“จำได้ไม่ถือว่าเป็การเข้าใจอย่างนั้นเหรอ”
แอนเดอร์สันแสดงสีหน้าวิตกกังวล เขานั่งอ่านหนังสือเวทมนตร์ประจำตระกูลของแม่มาทั้งคืนจนสามารถจดจำทุกส่วนประกอบของวงเวทย์ได้ทั้งหมด ปรากฎว่าเขาไม่สามารถใช้งานได้ ต่อให้เขาจะลองใช้ชอล์กเขียนลงไปบนพื้นห้องเพื่อทดลองใช้งาน วงเวทย์ที่เขียนด้วยรูปลักษณ์ไม่ต่างจากในหนังสือกลับไม่ปรากฎพลังใดๆ ต่อให้เขาจะลองใส่พลังเวทย์เข้าไปในวงเวทย์ก็ตาม วงเวทย์กลับปฎิเสธที่จะรับพลังเวทย์ของเขาสร้างความสงสัยให้แอนเดอร์สันไม่น้อย เดิมทีเขานึกว่าเพียงแค่จดจำวงเวทย์ได้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว ตอนนี้เขากลับต้องจำและต้องเข้าใจในวงเวทย์นั้นๆด้วยว่ามันมีการทำงานในรูปแบบไหน ทว่าความเข้าใจของเขาที่มีต่อวงเวทย์น้อยมาก การจะเข้าใจวงเวทย์ของตระกูลคงไม่สามารถทำได้หากไม่หาพื้นฐานมาศึกษาก่อน
“ให้ตายสิ ตัวโง่งมของแท้เลย ทำไมไม่ศึกษาอะไรเอาไว้สักอย่างนะ”
แอนเดอร์สันด่าทอตัวเองที่เกิดใหม่แล้วใช้ชีวิตมาจนถึง 15 ปีด้วยการอยู่ไปวันๆ ในขณะที่เพื่อนที่เข้ามาปี 1 ด้วยกันสามารถรวยรวมพลังเวทย์ได้ 1 ปีกันทั้งหมดแล้ว ตอนนี้เขาต้องเริ่มต้นทำความเข้าใจพื้นฐานเวทย์ใหม่ทั้งหมดเพื่อไล่ตามเพื่อนคนอื่นๆ แต่การจะฝืนร่างกายของคนธรรมดาเข้าห้องสมุดคงเป็ไปไม่ได้เขาจึงล้มตัวลงนอน อย่างไรห้องสมุดก็เปิด 24 ชั่วโมง ไว้หลังจากเที่ยงเขาค่อยเดินทางไปก็ยังไม่สาย
—---------------------------
“ได้ยินไหม เมื่อวานมีข่าวใหญ่ตอนนี้กำลังถูกถกเถียงกัน”
“ข่าวอะไร”
“ข่าวการใส่ร้ายเพื่อนร่วมชั้นเพื่อให้โดนไล่ออก”
“หืม”
เหล่านักเรียนปี 1 เริ่มพูดคุยกันด้วยการนำเื่ของปีเตอร์และแอนเดอร์สันมาเป็หัวข้อของการพูด ภายใต้การเล่าฉากทั้งหมดที่ได้ฟังมาอีกทอดหนึ่ง สร้างภาพจินตนาการในหัวให้กับทุกคนที่ได้ฟังเื่เล่าที่กำลังแพร่สะพัดออกไปไกล
“เป็ไปได้ด้วยเหรอที่มันจะหาข้อแก้ตัวให้รอดไปได้ ไม่ใช่มันเป็คนบกพร่องทางความคิดเหรอ”
“ใช่ ใครที่ฟังต่างก็บอกว่ามันไม่น่าจะเป็ไปได้ แต่มันเป็ไปแล้ว ไอ้ปัญญาอ่อนนั่นเอาตัวรอดจากสถานการณ์เมื่อวานได้ ไม่เพียงเท่านั้นนะ ยังมีข่าวใหญ่ทำให้ผู้คนใกับมันอีกด้วย”
“ข่าวอะไร”
“นามสกุลที่แท้จริงของมัน ในตอนกรอกใบสมัครมันใช้ชื่อแอนเดอร์สัน เฟียร์”
“ตระกูลเฟียร์ มีอะไรน่าสนใจเหรอ”
“ไม่ สิ่งที่น่าใไม่ใช่ตระกูลเฟียร์ ฉันได้ยินข่าวลือหนาหูบอกว่าแท้จริงแล้ว นามสกุลที่แท้จริงของมันคือสกอร์เปี้ยนส์ แต่ด้วยกฎทำให้มันต้องใช้นามสกุลของแม่”
ทุกคนที่ได้ฟังล้วนเบิกตากว้าง ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เป็ตระกูลที่ใครต่างก็รู้จัก ด้วยความโหดร้ายป่าเถื่อนทางอำนาจและความเฉลียวฉลาดช่างแผนการณ์ ทำให้ตระกูลนี้เป็ตระกูลอันดับต้นๆหากพูดถึงสหพันธ์โคเวีย
“จริงเหรอที่มันเป็คนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”
