ตอนที่18 พ่อรักหนูอย่างสุดซึ้ง !
ฉินเลี่ยกำลังดูการต่อสู้เมื่อได้ยินคำพูดของโจวโจว ยังไม่ทันที่เขาจะมีปฏิกิริยาใดเขาก็รู้สึกถึงลมกระโชกแรง ทรายปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้าทำให้เขาหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
ครู่ต่อมาก็มีเสียงคำรามด้วยความเ็ปดังขึ้นจากนั้นสภาพแวดล้อมรอบด้านก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ฉินเลี่ยลืมตาด้วยความสงสัยและเห็นแสงสีทองสว่างอยู่แวบหนึ่งิญญาร้ายที่อยู่ตรงหน้าเขาร้องคร่ำครวญ ร่างที่ใหญ่โตของมันกลายเป็เถ้าถ่านเหลือเพียงแค่หมอกสีดำจาง ๆ
โจวโจวโยนยันต์ชำระล้างออกไปิญญาร้ายที่เหลืออยู่รอบ ๆ ก็หายไปทันที และสภาพอากาศในป่ากลับมาสดชื่นอีกครั้งเธอรีบเดินไปที่ฉินเลี่ยและพูดอย่างเป็ห่วงว่า “พ่อพ่อไม่เป็ไรใช่ไหม ? ”
“ไม่เป็ไร” ฉินเลี่ยมองเธอในใจเต็มไปด้วยคลื่นความรู้สึก
สาวน้อยคนนี้มีพลังมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้
โจวโจวไม่รู้ว่าเขากำลังใเมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็ไรแล้ว เธอถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว”
หนูน้อยใช้พลังดึงจี้หยกที่พื้นมาไว้ในมือแล้วกำมันไว้แน่น
เธอพูดว่า“โชคของพ่อที่ถูกิญญาร้ายขโมยไปก่อนหน้านี้ถูกหนูผนึกไว้ในจี้หยกนี้แล้วแต่มันยังแปดเปื้อนไปด้วยไอชั่วร้าย รอให้หนูกลับไปหลอมมันใหม่ก่อนแล้วหนูจะเอามาให้พ่อ”
“อืม” ฉินเลี่ยพยักหน้าเพียงแต่เขายังงงเล็กน้อย ของแบบนี้นำกลับมาคืนได้ด้วยหรือ ?
โจวโจวกลับมีสีหน้าเหมือนปกติราวกับว่าเื่ที่เธอพูดเป็เื่ธรรมดาทั่วไปอย่างนั้น
หนูน้อยเก็บกระบี่ไม้ท้อจู่ ๆ เธอก็แปรเปลี่ยนจากหนูน้อยทรงพลังกลายเป็เด็กน้อยธรรมดาทั่วไป
เธอเข้ามากอดขาฉินเลี่ยแล้วแกว่งไปมา“พ่อ หนูหิวจังเลย เมื่อกี้หนูยังไม่อิ่มเลย”
เมื่อกี้เธอเพิ่งกินไปได้แค่ครึ่งเดียวก็ต้องออกมาทำภารกิจเสียแล้วหนูน้อยจึงรู้สึกเหนื่อยและหิวมาก
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าที่เธอต้องลำบากลำบนขนาดนี้ก็เป็เพราะเขาฉินเลี่ยจึงพยักหน้า “งั้นกลับกันเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเขาพูดดีขนาดนี้โจวโจวก็กลอกตาเราพูดว่า “เมื่อกี้หนูต่อสู้จนเหนื่อยไปหมดไม่มีแรงแล้ว พ่ออุ้มหนูหน่อย”
ระหว่างที่พูดเธอก็มองเขาด้วยตาใสแป๋วอย่างคาดหวัง
ฉินเลี่ยชำเลืองมองหนูน้อยที่ไม่มีท่าทีเหนื่อยหอบแต่อย่างใดเขาทำเป็ไม่สนใจเธอแล้วสาวเท้าเดินออกไปด้านนอก
รอยยิ้มบนใบหน้าของหนูน้อยหายไปในทันทีเธอเดินคอตกลากเท้าไปบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงด้วยความผิดหวัง
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ ๆ หนูน้อยก็รู้สึกราวกับว่าร่างลอยขึ้นไปกลางอากาศตามมาด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความสงบดังขึ้นว่า “กอดไว้ให้ดี”
โจวโจวตาเป็ประกายขึ้นมาทันที“พ่อ ! ”
ฉินเลี่ยไม่ได้พูดอะไรเขาอุ้มหนูน้อยขึ้นหลังแล้วพูดว่า “ถ้าตกลงไปฉันไม่รับผิดชอบด้วยนะ”
“อื้อ !” โจวโจวพยักหน้ารับ หนูน้อยฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหูอยู่แล้วเธอกอดรอบคอเขาไว้แน่น แล้วเอาขากอดตัวเขาเอาไว้ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พ่อดีกับหนูจังเลย! ”
ระหว่างที่พูดหนูน้อยก็เอาหัวไปดันแก้มเขาอย่างมีความสุข
ััที่อบอุ่นและอบอวลไว้ด้วยกลิ่นน้ำนมลอยมาฉินเลี่ยก็อดทำหน้าหยีไม่ได้ “อยู่นิ่งๆ หน่อย”
โจวโจวหัวเราะแล้วกอดคอเขาเอาไว้ขาน้อย ๆ ของเธอแกว่งไกวอย่างมีความสุขอย่างอดไม่ได้ทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข จนทำให้หนูน้อยพูดจ้อไม่หยุด
“ขอบคุณมากที่พ่อแบกหนูในอนาคตหากพ่อแก่ตัวไป หนูก็จะแบกพ่อเช่นกัน !”
“พ่อถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ยอมรับ แต่หนูรู้นะว่าพ่อชอบหนูมาก !”
“ไม่เป็ไรหากพ่อไม่อยากพูดก็ไม่เป็ไร แค่หนูรู้ก็พอแล้ว ศิษย์พี่รองเคยบอกหนูว่าความรักที่ซ่อนอยู่ในใจเป็ความรักที่ลึกซึ้งที่สุดหนูรู้ว่าพ่อรักหนูอย่างสุดซึ้ง ! ”
“……”
ฉินเลี่ยเบ้ปากใบหน้าของเขามืดลงในทันใด เขากัดฟันกรามและพูดเสียงต่ำออกมาสองคำ “หุบปาก”
ทำไมฉันไม่รู้มาก่อนว่าเด็กน้อยคนนี้ช่างพูดมากขนาดนี้
“อ้อ” โจวโจวกระพริบตาเธอเม้มริมฝีปากแล้วโน้มตัวยื่นใบหน้าอวบอ้วนของตนไปถูกับใบหน้าของเขาชั่วขณะหนึ่ง
ใบหน้าของหนูน้อยนุ่มนวลและอบอุ่นไขมันนมเนื้อนุ่มให้ความรู้สึกที่ดีมาก แต่ฉินเลี่ยกลับหันหน้าไปอย่างผิดธรรมชาติเขาตีก้นเธอและตำหนิด้วยน้ำเสียงเ็า “ลงมาเลย”
โจวโจวส่ายหน้าสุดชีวิต“ไม่ลง”
ถ้าไม่ให้เธอใช้ปากพูดงั้นหนูน้อยก็จะใช้ปากจุ๊บแก้มเขาแทนเพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่สามารถหุบปากได้อยู่แล้ว !
