หลังจากวันนั้น ชยากรเริ่มวนเวียนอยู่ในห้องครัวของโรงแรมบ่อยขึ้นอย่างผิดสังเกต เขาไม่ได้เข้ามาสั่งงาน หรือตรวจตราความเรียบร้อยเหมือนเคย แต่จะคอยด้อม ๆ มอง ๆ ชัชชนอยู่ห่าง ๆ ราวกับลูกสิงโตที่กำลังสำรวจเหยื่อที่าเ็
ใน่พักเบรกสั้น ๆ ของชัชชน ชยากรเรียกชัชชนให้เข้าพบในห้องทำงาน ชัชชนโค้งทำความเคารพประธานก่อน
"รับไปสิ" ชยากรชี้นิ้วไปที่แก้วเครื่องดื่มเย็น ๆ แก้วหนึ่งที่วางบนโต๊ะทำงานของเขา น้ำเสียงของเขาห้วนสั้นตามเคย
ชัชชนมองแก้วเครื่องดื่มนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย "ไม่เป็ไรครับ"
"..."ชยากรชะงักไปเล็กน้อย ราวกับไม่คาดคิดว่าจะได้รับการปฏิเสธ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
"ฉันไม่ได้ถามความเห็นนาย" เขาพูดเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย "กิน ๆ ไปซะ"
ชัชชนยังคงยืนนิ่ง ไม่รับแก้วเครื่องดื่มนั้น "ไม่เป็ไรจริง ๆ ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน
ชยากรจ้องมองชัชชนด้วยสายตาไม่พอใจ เขาไม่คุ้นเคยกับการถูกขัดใจแบบนี้ และนี่คือครั้งที่สองแล้วที่ชัชชนขัดใจเขา
"นายมัน..." เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อเห็นสายตาเ็าของชัชชน
"ก็ตามใจ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
ชัชชนโค้งตัวอีกครั้ง แล้วเดินออกไป
สองวันต่อมา
ชัชชนกำลังจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารของวันพรุ่งนี้ เขาถูกชยากรเรียกเข้าไปพบอีกครั้งในเวลาเลิกงาน ชัชชนถอนหายออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
ชัชชนยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธาน
"นั่งสิ"
"ครับ"
ชยากรหมุนเก้าอี้ไปด้านหลังเอื่อมมือไปหยิบกล่องขนมราคาแพงมาวางไว้ที่โต๊ะ แล้วเลื่อนไปหาชัชชน
"ฉันซื้อมาให้"
ชัชชนมองกล่องขนมนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วยครับ?"
"ฉันแค่อยาก..." ชยากรพูดเสียงเบาลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีท่าทีแข็งกระด้าง "ช่างมันเถอะ กิน ๆ ไป"
ชัชชนส่ายหน้าช้า ๆ "ไม่เป็ไรครับ คุณชยากรเก็บไว้ทานเองเถอะครับ"
ชยากรขบกรามแน่น ความอดทนของเขากำลังจะหมดลง "มันจะอะไรกันนักกันหนา แค่รับไปมันจะตายหรือไง?"
"..." ชยากรเงียบไป แต่แววตาฉายแววความเ็าปนความโกรธอยู่
ชยากรไม่เข้าใจว่าทำไมชัชชนถึงได้โกรธเขามากขนาดนี้ ในความคิดของเขา การแสดงความเสียใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรอ
"แล้วนาย้าอะไรจากฉัน? บอกมาสิ!" ชยากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดความอดทน
"ผม้าให้คุณชยากรเลิกยุ่งกับชีวิตของผม" ชัชชนตอบอย่างเด็ดขาด "กลับไปใช้ชีวิตของคุณ แล้วปล่อยให้ผมได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเถอะนะครับ"
"..."คำพูดนั้นเหมือนดาบที่แทงทะลุหัวใจของชยากร เขานั่งนิ่งมองชัชชนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และความสับสน
"ฉัน..." ชยากรพยายามพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
"ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" ชัชชนยืนขึ้น โค้งตัวเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินออกไป
ชยากรกำมือแน่นจนสั่นเทาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดและไม่เข้าใจ ขนาดแพรไหมยังง้อไม่ยากเท่านี้เลยด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่าชัชชนจะไม่ได้ใจอ่อนง่าย ๆ อย่างที่เขาคาดหวัง
หลายวันต่อมา
ชยากรตัดสินใจรอชัชชนเลิกงาน เขานั่งรออยู่ในรถหรูของตัวเองอยู่หน้าโรงแรม ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ประตูทางออกของพนักงาน เมื่อเห็นร่างของชัชชนเดินออกมา เขารีบให้คนขับรถของเขาเดินตรงเข้าไปขวางหน้า
"ชัชชน"
