ปู้มั่วเสวียนเดินเข้าไปยังพื้นที่เรียนของศิลปะป้องกันตัวส่วนใหญ่ที่เห็นจะมีบุรุษเป็ส่วนมาก แต่ก็ไม่ทั้งหมดยังมีสตรีอยู่ด้วย และหน้าตาก็ดูเหมาะจะไม่ชื่นชอบเรียนมารยาทสตรีเสียด้วยผิดกับนางที่หน้าตานั้นดูจะไม่เหมาะกับที่นี่สักเท่าไหร่ จนสายตาของคนที่มาก่อนมองนางอย่างประเมิน ปู้มั่วเสวียนไม่สนใจสายตาพวกนั้นนางเพียงเดินไปหาที่นั่ง พื้นที่โดยรอบจะมีที่นั่งเป็วงกลมตรงกลางจะมีลานฝึกซ้อมอยู่ นางเดินไปนั่งจุดที่ดูเหมือนจะเป็จุดรวมผู้เรียนของวิชานี้
บุรุษที่มองมายังนางส่วนใหญ่จะมองด้วยสายตาดูถูกดูแคลนยิ่ง เนื่องจากหน้าตาของปู้มั่วเสวียนเหมาะจะเรียนอย่างอื่นมากกว่าทั้งก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของนางก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ในเื่ความไม่ใส่ใจการเรียน ไม่รู้จักเจียมตัว เพียงเห็นเืเล็กน้อยก็คงหนีกลับไปเรียนวิชาอื่นแล้ว ความคิดของผู้เรียนที่อยู่บริเวณนั้น
"เอาล่ะ วันนี้มีคนมาเรียนก็ข้าไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียว "
อาจารย์ที่กล่าวเมื่อครู่มองไปยังรอบๆที่นั่งของผู้เรียนของตนแล้วสะดุดตากับเด็กสาวคนหนึ่งและข้างกายนางก็คือเด็กหนุ่มที่ดูจะปวกเปียกไม่แพ้กัน เด็กสองคนนี้คิดจะมาเล่นสิ่งใดในวิชาเรียนของเขากัน ความสนใจของอาจารย์พุ่งตรงไปที่ปู้มั่วเสวียนและสหายใหม่ของนางทันที
"พวกเ้าคน"
ปู้มั่วเสวียนไม่แน่ใจว่าเป็ตัวเอง แต่นางก็เห็นสายตาที่จ้องมาของอาจารย์ผู้นั้นจึงคิดว่าน่าจะเป็ตน
"อาจารย์ผู้นั้นเรียกพวกเราน่ะ ลุกขึ้นเถอะ"
ปู้มั่วเสวียนเอ่ยกับสายใหม่ เด็กหนุ่มได้ยินแล้วก็ไม่ทันคิดเพราะปู้มั่วเสวียนดันยืนขึ้นทันที ส่วนเขายังนั่งนิ่งเช่นเดิม
"มีเื่ใดหรือ ท่านอาจารย์"
"เ้าคิดจะมาเรียนกับข้าจริงหรือ มิใช่ไม่มีวิชาอื่นให้เรียนแล้ว?"
"มีวิชาเรียนมากมายแต่ข้าอยากเรียนวิชานี้ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านอาจารย์ด้วย"
ปู้มั่วเสวียนกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อมยิ่ง แต่ดันทำให้คนที่เคยได้ยินชื่อเสียงของนางถึงกับหัวเราะออกมา จนผู้คนหันไปซุบซิบกันเหมือนจะกระจายข่าว เสียงหัวเราะจึงดังขึ้นหนักกว่าเดิม
"ปู้มั่วเสวียนที่โง่เขลาผู้นั้นหรอกหรือ"
เสียงซุบซิบดังไปทั่วคล้ายอยากให้นางได้ยิน ส่วนเด็กหนุ่มสหายใหม่ของปู้มั่วเสวียนก็ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นพูดถึงใครเพราะตนก็ยังไม่รู้จักชื่อสหายใหม่ผู้นี้
"เ้าแน่ใจหรือที่จะเรียน"
"แน่ใจ และข้าขอฝากตัวกับพี่น้องสหายที่เรียนวิชานี่ทุกท่านด้วย หวังว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดี"
ปู้มั่วเสวียนกล่าวจบแล้วนั่งลงแล้วเสียงหัวเราะของคนพวกนั้นก็เงียบลงทันที เหตุใดท่าทางมั่นใจนั้นของนางคล้ายว่า้าเรียนวิชานี้จริงๆเสียได้ งั้นจะคอยดูว่านางจะเรียนได้อีกนานสักเพียงใด
ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่สนใจปู้มั่วเสวียนกลับมีบุรุษผู้หนึ่งที่รู้สึกรำคาญยิ่งนัก จะเริ่มเรียนเมื่อใด เขาจะได้กลับเสียที เขานั่งเสียนิ่งไม่สนใจผู้ใดอีก ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด
"เอาล่ะวันนี้ข้าจะขอดูฝีมือของพวกเ้าสักหน่อย ว่ามีพื้นฐานเพียงใด "
"อาจารย์สืออีขอรับ จะใช้วิธีไหนขอรับ"
ผู้เรียนคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา เพราะพึ่งจะเปิดเรียนมาก็ทดสอบฝีมือเสียแล้ว เขาอยากมาเรียนแต่ดันต้องมาต่อสู้เช่นนั้นหรือ
"พวกเ้าไม่ต้องกังวลไป ข้ามีวิธีทดสอบเล็กน้อย ไม่ถึงกับเสียแรงมากหรอก เอาล่ะนำเข้ามา"
อาจารย์สื่ออีที่อยู่ตรงกลางลานฝึกด้านล่างบอกให้ผู้ช่วยฝึกสอนนำของบางอย่างเข้ามา
"เดี๋ยวข้าจะโยนก้อนผ้ากลมๆขนาดฝ่ามือพวกนี้ไปหาพวกเ้า ใครที่มีไว้ในมากจะถือว่ามีฝีมือ ใครรับไม่ได้ก็ไปเรียนวิชาอื่นเสีย "
หน้าของผู้เรียนที่ได้ยินวาจาของอาจารย์สืออี ซีดขึ้นมาทันทีนี่คือการคัดคนเช่นนั้นหรือ น่ากลัวว่าจะแย่งชิงกันอย่างเอาเป็เอาตาย อาจารย์สืออีช่างเด็ดขาดยิ่งนัก
ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดอีก อาจารย์สืออีใช้กำลังภายในซัดฝ่ามือสะบัดเพียงครั้งเดียวผ้ากลมๆพวกนั้นก็ถูกโยนขึ้นไป้าสูงลิบพอพวกมันตกลงมา ผู้เรียนที่นั่งอยู่ก็รีบแย่งกันนำมาไว้ใน
ปู้มั่วเสวียนนางไม่ใช่คนมีกำลังภายใน อย่างไรก็ต้องฝึกฝนมาก่อน ครั้งนี้ได้เห็นกำลังภายในจากอาจารย์สืออีก็รู้สึกอย่างจะเรียนเสียแล้ว เพื่อให้ตนเองได้เรียนที่นี่ ส่วนสหายด้านข้างของนางนั้นนางไม่อยากให้เขาต้องมาลำบากเช่นนี้ เพราะจุดมุ่งหมายของเขาคือเรียนพิณ การที่อาจารย์ใช้วิธีนี้เป็การคัดคนโดยแท้จริง ถ้ายังดึงดันให้เขาเรียนต่อไปอาจจะไม่ดีต่อไปแน่นอนในอนาคต
ปู้มั่วเสวียนใช้สายตาเหยี่ยวของตนจับจ้องก้อนผ้ากลมนั้นที่กำลังจะตกลงมา นางปิดตาลงเพื่อทำสมาธิครู่เดียวก็เปิดตาพุ่งเข้าไปรับก้อนผ้านั้นมามาได้หนึ่งอัน แต่เมื่อหันไปเห็นสหายของตนที่นั่งหน้าเครียดอยู่จึงใช้ความรวดเร็วของตนฉกชิงจากมือของคนผู้หนึ่งมาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นทัน ปู้มั่วเสวียนรีบกลับไปหาสหายของตนแต่ก็ไม่พบเขาเสียแล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝุ่นที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณนั้นสงบลงเพราะเสียงตีกลองของอาจารย์สื่ออีดังขึ้น
"หมดเวลา"
ทุกคนนั่งลงกับที่ให้หมด ใครที่ไม่มีก้อนผ้าลุกขึ้นแล้วไปยืนรวมกันอยู่ลานฝึกด้านซ้าย
แน่นอนว่ากว่าครึ่งที่ได้ก้อนผ้านี้คือผู้เรียนที่เป็เหมือนศิษย์พี่และคนที่มีวิชาพื้นฐาน คนที่หัวเราะเยาะปู้มั่วเสวียนเมื่อครู่ส่วนใหญ่ก็เดินลงไปรวมตัวกันอยู่ที่ลานด้านล่าง คนพวกนี้เมื่อเห็นปู้มั่วเสวียนไม่ยอมเดินลงมาก็มองอย่างเย้ยหยัน คิดว่าที่นี่เป็บ้านของตนเองหรือ ไม่มีก้อนผ้าแล้วยังจะดื้อดึงที่จะเรียน รอดูว่านางจะทำหน้าเช่นใดจะได้เอาเื่นี้ไปบอกเล่าให้เป็เื่ขบขันต่อไป