“จริง ตอนนี้คนกำลังหาข่าวนี้เต็มไปหมดและทุกคนก็ได้ข้อมูลเหมือนกัน นั่นคือแม่ของไอ้แอนเดอร์สัน แต่งงานกับผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จนมันต้องเกิดออกมา”
“หรือว่าการที่มันปัญญาอ่อนจะเป็เพราะว่าแกล้งทำ”
“คงใช่ ดูเหมือนว่าตระกูลสกอเปี้ยนส์คงจะมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้มันเลิกแกล้งปัญญาอ่อน”
ทุกคนเริ่มคาดการณ์ถึงสิ่งที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์คิดจะทำ การที่แอนเดอร์สันเลิกเป็คนปัญญาอ่อนจะต้องมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเื่ที่ชักจูงให้ทุกคนคิดไปทางเดียวกันในตอนนี้คือการผลัดเปลี่ยนผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์
—------------------------------------
“นายท่าน มีข่าวกำลังแพร่สะพัดเื่การผลัดเปลี่ยนผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”
ชายชราสวมชุดพ่อบ้านวางแก้วน้ำชาลงไปด้านข้างผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่าง ระหว่างนี้เองเขาก็ได้รายงานเื่ที่รับเข้ามาเมื่อเช้าเกี่ยวกับข่าวของตระกูล
“ใครกันล่ะที่ปล่อยข่าวนี้ออกไป”
การเปลี่ยนผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ไม่ใช่เื่ล้อเล่น การมีข่าวแพร่สะพัดออกไปแบบนี้จะทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง ผลเสียแรกที่มองเห็นนั้นคือการบุกของตระกูลที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม ด้วยการผลัดเปลี่ยนผู้นำตระกูลคงมีหลายกลุ่มอำนาจคิดว่าผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์าเ็หนัก หรือไม่ก็้าสละตำแหน่ง ส่งผลให้กลุ่มอำนาจมากมายตื่นตัวเพื่อหาผลประโยชน์เข้าสู่ตัวเอง
“เื่นี้มาจากฝั่งของนายน้อย 11 ครับ เมื่อวานเขาพลัดตกจากดาดฟ้าแล้วรอดตายมาได้จึงเกิดการสอบสวนครั้งใหญ่เพราะเพื่อนของนายน้อยระบุว่าการร่วงตกเกิดจากการแย่งชิงคอร์”
“ถ้าจำไม่ผิดเ้า 11 มีความผิดปกติทางด้านสมองไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ครับ แต่เมื่อวานเขาไม่ได้แสดงท่าทางผิดปกติทางด้านสมองออกมาเลย นอกจากนั้นยังสามารถไล่ขยี้เพื่อนที่ใส่ร้ายจนรอดมาได้”
“ด้วยการที่เขากลับมาเป็ปกติจึงทำให้หลายคนคิดว่าเขาโกหกมาตลอด ส่งผลให้มีข่าวลือมาถึงเราสินะ”
“ครับ เป็อย่างที่คุณท่านเข้าใจ”
“แล้วเื่ที่เกิดเป็ฝีมือใครล่ะ คงเป็หนึ่งในพี่น้องใช่ไหม”
“เื่นี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าผู้ที่อยู่เื้ัคือตระกูลซิกฟรีท”
“เ้า 10 สินะ ทำไมใจร้อนกันจัง”
ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ปล่อยให้ข่าวลืมกระจายออกไป มันไม่ได้มีผลร้ายต่อตัวของเขา นับว่าเป็ข่าวดีมากกว่า ตระกูลมากมายที่ตื่นตัวกับเื่ผลัดเปลี่ยนผู้นำตระกูลจะเริ่มเข้ามาติดต่อกับตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เพื่อทำการค้าขายส่งผลให้ธุรกิจก้าวหน้าขึ้นไปอีก หากศัตรูคิดว่าตอนนี้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ขาดผู้นำแล้วบุกเข้ามา ก็เปิดโอกาสให้พวกเขาได้สวนคืน ดังนั้นข่าวที่กำลังเกิดขึ้นใน่นี้จึงไม่ใช่ข่าวร้ายแต่อย่างใด
—-------------------------------
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขามองเราแบบนี้กัน”
แอนเดอร์สันเหลือบมองข้างทางระหว่างเดินไปยังห้องสมุด เขาพบเข้ากับสายตานักเรียนมากมายกำลังจ้องมองมายังเขา ด้วยการใช้หูแอบฟังเื่ราวทำให้เขาใ เมื่อรู้ว่ามีข่าวเกี่ยวกับตัวของเขาแพร่สะพัดออกไปจนหนาหู หนำซ้ำยังมีการเชื่อมโยงไปจนถึงตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ส่งผลให้เขายกมือขึ้นมากุมขมับ การที่เขาไม่ได้เป็คนปัญญาอ่อนอีกต่อไปนั้นเป็เพราะว่าเขาได้สติและความทรงจำกลับมาแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับการผลัดเปลี่ยนผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เลยสักนิดเดียว กระทั่งมาถึงหน้าห้องสมุด แอนเดอร์สันก็ได้ก้าวเท้าเข้าไปด้านในเพื่อหาหนังสือเวทย์พื้นฐานมาอ่าน
“โห”
ในความคิดของแอนเดอร์สัน เขาคิดว่าวิทยาลัยเวทมนตร์จะต้องมีห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าๆ กลับกันสิ่งที่แสดงตรงหน้าของเขากลับต่างออกไป หนังสือมากมายและตู้หนังสือที่ต้องสูงเสียดเพดานห้องกลับถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์สีขาววางเอาไว้เต็มห้องที่ถูกจัดโซนเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ ทุกคนที่เข้าประจำเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีม่านพลังเวทย์ปิดกั้นระหว่างเขาและภายนอก ส่งผลให้การค้นหาวงเวทย์และหาข้อมูลต่างๆได้ผลดียิ่งขึ้นเพราะไม่ถูกภายนอกรบกวน แอนเดอร์สันจึงเลือกโต๊ะที่อยู่ลึกสุดเพราะเขาไม่อยากให้ใครเหลียวมองใน่ที่ตัวเองทำความเข้าใจกับวงเวทย์
“เอาล่ะ ขอดูหน่อยก็แล้วกันว่าหลักสูตรการเรียนเวทย์สมัยใหม่เป็แบบไหน”
คอมพิวเตอร์เปิดขึ้นมาช้าๆเผยให้เห็นตัวหนังสือมากมายอธิบายการใช้งานในครั้งแรก แอนเดอร์สันจึงทำตามก่อนจะเข้ามาเจอเข้ากับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลายแสนเล่มที่บรรจุความเข้าใจในเื่ของเวทมนตร์เอาไว้ เขาจึงเข้าไปดูเวทย์ธาตุลมก่อนจะดึงเวทย์พื้นฐานที่สุดอย่างเวทย์ศรสายลมและมีดสายลมมาอ่าน
“เดี๋ยวก่อนนะ นี่ยังไม่ใช่พื้นฐานอีกเหรอ”
แอนเดอร์สันทุกข์ใจ เวทย์พื้นฐานที่เขากำลังอ่านมีความยากภายในตัวของมัน แม้ว่าหนังสือแต่ละหน้าจะอธิบายขั้นตอนการเขียนวงเวทย์ว่าเขาจำเป็ต้องเขียนส่วนใดก่อนเป็อันดับแรกและต้องเขียนส่วนใดเป็อันดับหลังสุดเพื่อให้วงเวทย์ทำงาน เขากลับต้องเข้าใจแต่ละส่วนที่วาดลงไปให้ได้ว่าสัญลักษณ์ที่ใช้รวมไปถึงภาษาที่เขียนลงไป ้าจะสื่ออะไร
ดังนั้นพื้นฐานของการเรียนเวทมนตร์จึงไม่ใช่การเรียนเวทย์พื้นฐานของแต่ละฐาน เขาจำเป็ต้องเรียนภาษาของมันให้เข้าใจก่อนว่ามีการอ่านออกเสียงและสื่อความหมายถึงอะไร สัญลักษณ์ที่เขียนลงไปใช้แทนอะไรและจะแสดงพลังออกมาในรูปแบบไหน เมื่อรู้ว่าเวทย์ศรสายลมและมีดสายลมไม่สามารถเข้าใจได้ แอนเดอร์สันจึงเลือกหนังสือภาษาเวทย์มาอ่าน แต่เมื่อเขามองเห็นหนังสือภาษาเวทย์แอนเดอร์สันถึงขั้นเบิกตากว้างเพราะธาตุแต่ละอย่างล้วนมีภาษาและสัญลักษณ์เป็ของตนเอง
การเข้าใจภาษาเพียงแค่ 1 จะทำให้ใช้เวทมนตร์ได้เพียง 1 ธาตุเท่านั้น หากอยากเข้าใจเวทย์ธาตุอื่นด้วยเช่นกันจำเป็ต้องเข้าใจภาษาของธาตุนั้นๆด้วย
แต่เมื่อเขาได้อ่านหนังสือภาษา แอนเดอร์สันก็เริ่มตื่นตาตื่นใจกับความอัศจรรย์ของภาษาที่กำลังทำความเข้าใจในตัวของพวกมัน เนื่องจากว่าภาษาเวทย์ธาตุลมนั้น นอกจากจะทำให้เขาเข้าใจวงเวทย์ธาตุลมได้แล้ว ตัวของเขายังสามารถนำมันไปวิจัยเพื่อก่อให้เกิดเวทย์ธาตุลมชนิดต่างๆขึ้นมาได้อีกด้วย ในความรู้สึกของเขาหลังจากอ่านหนังสือภาษาเวทย์ การวิจัยเวทย์ที่กำลังเอ่ยถึงเหมือนกับกำลังพิสูจน์โจทย์คณิตศาสตร์ การจะสร้างวงเวทย์ใหม่ให้ได้สักวง เขาต้องเข้าใจสูตรการสร้างเวทย์ขั้นต้นของวงเวทย์นั้นๆ จากนั้นก็นำสูตรที่เข้าใจมาพิสูจน์มันว่าทำอย่างไรถึงจะให้ได้ผลลัพธ์เหมือนกับวงเวทย์ท้ายสุดที่เขา้า เมื่อได้อ่านและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถของภาษาเวทย์ สร้างความรู้สึกตื่นเต้นอยากลองอยากรู้และอยากสร้างเวทย์ของตนเองขึ้นมาใช้งาน อย่างไรก็ตามมันคงเป็เื่เพ้อฝันในตอนนี้ หากใครก็ตามสามารถสร้างเวทย์เฉพาะตัวขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย คงไม่จำเป็ต้องมีหนังสือเวทย์ในห้องสมุด
“ดูนั่น ใช่เขาหรือเปล่า”
นักเรียนที่เข้ามาในห้องสมุดมองไปยังโต๊ะตัวที่แอนเดอร์สันกำลังใช้งาน พวกเขาใมากไม่คิดว่าผู้ที่ถูกพูดถึงในด้านความผิดปกติของสมองจะเข้ามาในห้องสมุดเพื่อหาความรู้ให้กับตนเอง
ยิ่งมองทุกคนก็ยิ่งเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็ไปได้ว่าคนปัญญาอ่อนจะทำเื่แบบนี้ เมื่อรู้ว่าข่าวลือที่แอนเดอร์สันแกล้งทำเป็คนปัญญาอ่อนเป็เื่จริง ทุกคนจึงพยายามหันมองเพื่อสำรวจดูว่าเขากำลังอ่านหนังสืออะไร
“เขาอ่านหนังสือภาษาเวทย์”
“หนังสือพื้นฐาน”
“ใช่ หนังสือพื้นฐานจริงๆ ดูเหมือนว่าจะมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นจริงจนเขาเลิกแกล้งเป็คนปัญญาอ่อนแล้วหันมาเรียนอย่างหนัก”
“เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเขาแกล้งก็ไม่น่าจะต้องอ่านหนังสือใหม่ทั้งหมดหนิ หรือว่าเขาไม่ได้แกล้งแต่การตกลงไปในน้ำทำให้สติของเขากลับคืนมา”
การวิเคราะห์เกี่ยวกับเื่ราวของแอนเดอร์สันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามทุกคนกลับคิดว่าแอนเดอร์สันแกล้งปัญญาอ่อนมาตลอดเช่นเดิม การอ่านหนังสือของเขาคงเป็การแกล้งเช่นกัน
หากแอนเดอร์สันอ่านหนังสือเวทย์ขั้นสูงที่ไม่ใช่พื้นฐานอาจจะทำให้มีผลเสียได้ เพราะศัตรูที่มุ่งเป้ามายังเขาจะระมัดระวังตัวเป็พิเศษ ดังนั้นการอ่านหนังสือพื้นฐานทุกคนจึงคิดว่าเป็การตบตา ให้ศัตรูประเมินพลังของเขาไม่ได้