบาย และมีสุราและอาหารรสเลิศให้ลิ้มลอง
อาหารที่เลื่องชื่อของหอชิงชิงมีหลากชนิด แต่อาหารที่ทำให้ผู้ที่กินแล้วลืมไม่ลงมีอยู่สามอย่าง ได้แก่ นกเป็ดน้ำห้ารส กีบแพะตุ๋น ห่านย่างไฟแดง สามอย่างนี้ถือเป็อาหารขึ้นชื่อของเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
หงเสียสาวใช้ประจำตัวของโจวซินหรูมาถึงหอชิงชิงก็รีบสั่งอาหารที่ขึ้นชื่อสามอย่างทันที เนื่องจากวันนี้น้องสาวร่วมมารดาของโจวซินหรู เดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อเยี่ยมเยียน และพาบุตรสาวนามว่า หูไป๋หงมาด้วยอีกหนึ่งคน โจวซินหรูเกรงว่าอาหารในจวนจะธรรมดาเกินไป นางจึงควักเงินส่วนตัวให้หงเสียนำมาซื้ออาหารจากหอชิงชิง ไปเลี้ยงแขกที่จวน
หงเสียมีสหายผู้หนึ่งทำงานอยู่ในหอชิงชิง นามตานหลิง พวกนางเป็สหายกันมาั้แ่เด็กและถูกขายมาพร้อมกัน เด็กสาวจากต่างเมืองจึงไปมาหาสู่กันเป็ประจำ ตานหลิงมีหน้าตาและกริยามารยาทดีจึงได้ทำงานที่หอชิงชิง มีหน้าที่คอยส่งอาหารให้กับแขกที่มาพักบนสามและชั้นสี่
ทุกครั้งที่หงเสียมาที่หอชิงชิง นางจะได้รับสิทธิ์ให้เดินเข้าไปในครัวได้ ในครัวของหอชิงชิงกว้างขวาง มีสาวใช้ บ่าว ชาย-หญิงทำงานกันตลอดเวลา หน้าเตายังมีพ่อครัวทำอาหารไม่ได้หยุดหย่อน หงเสียเห็นแต่ละคนยุ่งมากจึงเอ่ยถามไปคำหนึ่ง
“มีแขกบรรดาศักดิ์มาจากที่ใดอีกหรือ ถึงได้สั่งอาหารมากมายเพียงนั้น”
“เป็แขกมาจากทางเหนือ มีผู้ติดตามมากันหลายคน สั่งอาหารแต่ละครั้ง พวกข้าทำกันแทบไม่ทัน”พ่อครัวะโตอบ
ระหว่างนั้นตานหลิงถือถาดเดินเข้ามาที่หลังครัว เห็นหงเสียพอดีนางจึงฉีกยิ้มกว้าง พลางเดินเข้ามาทักทาย“หงเสีย เ้ามาทำอะไรที่นี่”
“วันนี้ที่จวนมีงานเลี้ยง ฮูหยินจึงให้ข้ามาสั่งอาหารไปรับรองแขก”
“เห็นทีว่าเ้าต้องรอนานหน่อยแล้ว ชั้นสี่มีแขกต่างเมืองมาพัก พาฮูหยินที่ป่วยหนักมานางหนึ่ง พวกเขาสั่งอาหารเยอะมาก นี่เ้ามาก็ดีแล้ว ในครัวกำลังขาดคน ระหว่างรออย่างไรก็ช่วยข้าหน่อยเถิด”
“ไม่มีปัญหา แต่หากแขกของเ้าให้รางวัลข้า ข้าไม่แบ่งให้เ้านะ”
“เื่นั้นไม่มีปัญหา แต่เ้าต้องระวังหน่อย นายท่านผู้นี้มีผู้คุ้มกันแ่าและท่าทางน่ากลัวมาก อย่าได้ทำผิดพลาดเชียว”
“ข้ารู้แล้ว”หงเสียรับปาก นางรับใช้เ้านายในตระกูลใหญ่มานาน เื่พิธีรีตองก็รู้เรียนรู้มาไม่น้อย จึงมั่นใจในตนเองเป็พิเศษ
ตานหลิงจัดอาหารใส่ถาดและยกให้หงเสียถือ ส่วนนางยกอีกถาดเดินนำหงเสียออกจากครัวขึ้นบันไดไปชั้นสี่ ทั้งชั้นเงียบมาก ตรงหน้าบันไดมีชายหนุ่มสวมชุดสีดำ ถือกระบี่กอดอกมองพวกนางอยู่หลายคน สีหน้าทางทางพวกเขาน่ากลัวมากจนหงเสียไม่กล้าสบตา ขณะมีอีกคนเดินเข้ามาขวางทาง และมองอาหารก่อนจะหยิบเข็มเงินออกมาตรวจสอบพิษ
