เหวินอวี้ทดสอบยิงดัชนีทะลวง์ใส่ม่านพลังในทันที ส่วนเหวินหลงเองก็บีบอัดพลังไว้ที่มือข้างขวาก่อนจะต่อยเข้าไปที่ม่านพลังด้วยพลังเต็มสิบส่วน!!!
ตู้มมมมม!!!
หลังกลุ่มควันหายไปก็เผยให้เห็นถึงม่านปราการที่ยังคงแข็งแกร่งไร้ซึ่งรอยขีดข่วน แม้ทั้งสองจะโจมตีโดยใช้พลังทั้งหมดที่มีก็ตาม แต่คลื่นพลังมหาศาลนั้นก็ส่งผลให้บริเวณรอบนอกปราการเกิดความเสียหาย ทั้งต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด พื้นหญ้าที่เคยรกชัฎ ตอนนี้กลับกลายเป็พื้นที่โล่งเตียน
สภาพที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเหวินอวี้และเหวินหลง
“ สุดยอด ปราการนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ อาจารย์ต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆถึงสร้างม่านพลังแบบนี้ขึ้นมาได้ ”
“ ย่อมต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว อาจารย์ของเราเป็ถึงสหายสนิทขององค์จักรพรรดิ์เชียวนะ ”
เด็กน้อยทั้งสองต่างกอดอกพร้อมกับเชิดหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจในความแข็งแกร่งของอาจารย์ตน
แต่ทว่า...
“ โอ๊ยยยย!! เจ็บๆ เ้าทำอะไรเนี่ยฮุ่ยหราน ”
ทั้งเหวินหลงและเหวินอวี้ถูกฮุ่ยหรานดึงหูก่อนจะลากทั้งสองคนออกห่างจากม่านพลัง
“ นี่มันควรเป็คำพูดของข้าต่างหาก พวกเ้านั่นแหละทำอะไรกัน ถ้าม่านพลังนั่นทนการโจมตีไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง? อาจารย์ได้ลงโทษพวกเ้าแน่!! ”
“ โถ่ ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็อะไรหรอก นี่เป็ถึงสิ่งที่อาจารย์สร้างขึ้นมาเชียวนะ ใช่ไหมเหวินอวี้ ”
“ ใช่แล้วฮุ่ยหราน เ้าน่ะคิดมากเกินไปแล้ว เอาเช่นนี้เป็อย่างไร เ้าก็ลองบ้างสิจะได้ทดสอบเคล็ดวิชาที่เ้าฝึกฝนมาด้วย ม่านพลังนี้แข็งแกร่งน่าดู หากปล่อยทิ้งไว้เฉยๆก็เสียของเปล่าๆสู้เอามาใช้ทดสอบพลังของพวกเราคงดีไม่น้อย ”
เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้าพร้อมกับยักคิ้วให้กันอย่างมีเลศนัย ฮุ่ยหรานรีบตอบกลับอย่างไม่ลังเล
“ หึ ข้าไม่เอาด้วยหรอก ทำไมข้าจะต้องทำแบบนั้นด้วย ข้า— ”
“ เ้ากลัวว่าจะทำไม่ได้เท่าพวกเราใช่ไหมล่ะฮุ่ยหราน แต่ก็เอาเถอะ ไม่เป็ไรๆข้าเข้าใจดีพวกสตรีล้วนมีพละกำลังน้อยกว่าบุรุษอย่างพวกเราอยู่แล้ว ใช่ไหมเหวินหลง? ”
“ ใช่เลยเหวินอวี้ ในเมื่อนางไม่อยากทำก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวนางจะอายซะเปล่าๆ ”
ฮุ่ยหรานใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเหวินหลงและเหวินอวี้
“ ได้!! ถ้าข้าโจมตีม่านพลังจนมันสั่นไหวได้ พวกเ้าทั้งสองคนต้องเป็ข้ารับใช้ข้า1วัน ข้าสั่งหรือขออะไรห้ามขัดเป็อันขาด เ้ายินดียอมรับหรือไม่!! ”
“ ย่อมได้ ”
“ ย่อมได้ ”
เหวินหลงและเหวินอวี้ตบมือกันพร้อมกับหันไปกระซิบกัน
“ คราวนี้เราก็ไม่ต้องกลัวนางจะไปฟ้องอาจารย์แล้ว เพราะนางก็มีส่วนร่วมด้วย ”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนต่างนำมือมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ส่วนฮุ่ยหรานหลังจากได้ครุ่นคิดสักพัก นางก็ยืนมองม่านพลังพร้อมถอนหายใจออกมา
“ ทำไมเราต้องคล้อยตามพวกนั้นด้วยเนี่ยเจียฮุ่ยหราน เ้านี่มันจริงๆเลย นี่มันหลุมพลางของเ้าสองคนนั้นชัดๆ ”
ฮุ่ยหรานพูดกับตนเองพร้อมกับตบไปที่หน้าผากมนของตนเองหลังจากที่ไปคล้อยตามปีศาจน้อยสองคนนั้น แต่หากจะหันหลังกลับก็คงจะไม่ได้เช่นกัน
“ แค่ทำตามที่ฝึกมาก็พอ ”
เด็กสาวหยิบกระบี่คู่กายที่เหน็บเอาไว้ที่เอวออกมา ก่อนจะร่ายรำท่วงท่าแห่งกระบี่ สายลมโดยรอบเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง ใบไม้ปลิวว่อน เส้นผมของนางพลิ้วไหวตามแรงลมที่เกิดขึ้น
ฮุ่ยหรานโยนกระบี่สีเงินขึ้นฟ้าพร้อมกับนำมือมาประกบกันก่อนจะแยกฝ่ามือทั้งสองข้างออก ทันใดนั้นกระบี่สีเงินที่โยนขึ้นไปก็แยกออกมาเป็กระบี่จำนวนสิบเล่ม พร้อมกับมีพลังสีม่วงอ่อนครอบคลุมกระบี่ทั้งสิบเล่ม
“ หมื่นกระบี่สยบบุปผา ขั้นต้น!! ”
ฮุ่ยหรานะโขึ้นพร้อมกับผลักฝ่ามือตรงไปที่ม่านพลัง
ตู้มมม!!!
ภายหลังจากที่ฝุ่นควันค่อยๆเบาบางลง ภาพที่ทั้งสามคนได้เห็นก็คือ ม่านพลังถูกทำลายเป็รูโหว่ ม่านพลังที่แม้แต่เหวินหลงและเหวินอวี้ร่วมมือกันทำลายก็ไม่สามารถสร้างได้แม้แต่รอยขีดข่วน แต่บัดนี้ม่านพลังเเตกเป็รูโหว่เกิดความเสียหายเป็กว้าง!!!!
แต่ยังโชคดีที่แม้ม่านพลังจะถูกทำให้เสียหาย ภายในม่านพลังกลับมีวงเวทย์ขนาดใหญ่ป้องกันการโจมตีอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ตัวบ้านไม่ได้รับความผลกระทบใดๆ
เหวินอวี้และเหวินหลงต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะกล่าวขึ้นพร้อมกัน..
“ ข้าจะฟ้องอาจารย์!!! ”
........................................................................................................................
อีกด้าน
เฟยหงที่กำลังวางแผนจัดการสอบที่จะมาถึงในอีกสองวัน รู้สึกได้ถึงม่านพลังที่ถูกทำลายลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!!
