บทที่ 9 ความลับไม่มีในโลก
ภายในกระโจมหลังใหญ่ท้ายฐานทัพ อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่แสนกระอักกระอ่วน ลี่หลินแทบไม่กล้าหายใจแรง บัดนี้มีเพียงเขาและนางพบพานกันเพียงลำพัง แม้แต่รองแม่ทัพเหยียนจงก็ยังไม่กล้าก้าวล่วง นอกจากเสียงนกกู่ร้องด้านนอก ก็มีแต่เสียงหัวใจนางนี่แหละที่เต้นโครมครามเจียนจะหลุดออกจากอก
“ข้าจะไม่ลงโทษเ้าที่สร้างความวุ่นวาย เอาเป็ว่าวันนี้เก็บสัมภาระ รุ่งเช้าจงจากไปเสีย” น้ำเสียงเรียบเฉยเปล่งออกมาแ่เบาแต่ทรงพลัง
ไฉเฉิงยืนหันหลังให้แก่นาง เขาไม่อยากหันกลับไปจดจ้องแววตาที่เตรียมออดอ้อนขอโอกาสของนาง ดังนั้นเสวนากับผนังกระโจมเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว เดิมทีไฉเฉิงก็ไม่ได้จะคิดกล่าวโทษลี่หลินแต่แรก เพราะตัวของไฉเฉิงเองก็เห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้น ว่าเ้าพลทหารปลายแถวคนนั้นจงใจหาเื่นางก่อน
แต่การที่เกิดเื่กับนางก็ดีแล้วมิใช่หรือ ดีในแง่ที่ไฉเฉิงสบโอกาสยกเื่นี้ขึ้นมาขับไล่นางให้พ้นหนานซี ในเมื่อรู้ถึงสาเหตุที่นางปลอมตัวเป็ชายเข้ามาปะปนในกองทัพแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องให้นางอยู่ต่อ อย่างไรสถานที่แบบนี้ก็ไม่เหมาะสมกับสตรีงามเช่นนาง อันฐานทัพที่ล้อมกายไปด้วยชายหนุ่มหาใช่ว่าจะดี
ในใจของไฉเฉิงจะถือซะว่าเื่ราวเมื่อสิบปีก่อนเป็ความเข้าใจผิด เนื่องด้วยคราก่อนนางยังเล็กนัก เป็เพียงสตรีวัยสิบสองขวบ ไม่แปลกที่พอมีบุรุษจิตใจดีเข้าช่วยเหลือ นางจะหลงผิดไปชั่วขณะ...คิดว่าความซาบซึ้งเ่าั้คือรักแรก อย่างไรน้ำใจที่นางมอบให้มาตลอดนี้...ก็ต้องขอบคุณนาง แต่จะขอบคุณเพียงวาจาก็หาใช่เหตุ ดังนั้นไฉเฉิงจะขอบคุณนางด้วยการส่งนางออกจากหนานซีโดยไม่ถือโทษเอาความ
“ข้ามีใจให้ท่านคือเื่จริง หาใช่สติเลอะเลือน ท่านต่างหากที่ไม่รู้ใจตัวเอง เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าท่านก็สนใจในตัวข้าไม่น้อย เหตุใดต้องหักห้ามใจตัวเองด้วยเล่า” ลี่หลินไม่ถือสาสิ่งที่ไฉเฉิงพูด สำหรับนางเห็นเขาเป็แค่คนที่ปากไม่ตรงกับใจก็เท่านั้น อันลี่หลินคนนี้ไม่เชื่อหรอกว่าท่านแม่ทัพจะไม่หวั่นไหวต่อนางเลย หากเมินเฉยต่อนางจริง เช่นนั้นวันที่ขบวนเ้าสาวล่ม เหตุใดต้องทำสีหน้าผิดหวังปานนั้นด้วย
อันลี่หลินผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน หน้าด้านใจกล้าคว้าหมับเข้าที่เอวอันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม นางกอดแน่นไม่ปล่อยเหมือนตังเมร้อนที่เพิ่งออกจากเตา ฉไหนสตรีป่าเถื่อนเช่นนางถึงได้ใจกล้านัก ในโลกนี้มีเื่ใดบ้างที่นางไม่กล้าทำ ไฉเฉิงข่มตาลงด้วยความอดกลั้น ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาก็แล้ว...นางก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ นิ้วสากกระด้างทั้งห้าของไฉเฉิงพยายามแงะนิ้วที่เรียวเล็กของนางให้คลี่ออก
“ข้าฟังไม่ค่อยถนัด พวกเ้าอย่าเบียดได้หรือไม่!” สหายทหารพ่อครัวทั้งเก้าแนบหูฟังอยู่หน้ากระโจม พลางทุ่มเถียงเสียงเบามิให้คนที่อยู่ด้านหลังเบียดเสียด เผื่อว่าเกิดเหตุรุนแรงอันใดขึ้นจริง คนทั้งก้าวจะได้โถมตัวเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
คราวซวยมาเยือนจนได้ เมื่อหนึ่งในเก้าคนนั้นดันยั้งตัวเองไว้ไม่อยู่ ล้มฟุบหน้าคว่ำขึงอยู่บนกระโจม ส่วนที่เหลือทั้งแปดถลาตัวกลิ้งเป็ก้อนขนุน นอนเรียงกันระเนระนาดเข้ามาด้านใน ดวงตาหลายสิบคู่แทบถลนหลุดออกจากเบ้าเมื่อได้เห็นภาพอุจาดตาที่ชายนักรบสองคนโอบกอดกัน
ซึ่งคนที่กำลังถูกเล้าโลมก็คือท่านแม่ทัพที่พวกเขาเลื่อมใสศรัทธา คาดไม่ถึงว่าท่านแม่ทัพผู้แข็งแกร่งจะเป็ยอดชาย แต่ว่าล่วงรู้ความลับครานี้เท่ากับรนหาที่ตาย! สหายทหารร่างผอมหลุบตาต่ำมีใบหน้าซีดเซียวราวโลหิตทั่วร่างหยุดเคลื่อนไหวเหือดแห้ง
“พะ...พวกท่านต่อเลยขอรับ” หนึ่งในนั้นใจกล้าเปล่งเสียงขึ้นมาแก้ตัว
“ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้นขอรับ สาบานได้” อีกคนหนึ่งกล่าวเสียงแหบขึ้นมาเสริม
“พวกเ้าทั้งเก้าอยู่ก่อน!” ไฉเฉิงเปล่งเสียงเข้มอีกระดับแสดงสีหน้าไม่พอใจผ่านแววตา
“สหายกองทัพ โปรดอย่าเข้าใจท่านแม่ทัพผิดเชียวล่ะ” ลี่หลินยิ้มตาหยีพลางเกาท้ายทอยแก้เขิน
แม้ว่าไม่อยากแพร่งพรายเื่นี้ให้ผู้ใดทราบก็คงต้องจำใจพูด ไฉเฉิงไม่อาจปล่อยให้พลทหารใต้บัญชาการของตนเองเข้าใจผิดคิดไปไกล และมองตนเองด้วยสายตานอกรีตเ่าั้อีก ชายหนุ่มเลือกที่จะแจ้งให้เ้าทหารลูกกระจ๊อกทั้งเก้าทราบเป็แนวทางเดียวกันว่า อันลี่หลินคือสตรีที่ปลอมตัวเข้ามาในกองทัพ และเพื่อให้ทั้งหมดฟังดูสมเหตุสมผลไฉเฉิงจึงต้องกล้ำกลืนฝืนใจ แอบอ้างว่านางเป็คู่หมั้นที่ทางบ้านหมั้นหมาย
“หากวันนั้นไม่ถูกลอบฆ่าเ้าสาว นางคงกลายเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพไปแล้ว พันธสัญญามงคลของสองสกุลถือเป็การสิ้นสุดไปโดยปริยาย ในเมื่อสกุลมู่ไม่ยกมาใส่ใจ...ปล่อยให้นางเป็อิสระ แต่สตรีนางนี้กลับไม่ยินยอม หัวรั้นชนฝาจะแต่งกับข้าให้ได้ หอบผ้าหอบผ่อนตามมาตอแยข้าถึงในหนานซี ทั้งหมดก็เป็อย่างที่พวกเ้าเห็นนั่นแหละ ดังนั้นเปลี่ยนความคิดประเภทที่ว่าผู้บัญชาการของพวกเ้าชมชอบบุรุษได้แล้วกระมัง” ใบหน้าของไฉเฉิงเคร่งขรึมทุกท่วงวลีที่พูด ต่างจากอันลี่หลินที่ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พยักหน้าหงึก ๆ ยอมรับทั้งหมดโดยไม่อิดออด
“สมแล้วที่เป็ว่าที่ท่านอาจารย์หญิงของพวกเรา มีไม่มากนักที่สตรีจะต่อสู้ได้เก่งกาจปานนั้น วางใจเถอะขอรับ...พวกข้าไม่แพร่งพรายแน่นอน นอกเหนือจากนี้ยังจะช่วยปกปิดความลับให้อีกแรง” พลทหารทั้งเก้าว่าง่ายพลางพยักหน้าเปล่งเสียงเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน
“ไม่จำเป็ต้องทำตัวแสนรู้นักหรอก วันพรุ่งนี้นางก็จะจากไป และตัวข้าไม่ได้มีสัมพันธ์ไมตรีต่อนางแม้แต่น้อย ที่เห็นดีตอบและยังใจเย็นอยู่ นั่นก็เพราะเห็นแก่ความดีความชอบที่นางเคยช่วยชีวิตข้า” ไฉเฉิงยกมือไพล่หลังขมวดคิ้วปั้นหน้าคร่ำครึจากไปราววายุ
มู่ไฉเฉิงเอาตัวเองออกมาจากความยุ่งเหยิง บัดนี้ชายหนุ่มเอาแต่วาดท่ารำกระบี่ใต้ต้นไม้เก่าแก่ ตัดฉับใบไม้ที่ร่วงโรยได้ด้วยพริบตาเดียว รองแม่ทัพเหยียนจงได้แต่ยืนกอดอกมองพลางส่ายหน้าเอือมระอากับความเ็าของท่านแม่ทัพ อดกลั้นอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็ทนไม่ไหวเดินเข้าไปเอื้อนเสียงเชิงตำหนิ
“คุณหนูอันไม่ได้ผิดเลยสักนิด เป็เ้าลูกสุนัขขี้เรื้อนคนนั้นที่หาเื่นางก่อน ฉไหนท่านแม่ทัพถึงได้กล่าวโทษนางและขับไล่นางเล่า ข้าน้อยขอบังอาจออกความเห็น ในสายตาของข้าเซ่าเหยียนจงไม่คิดว่าใครจะคู่ควรกับท่านแม่ทัพไปมากกว่าคุณหนูอันอีกแล้ว” เหยียนจงก็เป็หนึ่งในคนที่เข้าข้างอันลี่หลิน
“พวกเ้าเป็อะไรกันไปหมด ฉไหนต้องรวมหัวกันพูดช่วยนาง เฉพาะพลทหารทั้งเก้าข้าก็ปวดกระบาลจะแย่แล้ว ยังมีเ้าอีกคนเพิ่มเข้ามาด้วยหรือ เซ่าเหยียนจง…เ้าน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าข้าผ่านอันใดมาบ้าง ตัวข้าเองไม่ได้ใคร่จะกล่าวโทษนางถึงเพียงนั้น แต่มีแค่วิธีนี้ที่จะไล่นางออกไปได้ หากวันหนึ่งฮ่องเต้รู้เข้าว่านางปลอมเป็ชาย คงไม่ใช่ตัวนางเองหรอกหรือที่เดือดร้อน ถึงตอนนั้นต่อให้เป็ข้าก็ช่วยนางไม่ได้”
