เหล่าศัตรูต่างดินแดน พากันโจมตีใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะลบพวกเขาออกจากโลกใบนี้ เสียง"ฆ่า"ดังก้องฟ้า ญาณ วิเศษ วิชาถูกสำแดงออกมาไม่ขาดสาย รอบๆ เต็มไปด้วยปราณพลังสีดำทมิฬ บดบังทั่วท้องฟ้าจนมืดมิดไร้แสงสี คลื่นดาบสีดำ ปราณกระบี่ คมหอก ลูกศร ถูกปลดปล่อยออกมาทั่วทิศเข้าใส่เหล่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
เหล่าอนุชนทั้ง3ดินแดน หลายคนที่เห็นฉากการโจมตี เบื้องหน้าต่างพากันตะโกนก้องออกมาด้วยความตกใจ
"รีบป้องกันเร็วเข้าอย่าประมาทพวกต่างดินแดนเป็นอันขาด"
หลายๆ คนระเบิดปราณพลัง สร้างเกาะป้องกันปราณพลังขึ้นมาเต็มกำลัง หากผิดพลาดได้ตายตกเป็นแน่ แต่หลายๆ คนใช้ศาสตราวุธที่อยู่ในมือ ฟาดฟันสวนการโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดที่พุ่งเข้ามา รอบบริเวณเต็มไปด้วยปราณพลังที่ทั้งสองฟาดฟันกันออกมาจนท้องฟ้าส่องแสงพร่างพราว
เสียง"ตูม"ดังก้องไม่ขาดสาย รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง ท้องฟ้าแตกสลายเป็นทางยาว แม้แต่มิติยังเป็นช่องว่างใหญ่ ไม่สมานเข้าหากันอีกต่อไป
เพียงการปะทะกันหนึ่งก้านธูปใหญ่ พวกอี้เฉินกับกลุ่มพันธมิตรทั้งสามดินแดน เริ่มที่จะเสียเปรียบจากการปะทะกันซึ่งๆ หน้าเนื่องจากกำลังทหารที่ต่างกัน ทหารหลายๆ คนเริ่มบาดเจ็บหนัก หากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาได้ตายห่ากันหมดเป็นแน่
ซีเผิงกวาดตามองออกไปรอบๆ ด้วยดวงตาคมกล้า หากยังปะทะกันแบบนี้ต่อไปพวกเขาได้แตกพ่ายในไม่ช้าเป็นแน่ ถึงพวกเขาจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บไปบ้างก็ตาม แต่ด้วยจำนวนคนที่ต่างกันมากเกินไป
ซีเผิง คำรามก้องออกมา "สร้างค่ายกลป้องกันเร็วเข้า"
พวกเขาที่ได้ยินที่ซีเผิงออกคำสั่ง ต่างผสานปราณพลังเข้าด้วยกันทั้งกลุ่มสร้างค่ายกลป้องกันขึ้นมาในทันที ค่ายกลนี้ถึงจะช่วยป้องกันพวกเขาได้ แต่ก็กลืนกินปราณพลังของพวกเขาไปมาก อากาศรอบๆ แข็งค้างสร้างเกาะป้องกันสีทองขนาดใหญ่ขึ้นมาขวางกั้นระหว่างพวกเขากับศัตรูไว้ชั่วคราว มันเหมือนระฆังสีทองใบใหญ่โปร่งแสง ครอบป้องกันพวกเขาไว้
พวกต่างดินแดนที่เห็นต่างบ้าคลั่ง คำรามออกมาก้อง "การป้องกันของพวกเจ้าจะทนการโจมตีของพวกเราไปได้กี่พันลมหายใจกันเชียว"
"พวกเจ้าได้สูญเสียปราณพลังไปเสียเปล่าเป็นแน่"
เยี่ยหลี่คำรามก้องฟ้า "เจาะการป้องกันของพวกมันเสีย แล้วฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือรอด"
