จันทราลิขิตรัก

    เผชิญหน้าแม่สามีครั้งแรก(Rewrite)

    ส่งผู้อาวุโสทั้งสองและน้องๆกลับไปแล้วเจิ้งเหยียนแลภรรยาอยู่คุยกับท่านแม่ทัพเกี่ยวกับหนังสือขอเปิดกิจการที่เคยคุยกันก่อนหน้า เยี่ยเจิ้งสิงรับหนังสือมาเปิดอ่านเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์นักจึงนำกลับไปด้วยเพื่อจัดการที่เหลือต่อให้ 

    คล้อยหลังท่านแม่ทัพเจิ้งเหยียนเล่าเรื่องที่คุยกับผู้อาวุโสก่อนหน้าให้ภรรยาฟัง 

    “เจ้าอยากไปหรือไม่เล่า?”เขาไม่มีปัญหาหากเจิ้งเหยียนอยากไปที่ไหน สำหรับอันจื่อเทาแค่มีเจิ้งเหยียนกับผู่เยว่ทุกที่ก็คือบ้าน ส่วนเจี้ยนฮ่าวเด็กคนนี้เจอบ้านที่แท้จริงแล้วคนในบ้านต่างก็ต้อนรับอย่างดี นับว่าเบาใจไปได้มาก

    เจิ้งเหยียนส่ายหน้าก่อนเอนศีรษะพิงไหล่ภรรยาเงยหน้ามองด้วยรอยยิ้ม “ข้าอยู่ที่ใดก็ได้ แค่มีเจ้ากับเจี่ยเจียทุกที่ก็คือบ้าน”

    “….อืม”สองตาสบประสานไม่ต้องกล่าววาจาใดอีก 

    ส่วนผู่เยว่คงต้องบอกกล่าวนางสักคำ 

    ทั้งสองกลับเรือนเล่าเรื่องบิดามารดาผู้ให้กำเนิดแก่พี่สาวได้รับรู้ ผู่เยว่ได้ยินคำว่ามารดาก็นิ่งไปความทรงจำขาดๆหายๆวกกลับมาอีกครั้งไม่นานก็เรียกร้องหาเฉินซือเยว่วิ่งพล่านไปทั่วเรือน เมื่อไม่พบเจอนางทรุดกายร่ำไห้พร่ำเรียกหามารดาทั้งสะอื้นจนตัวโยน

    เสียงร่ำไห้บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง เจิ้งเหยียนน้ำตาซึมเข้าไปโอบกอดพี่สาวปลอบโยนให้นางใจเย็นลง อันจื่อเทากำหมัดแน่นสิ่งที่กดเก็บไว้ชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง เขาเงยหน้าระบายลมหายใจเข้าออกกดมันกลับไปก่อนท่องไว้ว่ายังไม่ถึงเวลา จากนั้นเข้าไปโอบกอดพี่สาวกับสามีปลอบโยนทั้งสองคนไปพร้อมกัน

    สุดท้ายผู่เยว่หลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน แม้ยามหลับยังคงมีเสียงสะอื้นพร่ำเรียกหามารดาเสียงแผ่ว อุณภูมิในกายสูงขึ้นรวดเร็วจนน่าหวั่นใจ อันจื่อเทารีบไปเรียกหมอที่ท่านแม่ทัพจัดหาไว้ให้ โชคดีนางแค่อ่อนล้าจากการร้องไห้นานเกินไป เด็กในท้องไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งสองโล่งใจผลัดกันเฝ้าไข้จนถึงเช้า

    อันจื่อเทาตื่นมาบนตั่งในห้องผู่เยว่ คิ้วเรียวขมวดเพราะความทรงจำสุดท้ายเขาฟุบลงข้างเตียง

    ทว่าไม่ทันได้แปลกใจนานเลี่ยงชิงที่ยกยาเข้ามาไขข้อสงสัยให้โดยไม่ต้องถาม"คุณชายเกรงว่าฮูหยินจะไม่สบายตัวเลยยกตั่งเข้ามาแล้วอุ้มฮูหยินขึ้นไปนอนบนนั้นขอรับ"

    คนฟังพยักหน้ารับรู้คลับคล้ายคลับคลาว่ามีเรื่องเช่นนี้จริง ในอกราวบังเกิดกระแสสายหนึ่งหวานละมุนจนเผลอยิ้มออกมา

