ตอนที่ 1 (5)
วันต่อมา ผมลืมตาขึ้นแล้วพบว่าร่างตัวเองอาศัยอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตา
ฟ้าสว่างแล้ว ผมมองนาฬิกาดิจิตอลที่ปรากฏเวลาสิบโมง ทั้งยังเห็นกระเป๋าของตัวเองถูกวางเอาไว้อยู่ที่มุมห้องอีก ลองนึกย้อนกลับไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน รู้สึกว่าที่นี่น่าจะเป็รังรักของอากุ้ยน้องสี่กับภรรยาของเขาที่ว่ามานั้น
ภายในของห้องรับแขกที่ถูกทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลา ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วออกจากห้อง ตอนที่ลงไปถึงชั้นสองก็พบว่าที่นี่คือห้องนั่งเล่น เว่ยเสียงที่กำลังจับกรรไกรและเผชิญหน้าอยู่กับหัวหุ่นจำลอง หลังจัดท่าทางดีๆ แล้ว เริ่มลงมือตัดแต่งทรงผมให้กับหัวหุ่นจำลอง
“เอ่อ...” ผมส่งเสียงออกไป แต่ว่าเว่ยเสียงตั้งใจกับมันมากจนทำให้ไม่ได้ยินเสียง
“โทษทีนะ ว่าแต่ว่าน้องชายของฉันอยู่ที่ไหนเหรอ” ผมเพิ่มเสียงดังขึ้นไปอีก
“โอ๊ะ!” เว่ยเสียงที่ถูกทำให้สะดุ้งใเผลอตัดผมเส้นยาวออกไปจากโคนผม ทันทีที่เส้นผมที่ถูกตัดออกจากโคนปลิวร่วงหล่นลงพื้น เขาหันหน้ามามองผมด้วยสายตาเ็า
“ตัด…พลาดแล้วใช่ไหม” ผมรู้สึกอยากจะขอโทษขอโพยเว่ยเสียง
“ไม่ ยังตัดเป็ทางลานบินได้อยู่” เขาหยิบปัตตาเลี่ยน ไถเข้าไปที่ผมของหุ่นจนเกลี้ยงหมดหัว จากนั้นพูดว่า “น้องชายคุณทำงานอยู่ชั้นล่าง แต่ผมแนะนำว่าคุณอย่าลงไปเลยจะดีกว่า ตอนนี้ลูกค้าเยอะมาก พวกเขาก็กำลังยุ่งอยู่ ไม่มีเวลามาสนใจคุณหรอก”
ผมนึกขึ้นมาได้ว่าภรรยาคนเก่งของอากุ้ยเปิดร้านซาลอน เธอเป็นักออกแบบทรงผมที่มีชื่อเสียงมาก ตอนที่อากุ้ยมาเป็เด็กฝึกงานที่นี่และตกหลุมรักเธอจนได้แต่งงานกัน อายุพวกเขาห่างกันสิบสองปีเห็นจะได้
“นายก็เป็นักออกแบบเหรอ” ผมเห็นทักษะการจับกรรไกรของเขาดูชำนาญมาก
“ผมเหรอ” เว่ยเสียงยักไหล่ “ผมเป็ผู้ช่วยนักออกแบบ เป็เพราะเมื่อสักครู่ทำเครื่องดื่มหกใส่กระโปรงของแขกเลยถูกเถ้าแก่เนี้ยไล่ตะเพิดขึ้นมาแล้วสั่งห้ามลงไปอีกน่ะ”
ผมขำออกมา
“ใช่แล้ว เกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นที่บ้านของฉัน” อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครอยู่รอบๆ ผมคิดว่าผมควรจะรีบคุยกับเว่ยเสียงให้เข้าใจตรงกัน “วันนั้นมันเป็อุบัติเหตุล้วนๆ เลย…”
“ผมเข้าใจ” เว่ยเสียงไม่รอให้ผมพูดจบก็พูดแทรกขึ้น “ล่อผมที่บาร์เกย์เป็อุบัติเหตุ นอนกับผมก็อุบัติเหตุ ได้ยินว่าผมอายุสิบห้าก็ตีเนียนแกล้งเป็ลมล้มพับก็เป็อุบัติเหตุ”