เมื่อไม่พบความผิดปกติจึงปล่อยให้พวกนางผ่านทางเข้าไปได้ บนชั้นสี่มีห้องพักอยู่สิบสองห้อง แต่ตลอดทางที่เดินมาไม่พบแขกคนอื่นเลย นอกจากชายหนุ่มสวมชุดดำเ่าั้ คาดว่านายท่านผู้นั้นคงเหมาชั้นนี้ไปทั้งชั้นแล้ว หงเสียอยากเห็นว่านายท่านผู้ร่ำรวยคนนั้นนักว่าหน้าตาเป็อย่างไร
นางอยากจะถามตานหลิงจนใจจะขาด แต่เพราะถูกตานหลิงกำชับมาก่อนแล้วว่าห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น นางจึงได้เก็บความสงสัยและเดินตามตานหลิงไปยังห้องที่อยู่ด้านหลังสุด ซึ่งเป็ห้องที่มีขนาดใหญ่มาก
เมื่อเข้าไปข้างใน หงเสียเห็นชายหนุ่มรูปงามกำลังอุ้มสตรีนางหนึ่งที่นั่งบนเตียงมาวางที่โต๊ะอาหาร หงเสียถูกความงามของชายหนุ่มผู้นั้นตรึงไว้จนเผลอลืมมารยาท ยืนนิ่งมองอย่างลืมตัวจนตานหลิงต้องหันไปสะกิด นางถึงจะได้สติยกอาหารวางบนโต๊ะ จังหวะที่นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาหงเสียสะดุดเข้ากับสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นพอดี นางขมวดคิ้วพลางเพ่งมองอย่างเต็มตา
แม้ว่าสตรีนางนั้นจะสวมเสื้อผ้าที่ถูกตัดเย็บอย่างดี แต่งองค์ทรงเครื่องราวหญิงสาวสูงศักดิ์ แต่รูปร่างหน้าตาเช่นนี้นางจำได้ไม่ลืมเลือน นางเหมือนจางหลินถง สตรีจากตระกูลจางที่ถูกคุณชายใหญ่จับกรอกยาพิษฆ่าตายไปแล้วหรือ เหตุใดนางจึงยังไม่ตายทั้งยังอยู่กับบุรุษอื่น หงเสียใจนไม่สามารถเก็บสีหน้าได้
“เ้า ข้าจำเ้าได้”หงเสียยกนิ้วชี้จางหลินถงอย่างลืมตัว ทำให้อู๋ฮวนและจางหลินถงที่กำลังหยิบตะเกียบคีบอาหารชะงัก เงยหน้าขึ้นมองหงเสียพร้อมกัน
จางหลินถงเห็นหงเสียก็หน้าซีด นางรีบเบี่ยงหน้าหลบพลางกระซิบบอกอู๋ฮวนเสียงเบาว่า“นางเป็สาวใช้ตระกูลซ่ง”
“เป็นาง เป็นางจริงๆ ไม่ถูกเ้าตายไปแล้ว แต่เหตุใดถึง...”หงเสียคุมอาการไม่อยู่ทั้งใทั้งประหลาดใจ ในดวงตาแสดงออกถึงความชิงชังชัดเจน
นางพยายามนึกหาเหตุผลว่าเพราะเหตุใด จางหลินถงถึงยังไม่ตาย นางได้ยินคนในบ้านเล่าว่าคุณชายใหญ่เป็ผู้กรอกยาพิษด้วยตนเอง อีกทั้งนางยังได้เห็นศพของจางหลินถง ก่อนถูกหามออกจากเรือนเล็กกับตาทว่านางยังคิดไม่ทันออก จู่ๆก็รู้สึกเจ็บที่ลำคอ นางยกมือขึ้นลูบคลำพลันร่างของนางแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงก่อนจะล้มลงบนพื้นและชักน้ำลายฟูมปาก อู๋ฮวนเห็นท่าไม่ดีจึงผุดลุกจากโต๊ะคว้าแขนจางลากมาหลบที่ด้านหลังของเขา ขณะออกคำสั่ง
“มีมือสังหาร ค้นให้ทั่ว!”
