เกิดใหม่เป็นคุณหนูใหญ่เพื่อแก้แค้นสามีจอมเจ้าเล่ห์

    บทที่ 52 รอยสักคู่รัก

    บทที่ 52 รอยสักคู่รัก


    เมิ่งเจียงอวี่จ้องมองไปที่ใบหน้าเรียบนิ่งของเสิ่นจงเฉิน พยายามมองหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในแววตา แม้เสิ่นจงเฉิน จะพยายามส่งสัญญาณบางอย่าง แต่เมิ่งเจียงอวี่ก็ไม่คิดจะพูดตามที่เขาต้องการ


    เพราะเสิ่นเมิ่งตัดสินใจทิ้งเขาไปอย่างชัดเจนแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะยกโทษให้เขาได้อีกแล้ว แม้เสิ่นเจียจะมีภูมิหลังด้อยกว่าเสิ่นเมิ่ง แต่ในตอนนี้ เธอคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของเขา


    ถ้าเขาตัดความสัมพันธ์กับเสิ่นเจียในตอนนี้ เขาก็จะถูกไล่ออกจากบ้านโดยไม่มีข้อกังวลใดใด! และการจะไต่เต้าอีกครั้งก็คงจะเป็นเรื่องยาก


    ดังนั้น...


    เมิ่งเจียงอวี่จึงรับไมโครโฟนจากนักข่าวของหนานตูเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้วยมือที่สั่นเทา เสียงของเขาแม้จะเบาแต่ก็ชัดเจน “คุณเสิ่นเจียคือคนรักของผม เราเป็นแฟนกันมาโดยตลอดครับ”

    “แก!!” สีหน้าของเสิ่นจงเฉินบึ้งตึงขึ้นมาทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยความน่ากลัว


    แต่เมิ่งเจียงอวี่กลับไม่เกรงกลัว เขาจ้องมองกลับไปที่แววตาอันมืดมนของเสิ่นจงเฉิน ก่อนจะฉีกเสื้อของตัวเองออก เผยให้เห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบสีฟ้าที่บานสะพรั่งอยู่บนหน้าอก


    เมิ่งเจียงอวี่ชี้ไปที่หน้าอกของเขา “ผมกับเธอสักรูปดอกกุหลาบเดียวกันไว้ที่หลังของเธอ เพราะผมหวังว่าจะได้กอดเธอแบบนี้ไปตลอดชีวิต ผมสักรอยสักนี้มาได้หนึ่งปีแล้ว ผมกับเสิ่นเจียคบกันมาหนึ่งปีแล้วครับ”


    “แชะ! แชะ! แชะ!” 


    นักข่าวทุกสำนักแตกตื่นกับข่าวนี้ พวกเขากระตือรือร้นที่จะถ่ายภาพกุหลาบสีฟ้าบนหน้าอกของเมิ่งเจียงอวี่


    “ดูเหมือนว่ารอยสักนี้จะมีมาได้สักพักแล้ว แน่นอนว่ามันไม่ได้เพิ่งสักเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจำได้ว่าในงานเลี้ยงการกุศลเดือนสิงหาคม คุณเสิ่นสวมชุดราตรีเปิดหลังยาว และมีรอยสักรูปดอกกุหลาบสีฟ้าที่เหมือนกันเป๊ะอยู่บนหลังของเธอ!”


    “รอยสักคู่รัก นี่ไม่ใช่การยืนยันแล้วเหรอว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน โรแมนติกจริง ๆ”


    “พวกคุณสังเกตเห็นไหม? พวกเขาคบกันมาหนึ่งปีแล้ว ฉันจำได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นเมิ่งกับคุณเมิ่งเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ดังนั้นใครกันแน่ที่เป็นมือที่สาม”


    ...


    เสิ่นจงเฉินได้ยินเสียงอุทานและเสียงสงสัยเต็มไปหมด เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ให้บีบคอเมิ่งเจียงอวี่ ไอ้เด็กเวรนี่! มันจงใจ มันไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์กับเสิ่นเจียต่อหน้าสาธารณชนเท่านั้น แต่มันยังเปิดเผยเรื่องส่วนตัวที่มากขึ้นด้วย



    เขาเข้าใจความคิดของไอ้เด็กเหลือขอนี่ มันต้องการลากเขาและลูกสาวลงน้ำไปด้วย ให้ทุกคนแปดเปื้อนไปด้วยกัน! ไอ้เด็กนี่  มันอยากตายมากนักรึไง!


    เสิ่นจงเฉินกำหมัดแน่นโดยไม่ทันระวังตัว ทันใดนั้นไมโครโฟนก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเขา “คุณเสิ่น เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณหนูเสิ่นกับคุณเมิ่ง คุณทราบเรื่องนี้หรือไม่ คุณรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกหรือเปล่า”


    “ฉันไม่รู้!!” ในที่สุดความโกรธของเสิ่นจงเฉินก็ปะทุขึ้น เขาคว้าไมโครโฟนแล้วตะคอกอย่างเกรี้ยวกราด


    แต่ไม่นานเขาก็ตระหนักถึงการเสียกิริยาของตัวเอง เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ รอยยิ้มจอมปลอมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง


    “เรื่องทั้งหมดนี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยสักนิด ถ้ารู้ตั้งแต่แรก ผมคงไม่นิ่งดูดายปล่อยให้เขาคบกับเยียเอ๋อร์ ลูกสาวของผมและหลานสาวของผมพร้อมกันหรอกครับ จริง ๆ ผมเพิ่งรู้เรื่องนี้เอง และอยากจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องเหมือนกัน” เสิ่นจงเฉินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม


    พูดจบ เขาก็เดินตรงปรี่เข้าไปหาเมิ่งเจียงอวี่ คว้าแขนของอีกฝ่ายแน่น แม้ใบหน้ายังคงฝืนยิ้ม แต่แววตากลับกรุ่นโกรธ


    “เมิ่งเจียงอวี่ เรื่องนี้ฉันว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่องแล้วล่ะ คืนนี้นายว่างไหม?!”


    “ในเมื่อคุณลุงอยากคุยด้วย ผมก็ว่างเสมอครับ” เมิ่งเจียงอวี่ยิ้มร่า เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือของเสิ่นจงเฉินไว้แล้วลุกขึ้นยืนซ้อนหลัง อิงน้ำหนักทั้งร่างไปกับอีกฝ่าย “แต่ว่า ผมดันมาขาหักเสียก่อน คุณลุงช่วยพาผมไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ แล้วเราไปคุยกันที่โรงพยาบาลก็ได้”


    เป้าหมายของเขาคือการเกาะติดเสิ่นจงเฉินกับลูกสาวเอาไว้ ไม่ให้สลัดทิ้งไปได้ง่าย ๆ 


    และเขาก็ทำสำเร็จ…

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูใหญ่เพื่อแก้แค้นสามีจอมเจ้าเล่ห์ ที่คุณอ่าน