    เลี่ยงชิงก้มหน้าทำเป็นไม่เห็น บ่าวน้อยกลั้นยิ้มวางถ้วยยาไว้บนตั่งข้างเตียงบอกความที่เจิ้งเหยียนสั่งไว้ก่อนออกไปก่อนขอตัวไปจัดมื้อเช้าให้เจ้านาย

    สายของวันมีแขกแปลกหน้ามาเยี่ยมเยือนถึงเรือน อันจื่อเทาไม่รู้จักแต่ก็ต้อนรับตามมารยาท ครั้นเมื่อได้มองนางชัดๆความน่าจะเป็นหนึ่งผุดขึ้นรางๆ แต่ก็ปล่อยเบลอไว้ไม่ได้คิดต่ออีก

    องค์หญิงใหญ่เตี้ยนจือในชุดเต็มยศพร้อมด้วยองรักษ์นางกำนัลขนาบข้างตามเจ้าบ้านเข้าไปตามคำเชิญ กลิ่นอายสูงศักดิ์แผ่รอบกายกดผู้ต่ำกว่า ยามนั่งใบหน้ายังคงมองตรงประหนึ่งไม่เห็นใครอยู่ในสายตา 

    นางนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา อันจื่อเทายกชากับของว่างต้อนรับ รู้สึกหนักใจเล็กน้อยหากคนผู้นี้เป็นมารดาสามีจริงการกลับเข้าจวนคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไหร่

    องค์หญิงใหญ่ทราบว่าบุตรชายแต่งภรรยาชาย ถึงคนส่วนมากเขาไม่นิยมทำกันแต่ก็ใช่จะไม่มี อย่างน้อยก็คนใกล้ตัวนางคู่หนึ่งจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้ นางลอบพิจารณาสะใภ้ หน้าตางดงามหมดจดบุคลิกสุขุมล้ำลึก ก่อนหน้านางเคยให้คนสืบประวัติมาแล้วน่าฉงนนักอยากรู้แท้จริงแล้วภรรยาบุตรชายเป็นคนเช่นไรแน่

    “บุตรข้าเล่า”

    “ออกไปดูโรงฝึกขอรับ”

    “กล่าวกับเชื้อพระวงศ์ใช้วาจาสามัญได้หรือ”จบคำอันจื่อเทาถูกตำหนิจากนางกำนัลข้างกายองค์หญิงใหญ่ทันที “กริยาแข็งกระดากไม่ได้รับการอบรมมาหรือ” 

    คนถูกตำหนิขมวดคิ้วกล่าวขออภัยแล้วไม่กล่าวสิ่งใดอีก

    องค์หญิงใหญ่ปรายตามองถามหาผู่เยว่ อันจื่อเทาแม้ไม่พอใจแต่เห็นแก่หน้าเจิ้งเหยียนจึงไม่กล้าทำตัวเสียมารยาทตอบกลับไปเท่าที่จำเป็น

    “ดื่มยาหลับไปเมื่อครู่พะย่ะค่ะ”

    ได้ยินว่าบุตรีไม่สบายองค์หญิงใหญ่แม้ยังคงสีหน้าเรียบเฉยทว่าภายในเริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว ไถ่ถามอาการทราบว่าเป็นแค่ไข้ธรรมดาก็เบาใจลง 

    “ข้าจะไปดูนางสักหน่อย”ว่าจบก็ปรายตามองอันจื่อเทา คนถูกมองไม่กล่าวให้มากความผายมือไปทางห้องผู่เยว่ก่อนหันหลังเดินนำไป

    บนเตียงในห้องมืดผู่เยว่นอนขดตัวยังคงมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาให้ได้ยิน อันจื่อเทายกเก้าอี้ไปไว้ข้างเตียงเชิญแขกผู้สูงศักดิ์นั่งแล้วหันไปเปิดหน้าต่างออกเล็กน้อยตามด้วยจุดเทียนและกำยานที่พึ่งดับไป

    องค์หญิงใหญ่พิศมองใบหน้าบุตรีเพียงคนเดียว นัยน์ตาสั่นไหวใบหน้าซีดเซียวของคนบนเตียงซ้อนทับใบหน้ากลมมนร้องไห้โยเยของทารกแรกคลอด น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินนางยกมือขึ้นซับปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งดังเดิม

