แสงฟ้าแรกอรุณรุ่งลอดผ่านหน้าต่างวัง
หลุยส์จ้องเส้นแสงแสบตาเขามีสติรู้ตัวตลอดทั้งคืนจนหงุดหงิดกับแสงที่รบกวนเวลานอน แสงอันเตือนว่าถึงเวลาพบราชินีกีเนเวียแล้วาาแห่งบาวาเรียจึงพาร่างอันเมื่อยล้าขึ้นมาล้างคราบฝุ่นออกจากใบหน้า
“ทูลท่านลุดวิจ”โพเทย์กระแทกมือบนอกเสียงดังดึงความสนใจจากผู้เป็นาย“พระราชินีกำลังรอพบอยู่ที่เรือนริมน้ำ”
หลุยส์สวมชุดเกราะเหล็กดาบคมสองเล่ม และผ้าคลุมขนหมีสวมแต่งเต็มยศ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาขึ้นม้าศึกคู่ใจ
สติของเขาลอยล่องมาจนถึงตำหนักริมน้ำ
หูของเขาไม่รับรู้สิ่งที่แม่ทัพทั้งสองกำลังสนทนา
มีเพียงดวงตาที่จับจ้องไปยังทางเดินสู่เรือนทรงโรมันโบราณ
อาคารหินอ่อนสำหรับบูชาเทพเ้าแห่งสายน้ำสร้างมาั้แ่สี่ร้อยปีก่อน ทว่ามีสภาพสมบูรณ์มากกว่าพระวิหารโพเซดอนในกรุงโรม
ราชินีสาวนั่งอยู่กลางศาลาหินริมน้ำมือกำลังถักไหมขนแกะเป็ผ้าห่มผืนหนาใหญ่พอสำหรับเด็กวัยหัดเดิน ดวงตาสีน้ำเพชรเหลียวมองใบหน้าหลุยส์“วันนี้เรายังไม่เริ่มบทเรียน” พระนางวางมือลง “ท่านกลับไปนอนพักเสียก่อนเถิด”
กีเนเวียส่งยิ้มงามให้แก่หลุยส์มือบางผายเชิญให้เขากลับไปยังทางเดิม
“เช่นนั้นแล้วข้าขอตัวกลับก่อน” พระนางลุกขึ้นพร้อมพวกสาวใช้ทั้งหลายตั้งขบวนเดินออกจากวิหารเร็วจนหลุยส์ไม่ทันได้สติออกปากห้าม
สองแม่ทัพวิ่งแจ้นเข้าวิหารทันทีเมื่อราชินีและพวกกลับพระตำหนักราชวงศ์“เกิดเื่อันใดหรือเปล่า” โพเทย์กล่าวเสียงเขียว “นางทำอย่างนี้ช่างหยามท่านนักข้าจะไปลากนางมาปะากลางจัตุรัส”
“ปล่อยนางไป”เ้าทัพแห่งบาวาเรียหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อันวนอยู่ในสติพระราชินีสาวยิ้มสะกดอารมณ์ของเขาแล้วก้าวออกไปอย่างยโสโอหัง นางไม่แสดงความตั้งใจว่าจะสอนเลยแม้แต่น้อยคิดได้แล้วก็พาอารมณ์หงุดหงิดจนถึงที่พัก
เหตุการณ์นี้ติดตาจนถึงเวลานอนพานทำให้ลุดวิจนอนไม่หลับ
เมื่อถึงเช้าวันต่อมาหลุยส์ก็แต่งกายไปพบพระนางที่อุทยานหลวง ทว่ากีเนเวียก็เชิญให้เขากลับเหมือนเคย
“เ้าจะต้องสอน!” แต่แล้วคำตวาดจากหลุยส์ก็หยุดกลางคันเพียงราชินีสาวยกมือขึ้นก็หยุดทุกอารมณ์ของเขาด้วยความนิ่งสงบและสีหน้านิ่งอย่างวางอำนาจ
หลุยส์จึงจำต้องถอยกลับเขาเต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาลผสมความอิดโรย เมื่อรู้ว่าโต้เถียงนางไปก็ไม่สร้างประโยชน์รังแต่จะชวนให้เขาโมโหในหัวใจเสียมากกว่า
เหล่าแม่ทัพรวมตัวกันมาพบเขาใน่บ่ายพวกเขาเริ่มถกเถียงแผนการ แม้ว่าหลายเื่จะไม่มีคำตอบ
ทุกอย่างมีแต่คำว่าอาจจะ...