สิ้นคำอู๋ฮวน ผู้คุ้มกันทั้งหมดรีบวิ่งเข้ามาในห้อง ลี่เฉิงชักกระบี่ออกมาคุมตานหลิง จื่อชิวนั่งลงและตรวจสอบร่างหงเสียที่เพิ่งแน่นอนนิ่ง ในขณะที่ผู้คุ้มกันคนอื่นพากันเดินตรวจตรารอบๆ
จื่อชิวที่ตรวจสอบศพหงเสียแล้วพบความผิดปกติ เขาเห็นเข็มขนาดเล็กปักอยู่ที่คอของหงเสีย จึงดึงออกมาดูพบว่าที่ปลายเข็มกลายเป็สีดำสนิทตึงเงยหน้าขึ้นรายงาน
“นายท่าน นางถูกพิษจากอาวุธลับขอรับ”
“เซินสี่ ควบคุมตัวนางคนนั้นไปสอบสวน ที่เหลือออกไล่ล่ามือสังหาร จับมันมาได้”
“ขอรับ”
“อู๋จวิ้นอ๋องไม่ต้องลำบากส่งคนออกตามหา เป็ข้าเองที่สังหารนาง”สิ้นเสียงกล่าว เจิ้งจื่ออี้ที่แต่งกายด้วยชุดขาวสวมหน้ากากเงินเดินเข้ามาในห้อง ทั่วร่างกายแผ่นกลิ่นไอความสงบ ราวกับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใดๆ เมื่อเข้ามาข้างในเขามองไปยังหญิงสาวที่ซ่อนตัวด้านหลังฮวนทันที“ถงเอ๋อร์ เห็นเ้าแข็งแรงขึ้น ข้าก็ดีใจแล้ว”
เขามองสำรวจนางที่อยู่ชุดของบุรุษแล้วปวดร้าวไปทั้งใจ อีกทั้งมือของนางถูกอู๋ฮวนกุมไว้แน่น ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำ ในใจเกิดความหึงหวงจนเก็บสีหน้าไม่อยู่
“ท่านพี่!”จางหลินถงเผลอหลุดปากเรียกอย่างเคยชิน ไม่นึกว่าจะได้เห็นเขาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ใเลยที่เห็นนางรอดชีวิต นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
อู๋ฮวนได้ยินจางหลินถงเรียกบุรุษผู้นั้นว่า‘ท่านพี่’จึงไม่พอใจ เขาบีบมือนางอย่างแรงเพื่อเตือนสติให้นางปิดปาก และสำเนียกว่าเวลานี้นางคือคนของใคร
“อ้ะ”จางหลินถงร้องคราง นางอยากดึงมือออกแต่ถูกอู๋ฮวนกำไว้แน่น
เห็นมือสังหารเดินเข้ามา ผู้คุ้มกันทั้งสิบเอ็ดรีบกระจายตัวล้อมบุรุษชุดขาวไว้ทันที ในเวลานั้นหูจิงและหลิงฉีหันมาสบตากัน ก่อนจะแยกตัวออกมายืนประกบอารักขาข้างกายเ้านาย
อู๋ฮวนเหลือบมองคนคุ้มกันทั้งคนสองคนแล้วดึงจางหลินถงมาแนบชิดพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน“คุณชายซ่งตงหยางเห็นข้าผิดนัด ถึงกับต้องมาตามถึงที่เลยหรือ”
