บทที่ 23 ลูกแก้วผสานจิตราชัน
คือ....ลูกแก้วผสานจิต! ของสิ่งนี้นั้นนับเป็ของดีอย่างมากในการฝึกฝนจิต ทำให้พลังจิตเพิ่มมากขึ้นพลังจิตนั้นสำคัญอย่างมากสำหรับปรมาจารย์ค่ายกล นักปรุงยา หรือนักฝึกสัตว์...สำหรับกุนไท่นั้นที่เป็ผู้ใช้มายาจะต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่งเช่นกัน หากพลังจิตของกุนไท่แข็งแกร่งขึ้นจะทำให้พลังมายาของเขานั้นมีพลังเพิ่มมากขึ้น!
พลังจิตนั้นแบ่งออกเป็ 5 ขั้น เมื่อผ่านหา 5ขั้นแรกไปแล้ว จะทำให้จิตของเรานั้นวิวัฒนาการ ทำให้ภูมิต้านทานทางจิตแข็งแกร่งขึ้นและยังช่วยลดช่องว่างของคนที่มีระดับบ่มเพาะสูงกว่าได้อีกด้วยเมื่อได้รับแรงกดดันจะไม่ส่งผลมากนักเพราะมีจิตที่แข็งแกร่ง
เหล่าผู้ฝึกยุทธนั้นต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นห้องโถงจากที่เงียบสงบมาตลอดกลับเสียงดังระงมขึ้นมา
“ข้า้ามัน! ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!” คนผู้หนึ่งในฝูงชนกล่าวขึ้น
“ข้าคือปรมาจารย์ 1 ใน 10 นักปรุงยา ใครแย่งมันไปจากข้าถือว่ามีปัญหากับบิดาผู้นี้!” ชายชราร่างสูงผอมผู้หนึ่งกล่าวตามมาติดๆ
“หึ นักปรุงยาแล้วอย่างไร ข้าคือปรมาจารย์ค่ายกลที่มีชื่อเสียงข้าก็้ามันเช่นเดียวกัน”ชายชรารูปร่างอ้วนะโออกมาเช่นกัน
สำหรับผู้ที่เป็เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธธรรมดานั้นพวกเขาต่างไม่้าเพราะมันไม่จำเป็สำหรับพวกเขา แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าการเพิ่มพลังจิตนั้นใน่แรกๆจะไม่เห็นผลแต่เมื่อเพิ่มไปจนถึงระดับสูงนั้น จะทำให้ผู้ฝึกยุทธแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันอย่างมาก! เพราะเมื่อพลังจิตแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งจะสามารถสร้างการโจมตีจากพลังจิตได้! ซึ่งผู้ที่รู้มีเพียงแค่กุนไท่เท่านั้น
ผู้ดำเนินการประมูลหญิงสาวนั้นเมื่อเห็นท่าทีของผู้คนก็เริ่มกล่าวเพื่อทำให้สินค้ามีราคามากขึ้น
“ทุกท่าน ท่านคงรู้จักมันอยู่แล้วข้าคงไม่ต้องพูดถึงแต่มันไม่ใช่แค่ลูกแก้วผสานจิตที่เคยพบเห็นกันเท่านั้น แต่เป็ถึงลูกแก้วผสานจิตราชัน! ซึ่งจะทำให้พลังจิตเพิ่มขึ้นกว่าลูกแก้วทั่วไปถึง 10 เท่า! ราคาจะเริ่มต้นที่ 1 แสนหินจิติญญาระดับสูง โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5หมื่นหินจิต! เริ่มได้!”
เมื่อสิ้นเสียงของนางนั้นทุกคนกลับตกตะลึงมากขึ้นไปอีก พร้อมกับเสนอราคากันอย่างบ้าคลั่ง
1.5แสนหินจิต
3.5แสนหินจิต!
4แสนหินจิต!
ราคายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกุนไท่ไม่ได้รีบร้อนที่จะเสนอราคา เขารอให้มันอยู่่ที่คู่แข่งลดน้อยลงเมื่อราคามันสูงขึ้นเขาหันไปหาผู้นำตระกูลเจียวก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ท่านผู้นำตระกูลสนใจสมบัติชิ้นนี้หรือไม่ หากไม่แล้วข้าน้อยคงต้องขอซื้อมันไป!”
“ข้าไม่ได้สนใจของสิ่งนี้เลย แต่หากเ้า้า ข้าจะเอามันมามอบให้เ้า”ผู้นำตระกูลเจียวกล่าวตอบ แม้เขาจะอยากได้แต่ก็ไม่ได้อยากแข่งกับกุนไท่เพราะก่อนหน้านี้กุนไท่ได้มอบโอสถทะลวงิญญาให้กับเขา ทำให้สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นกักเก็บพลังของระดับหลอมรวมพลังได้ในทันที! ซึ่งตอนนี้เขากลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในท่ามกลาง 3 ตระกูลใหญ่ภายในเมืองอี้แล้ว! เขาจึงค่อนข้างอยากตอบแทนกุนไท่เสียมากกว่า
(*ระดับหลอมรวมพลังนั้นแบ่งออกเป็ ขั้นรวบรวมพลัง ขั้นกักเก็บพลัง และขั้นขยายพลัง)
กุนไท่ส่ายหน้าพลางโบกมือเพื่อปฏิเสธตอนนี้เขามีหินจิติญญามากพอแล้ว เขาสามารถซื้ออะไรก็ได้ตามที่เขา้าแต่เขาก็ยังคงกล่าวกับผู้นำตระกูลว่า
“ท่านผู้นำ ข้าอยากให้ท่านช่วย ข้าขอยืมนามท่านในการประมูลเสียหน่อย!”