“ เป็ไปไม่ได้!! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ซีโร่ ”
[ เรียนนายท่าน ผู้ที่ทำลายม่านพลังไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ศิษย์ตัวน้อยของท่านนามว่าเจียฮุ่ยหราน นางได้ใช้เคล็ดวิชากระบี่หมื่นบุพผาที่พึ่งจะฝึกได้ขั้นแรกโจมตีใส่ม่านพลังเพื่อทดสอบพลัง แม้จะเป็เพียงระดับพลังขั้นแรกนางก็สามารถทำลายม่านพลังลงได้ ยังโชคดีทีท่านสร้างการป้องกันอีกชั้นซ้อนทับไว้ ด้วยพลังแห่งตราเวทย์ทำให้สิ่งปลูกสร้างไม่ได้รับความเสียหาย ]
สิ่งที่ซีโร่กล่าวมาถูกส่งข้อมูลเป็ภาพเข้าไปในสมองของเฟยหงโดยตรงทำให้เหมือนกับว่าเฟยหงยืนดูอยู่ตรงนั้นจริงๆ
“ เ้าทำแบบนี้ได้ด้วยอย่างงั้นหรือ? ไม่เห็นบอกข้าสักคำ”
[ ก็ท่านไม่ได้ถาม ข้าก็แค่เพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น ]
แม้คำพูดของซีโร่จะชวนให้โมโห แต่เฟยหงก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ ก่อนจะหันมาสนใจกับภาพย้อนหลังที่เหมือนกับวีดีโอที่ถูกฉายซ้ำอีกรอบ
“ พัฒนาการเร็วมาก ทั้งเหวินหลงและเหวินอวี้ แม้จะอายุยังน้อยแต่ทั้งสองต่างมีพลังทำลายที่ดุดันแข็งแกร่ง ถึงกระนั้นดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะยังไม่สามารถสร้างความเสียหายกับม่านพลังได้ กลับกันฮุ่ยหรานนางคล้ายมีพลังพิเศษบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาระหว่างการใช้เคล็ดวิชา คลื่นพลังสีม่วงอ่อนนั่นมันคืออะไรซีโร่? ”
[ จากการวิเคราะห์รูปแบบของพลัง ฮุ่ยหร่านมีพลังพิเศษแฝงบางอย่างไหลเวียนอยู่ในสายเื นอกจากที่เด็กคนนั้นจะมีชีพจรัแล้ว เด็กคนนั้นยังมีพลังในการตัดผ่านมิติช่องว่าง ก่อนที่กระบี่จะกระทบม่านพลังเพียงเสี้ยววินาทีม่านพลังถูกฉีกกระชากออกเป็รูโหว่ด้วยพลังในการตัดผ่านมิติของฮุ่ยหราน เรียกได้ว่าเป็พลังที่อันตรายเป็อย่างมาก เปรียบเสมือนดาบสองคมหากควบคุมมันไม่ได้ขึ้นมา..ผู้ใช้จะถูกพลังของมิติสะท้อนกลับ ]
ภาพที่เฟยหงได้เห็นก็คือม่านพลังถูกฉีกกระชากภายในไม่กี่วินาทีจริงๆ แต่การป้องกันชั้นในกลับไม่เป็อะไร
“ แล้วทำไมตราเวทย์ถึงไม่ถูกพลังของมิติทำลาย ถ้าเป็อย่างที่เ้าบอกมา ทั้งตราเวทย์และบ้านหลังนั้นคงจะถูกทำลายไปแล้ว.. ”
[ ตราเวทย์ของนายท่านเกิดจากการหลอมรวมแก่นแท้เวทย์มนต์ขึ้นเป็ตราเวทย์ ทำให้มันมีพลังที่กล้าแกร่งกว่าม่านพลังเป็ร้อยเท่าบวกกับฮุ่ยหร่านเด็กคนนั้นมีพลังที่ยังไม่นิ่ง เป็ไปได้ว่าความสามารถของนางพึ่งจะตื่นขึ้นมาเท่านั้น ]
เฟยหงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พักการวางแผนสอบเอาไว้ ก่อนจะเตรียมมุ่งหน้าเพื่อไปหาเด็กกลุ่มนั้น แต่ทว่าอยู่ๆกลับมีเสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นภายในมิติจิตของเฟยหง
และยังเป็น้ำเสียงที่ทำให้เฟยหงกัดฟันพยายามดิ้นรนจนกระทั่งมาถึงบัดนี้!!!
“ ป๊ะ..ป๋า.. ”
จบ..