“ข้าน้อยทราบดี แต่ว่าหลายปีมานี้ท่านแม่ทัพจมอยู่กับความทุกข์มากเกินไป ท่านใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างโชกโชนไม่กลัวตาย อุทิศตนเพื่อแผ่นดินไม่รักชีวิต นั่นก็เพื่อชดเชยให้กับอาหยวนที่จากไป ท่านคิดดีแล้วหรือว่าจะไม่มีทายาท สกุลมู่สมควรมีคนสานต่อนะขอรับ” หากไม่ใช่เหยียนจงก็คงไม่มีใครกล้าพูดเื่พวกนี้
“ข้าไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมาเผชิญกับความสูญเสียเหมือนในอดีต ข้าไม่อยากให้ภรรยาเป็หม้าย ไม่อยากให้บุตรกำพร้า ชายชาตินักรบจะตายวันตายพรุ่งไม่อาจคาดเดา ตัวข้านั้นถนัดแนวรบ หากจะให้หดหัวอยู่ในกระดอง รักตัวกลัวตายเป็ขุนนางบุ๋น มิสู้ฆ่าข้าให้ตายเสียยังจะดีกว่า” ไฉเฉิงพรั่งพรูคำพูดเหล่านี้ออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ คล้ายกับคนที่ตายด้านไปแล้ว
*****
ตะวันคล้อยขึ้นโด่งเหนือหัว วันนี้แดดจ้ากว่าเมื่อวาน คาดคะเนเวลาน่าจะเป็ยามซื่อ (10.00) ทหารทั้งกองทัพต้องเหนื่อยและกระหายมากแน่ ลี่หลินฝึกหอกร่วมกับสหายกองทัพใน่เช้าเสร็จก็ต้องกุลีกุจอเข้าโรงครัวเพื่อเตรียมอาหารตามภาระหน้าที่ มือสองข้างของนางหยิบจับหลายสิ่งหลายอย่างจนเป็ระวิง
สหายทหารพ่อครัวทั้งเก้าพอรู้ว่านางเป็สตรี ก็ไม่กล้าหยอกล้อถึงเนื้อถึงตัวอีกแล้ว ยิ่งรู้ว่าเป็สตรีของท่านแม่ทัพก็ยิ่งเกรงอกเกรงใจเข้าไปใหญ่ ไม่ว่านาง้าจะทำอะไรทุกคนพร้อมเป็ลูกมืออย่างไม่อิดออด
ด้านหนึ่งของโรงครัวไม่ได้มีเพียงทหารพ่อครัว แต่ยังมีร่างสูงโปร่งดั่งเงาของคนผู้หนึ่งซ่อนอยู่ ดวงตาของเขาต่างมองนางด้วยความชื่นชมในความขยันขันแข็งและอุตสาหะ ต่อให้พลิกแผ่นดินหาจนสุดหล้าฟ้าเขียว จะสามารถพานพบสตรีที่ครบเครื่องเช่นนี้ได้จากที่ใดอีก น่าเสียดายที่ชาตินี้ชะตาฟ้าลิขิตให้มู่ไฉเฉิงตายเพื่อแผ่นดินได้ทุกเมื่อ เช่นนั้นคนที่ดีมากอย่างนางสมควรได้เจอบุรุษที่เอาใจเก่งและพร้อมเคียงคู่นางไปชั่วชีวิต
ขณะที่ซุ้มจับตามองผู้อื่นอย่างเงียบเชียบ มู่ไฉเฉิงพลันรู้สึกว่าชายเสื้อตัวนอกถูกกระตุกรั้งจากด้านหลังอย่างแรง ผู้ใดกันช่างกล้ารบกวนผู้อื่น! คิดหงุดหงิดแล้วก็หันขวับกลับไปมอง เขายังไม่ทันอ้าปากพูดออกเสียงเสียด้วยซ้ำ ก้อนเสียงเจื้อยแจ้วชิงดังแทรกขึ้นมาก่อน
“ท่านชอบนางหรือขอรับ”