“คุณชาย ทำเช่นนี้เราจะเสียเปรียบนะขอรับ” บ่าวหนุ่มบ่นพึมพำรถเข็นคันนั้นคุณชายของเขาใช้เงินไปถึงหนึ่งพันตำลึงกว่าจะซื้อหามาได้ทั้งจุดประสงค์ยังเอาไว้เพื่อมอบให้ผู้อื่น
“ไปเถิด” ผู้เป็นายพูดสั่ง
บ่าวหนุ่มจึงไม่อาจกล่าวคำใดได้อีก
นายบ่าวสองคนนี้เดินไปยังตรอกที่เ้าหกและบิดาเพิ่งจะออกมาครั้นเข้ามาในตรอก ทั้งสองพลันได้กลิ่นคาวเื คิ้วขมวดมุ่นและเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วยิ่งขึ้น
ในตรอกลึกสุดมีจวนตั้งอยู่หลังหนึ่งผู้เป็นายผลักเปิดประตูเข้าไปก็พบกับซากศพนอนเกลื่อน
“เกิดเหตุอันใดขึ้น”ผู้เป็นายเอ่ยถามบุรุษในเสื้อแพรที่อยู่ไม่ไกล
“พวกมันมาก่อเื่ในถิ่นของเหล่าจือ หากไม่ฆ่าแล้วจะเก็บไว้ไย” กงซุนอี้ยักไหล่ไม่แยแส“เ้าพวกไม่ได้เื่ แค่เด็กสี่ขวบก็ยังจัดการไม่ได้ ถูกนางเล่นงานจนไปกองกับพื้น…”
“เด็กสี่ขวบ?” ในสมองหลิ่วตี๋ปรากฏภาพเด็กหญิงที่เรียกเขาว่าพี่ชายสุนัขจิ้งจอกขึ้นมาในพลัน
“ใช่ เป็เด็กหญิงผู้หนึ่งบิดาท่าทางเหมือนนักเลงแท้ๆ ไม่รู้เหตุใดถึงได้มีบุตรสาวน่ารักเช่นนั้นได้ทั้งยังมีฝีมือเก่งกาจ ไม่รู้ว่าถูกลักพาตัวมาหรือไม่”กงซุนอี้เล่าเื่ราวให้ฟังน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่มีต่อเด็กหญิงผู้นี้เต็มเปี่ยม
“ใช่ แล้วรถเข็นที่ข้าให้ไปทำเล่าบอกว่าวันนี้จะไปรับมามิใช่หรือ”
“ตกน้ำไปแล้ว”หลิ่วตี๋กล่าวตอบด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก
กงซุนอี้ “…”
ตนดูเหมือนคนที่หลอกง่ายอย่างนั้นหรือ?
“แล้วนายท่านหกเล่า” หลิ่วตี๋เอ่ยถาม
กงซุนอี้บุ้ยปากเข้าไปในเรือน “กำลังพักผ่อนอยู่จะว่าไปแล้วนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่นายท่านหกจะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วหากตามหาท่านหมอเทวดาชวีไม่พบ แล้วไม่สามารถรักษาขาของนายท่านหกได้จะทำเช่นไร”
หากรักษาขาเอาไว้มิได้ คนที่ถูกพูดถึงก็จะกลายเป็คนไร้ประโยชน์ทันทีส่วนผู้ติดตามเช่นพวกเขาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะมีจุดจบเช่นไร
“เ้าอยู่ดูแลนายท่านหกให้ดีส่วนเื่ตามหาท่านหมอหาเทวดาชวีข้าจะคิดวิธีเอง”กล่าวจบหลิ่วตี๋หมุนกายเดินจากไป
ณ บ้านสกุลกู้
“พวกเรากลับมาแล้ว!” เ้าหกเข็นรถเข็นเข้าไปในบ้าน สามพี่น้องกู้เห็นเ้าหกต่างหาที่หลบซ่อนเป็พัลวันแต่พอเห็นรถเข็นที่อีกฝ่ายเข็นมาก็ให้รู้สึกสงสัยระคนแปลกใจ พากันค่อยๆย่องแอบเดินตามไป
เ้าหกเข็นรถเข็นไปยังห้องทิศตะวันตกนางมองพี่ชายด้วยดวงตาวาววับเป็ประกาย กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า “พี่ชายท่านรีบมาดูของขวัญที่ข้าซื้อให้ท่านเร็วเข้า!”
พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยกล่าวว่าหากบุรุษได้รับของขวัญจะรู้สึกดีใจมาก นางเองอยากให้พี่ชายรู้สึกดีใจถึงได้กล่าวออกไปเช่นนี้
ผมเผ้าของเ้าหกยุ่งเหยิง บนใบหน้ามีรอยแดงเหมือนถูกกดทับคงเป็เพราะนอนหลับมาระหว่างทาง บนหน้าผากมีเหงื่อผุดพรายเล็กน้อย เส้นผมระลงมาติดข้างแก้มและหน้าผากตามเนื้อตัวและเสื้อผ้าก็สกปรกเปรอะเปื้อน
เดิมทีกู้อวี้คิดจะบอกเ้าหกว่าก่อนจะเข้าห้องผู้อื่นต้องเคาะประตูเพื่อขอความเห็นชอบจากเ้าของห้องเสียก่อนนี่เป็มารยาทพื้นฐาน แต่พอได้เห็นดวงตาทอประกายซึ่งเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและความจริงใจเขาก็เก็บคำพูดเ่าั้ไว้
“พี่ชาย ท่านชอบหรือไม่”เ้าหกเห็นกู้อวี้นิ่งไป ไม่กล่าวคำใดจึงเข็นรถเข็นเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
กู้อวี้เลื่อนสายตาไปยังรถเข็นซึ่งดูแล้วแข็งแรงทนทานไม่ใช่น้อยอีกทั้งอยู่ไกลถึงขนาดนี้ยังได้กลิ่นหอมๆ โชยมา แม้ตนจะมีความรู้ในเื่นี้ไม่มากหากก็พอรู้ว่ารถเข็นซึ่งทำจากไม้คันนี้ราคาต้องไม่ถูกแน่นอน
“ชอบ” เขาตัดใจทำให้เ้าหกผิดหวังไม่ลงขณะเดียวกันก็คิดในใจว่า ช่างเถอะ ค่อยๆ สั่งสอนเื่มารยาทไปก็แล้วกัน
“หากชอบก็รีบมาลองนั่งดูเถิดข้าจะได้เข็นท่านออกไปข้างนอก”ครั้นเ้าหกได้ยินว่ากู้อวี้ชอบให้รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง แววตาเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิมประหนึ่งพลุที่ถูกจุดขึ้นไปบนท้องนภาอย่างไรอย่างนั้น
เด็กหญิงที่ดีเช่นนี้ทำให้กู้อวี้อดไม่ได้ที่อยากจะทะนุถนอมประคองไว้กลางฝ่ามือเพียงแต่มันจะเป็การไม่เหมาะสม อีกทั้งตัวเขายังขาพิการ สิ่งที่ทำเพื่อนางได้จึงมีข้อจำกัดเขาคิดด้วยแววตาหม่นแสง ก่อนจะสั่นศีรษะ “ไม่…”
ไหนเลยจะรู้ว่าเ้าหกกลับปรี่เข้ามาเลิกผ้าห่มออก แล้วใช้สองมืออุ้มเอวเขาขึ้นโดยพลัน
กู้อวี้ “…”
ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธเ้าหกกลับเอ่ยออกมาว่า “พวกเ้ายังมัวยืนนิ่งอยู่อีก เหตุใดไม่รีบมาช่วยข้า!”
ใบหน้าของเ้าหกฝังอยู่กับหน้าอกของกู้อวี้เสียงที่เปล่งออกมาจึงอู้อี้แม้จะเป็เช่นนี้หากก็ยังฟังออกถึงความเบิกบานใจในน้ำเสียง เมื่อเสียงนี้ลอยเข้าหูของกู้อวี้ก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็กระแสอบอุ่นสายหนึ่งไหลไปสู่หัวใจ
คงเป็เพราะอบอุ่นเกินไปจนทำให้เขาลืมที่จะเอ่ยปฏิเสธ
สามพี่น้องกู้ซึ่งหลบอยู่ตรงประตูสะดุ้งตัวโยนถึงกระนั้นก็ยังรีบวิ่งเข้าไปช่วยอุ้มพี่ชายขึ้นนั่งบนรถเข็น
รถเข็นคันนี้พวกเขาไม่อาจพูดในสิ่งตรงกันข้ามกับที่ใจบอกว่าไม่ดีได้นอกจากรถเข็นแล้ว ก่อนหน้านี้เ้าหกยังเก็บหลินจือกับโสมมาอีก…
เป็เพราะเหตุนี้มารดาที่จากเดิมชื่นชอบเ้าหกอยู่แล้วเวลานี้ยิ่งรักใคร่มากขึ้นไปอีกในขณะเดียวกันก็เห็นพวกเขาขวางหูขวางตา เฮอะ ไม่เห็นจะเก่งกาจเท่าใดเลยไว้พวกเขาค่อยหาวันขึ้นเขาไปเก็บหลินจือกับโสมมาก็ใช้ได้แล้ว
เ้าหกไม่รู้ถึงความคิดของทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อยนางเข็นรถพากู้อวี้ออกไปนอกห้องอย่างอารมณ์ดี ั้แ่ได้รับาเ็กู้อวี้ก็ไม่เคยได้ออกจากห้องไปที่ใดเวลานี้เมื่อกำลังจะได้ออกไปมือจึงจับอยู่บนที่เท้าแขนของรถเข็นไว้เกร็งแน่น อดไม่ได้ที่ใบหน้าจะดูเครียดเขม็ง
หยวนเหล่าเอ้อร์ที่ตามเ้าหกมาช่วยเข็นรถเข็นพาข้ามธรณีประตูพอถึงตรงที่เป็บันไดก็หาแผ่นไม้มาวางพาดเพื่อให้สามารถเข็นรถลงบันไดได้สะดวกแม้ในใจจะนึกอิจฉากู้อวี้ หากก็ตระหนักดีว่าเวลานี้ชายหนุ่มคือคนที่บุตรสาวชมชอบดังนั้นยามอยู่ต่อหน้าเ้าหกเขาจะต้องทำดีกับอีกฝ่ายไว้
หยวนเหล่าเอ้อร์ผู้นี้เ้าเล่ห์ถึงกระดูกโดยแท้แม้แต่กับบุตรสาวก็ยังมีแผนการซ่อนไว้
“เ้าหกไว้เย็นนี้พ่อจะทำที่จับให้ใหม่ดีหรือไม่ เ้าจะได้ไม่ต้องชูมือขึ้นสูงเวลาเข็น”หยวนเหล่าเอ้อร์พูดประจบบุตรสาว
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”เ้าหกยิ้มกว้างจนตาหยีเป็เส้นตรง
ทว่าภายในใจหยวนเหล่าเอ้อร์กลับคิดว่าคำขอบคุณหรือ? ไม่จำเป็ ข้าอยากได้โสมต่างหาก เพื่อให้ได้เงินมาแล้วต่อให้ต้องขายร่างกายหรือิญญาเขาก็ยินยอมสละได้ทั้งสิ้น
“ขอบคุณท่านอารองมากขอรับ”ภายในใจของกู้อวี้ยามนี้รู้สึกอบอุ่นอย่างยิ่ง ยกสองมือขึ้นคารวะ“เพียงแต่เื่รถเข็นให้เ้ารองจัดการเถิดขอรับ”
ในความหมายของเขาจะให้เด็กผู้หญิงเข็นตนออกไปที่นั่นที่นี่ใช้ได้ที่ใดกันชื่อเสียงของเ้าหกคงถูกทำลายจนสิ้นเป็แน่ อีกประการคือเขาไม่อยากให้เด็กหญิงตรงหน้าต้องลำบากอีกแล้วนางควรได้รับการทะนุถนอมดูแลอย่างดี และให้อยู่ในเรือนมิให้ออกไปที่ใด ส่วนเื่ใช้แรงเป็งานของบุรุษ
“ไม่! ข้าไม่ให้เ้ารองเข็น!ข้าจะเข็นให้ท่านเอง!” เ้าหกไม่ยินยอมพี่ชายเป็ของนาง เช่นนี้แล้วจะให้ผู้อื่นมาเข็นได้อย่างไร
“ได้ๆ เ้าเป็คนเข็น”กู่ซื่อเข้ามาแล้วอุ้มเ้าหกขึ้น ก่อนจะหันไปส่งสายตาดุให้แก่บุตรชายคนโต “เ้าลูกคนนี้นี่ไม่ได้ความเอาเสียเลยหากพูดไม่เป็ก็ไม่ต้องพูด หุบปากเสีย เห็นหรือไม่ว่าเ้าหกไม่พอใจแล้ว!”
กู้อวี้ที่ถูกดุ “…”
“แม่พาเ้าไปอาบน้ำดีหรือไม่ เสร็จแล้วจะได้ไปกินข้าวส่วนพี่ชายปล่อยให้นั่งเล่นอยู่ตรงนี้ก่อน”
เ้าหกหันไปมองกู้อวี้อย่างไม่วางใจ ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่กู้ซี จากนั้นถึงค่อยหันไปกอดคอกู่ซื่อแล้วกล่าวว่า“เ้าค่ะ”
กู้ซีที่ถูกเ้าหกใช้สายตาโจมตี “…”
ตกลงเขาทำผิดตรงที่ใดกันแน่หรือว่าการมีอยู่ของเขาก็เป็เื่ผิดแล้ว? ฮือๆ เ้าหกช่างใช้อำนาจบาตรใหญ่เหลือเกิน!