ระหว่างที่พูดมือและเท้าของหนูน้อยออกแรงรัดเขาไว้ยิ่งกว่าเดิมให้ตายอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมลงจากหลังของเขาเด็ดขาด
ฉินเลี่ยไอออกมาอย่างแรงเขาเกือบถูกหนูน้อยรัดตัวจนหายใจไม่ออกแล้ว และเมื่อเห็นดังนั้นโจวโจวก็รีบคลายมือของตัวเองลง แล้วกดจุดให้เขาพร้อมกับถามไถ่ด้วยความกังวลว่า “พ่อไม่เป็ไรใช่ไหม”
ฉินเลี่ยกัดฟันตอนนี้เขาชักรู้สึกเสียใจแล้ว
เขาไม่น่าใจอ่อนกับเธอเลย
เห็นได้ชัดว่าหนูน้อยเป็เด็กที่แข็งข้อขึ้นทุกวันพอตามใจนิดหน่อยก็ได้ใจ
ตอนแรกเขาเสียใจก็จริงแต่พอเอาโจวโจวไปวางตรงเบาะหลังได้แล้ว เขาถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ผลปรากฏว่าเพิ่งจะนั่งลงบนเบาะโจวโจวก็โผเข้ามาหาเขาแล้ว “พ่ออุ้มหนูหน่อย”
“ต้องขับรถจะอุ้มได้ยังไง”
ก็จริงนี่นา
โจวโจวทำหน้าผิดหวังอย่างน่าสงสารเธอยังให้พ่ออุ้มไม่หนำใจเลย
ในขณะที่กำลังจะพูดความคิดออกไปนั้น“พ่อ พวกเราเดินกลับกันเถอะ หนูมียันต์ที่สามารถลดระยะทางได้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรมแล้ว”
ที่จริงใช้เวลา5 นาทีก็ถึงแล้ว แต่เธออยากอยู่กับพ่อให้นานกว่านี้
“แล้วรถล่ะ? ” ฉินเลี่ยถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“สามารถย้ายรถกลับไปได้เหมือนกัน! ”
ชักจะเก่งเกินไปแล้วนะ!
ฉินเลี่ยหัวเราะออกมาอย่างเ็า“ถ้าเกิดปล่อยให้รถคันใหญ่ขนาดนี้ปรากฏตัวอย่างพรวดพราดขึ้นมา มีหวังเธอได้ถูกจับไปทดลองแน่นอน? ”
“ถูกจับไปทดลองคืออะไรหรือ? ” โจวโจวทำสีหน้างุนงงแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ
ฉินเลี่ยพูดขู่เด็กน้อยด้วยสีหน้าเ็า“ก็คือการจับเธอมัดไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้จากนั้นก็หั่นเธอเป็แผ่นสาวน้อยแล้วนำไปศึกษาว่าเธอทำเื่ที่ขัดต่อกฎของวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร”
โจวโจว “! ! ! ! ”
หนูน้อยเปลี่ยนสีหน้าไปในทันทีเธอหดคอกลับมาด้วยความหวาดกลัว ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกไม่มีท่าทีหยิ่งทะนงเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว
น่ากลัวจังเลย
หนูน้อยจำได้แล้วว่าศิษย์พี่ใหญ่เคยกำชับไว้ว่าอย่าแสดงความสามารถในการกำจัดิญญาต่อหน้าคนอื่นเป็อันขาด
ถ้าเธอถูกจับไปวิจัยขึ้นมาจริงๆ
แบบนั้นน่ากลัวจังเลยฮึก ฮึก ฮือ…….