พวกต่างดินแดนโจมตีเข้ามาอย่างบ้าคลั่งหมายมั่นเจาะการป้องกันเข้าไปให้ได้ ดวงตาของหลายๆ คนเต็มไปด้วย สายตาดุร้ายคิดกลบฝังพวกเขาทั้งหมดเสียที่นี่
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยปราณพลังสีดำโพยพุ่ง ท่วมท้นท้องฟ้า ญาณ วิเศษ วิชาต่างๆ ศาสตราวุธที่อยู่ในมือ ถูกร่ายรำออกมา โจมตีเข้าใส่ ระฆังสีทองใบใหญ่โปร่งแสง ไม่ขาดสาย
เสียง"ตู้ม"ดังก้อง รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด
หากพวกเขาไม่รวมพลังกันสร้างค่ายกลป้องกัน ป่านนี้พวกเขาคง เสียท่าไปแล้วเป็นแน่
ซีเอ๋อร์เอ่ยพูดออกมาด้วยความร้อนรน "เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ ซีเผิง ค่ายกลป้องกันเอง คงทนการโจมตีต่อไปได้อีกไม่นาน" พวกเขาที่ใช้ปราณพลังขับเคลื่อนค่ายกลป้องกันเองก็เสียปราณพลังไปมากในการให้มันคงรูปอยู่ได้
เพียงเวลาผ่านไปไม่กี่ร้อยลมหายใจ ค่ายกลป้องกันที่พวกเขาสร้างก็ค่อยๆ มีรอยแตกร้าว ระฆังสีทองใบใหญ่โปร่งแสง สั่นไหวอย่างรุนแรง คงไม่อาจต้านทานการโจมตีได้นานเป็นแน่
นายกองซีเอ๋อร์ ที่เห็นรอยแตกร้าวเขารู้สึกหวาดหวั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวเขาไม่ชอบใจใน แผนของ ซีเผิงเอาเสียเลย
"เจ้าจะเอาอย่างไรต่อดีซีเผิง พวกเราเสียปราณพลังไปมาก จากการสร้างค่ายกลป้องกันนี้ขึ้นมา มันสูบกลืน ปราณพลังของพวกเขาทุกคน ตลอดเวลาที่มันถูกสำแดงออกมา" แต่เมื่อใดที่พวกเขาสลายระฆังสีทองใบใหญ่ กลุ่มพวกเขาก็จะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงเป็นแน่
ซีเผิงตะโกนก้อง "ทุกคนอดทนไว้ ถ่วงเวลาให้นานที่สุด"
มีหลายๆ คนไม่ค่อยพอใจกับคำสั่งของซีเผิง เหมือนพวกเขาตอนนี้เป็นเพียง หนูติดจั่น ที่ไร้ทางหนีเท่านั้นแต่ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก ทำตามคำสั่งอย่างไม่ปริปากพูด หากระฆังสีทองที่ปกป้องพวกเขาพังทลายเมื่อใด ได้กลายเป็นฉากนองเลือดแน่ หลายๆ คนปลดปล่อยปราณพลังขึ้นไปเสริมการป้องกันอย่างบ้าคลั่ง
ต่างดินแดนเองก็ไม่ยอมแพ้ โจมตีเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
เสียง"ตู้ม" ดังไม่ขาดสาย ระฆังสีทองแตกร้าวเป็นทางยาว หลายส่วนเริ่มรับการโจมตีไม่ไหวอีกต่อไป
"รีบปล่อยปราณพลังออกไปซ่อมแซมระฆังสีทอง เร็วเข้า" หลายคนต่างไม่ยอมแพ้ หากยื้อเวลาได้พวกเขาอาจเป็นฝ่ายชนะสงครามก็เป็นได้