    “เหตุใดนางเป็นเช่นนี้”แม้จะเคยส่งคนไปสืบมาแล้วแต่เมื่อมาเห็นกับตาอาการของบุตรสาวดูจะหนักกว่าที่ได้ยินมาใจคนเป็นแม่มีหรือจะไม่รู้สึกอะไร

    อันจื่อมองแผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงรับรู้รางๆถึงความรู้สึกที่แผ่ออกจากสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ ความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่…

    ครั้นจะเล่าให้ฟังทั้งหมดก็ใช่ที่ อันจื่อเทาไม่ใช่คนพูดมากจึงเล่าแค่ส่วนสำคัญ องค์หญิงใหญ่รับฟังเงียบๆทว่าสายตาเข้มขึ้นทุกขณะ

     

    เจิ้งเหยียนกลับมาในช่วงเที่ยง เห็นว่าเรือนมีคนมากหน้าหลายตาแน่ชัดแล้วว่าผู้ใดมาเยือน สองขารีบเร่งเข้าไปด้านในสอดสายตามองหาเห็นเพียงนางกำนัลองครักษ์ไม่กี่คนทักทายเขาอย่างนอบน้อม ไม่เจอภรรยากับ… เขาไม่คิดเปิดปากถามใครตรงไปยังห้องพี่สาวด้วยความร้อนใจ

    ทว่าร้อนใจแค่ไหนก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป เคาะประตูเอ่ยเรียกคนข้างในเสียงเบาเพราะเกรงจะรบกวนพี่สาวที่อาจจะยังพักผ่อนอยู่“เสี่ยวจื่อ”

    รอไม่นานก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากข้างในตามมาด้วยประตูถูกเลื่อนเปิด อันจื่อเทาส่งยิ้มน้อยๆเป็นการต้อนรับ “กลับมาแล้วหรือ”

    เพียงเท่านี้ก็สามารถสลายความร้อนใจของเขาไปหมดสิ้น เจิ้งเหยียนยิ้มตอบกุมมือคนรักประสานทั้งห้านิ้วเข้าด้วยกัน “อืม กลับมาแล้ว”

    “หิวหรือไม่”

    “ยังไม่หิว เจ้าเล่ากินมื้อเที่ยงหรือยัง”

    “ยังไม่หิวเหมือนกัน”

    ทั้งสองสนทนาพลางเดินเคียงข้างเข้าไป เห็นสตรีนางหนึ่งนั่งหลังตรงอยู่ข้างเตียงพี่สาวแผ่นหลังที่ถอดเกราะออกไปแล้วช่างบอบบางเหลือเกิน นางเอ่ยขึ้นเมื่อเสียงฝีเท้าหยุดอยู่ด้านหลัง

    “ข้ามาเยี่ยม”

    “ขอรับ”

    การพบกันครั้งที่สองของมารดากับบุตรต่างจากคราแรกเล็กน้อย ความห่างเหินยังคงไม่ลดน้อยลง ทว่าไม่ตรึงเครียดเท่าครั้งแรกแล้ว องค์หญิงใหญ่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยต่างกับข้างในที่ตื่นเต้นเล็กน้อยน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจึงอ่อนลงกว่าคราแรกมาก

    “นั่งลงสิ ข้ามีเรื่องจะเจรจากับเจ้า”

    เจิ้งเหยียนจูงมือภรรยานั่งบนตั่งไม่ห่างจากอีกฝ่ายเท่าไหร่ องค์หญิงใหญ่ไม่ได้หันมองคู่สนทนากุมมือบุตรสาวลูบเบาๆพลางมองใบหน้ายามหลับของนางที่เริ่มผ่อนคลายขึ้นบ้างแล้ว

    “แม่ทัพผู้เฒ่าคงบอกเจ้าแล้ว”

    “ขอรับ บอกแล้ว”

    “อืม"ฟังจากน้ำเสียงนางพอเดาถึงความคิดบุตรชายได้แล้ว องค์หญิงใหญ่ปล่อมมือผู่เยว่ห่มผ้าให้นางก่อนหันไปทางคู่สนทนากล่าวต่อ “ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไรฐานะแท้จริงของเจ้าย่อมต้องประกาศให้รับรู้ทั่วกัน”

    บุตรหงส์หลานมังกร*พลัดถิ่นหากการมีอยู่รู้ไปถึงหูผู้ไม่ประสงค์ดีไม่แคล้วถูกปองร้าย ในยามนี้สถานการณ์ในราชสำนักไม่มั่นคง สามขั่วอำนาจที่คานกันมาหลายปีสั่นสะเทือนเมื่อมีฝ่ายที่เริ่มลงมือแล้ว ยิ่งเซ่อเจิ้งหวางบุ๋นไม่มีทายาทที่สามารถสืบทอดบรรดาศักดิ์ได้ เซ่อเจิ้งหวางบู๊ก็ไร้ทายาทจากชายาเอก จุดยืนของพวกเขาจึงไม่มั่นคงเท่าไท่เฮาที่มีจักรพรรดิอยู่ในพระหัตถ์ซ้ำยังมีอัครเสนาบดีหนุนหลัง ขุนนางเฒ่าสามแผ่นดินที่ยึดครองราชสำนักได้อยู่หมัด

    ด้วยเหตุนี้การปรากฏตัวของบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกจะสามารถเพิ่มความมั่นคงของฝ่ายสามีนางได้อีกระดับ มากน้อยก็คงพอสั่นคลอนขุนนางที่ยังเลือกฝั่งไม่ได้วางตัวเป็นกลางมานานตัดสินใจได้สักที

    “ข้าไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น”ที่ตรงนั้นไม่มีเราสองพี่น้องแต่แรกแล้วที่ผ่านมาพวกเขาก็อยู่ดีมาตลอด เจิ้งเหยียนไม่เข้าใจว่าสิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดต้องการสำคัญไฉน ดวงตาสองคู่ที่ถอดแบบกันมาสบกันนิ่ง ความเงียบมาพร้อมบรรยากาศอึดอัดใจ อันจื่อเทามองสามีมือที่กุมกันไว้บีบแน่นขึ้นเรียกให้เจิ้งเหยียนละสายตาหันกลับไปมอง

    “อย่าพึ่งวู่วาม ฟังก่อน”

    เจิ้งเหยียนท่าทีอ่อนลงหันกลับไปหาองค์หญิงใหญ่ไม่กล่าวสิ่งใดบ่งบอกว่าเขาพร้อมฟังแล้ว องค์หญิงใหญ่มองสะใภ้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้าสนทนากันไม่กี่ประโยคเรื่องลูกๆของนาง ไม่คิดว่าท่าทีแลสายตาภรรยาบุตรชายที่มองนางจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว

    “ก่อนกลับสู่ฐานนันดรศักดิ์ประวัติบางส่วนจะถูกเปลี่ยน…”สิ่งถูกเปลี่ยนไม่เพียงประวัติของเขาสองพี่น้อง ประวัติมารดาผู้ล่วงลับของพวกเขาก็ถูกเปลี่ยนไปด้วย เฉินซือเยว่กลายเป็นภรรยาเอกของแม่ทัพเยี่ยที่ปกปิดฐานะเพื่อความปลอดภัยของท่านชายท่านหญิง อุทิศตนเลี้ยงดูบุตรให้องค์หญิงใหญ่เตี้ยนจือ นางยังคลอดลูกชายให้แม่ทัพเยี่ยหนึ่งคนคือเยี่ยเจี้ยนฮ่าว เท่านี้ก็สามารถบอกใครต่อใครได้แล้วว่าเจี้ยนฮ่าวคือสายเลือดของสกุลเยี่ยสามารถสืบทอดตระกูลได้โดยชอบธรรม ตัดความเกี่ยวข้องทั้งหมดกับตระกูลหลัวโดยสิ้นเชิงประหนึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

    เจิ้งเหยียนตะลึงงันไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ถึงขั้นนี้ “เรื่องเช่นนี้ทำได้จริงหรือ?”