ดันเต้อาจจะวางแผนล้อมเมือง...
ดันเต้อาจจะลอบสังหาร...ดันเต้ถ่วงเวลารอโลธาริ่งสิ้น
ตกเย็นหลุยส์ก็หลับไม่สนิท ความคิดหมุนวนทบซ้ำพาให้หงุดหงิดปนเดือดดาล
พิจารณาความจริงกี่ครั้งเขาก็ได้แต่บทสรุปเดิมว่ากีเนเวียกำลังถ่วงการสอนเพื่ออะไรบางอย่าง
“ท่านลุดวิจ” เสียงโพเทย์ดังผ่านออกมาจากประตูห้องพักในยามเช้าดวงตาของขุนทหารเบิกกว้างมองหลุยส์ผู้ยังคงนอนอยู่บนเตียง
“เข้ามาสิ” หลุยส์ลุกขึ้นส่ายหน้าขจัดอาการเห็นพื้นไหลในยามเช้า
แม่ทัพร่างท้วมเดินเข้ามาช่วยยกอ่างน้ำมาวางลงข้างมือ“ดันเต้เดินทางไปเมืองพรอว็องค์ใต้ เขาสั่งการให้ประชาชนตัดต้นไม้”
“ตัดต้นไม้เหรอ” หลุยส์จ้องตาโพเทย์
ในหัวครุ่นคิดว่าสั่งให้ตัดไม้ไปเพื่อทำอะไร!
ทำฟืน? แต่เป็ไปไม่ได้เพราะตอนนี้เป็่หน้าฝน
ตัดไม้ทำป้อมกลางเมือง?คิดแล้วก็เป็เื่ประหลาด
เพราะหลุยส์เองนับเป็ข้าศึกตั้งค่ายอยู่กลางวังอยู่แล้ว
ตัดต้นไม้ต่อเรือ? แต่หลุยส์ก็คุมอู่ต่อเรือหลวงรอบทะเลสาบไว้หมดแล้ว
“พรุ่งนี้เราจะไปตรวจตรา”เ้าทหารแห่งบาวาเรียวางผ้าเช็ดหน้าลง
ดวงตาของเขาล่องลอย คิดวนอยู่กับคำว่า‘สั่งตัดไม้’
ดันเต้จะทำอะไรได้อีกบ้างหรือมีอู่ต่อเรือหลวงที่เขายังคุมไม่ครบ
หลุยส์ล้างหน้า “โพเทย์สั่งสำรวจอู่ต่อเรือหลวง” เขากล่าวระหว่างซับน้ำ
“แต่พรอว็องค์ไม่มีแม่น้ำที่ลึกพอจะสร้างเรือกลแบบโรมันนอกจากทะเลสาบหลวง”โพเทย์กุมคาง
“ดันเต้เชี่ยวชาญการต่อเรือกลศึก”หลุยส์เตือนลูกทัพ “เขาเคยต่อเรือเป็ร้อยลำในไบเซนธิริก”
“ั้แ่เขาอภิเษกกับกีเนเวียเราก็บีบโลธาริ่งที่สองให้ยกแผ่นดินพรอว็องค์ เพราะแผ่นดินเต็มไปด้วยูเาทุ่งหญ้า ป่าไม้มีเพียงแม่น้ำสายเล็ก” โพเทย์ทวนความ “เราคาดว่าเขาจะไร้พิษสงเป็เพียงเด็กเลี้ยงวัวไร้ปัญญาสักคน”
หลุยส์พยักหน้า“ข้าวางแผนเช่นนั้น” เขาก็เป็หนึ่งในผู้บีบโลธาริ่งที่สอง “เรากำจัดเขาออกจากน่านน้ำสีคราม”
โพเทย์ลดสายตาลง “แต่เราก็ไม่คิดว่าเขาจะได้ขุมทรัพย์อาณาจักรฟรังเกีย”รองแม่ทัพผ่อนลมหายใจกังวลร่วมไปกับนาย “แล้วถ้าการตัดไม้ครั้งนี้เป็แผนการของอเล็กซานเดอร์ด้วย”
“ก็เหมือนกับที่ดันเต้ได้คอกวัวหนังและเหมืองเหล็กลึกลับในพรอว็องค์”หลุยส์ผงกศีรษะ “เ้าเด็กนั่นร้ายลึกซ่อนวิชา สิ่งที่ดันเต้ลงมือทำล้วนมีความหมาย”
“แผ่นดินพรอว็องค์เต็มไปด้วยป่าอุดมสมบูรณ์มีแต่ต้นไม้ต้นใหญ่” โพเทย์สูดหายใจลึก “ถ้าสามารถเคลื่อนย้ายไปบาวาเรีย เราคงสร้างเรือรบโรมันได้หลายลำ”
