EP 8 — อัจฉริยะที่หายไป
(POV ริน)
ฉันไม่ได้สนใจโล่รางวัลที่ตฤณนำกลับมา
โลหะวาววับนั้นเป็เพียง สิ่งประดับ ที่ปิดบังความจริงอันน่ากลัวไว้
หลังจากการแสดงนั้น ตฤณดูเหมือน ถูกยกเลิกการเชื่อมต่อ กับโลกภายนอก
เขายังคงหายใจ ยังคงพูด แต่เขาใช้เวลาทั้งหมดในห้องซ้อม
เขาไม่ได้เล่นระนาด...แต่เขากำลัง จ้องมอง มัน
ฉันรู้ว่าถ้าฉันพยายามพูดกับเขาตอนนี้ ฉันก็จะได้คุยกับ เงาชายชรา ที่ถูกขังอยู่ในเนื้อไม้เท่านั้น
ฉันต้องใช้เวลาที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับระนาด เพื่อค้นหา กุญแจ ที่จะไขปมนี้
ฉันเริ่มจากการค้นคว้าประวัติของ สุบรรณมรณะ
ฉันใช้เส้นสายกับเพื่อนที่ทำงานในหอจดหมายเหตุและห้องสมุดดนตรีโบราณ
“ระนาดที่มีชื่อเฉพาะขนาดนี้...มันต้องทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ดนตรีไทยบ้างสิ”
ฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการอ่านเอกสารเก่าแก่ที่ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดที่เหลืองกรอบ
และในที่สุด...ฉันก็พบ ชื่อ ที่ปรากฏคู่กับระนาดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาคือ อาจารย์วิรัช ชัยวาท
นักระนาดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็ อัจฉริยะ ใน่ปลายยุค 80
มีชื่อเสียงด้านความรวดเร็วและเทคนิคที่เหนืุ์...เช่นเดียวกับตฤณ
แต่ประวัติของเขากลับจบลงอย่างกะทันหัน:
> “หลังจากการแสดงครั้งสุดท้ายที่ทำลายสถิติเมื่อปี พ.ศ. 2530 อาจารย์วิรัช ชัยวาท ได้ หายสาบสูญ ไปอย่างลึกลับ พร้อมกับระนาดเอกคู่ใจ สุบรรณมรณะ ทิ้งไว้เพียงสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยร่องรอยความไม่สมประกอบทางจิต...”
>
ฉันจ้องมองคำว่า "หายสาบสูญ"
มันไม่ได้เขียนว่า "เสียชีวิต" หรือ "เกษียณ"
เขาแค่หายไป...ราวกับถูก ลบ ออกไปจากโลก
ฉันติดต่อไปหาเพื่อนที่หอจดหมายเหตุ ขอให้พวกเขาส่งสำเนาสิ่งที่เหลือไว้ของอาจารย์วิรัชมาให้
และภายในไม่กี่ชั่วโมง...ฉันก็ได้รับไฟล์รูปภาพที่ถูกสแกนมา
มันคือหน้ากระดาษสุดท้ายจาก สมุดบันทึก ของอาจารย์วิรัช
ลายมือบนกระดาษนั้นสั่นเทิ้มและหวาดกลัว
เขาไม่ได้เขียนถึงดนตรี แต่เขาเขียนถึง ความทรมาน
> “มันเริ่มแล้ว...เสียงนั้น...มันไม่ยอมให้ฉันหยุด”
> “ฉันมองดูมือของฉัน...แต่มันไม่ใช่ฉันที่เล่น...มันคือเงา...เงาที่้า เสียงใหม่”
> “ฉันทำลายมันไม่ได้...มันแข็งแกร่งกว่าไม้...มันคือ ความคิด ที่มีชีวิต”
>
และบรรทัดสุดท้ายที่ถูกเขียนด้วยการกดปากกาอย่างแรงจนกระดาษเกือบขาด
“เสียงของฉันถูกกลืนไปแล้ว...เหลือไว้เพียง...ระนาด”
สมองของฉันหยุดทำงานไปชั่วขณะ
นี่คือการยืนยันที่ชัดเจนยิ่งกว่าเงาหรือเสียงโหยหวนใด ๆ
สุบรรณมรณะไม่ได้แค่บันทึก...มันกิน
มันกิน จิติญญา ของนักดนตรีที่้าความสมบูรณ์แบบ
มันกิน เสียง ของเขา...เพื่อที่จะเติบโตและมอบ "เสียงที่สาม" ให้กับเหยื่อรายต่อไป
อาจารย์วิรัชไม่ได้หายสาบสูญ
เขาถูกดูดเข้าไปในเนื้อไม้
ฉันรู้สึกคลื่นไส้
ฉันวิ่งไปที่ห้องซ้อม...ตฤณยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
เขากำลังใช้ผ้าเช็ดผืนระนาดอย่างเบามือ
“ตฤณ!” ฉันเรียกเขาด้วยความตื่นตระหนก
เขาหันมามองฉันอย่างช้า ๆ
ใบหน้าของเขาดูสงบอย่างน่ากลัว
“คุณกำลังทำอะไร? อาจารย์วิรัช...คุณรู้ไหมว่าเขาคือใคร?”
ตฤณยิ้ม...รอยยิ้มที่เหมือนกับ เงาชายชรา ที่ฉันเห็นในระนาด
“วิรัช?” เขาพึมพำ
“อ๋อ...คนเล่นเก่าไง”
เขาเดินเข้ามาหาฉัน
มือของเขาจับที่ลำคอของฉันเบา ๆ...ไม่ได้บีบ แต่ััได้ถึงความเย็นะเื
“เขาเป็นักดนตรีที่ยอดเยี่ยม ริน”
“แต่เขา... อ่อนแอ ไปหน่อย”
เขาพูดด้วยเสียงที่ ไม่ใช่เสียงของตฤณ
มันเป็เสียงที่ทุ้มและมีสำเนียงโบราณ
“เขาไม่ยอมให้ เสียงที่สาม อย่างสมบูรณ์”
ตฤณพูดต่อ “แต่ผม... ผมจะทำ”
เขาปล่อยคอฉัน และเดินกลับไปที่ระนาด
“ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมต้อง คุย กับมันแล้ว”
เขานั่งลงหน้าสุบรรณมรณะอีกครั้ง
แต่คราวนี้...เขาไม่ได้ใช้ไม้ระนาด
เขาใช้ปลายนิ้วที่ยังคงมีรอยแตกจาง ๆ...แตะลงบนเม็ดระนาด
และในทันทีที่นิ้วของเขาแตะ
เสียงกระซิบที่เคยโหยหวน...มันกลับดังขึ้นอย่างชัดเจนในห้อง
ราวกับว่า ระนาดกำลังพูดกับตฤณ...!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)