อ๋าวซีซวนหน้าเสียไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาเห็นแล้วว่าบุตรชายเพียงคนเดียวพยายามกินอาหารและออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงกว่าเดิมมาตลอด เมื่อวานเขายังเข้าไปพูดคุยกับบุตรชายอยู่เลยว่าให้แสร้งป่วยไปก่อนไม่จำเป็ต้องรีบออกมา
ไม่คิดว่าบุตรชายจะรีบออกมาปรากฏตัวั้แ่พิธียังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาการกระทำของอ๋าวหลวนหลงก็สร้างความไม่สบายใจให้ตนกับฟางฮูหยินไม่น้อย ด้วยเกรงว่าที่เขาเพียรพยายามออกกำลัง ก็คงทำเพื่อจะมาต่อยตีกับบรรดาพี่น้อง สุดท้ายก็ต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ไปเสียทุกครั้งไป
กล่าวตามจริงอ๋าวหลวนหลงก็ไม่ได้มีความมั่นใจถึงเพียงนั้น แต่ตระกูลอ๋าวจะทำพิธีบูชาเทพประจำตระกูลทั้งที ตนจะไม่อยากรู้อยากเห็นวิถีชีวิตของมนุษย์ที่ไม่มีวันจะได้ข้องเกี่ยวกับเหล่าเทพแล้วได้อย่างไร
ยังมีเื่การเป็ผู้ฝึกตนอีกเื่หนึ่ง ซึ่งเป็สาเหตุหลักที่เขาตัดสินใจมาเข้าร่วมพิธีในวันนี้
“คำนับท่านย่า ผู้าุโ ท่านลุง ท่านอา…”
อ๋าวหลวนหลงเดินเรียงคำนับญาติพี่น้องในตระกูลโดยเริ่มจากผู้นำตระกูลคือกัวฮูหยินผู้เป็ท่านย่า จากนั้นก็เป็บรรดาน้องชายของท่านปู่ที่เป็บ้านสายรอง สายสาม สี่ ไล่เลียงไปจนถึงรุ่นบิดาที่ใช่ชื่อนำหน้าว่าซี
ถัดมาจากรุ่นที่ใช้ชื่อนำหน้าว่าซี ก็จะเป็รุ่นของตนเองที่จะใช้คำนำหน้าว่าหลวน อย่างคุณชายใหญ่อ๋าวหลวนเซี่ย คุณชายรองอ๋าวหลวนตง คุณชายสามอ๋าวหลวนกัง
อ๋าวหลวนหลงคำนับพี่ชายพี่สะใภ้และพี่สาวที่อายุมากกว่าตนจนครบ ตามจริงเขาจะต้องหยุดที่ตรงนี้และนั่งลงบนเก้าอี้ที่บ่าวรับใช้เตรียมไว้ให้ตามลำดับการนั่งในพิธีบูชาเทพ
“ตรงนี้คือที่นั่งของข้า” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบกับเด็กหนุ่มวัยใกล้เคียงกับตน
จากที่เขารู้มาเด็กหนุ่มที่ตนกำลังพูดด้วยคือคุณชายห้าอ๋าวหลวนหย่ง น้องชายร่วมสายเืของคุณชายใหญ่อ๋าวหลวนเซี่ยบุตรชายของท่านลุงใหญ่อ๋าวซีห่าว นอกจากนี้ที่เก้าอี้ตัวถัดไปก็ยังมีน้องสาวและน้องชายอยู่อีก 7 คน รวมแล้วในรุ่นเขามีคุณหนูคุณชายรวมทั้งพี่สะใภ้ 2 คน ก็เป็ทั้งหมด 14 คน แต่เก้าอี้ถูกจัดเอาไว้เพียง 13 ตัว เท่านั้นเวลานี้จึงไม่มีผู้ใดยินยอมลุกออกจากที่นั่ง
“เ้าเต่า บางครั้งเ้าก็ไม่ได้มาร่วมพิธี บางครั้งเ้าก็มาช้าจนต้องไปยืนรวมกับพี่น้องสายรอง ผู้ใดจะรู้เล่าว่าเ้าจะมาั้แ่หัววันในครั้งนี้ บ่าวไพร่ไม่มีโอกาสให้มาเข้าร่วมยังศาลบรรพชน ไม่มีคนยกเก้าอี้มาเพิ่มหรอก เช่นนั้นเ้าก็ควรจะไปยืนที่เดิมของเ้า” อ๋าวหลวนหย่งชี้มือไปยังกลุ่มทายาทสายรองรุ่นหลัง ที่อยู่ห่างจากลานพิธีมากพอสมควร
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากทั้งทายาทสายหลักและสายรองเยาว์วัย พวกเขารู้สึกสนุกยิ่งนักที่เ้าเต่าโผล่หัวออกมาให้เหยียบย่ำเสียั้แ่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้พวกเขาวิ่งวุ่นหาตัวมากลั่นแกล้งหลังจบพิธี
“ข้าเป็พี่ชายเ้า ไม่เรียกให้พวกเ้าที่เหลือมาน้อมคารวะก็ดีเท่าใดแล้ว จะพูดอะไรก็ให้นึกถึงหน้าตานายท่านใหญ่บิดาเ้าบ้างผู้อื่นจะตำหนิได้ว่าบ้านสายหลักไม่รู้จักสั่งสอนมารยาท”
“เ้า! เ้ามันคู่ควรหรือ เ้าดูเสียก่อนว่าในที่นี้มีผู้ใดต่ำต้อยเท่าเ้าบ้างหลวนหลง!” อ๋าวหลวนหย่งแผดเสียงดังลั่น
อ๋าวซีห่าวได้ยินคำกล่าวของหลานชายเต็มสองหู เขาหันมาส่งสายตาตำหนิให้กับอ๋าวซีซวนทันที ด้วยไม่อยากแสดงตัวว่าไม่เป็ธรรมกับทายาทรุ่นหลัง
อ๋าวซีซวนหน้าเสียไปเล็กน้อยลอบกำหมัดแน่น พิธีบูชาเทพไม่ว่าบุตรชายหญิงแม้กระทั่งสะใภ้ก็มีสิทธิ์เข้าร่วมกันทุกคน แต่ทุกปีก็มักจะเกิดเหตุการณ์ดูิ่ดูแคลนกันเช่นนี้ ภรรยาของตนผู้ไม่มีพลังปราณจึงไม่เคยมาเข้าร่วมอีกเลย แต่นางเป็เพียงสะใภ้ ต่างกับอ๋าวหลวนหลงที่ยากจะปฏิเสธและต้องมาทนรับคำเหยียดหยามเช่นนี้เป็ประจำ
“หากยุ่งยากนักก็มายกเก้าอี้ของข้าไป”
ก่อนที่อ๋าวซีซวนจะออกปากขอให้บุตรชายไปยืนรวมกับกลุ่มบ้านสายรอง เสียงของฮูหยินผู้เฒ่ากัวผู้เป็มารดาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านแม่ ท่านเป็ผู้นำตระกูล ท่านเองก็อายุไม่น้อยแล้วทำเช่นนั้นไม่สมควรขอรับ” นายท่านใหญ่อ๋าวซีห่าวรีบมาประคองร่างผู้เป็มารดาเอาไว้ นึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ ที่มารดาปกป้องอ๋าวหลวนหลง ทั้งที่อีกฝ่ายไม่สมควรจะได้รับความเอ็นดูเลยสักกระผีก