"...ครับลุงศักดิ์ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"ชัชชนเอ่ยถามคนขับรถของประธานโรงแรม เขายังจำได้ ว่าเขาเคยเข้าใจผิด คิดว่าลุงศักดิ์จ้างเขาไปเป็คู่นอน สมัยที่เขาทำงานเป็เด็ก N คิดแล้วก็นึกขำอยู่ในใจ ที่คิดว่าเมียลุงไม่ชอบทำเื่บนเตียง จนต้องมาจ้างเขา แต่สุดท้าย ลุงศักดิ์แค่เป็คนพาเขาไปหาชยากรในวันนั้น และขอบคุณมากที่ลุงศักดิ์ไม่เคยเปิดเผยเื่ของเขาในอดีตให้กับคนในโรงแรมรู้ เขาเลยใช้ชีวิตได้ปกติ
"ขึ้นรถเถอะ คุณชยากรรออยู่"ลุงศักดิ์บอกความ้า
ชัชชนจำใจต้องทำตามคำสั่ง "ครับ"
ชัชชนเปิดประตูรถด้านหลัง พบว่าชยากรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาเข้าไปนั่งแล้วปิดประตูรถ
"ฉันจะไปส่งนาย" ชยากรพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูเป็มิตร แต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความกระด้าง
ชัชชนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย "ผมกลับเองได้ครับ"
"ดึกแล้ว มันอันตราย" ชยากรยังคงยืนกราน
"คุณชยากรไม่ต้องเป็ห่วงผมหรอกครับ" ชัชชนตอบด้วยน้ำเสียงเ็า "คุณควรจะไปห่วงคู่หมั้นของคุณมากกว่า"
ชยากรขบกรามแน่น เขาไม่ชอบใจที่ถูกพูดจาประชดประชันแบบนี้ แต่ก็รู้ดีว่าเขาเป็คนผิด
"ฉัน..." เขาพยายามหาคำแก้ตัว แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
"ปล่อยผมไปเถอะครับ" ชัชชนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ก็ยังคงหนักแน่น "ผมแค่อยากอยู่คนเดียว"
"..."ชยากรจ้องมองใบหน้าเหนื่อยล้าของชัชชน เขาสังเกตเห็นร่องรอยความเศร้าหมองในดวงตาคู่นั้น และเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความผิดของตัวเองมันหนักหนาสาหัสเพียงใด
"ก็ได้" ชยากรพูดเสียงแ่เบาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาปล่อยให้ชัชชนลงจากรถ แล้วเดินไปอย่างเงียบ ๆ เขามองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินลับหายไปในความมืด
ความรู้สึกผิดและความไม่สบายใจยังคงวนเวียนอยู่ในใจของชยากร เขายังไม่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อชัชชน แต่เขารู้สึกได้ว่าการที่ชัชชนเ็าและ้าหลีกหนีจากเขานั้น มันทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
ภาพใบหน้าเศร้าหมองของชัชชนยังคงติดตา เขาพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาเริ่มทบทวนเื่ราวที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความ้าทางกาย ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น และความเ็ปที่เขาเป็คนสร้างขึ้น
เขาเริ่มตระหนักว่าความรู้สึกผิดของเขาอาจไม่ได้มีเพียงแค่นั้น มันอาจมีบางสิ่งที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจ แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่
ชัชชนกลับมาถึงห้องพักเล็ก ๆ ของตัวเองด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ คำพูดและการกระทำของชยากรทำให้เขารู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องพยายามทำดีกับเขาในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยทำร้ายจิตใจเขาอย่างแสนสาหัส
เขานั่งลงบนเตียง มองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดมิดภายนอกสะท้อนความมืดมนในใจของเขา เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร เขาไม่รู้ว่าจะสามารถให้อภัยชยากรได้หรือไม่ และเขาไม่รู้ว่าจะสามารถลืมอดีตที่เ็ปนี้ไปได้อย่างไร
ความรู้สึกโดดเดี่ยวและสิ้นหวังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า แต่เขาก็พยายามกลั้นมันไว้ เขาไม่อยากอ่อนแออีกต่อไป เขาอยากจะเข้มแข็งและก้าวข้ามเื่ราวที่เลวร้ายนี้ไปให้ได้ แต่ในใจลึก ๆ แล้ว เขาก็ยังคงรู้สึกเ็ปและสับสนกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของชยากร...
ณ โรงแรม
การประชุมพนักงานโรงแรมในวันนี้ บรรยากาศค่อนข้างคึกคักเป็พิเศษ เมื่อ นภา เลขาของชยากรเข้ามาแจ้งวาระสำคัญ ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เธอด้วยความคาดหวัง
"เรียนผู้จัดการ และเชฟทุกท่าน ประชุมในวันนี้คุณชยากรไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากมีภารกิจสำคัญที่ต่างจังหวัด คุณชยากรฝากแจ้งมาว่า ในอีก 2 สัปดาห์ จะมีการเดินทางไปดูงานด้านอาหารที่ต่างประเทศ เป็เวลาหนึ่งสัปดาห์" เลขาสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน "จะมีเชฟจำนวนสองท่านที่ไป โดยจะมีคุณชยากรเดินทางไปด้วย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ ในห้องประชุม เชฟทั้งห้าคน ซึ่งรวมถึงชัชชนที่นั่งเงียบอยู่ด้วย ต่างก็แลกเปลี่ยนสายตากันอย่างมีความหมาย
"ทำไมรอบนี้ คุณชยากรถึงไปด้วยล่ะ"เชฟาุโเอ่ยถามเลขาประธาน
"รอบนี้ คุณชยากรอยากไปดูงานเองด้วยค่ะ เพื่อมีไอเดียใหม่มาพัฒนาโรงแรมน่ะค่ะ"
"อ๋อ"เชฟทุกคนพยักหน้า
หลังจากนั้น บรรดาเชฟคนอื่น ๆ ก็เริ่มแสดงความคิดเห็นกันอย่างออกรส
"ผมว่ารอบนี้ให้ชัชชนไปเถอะ" เชฟาุโที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น "พวกเราเคยไปกันมาแล้ว ได้เวลาให้เด็กใหม่ ๆ ได้เปิดหูเปิดตา"
เชฟอีกคนหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ๆ ชัชชนฝีมือดี มีความคิดสร้างสรรค์ น่าจะได้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ กลับมาพัฒนาเมนูของโรงแรมเรา"
แม้แต่เชฟที่เข้ามาทำงานก่อนชัชชนเพียงปีเดียว ก็สนับสนุนความคิดนี้
"ถ้าไปสองคน ผมว่าให้ชัชชนไปกับทินก็ดี ทั้งคู่จะได้ช่วยกันเรียนรู้"เชฟรุ่นพี่อีกคนเสริม
"ได้ครับ"ทินตอบตกลงทันที เพราะเขาก็อยากเปิดโลกกว้างเหมือนกัน
ชัชชนนั่งฟังความเห็นของเพื่อนร่วมงานด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขารู้สึกขอบคุณในความหวังดีของทุกคน แต่ในใจลึก ๆ เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องใกล้ชิดกับชยากรอีกครั้ง ความทรงจำที่เ็ปในอดีตยังคงตามหลอกหลอน
เมื่อทุกคนหันมามองที่เขา ราวกับรอคำตอบ ชัชชนรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากจะปฏิเสธในทันที แต่เมื่อคิดถึงโอกาสที่จะได้ไปเรียนรู้เทคนิคและแิใหม่ ๆ ในต่างประเทศ มันก็เป็สิ่งที่น่าสนใจและอาจเป็ประโยชน์ต่อหน้าที่การงานของเขาในอนาคต
"เอ่อ..." ชัชชนอึกอักเล็กน้อย
"ไม่ต้องเกรงใจนะชัชชน" เชฟาุโกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ถือว่าเป็โอกาสที่ดี"
ชัชชนถอนหายใจออกมา "ครับ... ถ้าทุกคนเห็นสมควร ผมก็ยินดีที่จะไปครับ"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเชฟคนอื่น ๆ พวกเขาต่างแสดงความยินดีกับชัชชนที่ได้รับโอกาสอันดีนี้ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น ชัชชนกำลังรู้สึกกังวลใจกับการเดินทางที่กำลังจะมาถึงมากเพียงใด การได้ไปดูงานอาจเป็โอกาสที่ดีในการพัฒนาตัวเอง แต่การต้องเดินทางไปกับชยากร... มันเป็สิ่งที่เขาไม่แน่ใจว่าจะรับมือได้อย่างไร
เมื่อเลขที่นั่งบนตั๋วเครื่องบินชั้น Business class ปรากฎ ชัชชนก็ต้องแปลกใจที่พบว่าที่นั่งข้าง ๆ เขาคือชยากร ซึ่งปกติแล้วชยากรมักจะเลือกเดินทางในชั้น First Class ที่มีความเป็ส่วนตัวและสะดวกสบายมากกว่า เชฟอีกคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั่งอยู่แถวหน้ากับผู้โดยสารคนอื่น ๆ
ชยากรทิ้งตัวลงบนเบาะข้าง ๆ ชัชชนอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้สบตาหรือพูดคุยใด ๆ ใบหน้าคมสันยังคงนิ่งเฉย แต่แววตาที่เหลือบมองชัชชนเป็ระยะนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชัชชนอ่านไม่ออก
