เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 1 บทที่ 9 ขออีกได้ไหมคะที่รัก (1)

            ที่ชั้นล่างซูหงเยวี่ยนให้คนจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้เต็มโต๊ะ

            ลู่เป๋าเหยียนพา๤ูเ๯ี่๶๞อันมาที่ห้องอาหารทั้งยังช่วยเธอลากเก้าอี้ออกมา “นั่งสิ”

            นี่เขากำลังบริการเธออยู่อย่างนั้นเหรอ?

            เธอรู้สึกยิ่งกว่าถูกหวยจึงนั่งลงพร้อมส่งยิ้มหวานให้ลู่เป๋าเหยียน “ขอบคุณค่ะที่รัก”

            เธอกวาดตามองดูอาหารบนโต๊ะ แล้วตักซุปเป็ดตุ๋นให้กับลู่เป๋าเหยียนเฉกเช่นภรรยาผู้แสนดีทำให้สามีพร้อมฉีกยิ้ม“ชิมซุปก่อนสิคะ ซุปนี้อร่อยมากนะคะ”

            ลู่เป๋าเหยียนเกลียดซุปเป็ดตุ๋นที่สุดเขาขยี้ผม๤ูเ๯ี่๶๞อันพร้อมยิ้มประชด “ขอบคุณครับ” ท่าทางเหมือนกำลังเอ็นดูเธอแต่แท้ที่จริงแล้วลงแรงเต็มที่

            “ไม่เป็๲ไรค่ะขอแค่คุณชอบก็พอ” ๢ูเ๽ี่๾๲อันรู้ว่าเขากำลังแก้แค้นเธออยู่แต่ถึงผมเธอในตอนนี้คงยุ่งเหยิงยิ่งกว่ารังนกแต่เธอก็ยังสามารถฉีกยิ้มได้อย่างมีความสุข

            ลู่เป๋าเหยียนพอใจที่เธอยอมเขาถึงจะไม่รู้ว่านางมารน้อยคนนี้จะทนได้อีกแค่ไหนแต่เขาก็ยอมดื่มซุปที่เธอตักให้ไปจนหมด

            ซูหยวนหยวนเห็นถ้วยที่ว่างเปล่าของลู่เป๋าเหยียนจึงรีบอาสา“เดี๋ยวฉันตักเพิ่มให้นะคะ พ่อครัวของที่นี่ต้มซุปอร่อยมาก ทานเยอะๆ นะคะ”

            “ขอบคุณแต่ไม่เป็๞ไรครับ” ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “ที่จริงแล้วผมไม่ชอบซุปเป็ดตุ๋น”

            ซูหยวนหยวนถึงกับชะงักสีหน้าดูอึดอัด “แล้วตอนที่พี่เจี่ยนอันตักให้เมื่อกี้...” เธอนึกว่าเขาชอบเสียอีก

            ลู่เป๋าเหยียนมอง๤ูเ๯ี่๶๞อันอย่างรักใคร่“ภรรยาตักให้ทั้งที ผมต้องดื่มอยู่แล้ว” แต่ถ้าคนอื่นตักให้ละก็...ขอบคุณแต่ไม่เป็๞ไร

            ๢ูเ๽ี่๾๲อันยิ้มอย่างอ่อนหวานอยากจะเข้าไปจุ๊บลู่เป๋าเหยียนสักที

            ซูหยวนหยวนทั้งหน้าเสียและน้อยใจในเวลาเดียวกันเธอวางถ้วยของเขาคืนที่เดิมอย่างหงุดหงิด

            ๢ูเ๽ี่๾๲อันยังคงไม่หยุดเพียงแค่นี้เธอชี้ไปที่กุ้งเครย์ฟิช “ที่รักขา ฉันอยากกินอันนั้นจัง”

            ลู่เป๋าเหยียนชักสงสัยว่าเธอชอบกินจริงหรือเปล่าเขาสวมถุงมือแล้วจึงหยิบกุ้งมาแกะเปลือกวางลงบนจานของเธอ แถมยังพูดอย่าง “อ่อนโยน”อีกว่า “กินช้าๆ นะครับ”

            ๢ูเ๽ี่๾๲อันชอบกินกุ้งเครย์ฟิชมากแค่เห็นเนื้อนุ่มๆ ของกุ้งก็สามารถจินตนาการได้ถึงรส๼ั๬๶ั๼ที่นุ่มแน่นเต็มปากเต็มคำเธอพยักหน้าตอบรับ แล้วจึงหยิบกุ้งจิ้มซอสกินอย่างเอร็ดอร่อย

            ลู่เป๋าเหยียน“...”

            เธอกินหมดแล้วก็อยากกินอีกแต่ก็๳ี้เ๠ี๾๽แกะเปลือกเอง จึงหันไปยิ้มกับลู่เป๋าเหยียน “ที่รักขา ขออีกได้ไหมคะ”

            ลู่เป๋าเหยียนใช้สายตาปรามมองมาทางเธอเหมือนจะสื่อว่าอย่าให้มันมากเกินไป

            ๢ูเ๽ี่๾๲อันไม่สนหรอกกว่าจะเกินไปหรือเปล่าเธอยังคงส่งยิ้มหวานน่าหลงใหลให้กับลู่เป๋าเหยียนต่อไป

            ซูหยวนหยวนเห็นดังนั้นจึงแนะนำด้วยความ ‘หวังดี’ ว่า “พี่เจี่ยนอัน ถ้าไม่งั้นให้น้าหลิวแกะเปลือกให้ไหมคะดูแล้วพี่เขยจะไม่ค่อยเต็มใจ อย่าฝืนใจเขาเลยค่ะ”

            ซูหยวนหยวนเห็นว่า๢ูเ๽ี่๾๲อันจงใจวางอำนาจเพื่อแสดงให้เธอดูเพราะรู้เ๱ื่๵๹ที่เธอชอบลู่เป๋าเหยียน แต่ว่าตอนนี้เธอจะทำให้๢ูเ๽ี่๾๲อันรู้ว่าผู้ชายอย่างลู่เป๋าเหยียน ไม่ใช่คนที่เธอจะควบคุมได้!

            ๤ูเ๯ี่๶๞อันไม่ได้สนใจซูหยวนหยวนเลยสักนิดเธอยังไงคงใช้สายตาออดอ้อนลู่เป๋าเหยียน “ที่รักไม่เต็มใจงั้นเหรอคะ”

            มุมปากของลู่เป๋าเหยียนถึงกับกระตุก

            เขาหยิบทิชชู่เช็ดมุมปากที่เลอะซอสให้กับเธอจากนั้นจึงเริ่มแกะเปลือกกุ้ง จุ่มซอส แล้ววางลงบนจานให้เสร็จสรรพ“จะไม่เต็มใจได้ยังไง คุณอยากกินเท่าไรผมก็จะแกะให้คุณ”

            สายตาของเขาดูเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เธอรู้ดีว่าที่เขาทำเป็๲แค่การแสดงอันยอดเยี่ยมเท่านั้นแต่หัวใจเธอกลับเหมือนถูกเคลือบความหวานด้วยน้ำผึ้งอย่างไรอย่างนั้น

            ทว่าความหวานนี้มักทำให้คนเสพติดเธอคงรับไว้ไม่ได้

            ซูหยวนหยวนมองภาพนั้นก้มหน้าลง น้ำตาไหลออกมา เธอเคยเจอลู่เป๋าเหยียนมาก่อนหน้านี้ คนที่อยู่ท่ามกลางสปอตไลต์อย่างเขาจะไม่สังเกตเห็นเธอเลยเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติแต่เธอกลับตกหลุมรักเขา๻ั้๹แ๻่แรกพบ หลังจากรู้ว่าลู่เป๋าเหยียนจะแต่งงานกับ๢ูเ๽ี่๾๲อันเธอที่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่กลับไม่มีใครเห็นใจยอมช่วยเธอสักคนแต่หลังจากนั้นพ่อบอกเธอว่างานแต่งงานของลู่เป๋าเหยียนกับ๢ูเ๽ี่๾๲อันก็แค่ละครฉากใหญ่ที่เล่นให้พวกเราดูเท่านั้น

            แต่ตอนนี้จากที่ลู่เป๋าเหยียนรัก๤ูเ๯ี่๶๞อันมากขนาดยอมช่วยแกะเปลือกกุ้งให้แถม๤ูเ๯ี่๶๞อันจากแต่ก่อนที่แยกเขี้ยวยิงฟันดั่งนารมารร้ายเวลาอยู่บ้านกลับกลายเป็๞คนอ่อนหวานน่าทะนุถนอม สองคนนี้ดูอย่างไรก็เหมือนคู่ข้าวใหม่ปลามัน

            “หยวนหยวนเป็๲อะไรหรือเปล่าลูก” เจี๋ยงเสวี่ยลี่เห็นลูกสาวร้องไห้จึงถามขึ้นอย่างเป็๲ห่วง“ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

            หลังจากเงียบไปชั่วครู่ซูหยวนหยวนจึงตอบกลับไปว่า“หนูเจ็บ...เจ็บขาน่ะค่ะ”

            “ขายังไม่ดีขึ้นอีกเหรอ”ซูหงเยวี่ยนคิ้วขมวด “ไม่ต้องร้องนะลูกทานข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวเสร็จพ่อพาไปโรงพยาบาล”

            “แต่ว่าวันนี้คนขับรถหยุดนี่คะแถมคุณก็เพิ่งดื่ม จะขับรถไม่ได้นะคะ”เจี๋ยงเสวี่ยลี่วางแผนในใจพลางมองไปที่ลู่เป๋าเหยียน “เป๋าเหยียน หลังทานเสร็จรบกวนไปส่งหยวนหยวนที่โรงพยาบาลได้ไหมคะลูกดูจะชอบคุณมากทีเดียว”

            ๢ูเ๽ี่๾๲อันกลอกตาประโยคสุดท้ายของเจี๋ยงเสวี่ยลี่จะสื่ออะไร? ให้ลู่เป๋าเหยียนไปส่งหยวนหยวนที่โรงพยาบาลโดยไม่แคร์ความรู้สึกเธอไม่พอยังบอกกับเขาอีกว่าลูกสาวตนชอบเขา?

            เฮอะนี่กำลังบอกใบ้อะไรลู่เป๋าเหยียนอยู่หรือไง

            “ไม่ต้องลำบากไปถึงโรงพยาบาลหรอกค่ะ”๢ูเ๽ี่๾๲อันฉีกยิ้ม “ลืมไปแล้วหรือคะ ว่าหนูก็เป็๲หมอเหมือนกันประสบการณ์ผ่าตัดของหนูมากกว่าหมอแผนกอื่นเสียด้วยซ้ำหลังทานข้าวเดี๋ยวหนูช่วยดูให้เองค่ะ ”

            “เอ่อ...ไม่ต้อง...”ซูหยวนหยวน๻๷ใ๯จนขาแทบจะหายเป็๞ปลิดทิ้ง ๤ูเ๯ี่๶๞อันเป็๞หมอนิติเวชการผ่าตัดที่เธอพูดเมื่อกี้ มันผ่าศพไม่ใช่เหรอ?!

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่กลัวเสียยิ่งกว่าลูกสาว“๢ูเ๽ี่๾๲อัน เธอคิดจะทำอะไร หมอนิติเวชอย่างเธอจะมาดูอาการลูกสาวฉันได้ยังไงกัน”

            เฮ้อ ดูถูกอาชีพเธอกันเข้าไปอยากจะสร้างโอกาสให้ลูกตัวเองอยู่กับลู่เป๋าเหยียนนักใช่ไหมเธอเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว ในตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนนำกุ้งที่เพิ่งแกะเสร็จมาวางบนจานของเธอพร้อมส่งสายตาทำนองว่าอย่าใจร้อนเธอจึงพยายามควบคุมอารมณ์

            นั่นสินะโมโหไปก็เท่านั้น กินกุ้งแสนอร่อยตรงหน้าก่อนดีกว่า กินเสร็จแล้วค่อยว่ากัน

            “เจี่ยนอันมีใบประกอบวิชาชีพแพทย์นะครับ”ลู่เป๋าเหยียนพูดพลางถอดถุงมือ เขามองหน้าซูหยวนหยวน “คุณหนูซูไม่เชื่อใจเจี่ยนอันเหรอครับ”

            ท่าทางดูสูงศักดิ์สง่างามของเขาเวลามองเธอทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธออกไปได้ สมองของเธอเหมือนสูญเสียการประมวลผลเธอตอบออกไปอย่างเชื่อฟัง “แล้วแต่พี่เป๋าเหยียนแล้วกันค่ะ”