“หลวนหลิง เ้าลุกขึ้นมานั่งกับแม่เ้า” อ๋าวซีฮันนายท่านสี่ตัดสินใจยุติเื่ไม่เป็เื่ในครั้งนี้เสีย เขาเรียกบุตรสาววัย 5 ขวบของตนที่นั่งเป็อันดับสุดท้ายให้มานั่งรวมกับภรรยาแทน
เด็กหญิงตัวน้อยหันมายิ้มให้อ๋าวหลวนหลงคราวหนึ่ง “พี่สี่ ท่านมานั่งที่เก้าอี้ข้าก็ได้เ้าค่ะ”
อ๋าวหลวนหลงยิ้มตอบคุณหนูหก น้องสาวคนเล็กสุดจากท่านอาอ๋าวซีฮัน หูกุ้ยเล่าให้ฟังว่าในบรรดาคุณชาย 6 คน กับคุณหนู 6 คน ก็มีเพียงบุตรชายหญิงจากท่านอาอ๋าวซีฮันนี้เท่านั้นที่ไม่ได้ทำตัวน่ารังเกียจนัก แต่เป็เพราะอ๋าวหลวนหลงคนเก่าไม่ชอบสุงสิงกับผู้ใดจึงไม่ได้สนิทสนมกับพี่น้องจากท่านอาเท่าใดนัก
อ๋าวหลวนหลิงไม่เคยได้รับรอยยิ้มจากพี่ชายสี่ของนางเลยสักครั้ง แก้มของคุณหนูตัวน้อยขึ้นสีแดงจัดด้วยความขัดเขินแล้วรีบวิ่งไปหามารดาของนาง
“ไปสิ ก็มีที่นั่งแล้วมิใช่หรือ?” อ๋าวหลวนหย่งเอ่ยประชดประชัน ลอบส่งสายตากับพี่น้องหลายคนคิดว่าหลังจากจบพิธีเมื่อใดจะจัดการกับเ้าเต่านี่ให้สาสม
“เ้าต่างหากที่ต้องลุกออกไป เก้าอี้ตัวนี้คือที่นั่งของข้า! ขยับถอยไปให้หมดทุกคน!” อ๋าวหลวนหลงเปลี่ยนสีหน้าจากแย้มยิ้มเมื่อครู่มาเป็ใบหน้าเรียบเฉยเ็า ประสานสายตากับอ๋าวหลวนหย่งโดยตรงอย่างไม่กลัวเกรง
“สามหาว! เ้าคิดจะมาก่อความวุ่นวายหรืออย่างไรหลวนหลง!” อ๋าวซีเค่อท่านลุงรองของเด็กหนุ่มไม่อาจนิ่งฟังอยู่เฉยได้ ที่นั่งด้านหลังยังมีบุตรีของตนอยู่อีกสองคน พวกนางล้วนเป็ทายาทที่รวบรวมปราณได้แล้ว ไหนเลยจะต้องยินยอมให้กับอ๋าวหลวนหลงคนไร้ความสามารถผู้นั้น
“พอกันเสียทีได้หรือยัง! วันนี้ต่อหน้าบรรพชนสกุลอ๋าวพวกเ้ายังไม่รู้จักสำรวมกิริยากันแม้แต่น้อย จะให้ข้าต้องขุดร่างบิดาของพวกเ้าขึ้นมาดูดีหรือไม่ว่าเวลานี้ทายาทของเขากระทำตัวกันเช่นไร!”
“ท่านแม่! เขา..”
“เขาอะไร? เขาไม่มีพลังปราณเช่นนี้หรือ? เขาไม่ใช่คนสกุลอ๋าว? หรือว่าเขาไม่ใช่หลานชายของเ้า?”
เสียงของกัวฮูหยินผู้นำตระกูลไม่ได้เบาเลย ทายาทตระกูลอ๋าวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็ผู้าุโยันเด็กทารกต่างพากันเงียบกริบ ผู้ใดไม่รู้บ้างว่ากัวฮูหยินรักใคร่เอ็นดูอ๋าวหลวนหลงเป็พิเศษ เสียดายก็แต่นางสงสารคนผิด คุณชายสี่ผู้นี้เข็นอย่างไรก็คงจะเข็นไม่ขึ้นแล้ว
“ขยับไปหลวนหย่ง อย่าให้พิธีบูชาเทพัของเราในวันนี้ต้องมัวหมอง ท่านย่าของเ้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าหลวนหลงจะไร้ค่าเพียงใดเขาก็ยังเป็หนึ่งในทายาทสกุลอ๋าวของเรา” อ๋าวซีห่าวกัดริมฝีปากข่มกลั้นโทสะเอาไว้เต็มที่
มารดาเห็นดีเห็นงามให้อีกฝ่ายหลงระเริงย่ามใจ ทะเลาะกันไปก็ต้องจบด้วยคำตัดสินของผู้นำตระกูลอยู่ดี เขาเอ่ยปากคลี่คลายสถานการณ์แต่ก็ยังไม่วายเหน็บแนมตอกย้ำความไร้ค่าและต่ำต้อยของหลานชายแท้ๆ
ผู้าุโสี่คนซึ่งมีศักดิ์เป็ท่านปู่รองของอ๋าวหลวนหลงต่างก็พากันนิ่งเงียบไม่เอ่ยปาก เดิมทีกัวฮูหยินเป็สะใภ้แต่งเข้าตระกูลอ๋าวนางไม่มีสิทธิ์เป็ผู้นำตระกูลด้วยซ้ำ แต่เป็เพราะนางมาจากตระกูลกัวผู้บูชาเทพหงส์แดงนางจึงมีวิชายุทธ์ติดตัวมาแต่เดิม กอปรกับอ๋าวอี้เจี๋ยพี่ชายคนโตผู้นำตระกูลตัวจริงผู้ล่วงลับ ถ่ายทอดวิชายุทธ์ตระกูลอ๋าวให้กับนาง สตรีผู้นี้จึงแข็งแกร่งกว่าพวกตนมากและกลายเป็ผู้นำตระกูลอ๋าวไปในที่สุด
ส่วนอ๋าวหลวนหลงทายาทไร้พลังปราณผู้นั้น ผู้าุโทั้งห้าไม่คิดจะแบ่งแยกอันใดกับเด็กหนุ่ม ตระกูลอ๋าวและตระกูลกัวยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหลงเทียนแล้ว ไม่ว่าอ๋าวหลวนหลงจะมีพลังหรือไม่มี ก็ไม่มีผู้ใดกล้าข่มเหงรังแกเขา มีเพียงความอิจฉาระหว่างพี่น้องในบ้านสายหลักเท่านั้นที่แก่งแย่งชิงดีกันเป็ที่สนุกปากของคนภายนอก
“ใกล้จะได้เวลาแล้ว จะทำอะไรก็ทำกันเสียให้เสร็จข้าจะได้เริ่มพิธีเสียที” ผู้าุโหนึ่งจากตระกูลอ๋าวสายรองเอ่ยเสียงราบเรียบ
เด็กชายและเด็กหญิง 7 คน นับั้แ่อ๋าวหลวนหย่งลงไป จำต้องขยับถอยหลังไปคนละหนึ่งก้าว คืนเก้าอี้ให้กับคุณชายสี่ตามลำดับาุโด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันไป บางคนก็เห็นสมควรและแน่นอนบางคนก็ไม่ยินยอมอยู่ในใจ
ในที่นี้ลำดับการเรียกคุณหนูคุณชายทั้งหลาย จะเป็แบบแยกชายหญิงนะคะ ตัวอย่างเช่น
อ๋าวหลวนเซี่ยอายุ 22 ปี (ช) เป็คุณชายใหญ่
อ๋าวหลวนจิงอายุ 20 ปี (ญ) ความาุโลำดับสอง แต่นางจะถูกเรียกเป็คุณหนูใหญ่
อ๋าวหลวนตง อายุ 19 ปี (ช) ความาุโลำดับสาม แต่เขาจะถูกเรียกว่าเป็คุณชายรอง
อ๋าวหลวนเม่ย อายุ 17 ปี (ญ) ความาุโลำดับที่สี่ เป็คุณหนูรอง
อ๋าวหลวนกัง อายุ 16 ปี (ช) ความาุโลำดับที่ห้า ถูกเรียกเป็คุณชายสาม
อ๋าวหลวนหลง อายุ 15 ปี (ช) ความาุโลำดับที่หก ถูกเรียกเป็คุณชายสี่