ทันทีที่สัญญาณไฟในห้องโดยสารดับลง ความมืดมิดก็เข้าปกคลุม ชัชชนรู้สึกหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาขึ้นเครื่องบิน ความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่เคยประสบมาก่อนถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง มือของเขาเย็นเฉียบและสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
ชยากรััได้ถึงแรงสั่นสะท้านที่มาจากร่างของชัชชนอย่างชัดเจน แม้ในความมืดสลัว เขาสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายตัวแข็งทื่อและหายใจถี่แรงขึ้นเรื่อย ๆ ชยากรไม่ลังเลที่จะเอื้อมมือไปเปิดแผงกั้นระหว่างที่นั่งออกอย่างเงียบ ๆ
จากนั้น เขาขยับเข้าไปใกล้ชัชชนมากขึ้น และออกแรงดึงร่างที่กำลังสั่นเทาเข้ามาซบกับอกกว้างของตนเองอย่างนุ่มนวล
"..." ชัชชนสะดุ้งเฮือกด้วยความใกับการกระทำที่รวดเร็วและไม่ทันตั้งตัวของชยากร ร่างกายของเขาแข็งเกร็ง พยายามที่จะขืนตัวออกห่างด้วยความใและความไม่คุ้นเคย
"มะ... ไม่เป็ไรครับ" ชัชชนกระซิบเสียงสั่นเครือ พยายามผลักอกของชยากรออกด้วยมือที่เย็นเฉียบ
แต่ชยากรกลับกอดกระชับร่างของชัชชนแน่นขึ้น โดยไม่พูดอะไร เขากอดอยู่อย่างนั้น นิ่งและมั่นคง ราวกับ้าที่จะเป็หลักยึดให้กับคนที่กำลังหวาดกลัว
"..." ชัชชนยังคงตัวสั่นเทา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความมืดและความรู้สึกของการลอยอยู่กลางอากาศทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นอย่างที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน อ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคงของชยากรกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แม้ว่าเขาจะยังคงโกรธและสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อชายคนนี้
ความอบอุ่นจากร่างของชยากรค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของชัชชน ราวกับเป็เกราะกำบังจากความกลัวที่กำลังกัดกินใจ แม้จะยังคงมีความขัดเขินและความไม่พอใจกับความใกล้ชิดนี้ แต่ความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามากลับค่อย ๆ ลดน้อยลงอย่างน่าประหลาด
ชัชชนค่อย ๆ คลายความแข็งเกร็งลงทีละน้อย เขาซบหน้าลงกับอกของชยากรอย่างเผลอไผล ปล่อยให้ความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัยนั้นโอบอุ้มเขาไว้ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานและความตึงเครียดจากความกลัวค่อย ๆ กลืนกินสติของเขา
ในที่สุด ชัชชนก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของชยากรอย่างสนิทใจ โดยที่ความหวาดกลัวและความขัดเขินในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกสงบและปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
ชยากรก้มลงมองศีรษะที่ซบอยู่กับอกของเขาอย่างอ่อนโยน ในความมืดสลัว เขาััได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย เขากอดชัชชนไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับ้าปกป้องอีกฝ่ายจากความหวาดกลัวที่เพิ่งเผชิญ แล้วค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง
แอร์โฮสเตสที่เดินตรวจความเรียบร้อยในห้องโดยสารผ่านมาเห็นภาพนั้นพอดี เธอชะงักเท้าเล็กน้อย มองภาพของเ้านายหนุ่มผู้เ็าและไม่เคยแสดงความอ่อนโยนกับใคร กำลังกอดพนักงานหนุ่มที่ดูตัวเล็กกว่าอย่างทะนุถนอม แววตาของเธอฉายความเขินอาย ก่อนจะแอบอมยิ้มเล็กน้อยให้กับภาพที่ดูอบอุ่น ซึ่งขัดกับบุคลิกของชยากรอย่างสิ้นเชิง แล้วเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ทั้งสองคนหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันภายใต้แสงดาวที่ส่องลอดหน้าต่างเครื่องบิน