ตอนที่ 7 เมดสาวกับอาหารสุดห่วยและความแค้นของคิว past.2
“ปิงดูสิ!คนนั้นมาอีกแล้วอะ”
“ห่ะ!อีกแล้วเหรอ”
ปิงหันไปมองชายอ้วนสิวเขรอะคนหนึ่งที่อยู่นอกร้านจ้องมองมาที่เธอ
เธอรู้สึกรำคาญเป็อย่างมากครั้งก่อนก็ที่มหาลัย เมื่อไหร่ชายคนนี้จะหลาบจำ
เธอเองก็ไม่อยากให้ลูกค้าลูกสึกไม่สบายใจเธอเลยกะจะไปไล่ชายคนนั้น
“นายยืนจ้องอยู่นอกร้านทำบ้าไรหะเห็นไหมลูกค้าเขาไม่สบายใจนะ”
“ปิง!เราขอโทษเธอจริงๆนะ เราไม่ได้ตั้งใจทำจริงๆ”
ปิงพยายามไล่ชายชายอ้วนสิวเขรอะคนนั้น
แต่ดูเหมือนชายคนนั้นจะพยายามพูดแก้ตัวบางอย่างอยู่
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นเื่ของเรามันเป็อดีตไปตั้งนานแล้ว ชั้นไม่อยากได้ยินอะไรจากปากของนายอีก”
“วันนั้นเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ---”
คำพูดแกตัวต่างๆนาๆของชายอ้วนสิวเขรอะแทบจะไม่ได้รับการรับฟังเลย
เพราะการที่เธอเข้าไปเห็นเขานอนกับผู้หญิงคนอื่นเข้าเต็มตามันก็เป็หลักฐานที่ยากจะปฏิเสธ
“หึ!หยุดพูดได้แล้ว ไม่ว่ายังไง ฉันก็ไม่กลับไปคบกับนายแน่นอน”
หลังจากเธอพูดจบครั้งนี้ชายอ้วนสิวเขรอะก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที
ครั้งนี้เขาโกรธจนตัวสั่นก่อนจะชี้หน้าด่าพนักงานร้านอาหารสาวที่ชื่อว่า ‘ปิง’
“เธอเองมันก็เป็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำคนนึงเท่านั้นแหละอย่าทำเป็หยิ่งไปหน่อยเลย คนแบบชั้นถึงขั้นยอมลดตัวมาขอร้องคนธรรมดาแบบเธอเลยนะ...รู้ไว้สะเธอมันก็แค่กระหรี่คนนึงเท่านั้นแหละ...ชั้นรู้นะ ว่าตอนนี้เธอเอาผู้ชายคนอื่นมานอนด้วย”
“ฮ่าฮาๆๆ แบบนั้นแหละ แบบนั้นแหละ!แสดงด้านที่แท้จริงของนายออกมาเลย ชั้นจะได้รู้สึกดีกว่าเดิมที่ได้เลิกกับนายชั้นไม่ได้เกลียดนิสัยแบบนี้ของพวกเกรทเทอร์หรอกนะ...เพราะชั้นรู้อยู่แล้วว่าพวกเกรทเทอร์ส่วนใหญ่มันก็มีนิสัยสันดานแบบนี้กันทั้งนั้นแหละและสาเหตุหลักที่ชั้นเลิกกับนายก็เพราะชั้นจับได้ว่านายไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นแค่นั้น...อีกอย่างตอนนี้ชั้นจะนอนกับใครมันไปเกี่ยวข้องอะไรกับนายด้วย”
ชายอ้วนสิวเขรอะด่ากราดใส่พนักงานสาว
แต่ทางฝั่งพนักงานสาวพูดตอบโต้ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง...และนั้นทำให้ชายอ้วนสิวเขรอะโกรทตัวสั่นจนแทบจะขาดใจไปนอนชักดินชักงออยู่บนพื้น
ตัวของชายอ้วนสิวเขรอะนั้นแม้จะไม่ใช่เกรทเทอร์ที่มีระดับที่ดีเท่าไหร่เป็เพียงเกรทเทอร์ระดับล่างคนนึงเท่านั้น มีมานาที่ต่ำ และมีแค่มานาสีเดียวนั้นคือมานาสีน้ำเงิน
ถึงแม้จะอันดับไม่ดีเป็เกรทเทอร์ระดับล่าง แต่เขาก็ยังเป็เกรทเทอร์อยู่ดี
และเมื่อเทียบกับพนักงานสาวอดีตแฟนของเขาละ
...
เื่ของทั้งคู่นั้นแยกย้ายและจบลงได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ทางฝั่งชายอ้วนสิวเขรอะ้าที่จะลงมือกับพนักงานสาวอดีตแฟนด้วยกำลังแต่ก็ถูกลูกค้าร้านอาหารชาวต่างชาติที่เป็เกรทเทอร์มาห้ามเอาไว้และตัวเขาเองก็ไม่โง่พอจะลงมือกลางแจ้งเช่นกัน
----แต่แค้นนี้ตัวเขาจะไม่มีทางลืมแน่นอน
...
