บทที่ 17
เมื่อฟ้าใกล้สาง
วันเวลายังคงเดินต่อไป อย่างไรคนไร้ความรู้สึก ไม่สนใจว่ามนุษย์ผู้ใด จะตกอยู่ในห้วงทุกข์หรือสุข วันเวลาก็ยังเดิน ไปตามหน้าที่ของมัน ด้วยความซื่อสัตย์ อย่างไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักนิด วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า จนนับรวมกันได้เป็ปี ๆ มันก็ยังเดินต่อไป ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย โดยไม่ยอมรับรู้ถึงความรู้สึก ของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ในโลกใบนี้ มันรู้แต่ว่ามันมีหน้าที่ เปลี่ยนวันเป็เดือน เปลี่ยนเดือนเป็ปีเท่านั้น แล้วก็คอยให้สรรพสิ่ง ที่มีชีวิตทั้งหลายวิ่งตามมัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ศิลาทิ้งไว้เื้ันั้น ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ไปตามวันเวลาด้วยเช่นกัน พงศ์เกษมแต่งงานกับจันทร์แข แล้วย้ายไปอยู่กับเธอที่เชียงราย ส่วนแพรพิมพ์ก็ยังคงใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่กับลูกชายที่กำลังโตวันโตคืน
“ใครโทรมาจ้ะแข “พงศ์เกษมถาม ภรรยาเสียงอ่อนเสียงหวาน
“พี่อาทิตย์ค่ะ แกชวนให้ไปเที่ยวที่ไร่ ให้พาแพรกับเสือน้อยไปด้วย พี่อาทิตย์เขาบ่นคิดถึงเ้าจอมซนค่ะ “จันทร์แขบอก เมื่อวางหูโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว
“พูดถึงเสือน้อย ผมอดสงสารแกไม่ได้ นี่ถ้าพ่อกับแม่ลงเอยกัน ก็คงไม่ต้องมาเป็เด็กกำพร้าแบบนี้ อดคิดถึงนายใหญ่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็อย่างไรบ้าง ลำบากลำบนขนาดไหน “
“นั่นซิคะ “จันทร์แขเห็นด้วย
“นี่ใจคอคุณศิลาจะตัดขาด จากทุกคนไปจนวันตายเลยหรือไง ปีหนึ่งก็ส่งจดหมายมาเพียงฉบับเดียว เขียนเพียงข้อความสั้น ๆ ว่า ไม่ต้องห่วงสบายดี เขียนเหมือนกันทุกปี แถมจดหมายก็ฝากเขามาส่ง เลยไม่มีตราประทับว่า จดหมายถูกส่งมาจากที่ใด เฮ้อ! เพื่อนเรา “พงศ์เกษมบ่นอย่างเหนื่อยใจ
“แพรก็เหมือนกัน ดูเงียบไปจากเก่า ไม่รู้มีอะไรอยู่ในใจ แขเคยถามเขาเหมือนกันนะคะว่า มีอะไรในใจหรือเปล่า ก็ปฏิเสธเสียทุกครั้งไป จนแขเองก็อ่อนใจ กับความดื้อรั้นของแพร “จันทร์แขบ่นอย่างห่วงใย
“ทั้งสองคนนี้ดื้อทั้งคู่เลย “พงศ์เกษมพูดลอย ๆ
“คุณตอบพี่อาทิตย์ไปว่าอย่างไรบ้าง “พงศ์เกษมถามภรรยา ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
จันทร์แขเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ สามี
“ก็ไปตามคำชวนซิคะ เดี๋ยวพี่อาทิตย์จะอกแตกตาย เพราะโรคคิดถึงเสือน้อย เดี๋ยวบาปกรรมจะมาตกกับแข ที่ทำให้พี่ชายอกแตกตาย
พงศ์เกษมกุมมือภรรยาที่วางอยู่บนตัก แล้วกระซิบเบา ๆ ข้างหูภรรยา
“แล้วเมื่อไหร่ เราจะมีเ้าเสือน้อย เป็ของตัวเองบ้างล่ะครับ “
จันทร์แขมองหน้าสามี ถึงกับเขินอาย เมื่อเห็นสายตาหวานเชื่อมที่ส่งมาให้ เธอทุบอึกเข้าที่อกของสามี แล้วค้อนให้เล็กน้อยอย่างมีความสุข
พงศ์เกษมจึงกอดภรรยาไว้ ด้วยความรักใคร่
“พูดอะไรก็ไม่รู้ “จันทร์แขแกล้งตัดพ้อ
“ก็พูดเื่เสือน้อยของเราไง “พงศ์เกษมนึกสนุก จึงแกล้งพูดกระเซ้าภรรยา
“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแข คนเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะ “จันทร์แขบอกอาย ๆ ไม่กล้ามองหน้าสามี
“เื่นี้ผมเต็มที่อยู่แล้ว “พงศ์เกษมกระซิบ และหอมฟอดใหญ่ที่แก้มของภรรยา
“คุณนี่ ทำอะไรประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า อายเขาแย่เลย “จันทร์แข บ่นเป็เชิงเล็ก ๆ แล้วแสร้งหยิกที่ต้นแขน จนพงศ์เกษมร้องเสียงหลง
“ที่นี่อากาศดีจังเลยนะ “พงศ์เกษมบอก พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์ เข้าเต็มปอด
“มาถึงกันแล้วหรือ “อาทิตย์ผู้เป็เ้าของบ้าน เดินออกมาจากบ้าน ทักทายทุก ๆ คน ที่กำลังทยอยลงจากรถ
ผู้อ่อนาุโกว่าทุกคน ทำความเคารพเ้าของบ้าน
“สวัสดีทุก ๆ คน “อาทิตย์บอก อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
“ว่าไง เ้าเสือน้อย โตขึ้นเยอะเลยน่ะเรา รูปหล่อเสียด้วย ไปข้างในกันดีกว่า ลุงมีขนมไว้ให้กินมากมายเลย นายสนช่วยยกกระเป๋าคุณ ๆ เข้าไปข้างในด้วยนะ “อาทิตย์สั่งเสร็จ เดินจูงมือเสือน้อยเข้าไปในบ้าน โดยไม่ทันได้ยินคำค่อนขอด ของน้องสาว
“ดูพี่อาทิตย์ซิ ทิ้งเราเลย “จันทร์แขบอกยิ้ม ๆ
“เราไปกันเถอะค่ะ ไปแพร ไปข้างในกันดีกว่า “จันทร์แข ชวนพงศ์เกษมและแพรพิมพ์
“เดี๋ยวพี่จะเข้าตัวเมือง จะไปด้วยกันไหม “อาทิตย์ถาม น้องสาวคนเดียวของเขา
“พี่อาทิตย์ จะไปซื้ออะไรคะ “จันทร์แขถาม
" พี่จะไปซื้ออาหารสด มาทานกันเย็นนี้ และก็จัดเตรียมเอาไว้ ใส่บาตรวันพรุ่งนี้ด้วย แพรล่ะจะไปกับพี่ไหม “อาทิตย์หันมาถามหญิงสาว
“แพรขอตัวค่ะ แพรขออยู่จัดของดีกว่า แล้วแกละยัยแข จะไปกับพี่ด้วยไหม “
“ไม่ล่ะี้เีนั่งรถ “
“แน่ใจนะว่าี้เี “อาทิตย์ถามยิ้ม ๆ ชำเลืองตามอง มาทางน้องเขย ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ น้องสาวของตัวเอง
“พี่อาทิตย์นี่ ก็แค่ี้เีจริง ๆ นี่คะ “จันทร์แข รู้ทันความคิดของพี่ชาย รีบพูดบอกปัดทันที
“ดี พี่ไปกับคุณเฟื่องก็ได้ ไปเสือน้อย วันนี้เป็ลูกชายลุงสักวันนะ แพรพี่ขอยืมตัวเสือน้อยสักวัน “อาทิตย์หันหน้าไปขออนุญาต
แพรพิมพ์ยิ้มให้กับเ้าของบ้าน ผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้กับเธอ และเสือน้อยมาตลอด เหมือนกับว่าเธอคือ น้องสาวแท้ ๆ ของเขาอีกคนหนึ่ง
อาทิตย์ลุกขึ้นเดินมาที่เก้าอี้ ตัวที่เสือน้อยนั่งอยู่ แล้วหอมฟอดเข้าที่แก้มด้วยความคิดถึง
“ไม่มีปัญญาทำเอง “จันทร์แขพูดลอย ๆ
“แล้วแกล่ะ ดีแต่ว่าพี่ “อาทิตย์ย้อน ด้วยความเอ็นดูน้องสาว
“พี่อาทิตย์จะไปก็ไปซิ พี่เฟื่องเดินมานู้นแล้ว “จันทร์แขรีบบอก เมื่อเห็นพี่ชายทำท่าจะพูดต่อ
“ฝากไว้ก่อนเถอะ แม่น้องสาวตัวดี “อาทิตย์ขู่ ด้วยความรักความเอ็นดู
“พี่ขออนุญาต พาเสือน้อยไปก่อนนะแพร “อาทิตย์หันมาบอก
“เราไปกันเถอะ ป้าเฟื่องมานู่นแล้ว “อาทิตย์บอกเสือน้อย
“พี่อาทิตย์นี่รักเสือน้อยมากเลยนะ ดูซิเดินจูงมือกัน อย่างกับพ่อจูงมือลูก นี่ถ้าใครเห็นคงคิดว่า เป็พ่อลูกกันจริงๆ “พงศ์เกษมพูดเบา ๆ กับภรรยา
แพรพิมพ์ทนไม่ไหว ที่ได้ฟังเื่แบบนี้ เธอรู้สึกหมอง ๆ ขึ้นมาในใจ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพวันที่ศิลามาบอกลาเธอ ยังอยู่ในห้วสามัญสำนึก ของเธอตลอดมา เธอไม่มีวันลืมภาพในวันนั้นได้เลย
“เป็อะไรไปหรือเปล่าจ๊ะแพร “จันทร์แขถาม เมื่อเห็นสีหน้าของแพรพิมพ์ เจื่อนไปจากเดิมจนเห็นได้ชัด
“เปล่าค่ะ แพรขอตัวไปจัดของ เข้าที่ก่อนนะคะ “
แพรพิมพ์ปลีกตัวออกไปจากห้อง ด้วยหัวใจที่เศร้าสร้อย
“คุณพงศ์ แขไม่สบายใจเลย เห็นแพรเป็อย่างนี้ ทำไมแพรไม่ปล่อยวางเสียบ้าง เลิกโกรธ เลิกเกลียด ละความพยาบาทลงเสียบ้าง ชีวิตจะได้มีความสุขกับเขาเสียที “จันทร์แขบ่นกับสามี ด้วยจิตใจกังวล
“ผมก็เป็ทุกข์ กับคนทั้งคู่นี้เหมือนกัน ดูสิจนป่านนี้แล้ว ยังไม่มีใครรู้เลยว่า ศิลาไปอยู่ที่ไหน เป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลย เมื่อไหร่หนอคนทั้งสองนี้ จะลงเอยกันเสียที “พงศ์เกษมพลอยกลุ้มใจไปด้วย
“แขว่ายัยแพรนั่นแหละ ใจแข็งไม่เข้าเื่ คุณศิลาตามมาง้อ ตั้งหลายหน ยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับผิดชอบตัวเธอกับลูก ยังไปตัดไมตรีเขา เสียอย่างไม่มีเยื่อใย จนทำให้คุณศิลา เสียอกเสียใจ หนีเตลิดเปิดเปิง ไปไหนก็ไม่มีใครรู้ใครเห็น เฮ้ย! สงสารแต่เ้าเสือน้อยน่ะซิ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเขาด้วย ก็พลอยรับเวรรับกรรมไปด้วย
แพรพิมพ์จัดของ เข้าที่เรียบร้อยแล้ว เธอเดินออกมายืนที่ระเบียงห้อง ทอดสายตาไปข้างหน้า ด้วยหัวใจที่เหม่อลอย ทิวเขาเหยียดตัวยาวสลับกันไปมา ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี ปกคลุมไปทั่ว ดูชุ่มชื่นสบายตา สายลมเย็นอ่อน ๆ พัดผ่านพอให้รู้สึกสบายตัว มโนสำนึกในวันนั้นผุดแจ่มชัดขึ้นมา ในสมองของหญิงสาว ภาพที่ศิลากอดลูกไว้ ยังตามมาหลอกหลอนความรู้สึก ใบหน้าเศร้าสร้อยที่ปกคลุมไปด้วย ความเสียใจและความผิดหวังของศิลา คำบอกลาคำบอกรักของเขา ยังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ ถ้าเธอตัดสินใจอภัยให้เขาเสียวันนั้น เธอก็คงไม่ต้องมาเสียใจอย่างทุกวันนี้ เธอไม่คิดว่าศิลา จะเลือกวิธีหนีหน้าไปจากทุกคน จนทุกคนเป็ห่วงเป็ใย จนกลายมาเป็ความทุกข์ใจไปตามๆ กัน เพราะเธอคนเดียว ที่ทำให้ศิลาหนีหายและจากไป ไม่รู้เหมือนกันว่า ชาตินี้จะได้พบเจอกันอีกหรือเปล่า
“แพร “จันทร์แขเรียกเบา ๆ
หญิงสาวหันมามองเ้าของเสียง
“คิดอะไรอยู่ “
“เปล่าค่ะ “แพรพิมพ์ปฏิเสธ
“เปล่าอะไร พี่มายืนอยู่ตั้งนานแล้ว แพรยังไม่รู้ตัวเลย แถมยังถอนหายใจเสียหลายเฮือก “
“ไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ ค่ะพี่แข “แพรพิมพ์ยืนยันเสียงแข็ง
“แพร ถึงแพรจะไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพี่ แต่พี่ก็รักแพรเหมือนน้องสาวจริง ๆ ของพี่ เราอยู่ด้วยกันมานานแล้วน่ะ ทำไมพี่จะไม่รู้จักนิสัยใจคอของแพร พี่อยากได้แพรคนที่พี่เคยรู้จัก แพรพิมพ์คนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อ โอบอ้อมอารี อ่อนหวาน ไม่เคยถือโทษโกรธใคร อภัยให้กับทุกคน ที่ทำพลาดอยู่เสมอ ๆ เจอหน้าทีไรก็มีแต่รอยยิ้ม อยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกอบอุ่น พี่ไม่ชอบแพร คนที่เป็อยู่ทุกวันนี้เลย ดูเงียบเหงาเศร้าสร้อย เหม่อลอย ขาดความสุข มีแต่ความทุกข์ไม่สร่าง รอยยิ้มที่เคยปรากฏ ก็หายไปจนหมดสิ้น เหลือแต่ใบหน้าที่เคร่งขรึม อมทุกข์อมโศก แพรปล่อยอะไรได้ก็ปล่อยซะ อะไรที่อภัยได้ก็อภัยเสีย อย่ายึดมั่นถือมั่นมากนักเลย ชีวิตคนเรามันสั้นนัก ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสจะได้ทำ เมื่อถึงวันที่เราละไปจากโลกนี้เมื่อไหร่ เราจะได้ไม่เสียใจไง อย่างน้อยก็ทำเพื่อลูก เขาบริสุทธิ์เกินไป ที่จะให้เขาเข้ามารับรู้ปัญหาของเรา ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาส จะบอกต่อหน้าศิลา เพียงแค่แพรคิดจะให้อภัยเขาก็เพียงพอแล้ว เพื่อความสุขของแพรและลูก “
แพรพิมพ์หันหน้าไปทางทิศทางเดิม ปล่อยใจปล่อยความคิด ให้ล่องลอยไปอย่างอ่อนใจ
“แพรขอโทษค่ะ ที่ทำให้พี่แข และทุก ๆ คน ไม่สบายใจและก็พลอยเป็ทุกข์ ไปกับเื่ของแพร แพรรู้ค่ะว่าทุกคนหวังดีกับแพร ให้ความรักความเมตตากับแพรเสมอมา แพรเข้าใจแล้วค่ะว่า ชีวิตคนเรานั้น มันวุ่นวายเพราะจิตใจพาไป เราจะมาพูดกันตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เราต่างคนต่างเลือก ทางเดินของตัวเองแล้ว ก็คงต้องก้าวเดินไปข้างหน้ากันต่อไป ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตามที “
“ทำไมต้องทำให้ตัวเองเจ็บด้วย ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้เลย แถมยังทำให้ลูกมาเจ็บ บนหนทางที่เราเลือกเดินด้วยหรือ “จันทร์แขถาม เพราะไม่เห็นด้วยในความคิดของหญิงสาว
“แพร ฟังพี่นะ ความรักเป็สิ่งสวยงาม บริสุทธิ์ คนเรานี่แหละ ที่ทำให้ความรักมันกลายเป็สีดำ หมดความงดงามด้วยจิตใจที่มีอคติ เหตุการณ์มันก็ล่วงเลยมานานแล้ว แพรควรจะปล่อยวางได้แล้ว เพื่อความสุขของแพรกับลูก แพรจะได้ก้าวเดินบนหนทาง ที่แพรเลือกอย่างมีความสุข พี่ก็คงจะพูดจะเตือนแพรได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับใจของแพรเอง ว่าจะตัดสินใจเลือกทางเดินของแพรแบบไหน พี่ขอบอกตรงตรง ๆ น่ะ ว่าพี่เป็ห่วงแพรกับลูกมาก อยากจะให้มีความสุข “
จันทร์แขวางมือของเธอลง บนมือของแพรพิมพ์ ที่เกาะอยู่บนขอบระเบียงบ้าน ราวกับจะถ่ายทอดความรู้สึกรัก และความเป็ห่วงเป็ใยให้แพรพิมพ์ได้รับรู้
“ขอบคุณค่ะพี่แข ที่เตือนสติแพร ขอบคุณมากที่ให้ความรัก ความเมตตา กับแพรและลูกเสมอมา
แพรพิมพ์ดึงมือออก จากการกุมมือของจันทร์แข
“แพรรักและเคารพพี่แขเสมอ แพรต้องขอโทษอีกครั้ง ที่ต้องทำให้พี่แข ทุกข์ใจไปกับแพรด้วย”
หญิงสาวพูดจบ พนมมือไหว้ขอบคุณจันทร์แข พร้อมสวมกอดจันทร์แข ด้วยน้ำตาที่นองใบหน้าของเธอ เพราะซาบซึ้งในความมีน้ำใจของอีกฝ่าย ถึงแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแพรพิมพ์ จะทำให้จิตใจของเธอแกร่งขึ้น แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเธอ ไม่เคยแกร่งตามจิตใจไปด้วยเลย
“เอาล่ะ เรายุติเื่นี้ก่อนดีกว่า ไปทานอาหารว่างกันเถอะ “
จันทร์แขบอก พร้อมกับเอาปลายนิ้วกรีดน้ำตาทิ้ง ให้กับน้องสาวต่างไส้ของเธอ แพรพิมพ์ยิ้มอ่อน ๆ ให้ แล้วพากันเดินออกจากที่ตรงนั้นไป
“กลับกันมาแล้วหรือ “จันทร์แขถาม เมื่อเห็นอาทิตย์หิ้วของพะรุงพะรังเดินเข้ามา
“มา มาเสือน้อย มากินขนมก่อนลูก “จันทร์แขเรียกเด็กน้อย
เสือน้อยเดินมานั่งที่เก้าอี้ จันทร์แขตักขนมใส่จาน แล้วนำมาวางไว้ข้างหน้าของเด็กน้อย พร้อมกับแก้วใส่น้ำหวาน
“ขอบคุณครับแม่แข “
เสือน้อยกล่าวด้วยความเคยชิน แล้วตักขนมทานอย่างเอร็ดอร่อย
“พี่อาทิตย์ไม่น่าจะสิ้นเปลือง ซื้อของเล่นแพงๆ ให้เลย แพรเกรงใจจังค่ะ “แพรกล่าวอย่างเกรงใจ เมื่อมองเห็นรถบังคับ และของเล่นอีกหลายชิ้น ที่วางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเสือน้อย
“ลำบากลำบนอะไรกันแพร พี่กับพี่เฟื่อง เต็มใจซื้อให้หลานเอง “อาทิตย์อธิบาย
“น้องแพรรู้ไหม พี่ต้องคะยั้นคะยอ ให้แกรับไว้นะเนี่ย แกจะไม่ยอมรับ บอกว่าของมันแพง กลัวคุณลุงเสียตังค์เยอะ คนข้างๆ ได้ยินหันมามอง แกเป็ตาเดียวกันหมด แล้วอมยิ้มให้ พี่นี้เป็ปลื้มเชียวแหละ “เฟื่องระย้าพูดโอ้อวด ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนลืมนึกไปว่า เสือน้อยไม่ใช่ลูกของตัวเอง
“แพรขอบคุณพี่ทั้งสองมากค่ะ ที่เอ็นดูเสือน้อย “แพรพิมพ์พนมมือไหว้อย่างนอบน้อม
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะน้องแพร “พี่กับพี่อาทิตย์ ก็รักเสือน้อยเหมือนลูกเหมือนหลาน พี่อยากมีสักคน จนป่านนี้แล้วยังไม่มีวี่แววเลย นี่ว่าจะขอน้องแขสักคน สงสัยจะแห้วเสียก็ไม่รู้ “เฟื่องระย้าพูดเสียงอ่อย เอามือลูบหัวเด็กน้อยไปมา ปลายสายตาไปมองน้องสามี
“เอ้า! พี่เฟื่องอย่ามองแขแบบนั้นซิคะ ไม่ใช่ความผิดของแขฝ่ายเดียวนะคะ โน้นคนโน้นนู้น ก็มีส่วนเหมือนกัน แขเองก็อยากมีจะตายไป “
จันทร์แขบอกความรู้สึก พร้อมชี้โบ้ยไปทางสามี
“เฮ้า! แข โยนให้ผมเฉยเลย คุณก็รู้นี่ว่าผม ..... ขนาดไหน “พงศ์เกษมพูดเสียงเบา ทอดเสียงเสียยืดยาว จนภรรยานึกอาย ค้อนให้วงเบ้อเริ่ม
“งั้นก็ต้องโทษพี่อาทิตย์นั่นแหละ ที่ไม่มีน้ำยา “จันทร์แขพาล หันมาว่าพี่ชาย
“เฮ้ย! ยัยแข พาลอะไรกับพี่เล่า เรานี่นิสัยขี้พาลยังไม่หายอีกหรือ มีสามีแล้วนะ เลิกได้แล้วนิสัยแบบนี้ “อาทิตย์แกล้งหยอกน้อง
ทุกคนต่างขบขันในการหยอกล้อของสองพี่น้อง ถึงกับหัวเราะออกมา ด้วยความเอ็นดู ในความรักใคร่กันของสองพี่น้อง
“พี่เฟื่องทำอะไรบ้างคะ เดี๋ยวแพรช่วย “แพรพิมพ์เสนอตัว
“แขด้วยค่ะ “จันทร์แขบอก หน้าเง้าหน้างอ เพราะยังงอนในตัวพี่ชายอยู่
“พี่อาทิตย์ดูซิครับ ผมนี้ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้าย ที่มีภรรยาเป็เด็กขี้งอน ดู ๆ ก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้างอนบ่อย ๆ จะน่ารักไหมหนอ “พงศ์เกษมกระเซ้าภรรยา
จันทร์แขหันขวับมาทางสามี มองตาเขียว แล้วหยิกที่ต้นแขนอย่างแรง จนพงศ์เกษมร้องเสียงหลง
“แพรไปรอในครัวก่อนนะคะ “
แพรพิมพ์ไม่อยากเห็นภาพหยอกล้อกัน ระหว่างพงศ์เกษมกับจันทร์แข เพราะมันทำให้ จิตใต้สำนึก มันปรากฏภาพขึ้นในสมองของเธอ
“เดี๋ยวซิแพร เดี๋ยวไปพร้อมกัน “จันทร์แขเรียกไว้ก่อน เมื่อเห็นแพรพิมพ์กำลังจะลุกเดินออกไป
แพรพิมพ์จำใจต้องนั่งลงตามเดิม
“หน้างอแบบนี้ ถ้าขืนปล่อยให้ไปช่วย รสชาติอาหารคงกระเจิดกระเจิง เพราะเห็นหน้าลูกมือแล้วกลัว รสชาติเลยพากันหนีหายกันไปหมด “อาทิตย์กำลังสนุก เมื่อได้แกล้งน้องสาวของเขา
“พี่อาทิตย์ก็พูดเกินไป “จันทร์แขทำหน้าบึ้งยิ่งขึ้น
“คุณอาทิตย์นี่แหย่น้องอยู่ได้ เดี๋ยวน้องแขยกเลิกสัญญา เราไม่แย่หรือคะ “เฟื่องระย้าติงสามี แล้วอมยิ้ม
“พี่เฟื่องนี่ก็อีกคน เป็ไปกับเขาด้วย “
“ไม่เอาน่าอย่างอนซี อายเสือน้อย เด็ก ๆ งอนน่ะน่ารัก ผู้ใหญ่งอน มองแล้วมันทำใจไม่ได้ “พงศ์เกษมเอียงตัวมาพูด
“โอ๊ย! “
จันทร์แขทุบอึก เข้าที่หน้าอกของสามี จนพงศ์เกษมร้องเสียงดัง
“สมน้ำหน้า อยากมารุมว่าแขกันดีนัก ไปกันเถอะค่ะพี่เฟื่อง ขืนอยู่ต่อแขจะกลายเป็ฆาตกร ฆ่าสามีสุดที่รักของตัวเอง “
“ผมก็ยินดีตาย เพราะฝีมือของภรรยาสุดที่รักของผม เหมือนกัน “พงศ์เกษมยังนึกสนุกกับการหยอกภรรยา
“คนบ้า “จันทร์แข ชไม้ชายตา ด้วยความเขินอาย
ภาพหยอกล้อกันระหว่าง จันทร์แขกับพงศ์เกษม ยิ่งทำให้ความรู้สึก ในหัวใจส่วนลึกของแพรพิมพ์เริ่มหวั่นไหว ภาพที่ศิลามาบอกลา วนเวียนเข้ามาในห้วงของมโนจิต หญิงสาวสะท้านในอก ที่ตนเองเป็สาเหตุให้เขาหนีหน้าหายไป จากทุกคน โดยเฉพาะตัวเธอเอง แพรพิมพ์พยายามขับไล่ ความหม่นหมองให้ออกไป จากห้วงมโนสำนึกของเธอ
“แพรเอาของไปเก็บในครัวก่อนนะคะ “
“พี่ไปด้วยแพร “จันทร์แขบอก แล้วคว้าถุงที่วางอยู่บนโต๊ะ วิ่งตามแพรพิมพ์ไปในครัว โดยมีเสียงหัวเราะคิกคัก ๆ ของอาทิตย์และพงศ์เกษม ดังไล่หลังเธอมา
“