5 1-2
ตอนที่8 ฉากสำคัญในนิยาย หมู่บ้านตงผิง
ซูหนี่ยืดอกผายไหล่ผึ่ง ขานตอบอย่างภาคภูมิใจ
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันตั้งปณิธานไว้แล้วว่า จะออกไปเริ่มชีวิตใหม่ในชนบท ใช้ความรู้ที่มีอุทิศเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง!”
ส่วนในความเป็จริงนั้น เธอมีเหตุผลสำคัญยิ่งยวดที่จำต้องเดินทางไปยังชนบท ทว่าในส่วนนี้ ซูหนี่ยังต้องอุบไว้ก่อน ไม่สามารถแพร่งพรายให้เซิ่งเต๋าอันรู้ได้
“แล้วทำไมไม่เข้ากองทัพรับราชการเหมือนผมล่ะ? การย้ายไปชนบทมันไม่ได้สบายอย่างที่คุณคิดนะ”
ซูหนี่ถอนหายใจเล็กน้อย
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเข้ารับราชการเหมือนคุณหรอกนะ ถึงแม้การย้ายไปที่นั่นจะออกลำบากอยู่สักหน่อย แต่ผ่านไปเดี๋ยวก็คงจะชินกับวิถีชีวิตแบบนั้นเอง ติดสอยห้อยตามคุณไปรังแต่จะสร้างปัญหาให้เปล่าๆ ไหนจะเื่งานแล้วยังเื่ที่พักอีก”
เห็นสีหน้าซ่อนเล่ห์ของซูหนี่ รัศมีเ็าที่ฉาบเคลือบทั่วร่างเซิ่งเต๋าอันจึงค่อยๆอ่อนลงตามลำดับ ในเมื่อหญิงสาวตรงหน้ามีแผนการอยู่ภายในใจเป็ทุนเดิมแล้ว เขาเองก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือฝืนบังคับเช่นกัน
“ในเมื่อ้าแบบนั้น อย่างน้อยก็ให้ผมได้ช่วยเหลืออะไรคุณบ้างเถอะนะ จะออกเดินทางวันไหนก็บอกด้วย ผมจะได้เตรียมตั๋วรถไฟ แล้วก็หาซื้อขนมปังกับนมสดสักลังมาให้ ถ้าไปถึงชนบทแล้วเกิดมีปัญหาติดขัดอะไร ก็ให้รีบไปที่กองพันสังกัดแถบนั้น สามารถแจ้งชื่อของผมเพื่อดำเนินเื่ได้เลย”
สำหรับเื่ความปลอดภัยและการเป็อยู่ของผู้หญิงคนนี้ เซิ่งเต๋าอันดูค่อนข้างจริงจังมาก
จากความจริงใจในจุดนี้ของเขา ดูเหมือนว่าเนื้อเื่ยังไม่ถึงจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ชายคนนี้กลายเป็วายร้ายอย่างเต็มตัว
ซูหนี่หยิบเอกสารโฉนดที่ดินฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าของตน ยื่นส่งให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวังและพูดขึ้นว่า
“ฉันขอรบกวนอะไรคุณหน่อยสิ ช่วยจัดการขายบ้านหลังนี้ให้ฉันทีได้มั้ย? จะแลกเปลี่ยนเป็เงินหรือตั๋วทรัพย์สินก็ได้ พ่อแม่บุญธรรมของฉันดูกระเหี้ยนกระหืออยากจะฮุบเ้าสิ่งนี้เป็ของตัวเองใจจะขาด ขืนฉันเก็บไว้กับตัวคงไม่น่ารอด สู้ขายทอดตลาดให้จบๆไปเลยดีกว่า อย่างน้อยก็ยังได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง”
“เข้าใจแล้ว ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณถูกรังแกอย่างแน่นอน”
เซิ่งเต๋าอันเอ่ยบอก
ไม่นาน เขาเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงได้พูดเสริมขึ้นว่า
“อ่อแล้วก็ รู้ใช่มั้ยว่าผู้ที่ลงทะเบียนสามารถเลือกชนบทปลายทางที่เป็จุดหมายได้ ผมขอแนะนำให้คุณเลือกชนบททางภาคเหนือ แถบนั้นค่อนข้างใกล้กับกองพันที่ผมสังกัดอยู่ เผื่อวันไหนหยุดผมจะได้ไปเยี่ยม”
ซูหนี่พยักหน้าด้วยความยินดี
“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปเขตเพื่อลงทะเบียนก่อนนะ คิดว่าน่าจะผ่านอยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
ชนบทที่เธอ้าจะเดินทางไปนั้น ก็คือหมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบทแถบภาคเหนืออยู่แล้ว
ส่วนเื่ที่ว่าสถานที่แห่งนั้นจะอยู่ห่างจากกองพันที่เซิ่งเต๋าอันสังกัดอยู่มากน้อยเพียงใด เื่นี้เธอเองก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน
หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันเสร็จสรรพ ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไป
ในด้านหนึ่ง ซูหนี่ตรงดิ่งไปที่สำนักงานเขต เพื่อขอลงทะเบียนเป็เยาวชนผู้มีการศึกษาที่ประสงค์เดินทางสู่ชนบทต่อไป
ใช้เวลาไม่นานเกินรอ ธุรกรรมทุกอย่างก็ครบถ้วนเรียบร้อยดี ซูหนี่ตบเท้าเดินออกจากประตูสำนักงานเขตมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
หมู่บ้านตงผิง
รอฉันได้เลย!
