สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวก็คือ ใบหน้าอันหล่อเหลา
คิ้วยาวพาดเฉียง ดวงตาลุ่มลึก ดั้งโด่งได้รูป ใบหน้าคมเข้ม...
เขาจ้องมองเฉินเหมียวเหมี่ยวอยู่อย่างนั้น ทำให้นางรู้สึกราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน หากไม่ใช่เช่นนั้น เหตุใดบนโลกนี้ถึงมีบุรุษที่หน้าตาดีเพียงนี้ได้ สูงกว่ารสนิยมที่เฉินเหมียวเหมี่ยวตั้งไว้ไปมากทีเดียว!
แต่เขาทั้งไกลเกินเอื้อม เย็นชาจนเข้ากระดูกดำ สูงส่งราวกับดวงดาว สง่างามราวกับจันทรา โดดเด่นราวกับดวงตะวัน...เหมือนกับยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ สูงส่งยิ่งนัก ราวกับเทพเจ้าผู้โปรดสรรพสัตว์
ทว่าเทพเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม ไม่สามารถเข้าใกล้ได้...
ขณะที่เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ม่อเสวียนหมิงก็หลับตาลง ร่างที่เปล่งประกายของเขาก็เข้ามาประชิดร่างของนาง...
เฉินเหมียวเหมี่ยวใจเต้นแรงอย่างมาก ม่อเสวียนหมิงกดหน้าผากลงที่หน้าผากของนางเบา ๆ และเอ่ยด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย “หลับตาลง สัมผัสไอพลังของข้า และตามจิตใต้สำนึกของข้าไป...”
เสียงทุ้มนุ่มไพเราะอย่างมาก กระทบเข้าโสตประสาทของเฉินเหมียวเหมี่ยวเบา ๆ ทำให้นางใจสั่นขึ้นมา ก่อนที่ใบหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวจะแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้ นางรีบตอบรับด้วยความตกใจ “อื้ม...”
ตึกตัก ตึกตัก...
ไม่รู้ว่าเป็นเสียงหัวใจของใครกันแน่ที่เต้นแรงเพียงนี้ สนามรบบรรพกาลอันเงียบสงัด ทำให้เสียงเต้นของหัวใจดังชัดมากขึ้น
ทว่าทั้งสองคนกลับไม่มีใครเอ่ยอะไร จนกระทั่งม่อเสวียนหมิงเริ่มดูดซับไอวิญญาณโดยรอบ เสียงลมที่พัดกระโชกจึงกลบเสียงหัวใจเต้นระรัวนั้นไป ทั้งสองจึงได้เข้าสู่ศึกแห่งชีวิตอีกครั้ง
เมื่อไอวิญญาณบริสุทธิ์ไม่มีที่สิ้นสุด ถูกม่อเสวียนหมิงถ่ายทอดเข้าไปในร่างกายของเฉินเหมียวเหมี่ยว นางก็จะแทบตกอยู่ในความโกลาหลทันที
ก่อนหน้านี้ นางเองก็ได้ยินที่เขาพูดเช่นกัน
“เฉินเหมียวเหมี่ยว ข้าก็เชื่อเจ้า”
เหมือนกับที่เฉินเหมียวเหมี่ยวเชื่อว่าม่อเสวียนหมิงไม่มีทางทำร้ายนาง ม่อเสวียนหมิงเองก็เชื่อว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวจะสามารถข้ามผ่านการทดสอบของวิถีฟ้าไปได้
นางต้องสามารถหลุดพ้นจากชะตากรรมและความทรมานนี้ และยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน ต่อให้จะเต็มไปด้วยบาดแผลก็ตาม
ความหยิ่งทะนงในตัวเองของนาง ไม่มีทางถูกโชคชะตาทำลายลงได้ง่าย ๆ!
ไม่มีทาง!
……
ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวพลันหยุดทำงาน รู้แค่ว่าตรงหน้าของนางนั้นมืดมิด เสียงลมก็หายไป แม้แต่กลิ่นกายที่สดชื่นของม่อเสวียนหมิงบัดนี้นางก็ไม่ได้กลิ่นนั้นอีกแล้ว...
เหมือนกับนางตกอยู่ในรังไหมยักษ์ก็มิปาน!
ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้แม้แต่น้อย
ทว่าหากมีเพียงเท่านั้นก็คงไม่มีความทรมานอะไร แต่ไม่นานความเจ็บปวดก็จู่โจมนางอย่างรุนแรงและต่อเนื่องไม่รู้จบ
แรกเริ่มเป็นอวัยวะภายในที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดได้ก่อน นางพยายามอย่างสุดกำลังที่ฝืนรับมัน ทว่าก็ไม่เป็นผล ความเจ็บปวดนั้นค่อย ๆ แทรกซึมออกมาจากอวัยวะภายใน
ลามมาถึงกล้ามเนื้อ กระดูก ไปจนถึงเส้นลมปราณ
ราวกับอวัยวะภายในแหลกสลายกลายเป็นเลือด กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นลมปราณแตกสลายเป็นชิ้น ๆ และประกอบขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็ถูกทำลายอีกครั้ง ประกอบขึ้นอีกครั้ง...
ตอนนั้นเอง มีบางอย่างไหลออกมาจากใต้ผิวหนังของนาง เหนียว ลื่น เหนอะหนะ ไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดของนาง หรือกล้ามเนื้อที่แตกสลายของนาง
นางรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นวัตถุทรงกลมที่อันตรายลูกหนึ่ง ไม่เพียงทั่วร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้จักและน่ากลัวเท่านั้น แต่ยังสามารถระเบิดได้ทุกเมื่อ เพียงแค่สัมผัสก็พร้อมจะแตกออกเป็นชิ้น ๆ อย่างไรอย่างนั้น!
หากไม่ใช่เพราะชาติที่แล้วนางใช้ชีวิตบุกน้ำลุยไฟ เผชิญความยากลำบากมานักต่อนักแล้วละก็ เกรงว่าตอนนี้นางคงร้องไห้ไปนานแล้ว หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นไปแล้ว
มิน่าล่ะ ม่อเสวียนหมิงถึงบอกว่า การบำเพ็ญเพียรกายเนื้อยากกว่าการบำเพ็ญเพียรจิตวิญญาณร้อยเท่าพันเท่า!
เพียงแค่ความเจ็บปวดตอนเริ่มต้น ก็แทบจะทำลายความกล้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวไปจนสิ้นแล้ว
หนึ่ง สอง สาม...
เฉินเหมียวเหมี่ยวนับเลขไปพลาง พร้อมกับสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของเวลาอย่างเงียบ ๆ
หนึ่งก้านธูป หนึ่งชั่วยาม หนึ่งวัน...
วันแล้ววันเล่า...
ร่างของเฉินเหมียวเหมี่ยวแทบจะไร้ความรู้สึก
ในที่สุดขณะที่จิตวิญญาณของเฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังจะแตกสลาย ความเจ็บปวดที่ราวกับกระแสคลื่นก็ม้วนกลับไปจนหมด
เฉินเหมียวเหมี่ยวถอนหายใจออกมา ก่อนจะสลบไป
ในเวลานี้เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่รู้ว่าร่างที่น่าสงสารของตนเองเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและเลือด อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย และถูกม่อเสวียนหมิงอุ้มเอาไว้แนบอก
เก้าวันเต็ม ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวถูกทรมานถึงเก้าวัน ม่อเสวียนหมิงไหนเลยจะไม่ทรมาน
เขาเองก็อธิบายไม่ถูก เมื่อเห็นนางได้รับความทุกข์ทรมาน เขาก็เหมือนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นเช่นกัน
นี่คือผลข้างเคียงของการที่จิตสื่อถึงกันอย่างนั้นหรือ?
ต้องใช้แน่ ๆ
โชคดีที่เฉินเหมียวเหมี่ยวบรรลุระดับรวมปราณวิญญาณ และก้าวเข้าสู่ระดับเหนือมนุษย์ได้สำเร็จ นับจากนี้ไปก็ไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียรคู่กับเขาอีก
ความรู้สึกที่ถูกอารมณ์ของผู้อื่นครอบงำเช่นนี้ เลวร้ายอย่างมาก
เขาไม่อยากสัมผัสความรู้สึกเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง
ม่อเสวียนหมิงค่อย ๆ พ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะก้มหน้าลงมองร่างเล็กที่นอนหลับสบาย พลันรู้สึกอยากจะกัดขึ้นมา
“คนนิสัยไม่ดี”
ม่อเสวียนหมิงเอ่ยเพียงเท่านั้น แม้เขาจะอยากโยนนางทิ้งเพียงใด แต่ก็ยังคงกอดนางเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหนอยู่ดี จากนั้นก็ค้อมศีรษะเล็กน้อยให้กับโครงกระดูกโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่
“ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านขอรับ”
เอ่ยจบ ม่อเสวียนหมิงก็พาเฉินเหมียวเหมี่ยวออกมาจากที่แห่งนั้น ดวงดาวสีม่วงที่โบยบินไปทั่วส่องแสงระยิบระยับ ราวกับกำลังตอบรับพวกเขา...
……
เฉินเหมียวเหมี่ยวในที่สุดก็ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม นางถอนหายใจออกมาอย่างมีความสุข
ความรู้สึกเช่นนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ทั้งร่างเบาสบาย จิตวิญญาณปลอดโปร่ง แม้แต่เส้นผมก็ยังปลิวสยายเช่นกัน!
ตื่นได้แล้ว!
แต่เมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวพลิกตัว กลับเผลอดื่มน้ำที่ใช้อาบเข้าไปโดยไม่ทันตั้งตัว
นางรีบลุกขึ้นยืน จึงพบว่าตอนนี้นางกำลังเปลือยกายแช่อยู่ในสระน้ำสีทองระยิบระยับแห่งหนึ่ง
“บัดซบ ที่นี่คือที่ใดกัน?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวรีบหยิบชุดคลุมมังกรขาวที่อยู่ด้านข้างมา จู่ ๆ ก็มีเสียงเด็กน้อยดังขึ้นในหัวของเฉินเหมียวเหมี่ยว
“จะเป็นที่ใดได้ล่ะ ที่นี่ก็คือสระเวหาน่ะสิ หึ คนธรรมดาอย่างเจ้าสามารถมาที่นี่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างโชคดีเสียเหลือเกิน นายท่านช่างดีกับเจ้าจริง ๆ!”
“ใครพูด?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวตกใจอย่างมาก ก่อนจะใช้ชุดคลุมมังกรขาวปิดบังร่างกายด้านหน้าเอาไว้ พลางมองไปรอบ ๆ ทันที แต่ที่นี่อบอวลไปด้วยหมอก นอกจากสระสีทองแล้ว นางก็ไม่เห็นสิ่งใดอีก
!!!
“ออกมานะ!”
ยังคงไม่มีผู้ใดตอบกลับมา
เฉินเหมียวเหมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น ก้มมองชุดคลุมมังกรขาวในมือ ก่อนจะหรี่ตาลง “เจ้างั้นหรือ ชุดคลุมน้อย?”
“…”
‘ขอเพียงข้าแกล้งตายต่อ นางก็สัมผัสถึงข้าไม่ได้แล้ว’
‘ฮือฮือฮือ แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวเป็นแค่คนธรรมดาไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงได้ยินเสียงของข้าได้เล่า นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!’
เฉินเหมียวเหมี่ยวยกชุดคลุมมังกรขาวขึ้นมาตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะเอ่ยอย่างหยอกล้อ “ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า ชุดคลุมน้อย นายท่านที่เจ้าพูดถึงเป็นใคร ใช่ม่อเสวียนหมิงหรือไม่?”
“เจ้าเรียกข้างั้นหรือ?”
เมื่อม่อเสวียนหมิงได้ยินชื่อของตัวเอง ก็ก้าวออกมาจากกลางอากาศอย่างแผ่วเบา หน้ากากสีทองนั่นกลับมาอยู่บนใบหน้าของเขาอีกครั้ง ดังนั้นเฉินเหมียวเหมี่ยวจึงเห็นแค่แววตาที่ลุ่มลึก ร่างกายที่แข็งค้าง รวมถึง...หูที่ค่อย ๆ แดงเรื่อ
เฉินเหมียวเหมี่ยว “…”
ม่อเสวียนหมิง “…”
เฉินเหมียวเหมี่ยวขบกรามแน่น ก่อนจะสาดน้ำใส่ม่อเสวียนหมิง “ยังจะมองอีก!!!”
ม่อเสวียนหมิงถูกน้ำสาดใส่ทั้งร่าง ไม่เพียงไม่โมโห แต่ยังรีบจากไปเหมือนกับตอนขามาทันที รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เขาออกไปอยู่นอกสระเวหาภายในพริบตา แต่กลับไม่สามารถสลัดภาพในหัวออกไปได้...
ใบหน้าอันงดงาม ผมสีดำยาวปลิวสยาย ร่างกายขาวเนียนไร้ตำหนิ ขาเรียวยาวคู่นั้น...และยังมีดวงตาที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ เต็มไปด้วยเสน่ห์...
ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นครอบงำอารมณ์กลับมาอีกครั้ง!
ทว่าครั้งนี้กลับแข็งแกร่งและรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า!
ม่อเสวียนหมิงลอบกำหมัดแน่น พลางเอ่ยในใจ ‘ผลข้างเคียงของการบำเพ็ญเพียรคู่ช่างรุนแรงยิ่งนัก ข้าควรไปพบผู้อาวุโสซิน ให้นางหลอมโอสถให้ข้ากินสักเม็ดดีหรือไม่’