“ไม่มีปัญหา”
ผู้นำตระกูลเจียวผงกศีรษะแล้วตระโกนขึ้นมาว่า
8 แสนหินจิต!
ฝูงชนนั้นต่างแปลกใจเพราะเหตุใดตระกูลเจียวถึง้าของสิ่งนี้ 3 ตระกูลใหญ่นั้นไม่มีใครมีนักปรุงยาหรือผู้ที่ใช้พลังจิตเป็หลักเลยถึงแม้พวกเขาจะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้คิดจะเสนอราคาต่อเพราะพวกเขาไม่ได้้ามีปัญหากับตระกูลเจียวแม้จะเป็นักปรุงยาก็ตาม เพราะเื้ัตระกูลเจียวนั้นมีสำนักัครามสาขาใหญ่หนุนหลังอยู่ สาเหตุที่หนุนหลังนั้นเป็เพราะการคงอยู่ของเจียวเหม่ยที่เป็สุดยอดอัจฉริยะที่เป็ศิษย์คนสำคัญของสำนักัคราม!
“ไม่มีผู้ใดเสนอราคาต่อ สมบัติชิ้นนี้เป็ของท่านผู้นำตระกูลเจียวยินดีกับผู้นำตระกูลเจียวด้วยที่เป็ผู้ได้รับลูกแก้วผสานจิตราชัน! ทางประมูลจะส่งคนไปนำของไปให้ท่านโปรดเตรียมหินจิติญญาไว้ให้พร้อมด้วย”
ผู้ดำเนินการประมูลกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มที่งดงามและน่าหลงใหล
กุนไท่รับลูกแก้วมาพร้อมกับจ่ายหินจิติญญาระดับสูงไป 8 แสนก้อน แต่เขายังคงเหลืออยู่ 24 ล้านสองแสนหินจิติญญาระดับสูง!
สมบัติชิ้นต่อไปนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจเพราะมันเป็โอสถค่ายกล หรือชุดเกราะเท่านั้น แม้กุนไท่จะไม่สนใจ แต่เมื่อตระกูลเจียวสนใจมันแล้วไม่สามารถเสนอไปมากกว่านี้ เขาก็ช่วยเื่หินจิติญญาระดับสูงไปทำให้ผู้นำตระกูลปลาบปลื้มเป็อย่างมาก แม้ตระกูลเจียวจะเป็ตระกูลใหญ่แต่ทรัพย์สินโดยรวมนั้นยังไม่ถึง10 ล้านหินจิติญญาด้วยซ้ำ แล้วเมื่อราคาของโอสถที่ตระกูลเจียวอยากได้ถึง 1ล้านเมื่อไหร่ เขาจะเริ่มคิดหนัก แล้วเมื่อมันถึงเกินล้านเขาก็ไม่สามารถใช้จ่ายไปมากกว่านี้ได้เพราะอาจทำให้ตระกูลเจียวขาดแคลนหินจิติญญาได้
เมื่อการประมูลจบลงแล้วกุนไท่ก็ขอตัวลากับผู้นำตระกูลเจียวและเจียวเหม่ยทันทีเขา้าออกเดินทางไปเมืองใหญ่การมาในครั้งนี้ของเขานั้นถือว่าคุ้มค่ามาก เขาได้รับประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลแล้ว!
“น้องไท่! ข้าไปกับเ้าด้วย” เจียวเหม่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ท่านไปกับข้าได้?” กุนไท่ตอบกลับด้วยความสงสัย
“ได้สิ แท้จริงแล้ว ข้าเป็ศิษย์จากสำนักัครามสาขาใหญ่ไม่ใช่สาขาย่อยของที่นี่ แต่ข้ามาที่นี่เป็เพราะคิดถึงบิดาของข้าเท่านั้น”เจียวเหม่ยตอบกลับไป
“มันเป็เช่นนั้น! งั้นเราก็ไปด้วยกันเลยข้ากะจะไปหาผู้าุโชงเพื่อขอเดินทางไปกับเขาด้วยการเดินทางไปกับเขาถือว่าปลอดภัยมาก เพราะหากเดินทางไปเพียงลำพังมันอันตรายมากและระยะทางมันไกลมากอีกด้วย อาจทำให้เสียเวลาพอสมควร” กุนไท่กล่าวแล้วเดินไปหาผู้าุโชงทันที
ผู้าุโชงอนุญาตทันทีพร้อมกับพากุนไท่และเจียวเหม่ยออกเดินทางกลับเมืองใหญ่ด้วยขบวนของโรงประมูลการเดินทางนั้นราบรื่นเป็อย่างมากเพราะมีผู้าุโชงที่เป็ถึงระดับผู้เชี่ยวชาญค่อยกำกับการเดินทางของขบวนอยู่ทำให้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
ระหว่างที่กำลังเดินทางอยู่นั้นกุนไท่อยู่ในห้องหนึ่งเขานั่งขัดสมาธิอยู่พลางปิดตาจากนั้นก็ไหลเวียนปราณอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความพร้อมให้ร่างกายและเส้นลมปราณก่อนที่จะเริ่มทะลวงระดับการทำแบบนี้นั้นไม่มีใครทำมีเพียงแค่กุนไท่เท่านั้น!วิธีนี้นั้นเป็วิธีโบราณและหายสาบสูญไปนานมากแล้วเขาได้วิธีนี้มาจากผู้าุโทั้งสองที่ค่อยสอนเขามา การใช้วิธีนี้จะทำให้ไม่ต้องปรับสมดุลพลังหลังจากการทะลวงระดับแล้วทำให้ปราณมีความแข็งแกร่งมากขึ้นและไหลลื่นกว่าคนในระดับเดียวกันอย่างมากกุนไท่หยิบเอาหินจิติญญาระดับสูงก้อนหนึ่งออกมาก่อนจะเริ่มดูดซับมัน!