..
.
ยามค่ำคืนอันแสนสุขหลังจากที่พี่สาวของคิวเลิกงาน
“คิว! พี่กลับมาแล้ว”
เสียงของพี่สาวดังขึ้นคิวรีบวิ่งไปต้อนรับพี่สาวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทันทีโดยไม่สนใจเพื่อนในปาร์ตี้เล่นเกมเลยแม้แต่น้อย
“ทายสิ พี่เอาอะไรกลับมาด้วย”
ทางด้านพี่สาวเองก็ทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นกันพร้อมกับในมือถือห่อใส่อาหารบางอย่างเอาไว้
...
“โอ้วว!! พี่ครับนี้มันไก่ทอดร้านโปรดของผมนิ”
คิวดีใจเป็อย่างมากที่พี่สาวซื้อไก่ทอดร้านโปรดรสเลิศมาให้
...
สองพี่น้องกินไก่ทอดด้วยกันอย่างมือความสุข
ภายในใจนั้นพลันนึกถึกอดีตที่ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของจะมีความสุขได้ถึงขนาดนี้
“คิว เป็อะไร ไม่ชอบเหรอ เดี่ยวพี่ไปซื้ออย่างมาให้กินก็ได้นะ”
พี่สาวเป็กังวลทันทีเมื่อเห็นน้องชายกินไก่ทอดไป พลางน้ำตาไหล
“เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกมีความสุขมากเลย”
พี่สาวเมื่อได้ยินอย่างงั้นก็เผลอยิ้มและหัวเราะออกมา
“เมื่อกี้พี่หัวเราะผมเหรอ”
“เปล่านะ! พี่ไม่ได้หัวเราะสักหน่อย ฮ่าฮา”
“นั้นไง พี่หัวเราะผมจริงๆด้วย”
คิวเหมือนจะงอนแก้มป่องแต่ก็เผลอหัวเราะออกมาเช่นกัน
“อุ๊บซ์!! ฮ่าฮาๆๆ”
บรรยากาศภายในห้องเช่าเล็กๆแห่งนี้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะของสองพี่น้อง บรรยากาศนั้นชั่งอบอุ่นใจเป็อย่างมาก เป็ความสุขที่คิวนั้นขาดหายไปนาน...มันได้กลับมาแล้ว
---แต่ในอีกด้านหนึ่งเพื่อนร่วมปาร์ตี้ภายในเกม ที่คิวทิ้งไปไม่ได้บอกกล่าว
“ไอคิวมันหายหัวไปไหนวะ”
“โว้ว ไม่ไหวแล้วโว้ย 4 ต่อ 5”
[กดยอมแพ้****]
[โหวต 4/5 ผ่าน]
[ทีมน้ำเงิน ยอมแพ้สำเร็จ]
...
..
.
ยามค่ำคืนที่ปิงเดินกลับห้องเช่าหลังจากที่ทำงานจนเสร็จ
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่ามีเงาหนึ่ง แอบเดินตามเธออยู่
เงานั้นเห็นเธอเข้าไปในห้องเช่าเล็กๆแคบๆอย่างกับรูหนอนแห่งหนึ่ง
และได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาอย่างมีความสุขก็เกิดความอิจฉาตาร้อนขึ้นมาทันที
“บัดซบ! นังกระหรี่นั้น ทีตอนอยู่กับชั้นไม่เห็นเธอจะทำตัวแบบนี้บ้างเลย”
...
เงานั้นแทบจะทนรอไม่ไหวอยากจะลงมือให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
แต่ของก็อดทนรอจนไฟในห้องเช่าที่เฝ้ามองอยู่นั้นดับลง และมั่นใจว่าผู้คนภายในห้องเช่านั้นหลับหมดแล้ว
การลงมือจึงเริ่มขึ้น
เงานั้นเดินไปที่หน้าห้องเช่าก่อนที่จะใช้มือค่อยๆขยำลูกบิดเบาๆโดยพยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุด
แล้วลูกบิดประตูก็พังลงประตูถูกเปิดออก
เงานั้นเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง
เขาเดินย่องเบาเข้าไปหาปิงอย่างช้าๆ
...
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน
ทางด้านของปิงก็สดุ้งตื่นขึ้น...เนื่องจากััได้ว่าร่างกายหนักขึ้นมา
และเธอก็ต้องใเป็อย่างมากเมื่อเธอเห็นชายอ้วนสิวเขรอะอยู่ตรงหน้า
เธอนั้นรู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีแต่ก็พยายามรวบรวมสติ
“นี่นายทำถึงขั้นนี้เลยเหรอ!”
และสิ่งแรกที่เธอจะทำก็คือการเรียกคนมาช่วย
เธอพยายามจะหยิบมือถือแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากมือและเท้าถูกเส้นสีเหลืองเหนียวๆบางอย่างรัดไว้แน่น
เมื่อเธอพยายามจะะโขอให้คนมาช่วยก็ถูกชายอ้วนสิวเขรอะใช้สกิลเรียกเส้นสีเหลืองเหนียวๆมาปิดปากของเธอไว้
ภายในแววตาของปิงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็อย่างมาก
แต่ทางชายอ้วนสิวเขรอะนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ไม่อยากเชื่อเลยนะเนี่ย ว่าเธอจะเป็พวกวิปริตชอบกินเด็ก”
ปิงนั้นไม่เข้าใจสิ่งที่ชายอ้วนสิวเขรอะพูด...‘ชายคนนี้มันพูดบ้าอะไรของมัน’
ก่อนที่ชายอ้วนสิวเขรอะจะใช้สกิลเรียกลูกไฟเท่ากำปั้นออกมา
ลูกไฟเท่ากำปั้นถือเป็ที่สุดของชายอ้วนสิวเขรอะแล้วเนื่องจากระดับมานาของเขานั้นต่ำมาก
แต่ลูกไฟเท่ากำปั้นก็เพียงพอที่จะเผามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็เถ้าถ่าน
เขาเตรียมที่จะปาบอลไฟใส่ร่างของเด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นอนหลับปุ๋ยข้างๆปิง
ปิงพยายามที่จะจะกรีดร้องดังๆและดิ้นทุรนทุรายทันที น้ำตาของเธอไหลพรากด้วยความกลัว
แต่ก็ได้ยินเพียงแค่เสียงอู้ๆอี้ๆจากปากของเธอ
ชายอ้วนสิวเขรอะที่เห็นเธอดิ้นทุรนทุรายเป็อย่างมากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง จึงหยุดมือลง
ก่อนที่จะคลายสกิลเส้นสีเหลืองที่ปิดของเธอไว้
ปิงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“นายจะทำอะไรฉันก็ได้นะ แต่ขอร้อง อย่าทำอะไรน้อ---อนัอนย"
ปิงที่พูดไม่ทันจบก็ถูกชายอ้วนสิวเขรอะปิดปากไว้อีกครั้งก่อนที่ชายอ้วนสิวเขรอะจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาลและหยาบคาย
“อ่อ!!! นี่เธอรักมันมากใช่ไหม เธอรักไอชู้นี้มากใช่ไหม”
ปิงรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาทันทีชายอ้วนสิวเขรอะคนนี้นั้น โรคจิตและวิปริตเกินเยียวยาแล้ว
“ได้ถ้าเธอรักมันมาก ก็ไปตายด้วยกันสะเลย”
ชายอ้วนสิวเขรอะเผยรอยยิ้มที่ทั้งโฉดและโเี้ออกมา เขาใช้เส้นสีเหลืองรัดมือ และเท้าของคิวไว้เช่นกัน
ก่อนที่จะเรียกลูกไฟเท่ากำปั้นออกมาแล้วปาไปมันไปตามมุมห้อง
ไฟค่อยๆลามทีละนิดและเกิดกลุ่มก้อนควันสีดำขนาดใหญ่
“ว่าไงที่รัก มีอะไรจะพูดเป็ครั้งสุดท้ายไหม”
ชายอ้วนสิวเขรอะคลายสกิลบริเวณปากให้กับปิงเพื่อพูดคุยกันเป็ครั้งสุดท้าย
“ปล่อยน้องฉันไป”…
“...ถ้าไม่มีอะไรจะที่ดีๆจะพูดแล้ว ก็ค่อยๆโดนไฟเผาตายไปสะ”
...
หลังจากนั้นชายอ้วนสิวเครอะก็ออกไปนอกอาคารพร้อมกับจุดไฟบริเวณโดยรอบอีกหลายกอง
ปิงใช้โอกาสนี้ตระโกนให้คนช่วย...แต่ก็สำลักกลุ่มควัน
และตอนนี้ภายนอกอาคารก็เกิดเหตุชุลมุนเป็อย่างมาก
ผู้คนที่เห็นควันไฟก็ตระโกนกันเสียงดังพยายยามหนีออกจากตัวอาคาร
คิวที่ตื่นขึ้นมาก็ดูสับสนเป็อย่างมากเขาเห็นชายอ้วนสิวเขรอะคนหนึ่งทำร้ายพี่สาวของเขาและเป็คนก่อเหตุลงมือทุกอย่างขึ้น...แต่ด้วยมือและเท้าที่ถูกรัดแน่นแม้เขาจะอยากช่วยพี่สาวเพียงใด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขารู้สึกไร้ประโยชน์เป็อย่างมากที่ทำได้แค่มอง
และมองเห็นชายอ้วนสิวเขรอะจากไปแบบชิลๆ
“พี่ครับ ผมถูกรัดด้วยอะไรบางอย่าง มันแกะไม่ออก”
“ใจเย็นๆนะคิว เดี่ยวพี่จะช่วยเอง”
คิวนั้นดูสับสนเป็อย่างมากแต่ก็พยายามดิ้นรนแบบสุดชีวิต
ปิงพยายามใช้ไฟในการตัดเส้นเหลืองแม้ว่ามือของเธอจะโดนเผาไปด้วยก็ตาม แต่วิธีที่เธอทำอยู่มันก็ไร้ผล เส้นสีเหลืองทนความร้อนได้ดีมาก
เธอพยายามดิ้นรนทุกวิถีทาง...เธอสังเกตเห็นว่าเส้นสีเหลืองนี้แม้จะทนความร้อนได้ดีแต่ก็ไม่ได้มีความแข็งแรงมากมายอะไร
มือของเธอนั้นโดนรัดไขว้หลังและตอนนี้เองไฟมันได้ลามไปทั่วจนไม่เหลือเวลาให้คิดแล้ว
เสี้ยววินาทีตัดสินใจครั้งสำคัญ
ปิงรีบใช้ปากของเธอกัดไปที่เส้นสีเหลืองที่รัดเท้าของน้องชาย
“พี่ครับพี่จะทำอะไรน”
ปิงไม่สนใจเสียงของน้องชายเธอกัดเส้นสีเหลืองแน่นใช้ฟันสีมันไปมา...แม้การกระทำของเธอจะทำให้ฟันบางซี่มันหักและหลุดออกมาจนเืสีแดงสดกรอกอยู่เต็มปาก
---และในที่สุดความพยายามของเธอก็เป็ผล
เมื่อเส้นสีเหลืองที่รัดเท้าของน้องชายขาดลง
...
“คิว รีบหนีไปสะ!!!”
“ไม่ ผมจะไม่ทิ้งพี่ ผมจะช่วยพี่ ผมจะไมไปไ--”
“ปั๊ค!!!”
คิวที่พยายามจะปฏิเสธก็ถูกหัวของพี่สาวโขกไปที่ใบหน้าเพื่อเรียกสติพร้อมกับใบในที่โกรธและเดือดดาลครั้งแรกของพี่สาว ที่แสดงมาให้คิวเห็น
“รีบไปสะคิว!”
คิวเมื่อเห็นใบหน้าของพี่สาวก็รู้สึกเ็ปเป็อย่างมากแม้มือยังถูกรัดอยู่แต่ขาของเขาก็เป็อิสระแล้ว
“เดี่ยวผมจะรีไปตามคนมาช่วย พี่รอผมแปปนึงนะ”
คิวรีบวิ่งออกไปทันที
...
..
.
“คิว!!! อย่าลืมกินให้เยอะๆนะ ตัวจะได้สูงๆ”
คำพูดสุดท้ายของพี่สาวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
...
เมื่อคิวหายไปจากระยะสายตา
ปิงก็สลบหมดสติลงทันทีแม้ว่าตอนนั้นไฟยังลามมาไม่ถึงตัวเธอ...แต่ด้วยกลุ่มควันที่มากเกินและอากาศที่น้อยลงทุกที
...
ภายนอกห้องเช่านั้นชุลมุนวุ่นวายมากผู้คนต่างหนีตายกับเหตุการณ์ไฟไหม้
“ช่วยพี่ผมด้วยครับ!!! พี่ผมยังติดอยู่ด้านในใครก็ได้!!!!!!”
หนุ่มน้อยคนหนึ่งกำลังะโเสียงดังลั่นด้วยความตื่นตัว ส่งเสียงร้องเรียกเพื่อให้ผู้คนไปช่วยพี่สาวของเขา
----แต่เสียงที่สุดแสนจะดังลั่นของเขาในสถานการณ์ที่วุ่นวาย...ก็ไม่มีผู้ใดเลย ที่สนใจเขา
เหมือนเสียงะโอันดังลั่นของหนุ่มน้อยนั้นชั่งเบาบางเสียเหลือเกิน
ไฟไหม้เริ่มลามและทวีความรุนแรงหนักขึ้น อาคารเริ่มทรุดตัว
เหตุการณ์ไฟไหม้นั้นถูกแจ้งเ้าหน้าที่ดับเพลิงไปนานแล้วแต่ยังไม่เห็นวี่แววของเ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงเลย
หนุ่มน้อยคิวนั้นเริ่มหมดความอดทนเมื่อไม่มีใครช่วย เขาเองก็จะเข้าไปช่วยพี่สาวของเขา แม้จะต้องตายเขาก็ยอมตัวเขานั้นไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว
คิวพยายามวิ่งเข้าไปยังตัวอาคารที่ไฟลุกท่วม
แต่เขาก็ถูกดึงรั้งห้ามเอาไว้ด้วยพวกผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมเข้าไปช่วยพี่สาวเขาั้แ่แรก
“ไอหนูจะทำอะไรนะ บ้าเหรอไฟมันลุกท้วมแล้วนะ”
“ไม่นะ ปล่อยผม! ปล่อยผมไป! ผมจะไปช่วยพี่!!!”
ชายมีอายุคนหนึ่งดึงรั้งคิวไว้ไม่ให้เขาเข้าไปในกองเพลิง
คิวพยายามดิ้นแรงสุดชีวิตแต่ก็ไม่อาจจะสู้แรงของผู้ใหญ่ได้
“แง~!!! ผมจะเข้าไปช่วยพี่ ปล่อยผม!!!”
หนุ่มน้อยหลั่งน้ำตาร้องลั่นดิ้นทุรนทุลาย ตัวเขานั้นไม่อาจทำอะไรได้เลย
ภาพตรงหน้าเป็กองเพลิงที่ร้อนระอุซึ่งภายในมีพี่สาวที่เขารักมากที่สุดอยู่ด้านใน
...
----อีกด้านหนึ่งเื่ราวของพนักงานดับเพลิงชายหัวฟูอายุประมาณ 40 ปี
เมื่อพวกเขามาถึงทุกอย่างก็กลายเป็เถ้าถ่านไปเสียแล้ว
ส่วนสาเหตุที่พวกเขามาสายนั้นก็เป็เพราะว่าหัวหน้าคนใหม่ที่เป็เกรทเทอร์ ที่ไม่มีความรู้เื่การดับเพลิงอะไรเลยแต่ดันอยากเป็พนักงานดับเพลิง เขาตั้งกฎระเบียบใหม่ ที่ทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องรอเขามาถึงก่อน
นั่นทำให้ชายหัวฟูที่มีประสบการณ์โชกโชนรู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก
...
..
.
เวลาผ่านไปนับสัปดาห์
พวกเขาจับตัวคนร้ายได้ในที่สุด...อีกทั้งคนร้ายนั้นยอมรับสารภาพทุกอย่างอีกด้วย
เพียงแต่...ไม่รู้เป็โชคร้ายหรือเื่ปกติไปแล้ว
คนร้ายที่เป็เกรทเทอร์ทุกคนจะถูกนับไปตัดสินยังศาลเกรทเทอร์
แน่นอนว่าศาลเกรทเทอร์ตัดสินว่าชายอ้วนสิวเขรอะมีความผิดจริง
แต่โทษที่เขาได้รับนั้นกลับเป็พียงแค่ต้องไปปรับทัศนคติ 1 ปี
และต้องเป็เกรทเทอร์รับใช้รัฐบาลแบบฟรีๆอีก1 ปี
...
คำตัดสินของศาลเสร็จสิ้น ชายอ้วนสิวเขรอะเดินออกจากศาลไปพร้อมกับรอยยิ้ม
...
..
.
อีกด้านหนึ่ง นักข่าวกำลังสัมภาษณ์หัวหน้าทีมดับเพลิง
“เหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ไฟไหม้ลามไปหลายอาคาร แต่มีผู้เสียชีวิตมีแค่คนเดียว และไม่มีผู้ได้รับาเ็หนักเลยคุณรู้สึกยังไงบ้างคะ”
ไมโครโฟนของนักข่าวถูกจ่อไปถามหัวหน้าทีมดับ
“อ่อ!...เื่นั้นต้องบอกว่าผมและทีมงานเราทำงานกันได้ดีมากครับ ทั้งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผมภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากเลยครับเราจะทำงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน”
หัวหน้าทีมดับเพลิงพูดอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับส่งยิ้มให้กล้อง
“เป็การมาทำงานวันแรกๆแท้ๆแต่กลับทำมันได้สุดยอดมากเลยคะ”
นักข่าวคนหนึ่งพูดขึ้นมา...เพียงแต่คำพูดของเธอนั้นทำให้คนที่รู้ดีอย่างชายหัวฟู ที่ยืนมองนักข่าวกำลังสัมภาษณ์หัวหน้าทีมดับเพลิงอยู่นั้นถึงกับต้องเบือนหน้าหนี
...
่เวลาหลังจากนั้นก็เป็การพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในเชิงการอวยหัวหน้าทีมดับเพลิง
...เพียงแต่ว่าเหล่าลูกทีมดับเพลิงของเขานั้นต่างก็รู้ดีว่ามันเป็ยัง
กับความจริงที่ว่า ‘เหตุการณ์ณืในครั้งนี้ อาจไม่มีใครเสียชีวิตเลยก็ได้’
หากพวกเขาไปเร็วกว่านั้นและไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
ชายหัวฟูพูดอย่างคับแค้นใจ
...
ผู้เสียชีวิตในครั้งนี้เป็หญิงสาวมหาลัย
สภาพศพนั้นแทบไม่น่ามองิัไหม้เกรียมดำเป็เถ้าถ่าน ถูกห่อด้วยผ้าสีขาวพันไปทั่วร่าง
ข้างๆศพของเธอมีเด็กน้อยคนหนึ่งน้ำตาหลั่งไหลเป็สายธารดิ้นทุรนทุรายแทบขาดใจ
...
ภายในใจนอกจากความเศร้าแล้วยังมีความเกลียดชัง และความเคียดแค้นแบบถึงที่สุด
‘ความเคียดแค้นที่มีต่อเหล่าเกรทเทอร์ทั้งหลาย’
…
..
.
กลับมายัง่เวลาปัจจุบัน
ณ ร้านอาหารฝรั่งเศสในประเทศอิตาลีแห่งหนึ่งมีหญิงชายคู่หนึ่ง กำลังแข่งขันทำอาหารฝรั่งเศสกันอยู่
ฝ่ายชายนั้นเป็คนฝรั่งเศสแท้ๆและกำลังทำเมนูพื้นเมืองของทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส มันคือสตูว์ผักชนิดหนึ่ง...แม้จะเป็เมนูพื้นๆแต่เขามั่นใจกับเมนูนี้เป็อย่างมาก
ส่วนอีกฝ่ายนั้น ดูแล้วคงจะกำลังทำ‘ฟัวกราส์’ อยู่อย่างแน่นอน
‘หึ! คิดจะแข่งทำอาหารฝรั่งเศสกับเชฟฝรังเศสแท้ๆอย่างชั้นเนี่ยนะ ยังเร็วไปร้อยปีนังหนู’ ฝ่ายชายคิดในใจพลางลูบหนวดเบาๆ
...
และแล้ว่เวลาตัดสินก็มาถึง
ฝ่ายชายนั้นมั่นใจเป็อย่างมาก ว่าเขาจะชนะ...เพราะต่อให้ฝ่ายหญิงฟรุ๊คทำอาหารออกมาได้ดีกว่าอร่อยกว่า เธอก็ไม่มีทางชนะอย่างแน่นอน
นั่นก็เพราะกรรมการที่ตัดสินนั้นเป็เพื่อนของเขานั้นเอง
การเลือกผู้ที่มาเป็กรรมการการตัดสินในครั้งนี้คือลูกค้าที่จะเข้ามาในร้าน
จากนั้นก็ให้ลูกค้าชิมโดยที่ไม่บอกว่าเมนูไหนเป็ของใครแล้วให้เลือกว่าเมนูไหนอร่อยกว่ากัน
...แต่ร้านแห่งนี้นั้นไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยฝ่ายชายเลยทำทีเป็ว่า ให้เพื่อนของเขามาเป็ลูกค้า
แล้วบอกเมนูที่เขาจะทำ แผนการสมบูรณ์เพอร์เฟค
...เพียงแต่ ยังมีความเสี่ยงอยู่ว่าฝ่ายหญิงจะทำเมนูเดียวกัน
แต่เมื่อฝ่ายชายเห็นว่าฝ่ายหญิงทำเมนูคนละอย่างกันเขาก็โล่งใจขึ้นมาทันที
...
อาหารของของทั้งคู่ถูกเสิร์ฟต่อหน้าลูกค้าชายที่เป็กรรมการตัดสิน
ฝ่ายชายแอบขมิบตาให้กับเพื่อนของเขาที่เป็กรรมการ
...
กรรมเริ่มชิมอาหารจานแรกที่เขาชิมคือสตูว์ผักนั้นเอง
อาหารถูกตักเข้าปากอย่างช้าๆก่อนที่กรรมการจะเริ่มบดเคี้ยวอาหารในปาก
กรรมการตัวชงักไปแปปหนึ่งเนื่องจากเขารู้สึกแทบจะสำรอกสิ่งที่กินออกมามากๆ
‘รสชาติบ้าอะไรวะ ห่วยชิบหาย’
แต่เขาก็ฝืนกินจนหมดคำ ก่อนที่จะปั้นหน้ายิ้มแล้วพูด
“อาหารจานนี้ รสชาติดีมาก”
ฝ่ายชายเมื่อได้ยินดังนั้นเขายิ่งรู้สึกได้ถึงชัยชนะที่เพิ่มขึ้น...ส่วนฝ่ายหญิง ยังคงมีสีหน้าที่เรียบนิ่ง
กรรมการเริ่มกินอาหารจานต่อไป...
กรรมการนั้นคิดไปว่า อาหารจานนี้ต่อให้รสชาติออกมาดีหรือ แย่
หลังจากชิม ก็แค่พูดออกไปว่า ‘มันเป็จานที่ห่วยแตกมากๆ’ แค่นั้นก็พอ
...
อาหารถูกตักเข้าไปในปาก
รสชาติและ เท็กเจอร์แบบนี้มันอะไรกัน...
ภาพต่างๆในหัวของเขาเริ่มถูกซูมออกไปไกล---
“อย่างกับแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางฝูงเป็ดในแม่น้ำแห่งสรวง์รสชาติของมันทั้งอร่อยและล้ำลึกเสียเหลือเกิน”
และอาหารจานที่สองถูกกินจนหมดภายในเวลาเพียงไม่นาน
“ขออีก!!! ขออีก!!!”
กรรมการเหมือนหมาป่าที่กำลังหิวโซขอกินอาหารจานนี้อีก
“เห้ย! แกจะทำแบบนี้ไม่ได้ฉันให้แกมาตัดสินว่าฉันชนะนะโว้ย!”
ชายเ้าของร้านพูดอย่างเดือดดาลด่าทอกรรมการเพื่อนของเขา...
แต่ดูถ้าเพื่อนของเขาจะไม่สนใจแล้วนอกจากจะกินอาหารนั้นอีก
“คงได้ผู้ชนะแล้วสินะคะ”
เมดสาวยังคงพูดด้วยหน้าตาและท่าทางแบบนิ่งๆไม่มีความตื่นเต้นใดๆ
“ม่ายยย!!! ฉันไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด”
เ้าของร้านพูดเสร็จใช้นิ้วจิ้มไปที่น้ำซอสในจานอาหารที่เมดสาวทำพร้อมกับชิมรสชาติของมัน
“อื่ม!...รสชาติมันก็ธรรมดานิ”
เ้าของร้านยังคงไม่ยอมรับและพูดด้วยความโกรธ
“ไม่คะ! ของคุณต้องจานนี้คะพอดีว่าฉันทำไว้สองจาน ของคุณต้องชิมจานนี้เท่านั้น”
เมดสาวหยิบจานอาหารที่หน้าตาเหมือนจานก่อนหน้าที่เธอทำ
“หึ! จะจานไหนมันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ”
แม้จะพูดไปอย่างงั้น แต่เ้าของร้านก็ยังลองชิมมันดู
…
และแล้วภาพในหัวของของเ้าของร้านก็ถูกซูมออก
“โอ้ว! นี่มันรสชาติที่มันขาดหายไปนานเหมือนได้ว่ายน้ำท่ามกลางฝูงเป็ดแห่งสรวง์”
เ้าของร้านพูดพลางน้ำตาเล็ด
...
----แต่พอกรรมการเพื่อนของเขามาลองชิมอาหารจานนั้นด้วย
“แหวะ! ทำไมจานนี้มันโคตรห่วยเลยวะ”
“หนอยแก! หมายความว่าไงวะที่บอกว่าอาหารจานนี้ห่วย”
เ้าของร้านเถียงกับเพื่อนของเขาทั้งคู่ทำสีหน้าไม่พอใจใส่กัน
“อย่าทะเลาะกันเลยคะ”
เมดสาวห้ามทั้งคู่ด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบแถมดูจริงจังขึ้นก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“แม้จะเป็เมนูเดียวกันหน้าตาเหมือนกัน กลิ่นที่คล้าย แต่รสชาติที่ฉันทำ มันคือคนละอย่างกันเลยคะ”
เมื่อเ้าของร้านฟังจบดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
...
“เธอรู้ได้ยังไงว่าใครชอบรสชาติแบบไหนหรือว่าจริงๆแล้ว...เธอเป็เกรทเทอร์งั้นเหรอ!!!”
เ้าของร้านนั้นจะไม่ได้เกลียดเกรทเทอร์แต่เขาก็สงสัยในตัวเมดสาวคนนี้เป็อย่างมาก
“คิดว่าไม่ใช่ แต่ก็ใกล้เคียงคะตัวฉันนั้นมีสกิลที่สามารถรับรู้รสชาติ และความปรารถนาของผู้อื่นได้...คุณเ้าของร้านตัวคุณเองไม่ใช่เหรอคะที่รู้ตัวดีที่สุด ว่าทำไมตัวคุณถึงได้ไปชอบรสชาติของอาหารที่ผิดเพี้ยนและห่างไกลจากรสชาติที่คนปกติทั่วไปเขาชอบกัน...อันที่จริงตัวคุณไม่ควรมาเปิดร้านอาหารด้วยซ้ำ”
เมื่อเ้าของร้านฟังจบร่างกายก็เหมือนสิ้นแรงหัวเข่าทรุดลงไปกับพื้นทันที
น้ำตาของเขาก็เริ่มหลั่งไหล...เขาเริ่มเล่าย้อนกลับไปในอดีต
ร้านแห่งนี้เคยเป็ร้านอาหารชื่อดังมีลูกค้าแน่นร้าน มีพนักงานหลายชีวิต
----แต่ความรุ่งเรืองทั้งหลายก็พังทลายลง
เมื่อมีชายคนหนึ่งนำอาหารเมนูหนึ่งมาเสนอกับเขาและลองให้เขาชิมดู และเมื่อเขาลองชิมมัน เขาััได้ว่า มันเป็รสชาติที่ห่วยที่สุดในชีวิตของเขาเลยเขาจึงด่าทอชายลึกลับคนนั้นไปหลายครั้ง
และความชิบหายก็เริ่มขึ้นหลังจากนั้นแทบจะในทันที...ลิ้นของเขานั้นรับรสชาติได้ผิดเพี้ยนและห่างไกลไปจากเดิมมากตัวเขานั้นเหมือนโดนคำสาป...
เขาเริ่มรู้สึกว่าต่อมรับรสของเขามันสลับขั้วกันอาหารที่เขาเคยบอกว่าห่วยที่สุดดันเป็รสชาติที่อร่อยที่สุด...อาหารที่เขาเคยบอกว่าอร่อยที่สุดดันเป็รสที่ห่วยแตกที่สุด
และอาหารที่เขาทำ เริ่มโดนด่าและดูถูกต่างๆสารพัดลูกค้าเริ่มหายไป พนักงานก็เริ่มลาออก และท้ายที่สุดร้านของเขาก็แทบไม่มีลูกค้าอีกเลย
----และที่น่าเจ็บใจเป็ที่สุดคือชายลึกลับคนนั้น
ได้เปิดร้านอาหาร ใกล้ๆเขาและความจริงแล้ว ชายลึกลับคนนั้นเป็เกรทเทอร์นำสกิลพิเศษมาประยุกต์ใช้ในการทำอาหาร เช่น ความสามารถในการควบคุมไฟโชว์ทำอาหาร
...ลูกค้าเลยแห่ไปที่นั้นกันเพียบลูกค้าหลายคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่า แม้รสชาติอาหารจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่แต่ด้วยโชว์และเอนเตอร์เทนระหว่างรออาหารมันชั่งน่าตื่นเต้น และไม่น่าเบื่อเลย....
เ้าของร้านเล่าทั้งน้ำตา เขารู้ดีว่าสักวันร้านแห่งนี้ก็ต้องมาถึงจุดจบ เงินเก็บก็แทบไม่มีเหลือแล้ว แต่ตัวเขานั้นรักในอาชีพนี้จริงๆ จึงยังคงอยากที่จะทำมันให้ถึงที่สุด
...
เมื่อเ้าของร้านเล่าจบเพื่อนของเขาก็เข้ามาปลอบทันที
“อย่าเศร้าไปเลยเพื่อน กูเข้าใจมึง มึงต้องโดนไอหมอนั้นร่ายคำสาปใส่แน่นอน”
ยิ่งฟังบรรยากาศโดยรอบก็ยิ่งเศร้า
“มัวเศร้าเสียใจไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาคะฉันคิดว่าอาการผิดปกติที่คุณเป็อยู่นั้นสักวันต้องแก้ไขได้แน่นอน”
เ้าของร้านตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นดีใจพร้อมหันไปมองเมดสาวหน้านิ่งที่เป็เหมือนดั่งเทพธิดามาโปรด
“เธอพูดจริงเหรอ มันสามารถแก้ได้จริงๆอย่างงั้นเหรอมันต้องทำยังไง แล้วเมื่อไหร่---”
“ใจเย็นๆก่อนคะมันต้องรู้ก่อนว่าความสามารถที่คุณโดนมันคืออะไร ฉันจะคอยช่วยเหลือคุณเองคะ”
“เธอจะช่วยฉันเหรอ”
เ้าของร้านน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความดีใจ
...
“คะ! ฉันจะช่วยคุณแต่มีข้อแม้คือ คุณต้องให้ฉันเป็เฮดเชฟและหุ้นส่วนของร้านนี้คะ”
...
เมื่อเ้าของร้านฟังจบแม้จะคิดอยู่แปปนึง แต่หลังจะนั้นเขาก็ดีใจแทบจะะโโลดเต้น
“ตกลงตามนั้น ดีเลย ถ้าได้เธอมาเป็เชฟร้านของฉันต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นนอน”
“ดีเลยเพื่อน กูเองก็ว่างงานอยู่พอดีกูขอมาทำงานที่ร้านมึงด้วยได้ป่าว”
เพื่อนของเ้าของร้านเองก็ดูใจด้วยเช่นกันพลางเล็งเห็นถึงโอกาสความรุ่งเื่ที่จะเกิดขึ้น
หากได้เมดสาวคนนี้มาเป็เชฟ การเป็ร้านอาหารมิชลินสตาร์ระดับ3 ดาว ก็ไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นอีกต่อไป
“ดีเลยวันนี้ปิดร้านเลี้ยงฉลองเปิดร้านใหม่”
เ้าของร้านกอดคอกับเพื่อนของเขาฉลองด้วยความเฮฮา
เมดสาวมองทั้งคูแล้วเผลอยิ้มเล็กน้อย
.
.
.
(่พูดคุยกับผู้เขียน)
แล้วตกลงไอ‘แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางฝูงเป็ดในแม่น้ำแห่งสรวง์’มันคืออะไรฟะ XD
ตอนนี้จัดไปยาวๆเต็มอิ่มกันไปเลยครับ
.
.
ติชมผลงานวิจารณ์ได้ตามสะดวกเลยครับ ผมจะปรับปรุงตัวและเเก้ไขทันที ผมอ่านทุกคอมเม้นแน่นอน
ฝากติดตามผลงานเฟสบุ๊คเพจ : https://bit.ly/3aJY2ic