สมาชิกในครอบครัวต่างนั่งพร้อมที่โต๊ะกินข้าวพวกเขาต่างพากันจ้องมองตะกร้าที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความอย่างรู้
“ข้างในนั้นมีอะไรอยู่หรือหลินเอ๋อร์ ”ถิงหรูหนิงเอ่ยถามขึ้นเป็คนแรก เมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักเอาแต่มองหน้าทุกคนแล้วยิ้มอยู่คนเดียว
“ทุกคนตั้งใจดูให้ดีนะเ้าคะ แท๊น…แทน..แท๊น…”
มู่หว่านหลินลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบใบตระกร้ามาวางบนเก้าอี้ของนาง จากนั้นก็หยิบใบตองกล้วยที่ปิดคลุม้าออกก่อนจากนั้นก็หยิบเห็็ดหลินจือแดงดอกแรกออกมาวาง
“นี่เ้าค่ะ”
“นี่..นี่มันเห็ดหลินจือแดงนี่ น้องเล็กเ้าเก็บเห็ดหลินจือแดงได้หรือ”
มู่ข่ายเฉิงเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เขาเคยเห็นเห็ดหลินจือแดงมาก่อนแต่เห็ดหลินจือแดงที่น้องสาวของเขาหยิบออกมาให้ดูนั้นมันดอกใหญ่มากกว่าหลายเท่า
มู่เจิ้งฉวนได้ยินพี่ชายบอกว่านี่คือเห็ดหลืนจือแดงก็ตกตะลึงก่อนจะหันไปมองหน้าน้องสาวที่ส่งยิ้มให้เขากลับมา
นางไปเก็บเห็ดหลินจือแดงได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ไม่ใช่ว่าเขาก็อยู่กับนางตลอดหรือ เขาไม่ปล่อยให้สงสัยนานจึงเอ่ยถามน้องสาวทันที
“น้องเล็กเ้าเก็บเห็ดนี่ได้ที่ไหนั้แ่เมื่อไหร่เหตุใดข้าถึงไม่รู้”
“ก็ตอนที่ข้าไปปลอดเบายังไงเ้าคะ ข้าเจอพวกมันเกิดอยู่บนขอนไม้ แถวๆที่ข้าไปปลดเบา ” มู่หว่านหลินแต่งเื่โกหกขึ้นมา จะให้บอกว่าเอาออกมาจากมิตินั้นยิ่งไม่ได้
“ทำไมตอนนั้นเ้าไม่บอกข้า”
“บอกท่านตอนนั้น มีหวังพวกเราโดนแย่งเห็ดพวกนี้ไปนะสิเ้าคะ”
มู่เจิ้งฉวนคิดตามแล้วก็พยักหน้าว่าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องสาว
“เ้าบอกว่าเห็ดพวกนี้ หรือว่าเ้ายังมีเห็ดหลินจืออีกหรือน้องเล็ก” มู่ข่ายเหิงที่ใกับเห็ดดอกแรกไม่ทันหายก็ต้องมาใกับเห็ดอีกสี่ดอกที่น้องสาวหยิบออกมา
“นี่คือเห็ดหลินจือแดงห้าดอกที่ข้าเก็บได้บนเขาเ้าค่ะ อ้อ..ยังมีไข่ไก่ป่าอีกสิบฟองด้วยนะเ้าคะท่านแม่"
“หลินเอ๋อร์ ช่างเป็ดาวนำโชคของบ้านเราจริงๆเลยนะลูก เดียวแม่จะนำไข่พวกนี้ทำอาหารให้ทุกคนกิน เ้าอยากจะกินอะไรบอกแม่มาได้เลย”
“ท่านแม่ทำอะไรข้าก็ชอบกินเ้าค่ะ”
“ลูกคนนี่ช่างปากหวานจริงๆ ท่านว่าจริงหรือไม่เ้าคะท่านพี่ ท่านพี่"
ถิงหรูหนิงพูดกับลูกสาวก่อนจะหันมาถามสามีก็เห็นว่าเขาเอาแต่นั่งนิ่งอ้าปากค้างอยู่
“อ้อ..จริงจ๊ะ จริง”
มู่หย่งเกิงที่ตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ก็ได้สติขึ้นมา
“ท่านพี่ ท่านเป็อะไรไปเ้าคะหรือว่าจะไม่สบายเช่นนั้นท่านไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”
“ข้าไม่ได้เป็อะไร ข้าเพียงแค่แต่ตกตะลึงเก็บเห็ดหลินจือแดงห้าดอกที่หลินเอ๋อร์เก็บกลัับมาเท่านั้น”
มู่หย่งเกิงตอบภรรยาก่อนจะหันมาถามลูกๆทั้งสองที่แอบขึ้นเขาแล้วเก็บสมุนไพรล้ำค่ากลับมาได้
“ตอนที่พวกเ้าขึ้นเขามีคนเห็นพวกเ้าหรือไม่”
“ตอนขึ้นไม่มีเ้าค่ะ แต่ตอนลงมีชาวบ้านสามสี่คนเห็นข้ากำลังเก็บหน่อไม้อยู่แล้วพวกเขาก็พากันหัวเราะข้าเ้าค่ะ”
มู่หย่งเกิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พรุ่งนี้เช้าพ่อกับข่ายเฉิง จะนำเห็ดหลินจือทั้งห้าดอกนี้ไปขายในเมือง”
“ข้ากับพี่รองขอไปด้วยได้ไหมเ้าคะท่านพ่อ”
มู่หว่านหลินทำหน้าตาออดอ้อน เดิมนางก็เป็เด็กสาวที่หน้าตาและผิวพรรณดีอยู่แล้ว ยิ่งทำหน้าตาออดอ้อนมีหรือที่มู่หย่งเกิงที่รักลูกสาวกว่าใครจะทนได้
“ได้แต่เ้าต้องตื่นให้ทันไม่เช่นนั้นพ่อกับพี่ใหญ่ของเ้าจะไม่รอ”
“ได้เ้าค่ะ รับรองข้าตื่นทันแน่นอนใช่ไหมพี่รอง ”
“ใช่ๆ ตื่นทันแน่นอนขอรับ”
มู่เจิ้งฉวนมัวแต่นั่งอึ้งที่ได้ยินว่าท่านพ่ออนุญาติให้เขาไปในเมืองด้วย ทำให้เขาดีใจเป็อย่างมากที่จะได้เข้าเมือง
“หรูหลิงพรุ่งเ้าก็ไปด้วยกัน เผื่อกลับถึงบ้านมืดค่ำ ข้าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงเ้า”
“เ้าค่ะท่านพี่”
“เราก็นอนค้างที่โรงเตี๊ยมในเมืองสักคืนก็ได้นี่เ้าคะท่านพ่อ”
“ไม่ได้หรอกลูก ค่าห้องพักในเมืองคืนละตั้งห้าตำลึง พ่อเสียดายเงิน”
“แต่เท่าที่ข้าได้ยินมา เห็ดหลินจือแดงดอกเล็กๆยังขายได้ถึงห้าสิบตำลึงเงิน แต่เห็ดหลินจือแดงที่ข้าเก็บมาได้นี่ทั้งดอกใหญ่และดูๆไปอายุก็น่าจะหลายร้อยปีต้องขายได้หลายร้อยตำลึงเงินแน่ๆเ้าค่ะ”
“แต่..”
“เอาเช่นนี่เ้าค่ะท่านพ่อ ถ้าขายเห็ดได้มากกว่าหนึ่งพันตำลึงเงินท่านต้องพาพวกเรานอนพักโรงเตี๊ยมในเมืองหนึ่งคืนนะเ้าคะ”
“ได้ ตกลงถ้าได้เกินหนึ่งพันตำลึงพ่อจะพาทุกคนนอนพักโรงเตี๊ยมหนึ่งคืน”
มู่หย่งเกิงรับปากลูกสาวเพราะเขาคิดว่าเห็ดหลินจือห้าดอกนี้ อย่างมากก็คงได้สามสี่ร้อยตำลึงเงินเท่านั้นจึงได้ตกลงรับคำลูกสาว
“ทุกคนเป็พยานนะเ้าคะ”
มู่หว่านหลินยิ้มให้ท่านพ่อของนางอย่างมีเลศนัยก่อนจะหันมาหาแนวร่วม ก็เห็นว่าทุกคนพยักหน้าว่าพวกเขาจะเป็พยานให้ในการเดิมพันของนางและท่านพ่อในวันนี้
“เดียวแม่จะรีบไปทำอาหารเย็นก่อนนะพรุ่งนี้ต้องเดินทางเข้าเมืองแต่เช้า พวกเราก็ควรจะรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ”
มู่หว่านหลินมองออกไปนอกหน้าต่างที่ยังแดดจ้า แต่แม่ของนางบอกจะทำอาหารเย็นกินแล้ว มีคนตื่นเต้นกว่านางแล้วหนึ่งคน