เจิ้งจื่ออี้ยกยิ้ม“อู๋จวิ้นอ๋องมาถึงเมืองหลวงแล้ว เหตุใดจึงไม่บอกกล่าวกันสักคำ ข้าจะได้จัดคนมารับที่หน้าประตูเมือง”
“อู๋จวิ้นอ๋อง”จางหลินถงเงยหน้าขึ้นมองอู๋ฮวน อีกฝ่ายไม่หันมามองนางเพียงแต่บีบมือนางจนแน่น
“ถงเอ๋อร์เป็สตรีที่อยู่แต่ในจวนคงไม่เคยพบอู๋จวิ้นอ๋องอู๋ฮวน เขาเป็พระนัดดาที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมาก”
“อู๋ฮวน ที่แท้ท่านก็เป็คนของสกุลอู๋”จางหลินถงเรียงลำดับเหตุการณ์ด้วยใบหน้าซีดขาว มือนางเย็นเฉียบ เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วอู๋ฮวนเป็ใคร นางนึกว่าอู๋ฮวนเป็ชื่อรองของเขาเสียอีก แต่ไม่นึกว่าเขาจะแซ่อู๋
“ถงเอ๋อร์ เขาคืออู๋จวิ้นอ๋องอู๋ฮวน เป็บุตรแห่งอู๋อ๋อง ผู้ครองเมืองทางเหนือ”เจิ้งจื่ออี้แนะนำ เพราะเกรงว่านางจะยังเข้าใจไม่กระจ่าง
อู๋ฮวนยืนนิ่งไม่ขยับ ใบหน้าคงความสงบ มือยังคงกุมมือนางแน่น ไม่ยอมปล่อยมือจางหลินถงเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมาเพื่อชิงตัวนางกลับไป แต่เขาจะเสียนางไปไม่ได้เด็ดขาด
“ท่าน ไม่ใช่สิ อู๋จวิ้นอ๋องต้องเรียกท่านว่าอู๋จวิ้นอ๋อง”ดวงตาของจางหลินถงรื้นแดง นางมองเสี้ยวหน้าสงบนิ่งของอู๋ฮวนด้วยความผิดหวัง เขาเป็หลานชายของคนที่สั่งฆ่าครอบครัวนางอย่างไร้ความเป็ธรรม“ที่แท้ท่านก็เป็คนของสกุลอู๋ ท่านหลอกข้า”
นางนึกถึงตอนที่อู๋ฮวนบอกว่าส่งคนไปสืบเื่ของนางแล้ว หมายความว่าเขาเองก็รู้ว่านางเป็ใคร แต่เขาก็ยังปิดบังฐานะตนเองและฉวยโอกาส่ที่นางลำบาก้าความคุ้มครอง รับนางเป็อนุภรรยาอย่างใจกว้าง ไม่ถือสาแม้ว่านางจะเป็สตรีที่ออกเรือนมาแล้ว นางในสายตาของเขาก็เป็แค่คนโง่คนหนึ่ง นางจำได้ว่าเขาเคยพูดว่านางมีสิ่งที่เขา้า ดังนั้นทั้งหมดที่อู๋จวิ้นอ๋องผู้นี้ทำให้นางก็เพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น ไม่มีความจริงใจกับนางสักนิด!
*****************************