หนูน้อยจับเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่น ปากเล็ก ๆ สีอมชมพูสั่นระริกเป็ระลอก
เมื่อเห็นว่าหนูน้อยถูกขู่จนเกิดความกลัวจริงๆ แล้ว ฉินเลี่ยก็สตาร์ทรถขับออกไป คราวนี้เขารู้สึกว่าหูของเขาค่อยสงบลงหน่อย
ทั้งสองคนนั่งเงียบมาตลอดทางที่ขับรถกลับมาถึงโรงแรมโจวโจวอาบน้ำเสร็จแล้วก็โทรหาคุณนายฉินด้วยความคิดถึง
ฉินเลี่ยจึงไม่ได้สนใจพวกเธอเขาเข้าไปอาบน้ำขับไล่ความเหนื่อยล้าในวันนี้
……
เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำเขาก็ได้ยินเสียงะโด้วยความโกรธแล้ว “ฉินเลี่ยลูกเดินมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้เลยนะ ! ”
“ทำไมล่ะ? ” เขาเดินเข้าไปก็เห็นว่าแม่ของเขากำลังทำหน้าบูดบึ้งด้วยความโมโหอยู่ในวีดีโอเขาจึงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยังจะอะไรได้อีกล่ะดูซิว่าลูกทำอะไรลงไป ลูกกล้าดียังไงมาขู่ให้โจวโจวกลัว !”
เสียงของคุณนายฉินที่ลอดผ่านไมโครโฟนมาเต็มไปด้วยความโกรธ
ฉินเลี่ยเอาโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูตัวเองแล้วขยี้หูเบา ๆ จากนั้นก็หันไปมองหนูน้อยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเขาคิดไม่ถึงเลยว่าหนูน้อยจะฟ้องแม่เขา !
เมื่อเห็นสายตาของเขาโจวโจวก็พูดอย่างน่าสงสารว่า “พ่อหนูแค่ถามคุณย่าว่านักวิทยาศาสตร์หน้าตาเป็อย่างไร ต่อไปนี้หนูจะได้อยู่ห่างจากพวกเขาหน่อย”
เธอเป็เด็กก็จริงแต่ไม่อยากเป็เด็กทดลอง
เพราะการถูกหั่นเป็ชิ้นมันเจ็บมาก
“ทำไมลูกยังอยากขู่ให้โจวโจวกลัวงั้นหรือ” คุณนายฉินยืนเท้าเอวด่าเขามาจากในวีดีโอขนาดสามีของเธอยังต้องถอยห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
“จัดการธุระเสร็จแล้วกลับมาหาแม่ด้วย! บ้านที่มีแต่ผู้ชายเลี้ยงเด็กได้ไม่ดีหรอกแม่จะบอกอะไรให้นะฉินเลี่ย ถ้าลูกยังกล้าขู่หลานสาวคนโปรดของแม่อีกแม่จะบ่นลูกแบบนี้ไปไม่จบไม่สิ้น ! ”
เธอเรียกลูกชายด้วยชื่อแซ่จริงแบบนี้หมายความว่าเธอโกรธเขาจริง ๆ
ฉินเลี่ยปวดหัวแล้วจึงยัดโทรศัพท์มือถือใส่มือของโจวโจว
พอคนในวีดีโอเปลี่ยนเป็หลานสาวตัวอวบอ้วนคุณนายฉินที่กำลังทำหน้าั์บ่นลูกชายอย่างน้ำไหลไฟดับพลันแปรเปลี่ยนสีหน้าไปใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มหวาน น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบจะหยดออกมาเป็น้ำได้ “โจวโจวเองหรือจ๊ะคิดถึงย่าไหม……”
เมื่อเห็นทักษะการเปลี่ยนสีหน้าชั้นยอดของผู้เป็แม่ฉินเลี่ยก็ได้แต่แอบพูดในใจ “สองมาตรฐาน”
คุณนายฉินไม่สนใจเขาเลยเธอยังคงพูดคุยกับโจวโจวต่อ
“โจวโจวหลานจะกลับมาเมื่อไหร่จ๊ะ ? รอหลานกลับมาย่าจะแนะนำเหล่าพี่ชายให้หลานรู้จัก แล้วยังมีลุงอีกสี่คนของหลานด้วยพวกเขาใกล้จะกลับมาแล้ว ทุกคนอยากเจอหลานทั้งนั้นเลย”
ได้ยินแบบนั้นโจวโจวยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินเลี่ยก็ขมวดคิ้วแล้วถามด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ฉินเยี่ยนกลับมาด้วยไหม? ”