...เยี่ยหลี่ กำหมัดแน่นจนมือมีเลือดไหลซึมออกมา เขาไม่คิดนี่ก็ผ่านไปจะครึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่สามารถเจาะการโจมตีเข้าไปได้ ตัวเขาคำรามก้องฟ้าด้วยความเดือดดาลบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่เหล่าทหารที่อยู่รอบๆ ต่างพากันหวาดกลัว พวกเขาไม่เคยเห็นนายน้อยของพวกเขาบ้าคลั่งถึงเพียงนี้มาก่อน
"พวกเจ้า โจมตีด้วยพลัง ทั้งหมดที่มีเสีย อย่ามัวชักช้า ส่วนไอ้เด็กหนุ่มผมขาว ข้า จะฆ่ามันเองกับมือฆ่า"
ทันใดการโจมตีอันบ้าคลั่งของเหล่าอนุชนต่างดินแดน ก็พุ่งเข้าใส่ระฆังสีทองจนรอบๆ มืดมิดเหมือนคลื่นสีดำทมิฬเข้ากลืนกินระฆังสีทองใบใหญ่ เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า อากาศถึงกับแตกสลายก่อเกิดคลื่นลมกรรโชกอย่างรุนแรง เศษหินเศษฝุ่นลอยคละคลุ้ง รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด
เสียงระฆังสีทองแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ จวนจะสลายหายไปทุกที ก่อนที่ซีเผิงจะถอนหายใจคงยื้อเวลาได้เพียงเท่านี้ เหล่าอนุชนหลายๆ คนที่เห็นต่างพากันหวาดหวั่น มือที่ถือศาสตราวุธสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
ซีเผิงคำรามก้อง "ทันทีที่ข้าปลดค่ายกลป้องกัน พุ่งออกไปฆ่าเหล่าศัตรูเสีย อย่าได้หวาดกลัวเพียงแค่พวกมันมีเยอะกว่าเราเท่านั้น"
หลายๆ คนได้ยินเรียกสติตัวเองกลับคืนมาทันที ก่อนจะกำศาสตราวุธในมือไว้แน่น มองออกไปที่เหล่าศัตรูด้วยดวงตามุ่งมั่นอยากมีชีวิตรอด
ซีเผิงส่งปราณจิต มาให้อี้เฉิน "ฝากดูแลพวกนางด้วย" ก่อนที่ซีเผิงจะสลายค่ายกลป้องกันทิ้ง พวกเขาต่างพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง ดั่งอสูรร้ายที่หลุดจากกรงขัง จิตสังหารโพยพุ่ง
เสียง"ฆ่า"ดังก้องฟ้า
อี้เฉินเองก็พุ่งออกไปด้านหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น หมุนควงหอกเลือดในมือฟาดฟันเหล่าศัตรูที่อยู่ด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง ผมสีขาวของเขาปลิวไสวไปตามแรงลม หอกเลือดในมือเสียบหน้าอกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ทันระวังจน ร่างแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในทันที
"เจ้าๆ ฆ่ามันเสีย"เหล่าศัตรูที่เห็นอี้เฉินที่พุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน แทงหน้าอกของชายหนุ่มคนหนึ่ง ต่างพากัน บ้าคลั่งเดือดดาล ไม่คิดเพียงไม่กี่ลมหายใจ คนของพวกเขาจะตายตกลงไปแบบนี้
เสียง"ฆ่า"ดังเอ็ดอึงไปทั่ว
เหล่าสาวๆ เองก็พุ่งออกไป โจมตีเหล่าศัตรูอย่างบ้าคลั่ง ในทิศทางเดียวกับอี้เฉินอย่างไม่หวาดกลัวต่อความตาย พวกนางคำรามออกมาไม่ต่างกับชายหนุ่มอกสามศอก ท่วงท่าอ่อนช้อยแต่แฝงไปด้วยพลังโจมตีที่รุนแรง
อี้เฉินเอ่ยเตือนเหล่าสาวๆ"พวกเจ้าอย่าออกไปห่างจากตัวข้ามากนัก"
"ได้ๆ พวกข้าเข้าใจแล้ว"
อี้เฉินไม่คิดถอยหนี หมุนควงหอกเลือดในมือฆ่าฟันเหล่าศัตรูที่อยู่ด้านหน้า อย่างบ้าคลั่ง แสงสีแดงฉานส่องแสงพร่างพราว
ปราณพลังสีเลือดถูกระเบิดออกมาห่อหุ้มกายา จนรอบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดความตายลอยคละคลุ้ง เวลาไหลผ่านไปหนึ่งก้านธูปใหญ่ รอบๆ ตัวอี้เฉินเต็มไปด้วย เหล่าซากศพของศัตรู เลือดสาดกระเซ็นออกไปทั่วทิศ ชุดที่เขาสวมใส่อาบย้อมไปด้วยเลือด ผมสีขาวถูกแต่งแต้มไปด้วยโลหิตที่หลั่งไหลออกมา
ต่างดินแดนหลายๆ คนที่อยู่ใกล้ อี้เฉินเริ่มตัวเย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัวในตัวอี้เฉิน ไม่กล้าเข้ามาโจมตีอี้เฉินอีกต่อไป
อี้เฉินกวาดตามองไปรอบๆ เขาเห็น แม่นางจางอี้หนาน ที่อยู่ไกลๆ ถูกแทงร่างจน จวนจะแตกสลายหายไป หลินเหว่ยที่อยู่ข้างกาย แม่นางจางอี้หนาน ร้องคำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่งก่อนจะโอบกอดร่างของนางไว้แน่น จนร่างของนางค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลี
หลินเหว่ย ร้องไห้ออกมาอย่างกับคนเสียสติ พุ่งเข้าใส่ ศัตรูที่ฆ่าแม่นาง จางอี้หนานในทันที
ตัวอี้เฉินเองก็รู้สึกสงสารแม่นางจางอี้หนาน ไม่น้อยถึงอย่างไรพวกเขาสองคนก็เคยรู้จักกัน แต่เขาก็ไม่อาจช่วยใครได้เช่นกัน เหมือนจอมยุทธที่ฆ่าจางอี้หนานจะเป็นถึงรองนายกอง ของฝั่งตรงข้ามจะประมาทไม่ได้
สงครามดุเดือดเป็นอย่างมาก หลายๆ คนที่อี้เฉินรู้จักค่อยๆ ตายตกลงไปทีละน้อย ปาโม่จือ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาสองคนล้วนเป็นศิษย์ของสำนักเซียนด้วยกัน ปาโม่จือหาญกล้าเป็นอย่างมาก ฝ่าเข้าไปใจกลางหมายฆ่า นายกองของอีกฝ่ายอย่างไม่หวาดกลัว ฝูงชนที่เห็นภาพ ต่างพากันฮึกเหิมไม่หวาดกลัวต่อความตายอีกต่อไป
ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ซงซง ที่ อี้เฉินเคยต่อสู้กับนางภายในสำนักมังกรเองก็ตายตกลงไปเช่นกัน ศิษย์พี่ใหญ่ฮาวเทียนที่เป็นคู่บำเพ็ญของนาง เริ่มบ้าคลั่ง ดวงตาแดงก่ำราวเลือด ไล่ฆ่าฟันเหล่าศัตรู ราวกับกับคนบ้า
ดวงตาอี้เฉินที่กวาดมองออกไปได้ไกลกว่าคนอื่น ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจไม่น้อยคนที่ตัวเขารู้จักค่อยๆ ตายตกลงไป การต่อสู้เองก็ไม่มีที ท่าว่าจะได้เปรียบแม้แต่น้อยถูกต่างดินแดนปิดล้อมโดยสมบูรณ์
......
หมายเหตุ หนูติดจั่น หมายถึง
หาทางแก้ปัญหาไม่ได้, จนปัญญา, จนหนทาง.