ตามเส้นเื่เดิมในนวนิยาย กู่หวานหวานได้พบเจอตัวละครสำคัญมากมายภายในหมู่บ้านตงผิงแห่งนี้ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีบทบาทที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นหลักที่นำพาเธอไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ ที่นั่นยังเป็บ้านเกิดของซูหนี่ และยังมีญาติพี่น้องผู้เกี่ยวข้องทางสายเืของเธออาศัยอยู่ที่นั่นอีกด้วย ซึ่งในความเป็จริง พ่อแท้ๆของซูหนี่เคยสั่งเสียไหว้วานให้กู่กัวเฉิงพาตัวลูกสาวของเขากลับไปยังบ้านเกิดแห่งนี้ั้แ่เนิ่นๆ
แต่เพราะกู่กัวเฉิงมีแผนการอื่นอยู่ภายในใจ เขาจึงตัดสินใจเก็บซูหนี่ไว้กับตัวเองแทน
ในเวลาต่อมา เสมือนมีปาฎิหาริย์บังเกิด พ่อแม่แท้ๆของซูหนี่รอดตายกลับมาได้เยี่ยงวีรบุรุษ นำมาซึ่งผลงานและลาภยศสรรเสริญมากมาย แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้น ลูกสาวแท้ๆของทั้งคู่ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว และเป็กู่หวานหวานที่ฉวยโอกาสนี้ เสียบเข้าแทนที่ตำแหน่งลูกสาวในฐานะคนปลอบโยน คอยปอกลอกสองสามีภรรยาสกุลซู เสพสุขอยู่บนกองสมบัติ ทั้งความรักความห่วงใยที่ทั้งสองมีให้ เธอคนนั้นก็ฉวยเอาไปเองทั้งหมด!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะเป็ของซูหนี่ ได้ถูกผู้หญิงที่ชื่อกู่หวานหวาน่ชิงไปจนหมดสิ้นไม่มีเหลือ!
ทั้งตัวเ้าของเดิมไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเธอ ล้วนถูกคนสกุลกู่เอารัดเอาเปรียบทั้งสิ้น ถูกสูบเืสูบเนื้อลึกไปถึงไขกระดูก!
เพื่อความสำเร็จตรงหน้า กู่หวานหวานยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา ต่อให้ต้องหยิบใช้วิธีสกปรกมือต้องเปื้อนเื เธอคนนี้ก็ยินดีทำ!
คล้อยหลังนึกคิดได้เช่นนั้น ซูหนี่ก็ส่ายหน้าสลัดความคิดไร้สาระทิ้งไป และเตรียมตัวกลับบ้าน เนื่องจากในตอนนี้เธอไม่มีเงินเหลือติดตัวแม้แต่แดงเดียว จึงทำได้เพียงแค่อดทนอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักระยะ จนกว่าเซิ่งเต๋าอันจะขายบ้านแลกเป็เงินมาให้ เพราะก่อนออกเดินทาง เธอจำเป็ต้องซื้อข้าวของติดตัวไปสักหน่อย
ระหว่างทางกลับบ้าน จู่ๆเธอพลันได้ยินเสียงเรียกของกู่หวานหวานดังไล่หลังขึ้น
“พี่ซูหนี่ มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”
ซูหนี่ไม่แม้แต่จะเหลียวไปมองด้วยซ้ำ และรีบสับเท้าเดินจากไปอย่างปราศจากเยื่อใย
ใบหน้างดงามของกู่หวานหวานยังคงเผยรอยยิ้มสดใสอยู่ก็จริง แต่ทว่ากลับลอบบีบกำปั้นทั้งสองกระชับแน่นจนสั่นสะท้าน กระแสความอาฆาตเกลียดชังไหลพลั่งพรูอยู่ภายในใจของเธอ
นังนี่…
อดีตสุนัขรับใช้ตัวน้อยที่น่ารักของเธอ ตอนนี้มันเป็บ้าอะไรไปแล้ว? ทำไมถึงไม่เชื่องเหมือนเมื่อก่อน? กระทั่งส่งเสียงเรียกหาแล้ว มันยังทำเป็ไม่สนใจ หางตายังไม่ชายมองเธอด้วยซ้ำ!
หนึ่งเสี้ยวอึดใจที่ไม่มีใครสังเกต กู่หวานหวานเผยสีหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชังสุดหัวใจ
ความจริงบัดซบแบบนี้ ใครจะไปยอมรับได้กัน!
ประกายอาฆาตพยาบาทสว่างโพลงอยู่ในดวงตาของกู่หวานหวาน ในเมื่อ้าแบบนี้นัก ก็อย่าหาว่าเธอใจไม้ไส้ระกำก็พอ เห็นทีความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องในอดีตคงไม่จำเป็อีกต่อไปแล้ว!
คิดได้เช่นนั้น กู่หวานหวานก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว