“เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน!”
นางซูเข้าใจเป็นอย่างดีช่วงสองสามปีแรกที่ย้ายมาอยู่หมู่บ้านเถียนซินยังปรับตัวกับฐานะที่เปลี่ยนไปไม่ได้ และบทเรียนจากการพนันนั้นฝังลึกนักทำให้เย่เจียอวี้ตั้งใจทำงานในเมืองมาตลอด เมื่อถึงจุดที่ยากจนถึงขีดสุดเขาย่อมระงับอารมณ์และประพฤติตนดีขึ้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีกเลย
ทว่าสองปีมานี้เขากลับมีท่าทีหวนคืนสู่หนทางเก่า เขาปรับตัวเข้ากับความยากจนและความขัดสนได้แล้วและเริ่มหาความสำราญในยามว่าง บางครั้งก็เล่นพนันเล็กน้อยเพื่อหย่อนใจ
“ท่านแม่หมายความว่า เขาจะกลับไปติดพนันอีกหรือ?” เย่จื้อเฟิงขมวดคิ้วแน่นเขารังเกียจเย่เจียอวี้เหลือเกินตลอดมาเขาไม่เคยลืมสายตาที่มองมาทางตนเมื่อครั้งยังเด็กได้เลย
นางซูโบกมือด้วยความหงุดหงิด“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าสกุลเย่จะมีเงินให้เขาไปติดพนันได้อีก! ฮึ่ม!ที่มาหาก็เพราะอยากได้เงินไปเล่นสนุกเพิ่มอีกหน่อยเท่านั้นแหละ!” ในความเห็นของนาง เมื่อแยกครอบครัวแล้วก็ควรจะต่างคนต่างอยู่กันไปเลยดีที่สุด
“ท่านแม่ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงตบบ่ามารดาเบาๆแล้วเอ่ยว่า “เอาเงินไปเล่นพนันหรือไม่ก็ช่างเขาเถิดอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเราแม้แต่น้อย แค่อีแปะเดียวข้าก็จะไม่ให้เขาเจ้าค่ะ”
“ใช่แล้ว ต้องแบบนี้แหละ!” นางซูพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม“ตอนนี้หัวหน้าครอบครัวของเราคือเย่จื้อเฟิงต่อให้ไปร้องเรียนถึงเจ้าเมืองก็ไม่เป็นผลหรอกนะ เรามีเรื่องต้องทำอีกมากไม่มีเวลามาสนใจเขาหรอก!”
ที่น่าประหลาดใจคือหลังจากนั้นอีกสักพัก พวกเขาก็ไม่เห็นเย่เจียอวี้มาตามรังควานอีกมีข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่บ้านว่าเย่ฝูหรงช่วยชีวิตคุณหนูตระกูลหนึ่งไว้นางจึงนั่งรถม้าอันหรูหรามาขอบคุณอย่างยิ่งใหญ่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
เย่ชิงชิงมิได้สนใจเรื่องของผู้อื่นแม้แต่น้อยสิ่งที่นางตั้งตารอคือการสร้างบ้านหลังใหม่ซึ่งอีกหนึ่งเดือนก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เย่จื้อเฟิงสั่งทำเครื่องเรือนไม้จากในเมืองล่วงหน้าไว้แล้วพวกมันมาจากร้านเดียวกับที่เคยทำตู้และชั้นวางสินค้าให้แถมยังสั่งทำอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พิเศษให้เย่ชิงชิงโดยเฉพาะรอเพียงการสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ก็จะนำไปตกแต่งเรือนใหม่ทันที
นางซูเตรียมซองแดงใส่เงินจำนวนมากให้ช่างก่อสร้างทุกคนแล้วอีกทั้งงานขึ้นบ้านใหม่ย่อมต้องจัดเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านหัวหน้างานครัวหลักต้องมีไม่ต่ำกว่าห้าคนถึงจะทำไหวด้วยสารพัดงานจิปาถะทำให้ยุ่งหัวหมุนโชคดีที่ได้จินหลันและพี่เจียงช่วยออกความคิดเห็นจัดเตรียมรายการอาหารซึ่งเรื่องแบบนี้ในหมู่บ้านก็มีธรรมเนียมปฏิบัติและขั้นตอนเฉพาะอยู่
ในวันขึ้นบ้านใหม่ทั้งสามคนในครอบครัวรวมหยางหลิ่วและสาวใช้อีกสองคน ถือเป็นครอบครัวใหญ่แล้วพวกเขาสวมเสื้อผ้าใหม่ จุดธูปเทียนบูชาเทพเจ้าเตาไฟที่ลานบ้าน จากนั้นก็จุดประทัดและเชิญชาวบ้านมาร่วมกินเลี้ยง เมื่อเสร็จสิ้นก็ไม่มีเวลาจัดเก็บข้าวของรีบเดินทางไปยังอารามชิงหัวบนเขาอิ๋งซานก่อนค่ำ เพื่อบวงสรวงเทพต่อ
กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ทุกคนเหนื่อยล้าหมดเรี่ยวแรงแม้แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ยังไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้!
แม้จะเหนื่อยล้าปานใดนางซูก็ยังรู้สึกเปี่ยมสุขไม่มีสิ่งใดจะทำให้มีความสุขได้มากเท่ากับการได้อยู่ร่วมกับคนในครอบครัวพร้อมหน้าในบ้านหลังใหม่ของตน
เรื่องที่น่าขบขันก็คือห้องสุขาในบ้านหลังใหม่ของพวกเขามีผู้คนมาเยี่ยมชมมากที่สุดหากเย่จื้อเฟิงไม่ห้ามไว้ เกรงว่าทุกคนคงจะลองใช้ห้องสุขาดูก่อนจึงจะยอมจากไป
“บ้านของอาหลัวก็อยากปรับปรุงห้องสุขาเป็นแบบนี้บ้างเจ้าค่ะ!” หยางหลิ่วยกมือปิดปากหัวเราะไม่หยุด “ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านเถียนซินต่างก็อยากทำเหมือนกันบ้างหมู่บ้านข้างๆ ก็มีคนได้ยินข่าวลือด้วยเมื่อเช้าข้ายังเจอคนมาขอดูห้องสุขาที่หน้าบ้านอยู่เลยเจ้าค่ะ”
ห้องสุขาของพวกเขาไม่เพียงสะอาดแต่ยังปลอดภัย หลุมบ่อถูกซ่อนไว้ใต้ดิน ผู้สูงอายุและเด็กๆไม่ต้องกลัวว่าจะพลัดตกลงไป (มีคนเคยตกส้วมแล้วจมน้ำตายจริง)ยายตาบอดที่บ้านเติ้งอาหลัว แม้จะคุ้นเคยกับความมืดและดูแลตัวเองได้แต่คนดูแลก็ยังกังวลอยู่ดี
“ต่อไปหากมีใครมาเยี่ยมชมห้องสุขาก็นำแบบแปลนที่เย่ชิงชิงวาดไว้ให้เขาดูแล้วกัน” นางซูได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจการที่ห้องสุขาจะเกิดประโยชน์ต่อทุกคนย่อมเป็นเรื่องดีทว่าห้องสุขาของบ้านตนจะให้ใครมาชมตามอำเภอใจก็คงไม่เหมาะ...
เย่ชิงชิงกลอกตาไปมาพลันผุดแผนการหนึ่งขึ้นในหัว “หรือว่าเราจะนำแบบแปลนห้องสุขานี้ไปมอบให้เจ้าเมืองดีเจ้าคะ?”
หากเจ้าเมืองเป็นผู้ผลักดันก็จะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านจำนวนมาก และพวกเขาก็จะไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอีกนางเองก็เป็นผู้ที่มาจากอีกมิติหนึ่ง แม้จะมีความรู้ล้ำยุคแต่ก็ไม่มีความทะเยอทะยานมากพอจะทำเรื่องใหญ่เพื่อบ้านเมืองดังนั้นจึงคิดจะอาศัยเรื่องนี้เพื่อช่วยส่งเสริมบารมีให้แก่เจ้าเมือง
“เรามิได้หวังสิ่งใดเป็นพิเศษข้าเชื่อว่าเจ้าเมืองก็คงยินดีจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน”
ใครเล่าจะไม่อยากสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีอำนาจตั้งแต่โบราณมาเจ้าหน้าที่ทางการกับผู้ค้าขายมีสัมพันธ์อันดีต่อกันนั้นหาใช่เรื่องไร้เหตุผลไม่แน่นอนว่าพวกเขาเป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย มิได้คิดจะสมคบคิดสิ่งใดเพียงแค่ต้องการให้เจ้าเมืองจดจำหน้าค่าตากันไว้ หากในวันหน้ามีเรื่องต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอีกเล่า?
คิดได้ดังนั้นเย่ชิงชิงก็หัวเราะหึหึอย่างเจ้าเล่ห์ นางซูเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ตีหัวนางเบาๆ“คิดอะไรน่ะ เป็นสาวเป็นนางทำหน้าตาเช่นนี้รึ!”
เย่ชิงชิงโดนตีโดยไม่รู้ตัวนางกุมศีรษะแล้วเล่าความคิดของตนให้ฟังคราวนี้เป็นเย่จื้อเฟิงที่หัวเราะหึหึอย่างเจ้าเล่ห์“ความคิดดีมากเลยน้องหญิง พรุ่งนี้ข้าจะนำไปมอบให้ท่านทันที!”
นางซูหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า“เอาล่ะ คืนนี้แม่จะเพิ่มน่องไก่ให้พวกเจ้าคนละชิ้น”
เจ้าเมืองดีใจยิ่งนักเมื่อทราบจุดประสงค์ของพวกนางเขาทราบดีว่าแม้แต่ตระกูลใหญ่ก็ยังไม่มีห้องสุขาที่สะดวกสบายเช่นนี้!
ปกติแล้วพวกเขาจะตั้งเก้าอี้ขับถ่ายไว้ในห้องเล็กๆแต่ละห้อง แล้วให้คนรับใช้มาเก็บกวาดทุกวันการทำความสะอาดพวกมันและการขนสิ่งปฏิกูลต้องใช้แรงงานคนครอบครัวคนธรรมดาย่อมไม่ยอมรับงานนี้ เพราะว่าเก้าอี้ขับถ่ายก็เหม็นมากเช่นกัน!
“ข้าผู้นี้ขอขอบคุณเจ้าแทนชาวเมืองทุกคน!” เจ้าเมืองดีใจมากเขาโค้งคำนับเย่จื้อเฟิง
“อย่าทำเช่นนี้เลยขอรับ ข้าน้อยมิบังอาจรับ” เย่จื้อเฟิงก้าวถอยหลังไปหลายก้าว
เจ้าเมืองลูบหนวดเคราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มชื่นชมครอบครัวเย่จื้อเฟิงอย่างมาก และเรียกที่ปรึกษาเข้ามาทันทีจากนั้นก็ให้ร่างประกาศ
ในประกาศได้อธิบายเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับห้องสุขาและให้ช่างภาพเป็นผู้วาดแบบแปลนอย่างละเอียด ระบุรายละเอียดทุกอย่างแถมยังจัดเตรียมผู้ให้ข้อมูลเพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชน