หลังจากผ่านมาแล้วหลายอาทิตย์ที่เคียงรักเข้าฝึกงาน ครั้งนี้จะเป็ครั้งแรกที่เธอได้ออกไปนอกบริษัท โดยที่วันนี้พวกเขาจะไปคุยงานกันยังจังหวัดใกล้ ๆ ขับรถไม่เกินสองชั่วโมงก็ถึง และพิธาเลือกที่จะขับรถไปกันเองสองคน ปล่อยให้นักรบอยู่จัดการงานที่ออฟฟิศแทน
“ตื่นเต้นไหมครับที่ได้มาฝึกงานข้างนอก” พิธาหันไปเอ่ยถามเคียงรักที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ข้าง ๆ
“ก็นิดหนึ่งค่ะ แต่ปะป๊าไม่เอาเลขาคนไหนมาเลย ให้หนูมาคนเดียวจะดีเหรอคะ”
“ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
“ก็หนูกลัวว่าจะทำอะไรพลาด กังวลว่าจะจดงานหรือจับใจความการคุยในครั้งนี้ไม่ทันค่ะปะป๊า” เคียงรักหันไปโอดครวญ ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้มาฝึกงานข้างนอกกับพิธาแค่สองคนเธอก็ดีใจยกใหญ่ แต่พอคิดอีกทีเธอกลัวว่าจะทำออกมาไม่ดีมากกว่า
“ไม่ต้องกลัวครับเด็กดี งานที่เราจะเข้าไปคุยไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก มีปะป๊าอยู่ทั้งคนไม่ต้องตื่นเต้นหรอกครับ”
“ค่ะ ว่าแต่หนูต้องทำอะไรบ้างนะคะ ทวนหนูให้ฟังอีกรอบหนึ่งได้ไหม”
“แค่จดสิ่งที่ปะป๊าและลูกค้าคุยกัน เอาเฉพาะใจความสำคัญหรือคอยยื่นแฟ้ม คอยเก็บเอกสารให้ปะป๊า ประมาณนี้ครับ ไม่ยาก” พิธาละสายตาไปมองเคียงรักแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดู
ดูสิ คิ้วขมวดแทบจะชนกันอยู่แล้ว
“ค่ะ ไม่ยาก แค่ตื่นเต้น ทำไมเราต้องมากันสองคนด้วยก็ไม่รู้ เกิดหนูทำอะไรพังขึ้นมา อย่ามาบ่นแล้วกันนะคะ”
“ครับ ไม่บ่นคนน่ารักคนนี้หรอก และที่มาสองคนน่ะ ก็เพราะอยากอยู่ด้วยกันสองต่อสองไงครับ ไม่ดีเหรอ ฮื้ม หรือว่าหนูไม่อยากอยู่ใกล้ปะป๊ากันแน่” พิธาเลิกคิ้วเอ่ยถามหญิงสาวทั้งที่ตายังมองไปยังถนนตรงหน้า
แม้จะอยู่บ้านหลังเดียวกัน นอนกอดกันทุกคืน แต่พออยู่ในที่ทำงานเขาก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้แสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่มากเกินลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยง ไม่อย่างนั้นอาจจะมีใครบางคนไปรายงานแม่ของเขาได้ แม้แม่จะเอ็นดูเคียงรักมากแค่ไหน แต่นั่นก็เป็เพราะท่านยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของพวกเขา
ทุกวันนี้เขานั่งนับวันนับคืนรอให้เธอฝึกงานจบไว ๆ จะได้ป่าวประกาศให้ประชาชนรับทราบสักที ทุกวันนี้เวลาเห็นเขาอยู่กับเคียงรักที่บริษัททีไร พิธานกับนักรบก็มักจะคอยจับตาดูเขาไม่ให้เขาแสดงอาการมีพิรุธจนเขาอึดอัดกับสายตาจ้องจับผิดของพวกมันเต็มทนแล้ว ถ้าไม่ติดว่ากลัวเคียงรักจะใเขาคงเตะก้นพวกมันไปคนละทีสองที โทษฐานไม่ให้เขาจู๋จี๋กับเมียที่บริษัท พอสบโอกาสเขาเลยรีบเสนอตัวมาทำงานนอกสถานที่โดยหนีบเธอมาด้วย ทั้งที่งานนี้ประธานบริษัทไม่จำเป็ต้องมาด้วยตัวเองก็ได้
“ใครบอกกันล่ะคะว่าไม่อยากอยู่ใกล้ปะป๊า หนูน่ะอยากอยู่กับปะป๊าจะตาย” เคียงรักวางเอกสารในมือลงบนตักแล้วเอาแขนตัวเองไปควงที่ลำแขนใหญ่ ก่อนจะเอียงศีรษะซบลงที่ต้นแขนและส่ายหัวไปมา ทำเอาสายตาคมเข้มที่มองเบื้องหน้าอยู่นั้นต้องก้มมองเธอด้วยความเอ็นดู
“ก็นึกว่าอยากอยู่ใกล้ ๆ ไอ้พวกหนุ่ม ๆ”
“หนุ่ม ๆ ไหนกันคะ หนูมีแต่ปะป๊าคนเดียวน้า” เคียงรักช้อนตาขึ้นมองขณะเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็เห็นว่ามีพวกนักศึกษาที่เข้ามาใหม่สามคนเข้ามาทักทาย คอยชวนไปกินข้าวกลางวันตลอดเลยนี่ครับ อย่าคิดว่าปะป๊าไม่รู้นะ” พิธาตอบกลับเสียงเข้ม
“แต่หนูก็ไม่ได้ไปนี่คะ ไปทานข้าวกับปะป๊าตลอด หรือไม่ก็ทานข้าวที่ปะป๊าซื้อมาให้นะคะ ไม่เคยไปไหนกับใครเลย แม้กระทั่งโรงอาหารของบริษัท”
“แต่ปะป๊าไม่ชอบครับ” พิธาหันไปบอก ไม่ใช่แค่มีหนุ่ม ๆ มาเกาะแกะเธอที่ทำให้เขาไม่พอใจ แต่เป็เพราะนักรบที่คอยเสี้ยมทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่างหาก
“หวงเหรอคะ”
“ใช่สิครับ หวงมาก ๆ ด้วย”
“คิก ๆ น่ารักจังเลยค่ะ” เคียงรักยิ้มเขิน ก่อนที่รถจะหยุดลงเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็สีแดง
“น่ารักแล้วรักไหมคะเด็กดี” พิธาเอามือเท้ากับพวงมาลัยและหันไปมองหน้าหวานจิ้มลิ้มของหญิงสาว รอยยิ้มของเธอทำให้เขาใจเย็นลงได้ทันที
“รักสิคะ ไม่ให้รักปะป๊าคนนี้แล้วจะให้หนูไปรักใครกัน รัก ๆ รักปะป๊าพิธานะ” เคียงรักยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงตัวสวย จนทำเอาพิธานั้นอดที่จะลูบหัวเธอไม่ได้
คนอะไรโคตรน่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู
“เราคุยงานกันเสร็จก็ไม่ต้องเข้าบริษัทกันแล้วนะครับ หนูอยากไปไหนต่อไหม”
“จะคุยงานเสร็จตอนไหนเหรอคะ”
“ไม่เกินเที่ยงครับ”
“งั้นไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกันไหมคะ ทำกับข้าวเย็นกัน หรือปะป๊าต้องไปไหนต่อ” เคียงรักเอ่ยถามและรอลุ้นในคำตอบ
หลายเดือนมาแล้วที่เธอและเขานั้นไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน น่าจะั้แ่วันที่ขี่จักรยานไปปิกนิกที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน หลังจากนั้นเขาก็ยุ่งกับงานทุกวันและไม่ค่อยมีเวลาให้เหมือนเดิม แต่เธอไม่น้อยใจเขาแล้วเพราะพอได้มาฝึกงานก็เข้าใจว่าเขาทำงานหนักจริง ๆ ประธานบริษัทไม่ได้มีหน้าที่แค่เซ็นเอกสารแบบในละครหลังข่าวที่เธอเคยเห็น
“ได้สิครับ เดี๋ยวปะป๊าเป็ลูกมือหนูแล้วกันเนอะ” พิธาหันไปตอบก่อนจะหันไปออกรถเมื่อสัญญาณไฟได้เปลี่ยนเป็สีเขียวแล้ว
“จริง ๆ นะคะ”
“ครับ เย็นนี้เดี๋ยวทำกับข้าวช่วยกันทำนะครับ” พิธายิ้มบาง ๆ
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลาให้เคียงรัก แต่วันนี้ก็จังหวะมาอยู่กับเธอนอกออฟฟิศจนได้ แม้จะต้องแลกกับการโดนบ่นหูชาตอนกลับไปบริษัทว่าทิ้งน้องชายมาเดตกับเมียเขาก็ไม่สน