“หา” ผมเบิกตากว้าง “นายเพิ่งจะอายุสิบห้าเองเหรอ ฉันนึกว่านายอย่างต่ำก็ปาไปสิบแปดแล้ว!” ผู้เยาว์เหรอ ซายะถึงกระทั่งลักพาตัวเด็กหนุ่มที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและอายุน้อยกว่าเขาถึงห้าปี ถึงแม้จะบอกว่าตอนที่เว่ยเสียงยืนขึ้นจะสูงกว่าเขา ดูทรงแล้วก็โตเต็มวัย ไม่เหมือนอายุสิบห้าเลยสักนิดก็ตาม ผมคิดว่านี่น่าจะเป็สาเหตุที่ซายะมองพลาดไป
“อาหม่าน นี่มันเข้าข่ายอาชญากรรมชัดๆ!” เขาส่งยิ้มให้ผมเบาๆ “คุณลองเดาว่าถ้าผมพูดออกไปจะเป็ยังไง ผมไม่แคร์หรอกว่าตัวตนจะถูกเปิดเผย พี่สาวของผมรู้ว่าผมชอบผู้ชายมาตั้งนานแล้ว แต่กับคุณที่รูปลักษณ์เหนียมอายอย่างนี้ พวกเขารู้หรือเปล่าว่าคุณชอบผู้ชาย”
ผมถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ทำไมเ้ามารน้อยตัวนี้ถึงได้ดูเหมือนปีศาจที่แปลงกายมา แถมยังมีเขาสองข้างงอกอยู่บนหัวของเขาอีกต่างหาก
…………………………………………………………….
เว่ยเสียงถลกวิกผมสั้นออกจากหัวหุ่นจำลอง จากนั้นก็สวมวิกผมยาวติดลงไป “ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าคุณเป็เชฟใช่ไหม” เขาเปลี่ยนหัวข้อใหม่อีกครั้ง ราวกับว่าคำพูดขู่คุกคามนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“อืม!” ผมพยักหน้าด้วยความลำบากใจ
“ถ้าอย่างนั้นคุณทำข้าวห่อไข่เป็ไหม” เขาหันหน้ามามองผม มือที่จับกรรไกรอยู่ก็หยุดการเคลื่อนไหว
“ปะ…เป็สิ ถ้ามีวัตถุดิบละก็นะ” แม่เ้า ผมเริ่มติดอ่างอีกแล้ว
“ในตู้เย็นมี” มุมปากของเขาแสยะยิ้มจางๆ มองมาที่ผมอย่างเป็ธรรมชาติมองไม่ออกถึงความอวดดี แต่แท้จริงแล้ว พฤติกรรมของเขาถือว่าแย่มาก
ดูเหมือนว่าเขาหวังจะให้ผมทำข้าวห่อไข่ให้เขาทาน ถ้าแบบนี้มันจะทำให้ปากของเขาปิดสนิทได้ก็ถือว่าโอเค
เพิ่งจะเคยเจอกันเพียงแค่สองครั้ง ั้แ่แรกผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในสมองของเขาเป็สิ่งที่ผมไม่สามารถเข้าใจมันได้จริงๆ ถ้าเขาอยากจะขู่ผม ก็ควรจะยื่นเงื่อนไขถึงจะถูก ไม่ใช่เหมือนกับลูกชายที่หิวโหยหลังเลิกเรียนแล้วร้องจะให้แม่ทำอาหารป้อนข้าวเขาให้อิ่มแบบนี้
‘แปลกมาก…’ ผมบ่นในใจ
“เฮ้ ผมเอาซอสมะเขือเทศเยอะๆ หน่อยนะ” เขาที่อยู่ในห้องนั่งเล่นะโมาทางห้องครัวเสียงดัง
ผมพยักหน้า
หลังจากนั้นห้านาทีข้าวห่อไข่ก็พร้อมเสิร์ฟ เขาบ่นพึมพำ ‘อร่อย อร่อยมาก’ ไม่หยุดปาก ภายในเวลาไม่ถึงนาที ไข่ที่ห่อข้าวสองชามครึ่งจานใหญ่เน้นๆ ถูกกินจนหมดเกลี้ยง
นี่มันจะไวเกินไปหรือเปล่า…น่ากลัวจริงๆ…
-------------------------