    “ย่อมได้ มีอำนาจมากพอสิ่งใดก็ทำได้ทั้งนั้น”

     

    หลายวันต่อมาเมืองหลวงกล่าวขานถึงเรื่องบุตรหงส์มังกรขององค์หญิงใหญ่เตี้ยนจือกับเซ่อเจิ้งหวางมู่หรงชวี่ที่หายไปเมื่อหลายปีก่อนกลับมาแล้ว ว่ากันว่าให้ภรรยาเอกของท่านแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ค่อยพากลับมา บ้างสงสัยว่าท่านแม่ทัพที่อยู่แต่ในสนามรบเป็นส่วนใหญ่แต่งภรรยาตั้งแต่เมื่อใด หลายคนมากความคิดเห็นเล่าลือกันไปต่างๆนาๆ 

    สิ่งที่ต้องการให้รู้ก็รู้ทั่วกันแล้วส่วนจะเล่าลือไปแบบไหนไม่มีใครสนใจมันอีก ข่าวลือไม่นานเดี๋ยวก็เงียบไปเอง…

    เจิ้งเหยียนกับครอบครัวย้ายเข้าจวนเซ่อเจิ้งหวาง ได้รับการแต่งตั้งเป็นซื่อจื่อสืบทอดบรรดาศักดิ์จากบิดา บันทึกชื่อเข้าผังตระกูลด้วยนามเดิมที่สลักไว้บนจี้กำไรหยก คือมู่หรงเหยียนกับมู่หรงผู่ หนึ่งวรรณกรรมหนึ่งเสียงดนตรีได้หวนคืนสู่ฐานันดรแท้จริงแล้ว

     

    เพล้ง!!

    “บัดซบ!”

    ถ้วยชาหยกเคลือบชั้นดีแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเฉียดแก้มคนที่นั่งอยู่ใกล้

    “พี่สะใภ้โปรดทรงระงับโทสะ”เลือดสีสดไหลจากบาดแผลทว่าเจ้าของมันยังคงไว้ซึ่งสีหน้าอ่อนน้อมไม่รู้สึกรู้สาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกาย

    “ไม่เพียงพวกมันสั่นคลอนขุนนางขลาดเขลาพวกนั้นได้ ยังได้เจ้าหนุ่มผู้นั้นไว้ในมือ จะไม่ให้ข้ามีโทสะได้อย่างไร!”เข้าสู่สนามรบครั้งแรกก็สร้างผลงานใหญ่ได้แล้วมีหรือพระนางจะไม่สนใจ หากไม่ติดเยี่ยเจิ้งสิงที่ไม่ปล่อยโอกาสให้ผู้ใดสอดมือเข้าใกล้นางคงดึงเจ้าหนุ่มผู้นั้นมาแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งชิงชัง ไม่ว่ายามใดคนพวกนี้มักขัดแข้งขัดขานางอยู่ร่ำไป ดวงตาคู่งามฉายแววอำมหิตมองไปทางไหล้วนขัดหูขัดตาไปหมด

    “แม้จะไม่ได้เจิ้งเหยียนมาอยู่ฝ่ายเราแต่ในศึกครานี้ยังมีคนอีกผู้ที่มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้กัน" ไทเฮาเงียบไปมองคนผู้นั้นนิ่งอยู่นาน คนถูกมองยังคงสีหน้านอบน้อมปิดปากเงียบรอให้พระนางตกผลึกความคิดเอง เป็นนานกว่าพระนางจะขยับไทเฮาเอนกายพิงหมอนสีหน้าคลายความโกรธลงบ้างแล้ว

    “กล่าวขึ้นมาเช่นนี้เจ้าดึงคนผู้นั้นมาได้แล้ว?”คนผู้นี้ใช่จะจัดการได้ง่ายก่อนหน้าพระนางเคยส่งคนไปหยั่งเชิงแต่ไม่ว่าจะหว่านลอมอย่างไรก็ไม่คล้อยตามจึงต้องวางมือก่อนชั่วคราว แต่นางไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่สนใจเสียทีเดียว รอเมล็ดที่หว่านไว้หยั่งรากเมื่อถึงเวลาอันสมควรย่อมต้องมีผลให้เก็บเกี่ยว

    “ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่ข้ามีหนทาง”

    “อืม ครานี้ห้ามผิดพลาดอีก”

    “แน่นอนพี่สะใภ้ จะไม่มีสิ่งใดผิดพลาดอีก”ดวงตาคู่งามมองผู้ได้ชื่อว่าเป็นน้องสามีและลูกพี่ลูกน้องมีสีหน้ามั่นใจเสียเต็มประดานางจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เรียกนางกำนัลข้างกายเข้ามาทำแผลบนใบหน้าของอีกฝ่าย

    ***************

    *บุตรหงส์หลานมังกร ลูกหลานเชื้อพระวงศ์

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องจันทราลิขิตรัก ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908