“วันนี้ข้าจะพักผ่อน” หลุยส์หันไปสั่งลูกน้อง“ไปแจ้งกีเนเวียเช่นนั้นแล้วเรียกทหารมาพิจารณาแม่น้ำทุกสาย”
โพเทย์กระแทกมือบนอกรับคำสั่ง
การประชุมครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยทหารบาวาเรียไม่แน่ใจหลายเื่ในแผ่นดินพรอว็องค์ แม้หลุยส์จะสั่งให้สำรวจแม่น้ำไปแล้วก็ตามแต่ความกังวลทำให้เขายังคงไล่นับแม่น้ำทุกสายในพรอว็องค์จนสว่างคาตา
ยามเช้ากองทัพแห่งบาวาเรียเดินทางสู่พรอว็องค์ใต้
แม้ร่างกายของหลุยส์จะอิดโรยจนเห็นมองเห็นเมฆไหลเป็สายน้ำและมองเห็นหินเดินไปมาเหมือนเต่าคลานบนพื้น แต่เขาก็กัดฟันกุมบังเหียนม้าย่ำเดินเข้าสู่ประตูเมือง
สติเริ่มคิดแผนการจัดการแม่กีเนเวียตัวดีด้วยอารมณ์อันขุ่นมัว ทำให้เขาถึงกับเฆี่ยนม้าศึกหนักมือจนมาถึงเมืองพรอว็องค์ใต้
เมืองอันเต็มไปด้วยผู้คนร่างกายผอมโซเดินตามรายทาง
“เกิดอะไรกับที่แห่งนี้ไหนเ้าบอกว่าชาล์เดอพรอว็องค์รับสั่งให้ผู้คนตัดไม้เห็นแต่ว่าคนพวกนี้กำลังจะอดตาย”
เหล่าทหารหัวเราะก่อนจะตอบในลำคอ“นั่นสิท่านลุดวิจ พวกเขาอาจจะตายก่อน”
กองทัพของหลุยส์ชักม้าเดินชมชาวบ้านกำลังช่วยกันตัดต้นไม้ไร้วี่แววเงาหัวของชาล์เดอพรอว็องค์ในหมู่บ้าน
เอียมุสควบม้ากลับจากค่ายคนงาน“ชาล์เดอพรอว็องค์ไปเมืองเอดีสแล้ว”
ดวงตาสีเข้มเหลือบมองตามเสียงลั่นแ่เป็จังหวะ
เสียงไม้ดังก๊อก...ก๊อก...ก๊อกเมื่อถูกไฟแล้วดัดขึ้นรูปเป็โครงโค้ง
ช่างไม้โยนชิ้นงานลงข้างโครงไม้โค้งใหญ่อันวางเหนือกำแพงหินของตัวบ้านภาพในหัวของหลุยส์เห็นเรือหงายท้องอยู่บนฟ้า
“พวกเขาต่อเรือประสาอะไรจะยกเรือข้ามแม่น้ำไปลอมแบร์ดีหรือไร” หลุยส์หัวเราะเสียงดังพลางดึงความสนใจคนในขบวนให้มองชิ้นไม้บนหลังคา
เหล่าขุนทหารพอคิดได้ก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ด“จริงอย่างท่านว่า”
“ดันเต้คงจะแบกเรือผ่านลอมแบร์ดีไปลงทะเลเมรอริเนียน”เอียมุสยิ้มกว้าง
“คนพวกนี้คงสติไม่ดีจนคิดไม่ทันดันเต้”โพเทย์พูดเสียงดังหวังให้คนงานได้ยิน“แค่แบกเรือพ้นประตูเมืองก็ตายแล้ว”
พวกคนงานพากันเงี่ยหูฟังครู่หนึ่งแล้วก็กลับไปทำงานต่อ
โพเทย์จึงกลายเป็คนหงุดหงิดเสียเอง
“เอาเถอะ”หลุยส์ชักบังเหียนเข้าไปในทางหมู่บ้าน
ผู้คนต่างก้มลงแสดงความเคารพอย่างให้เกียรติครู่หนึ่งแล้วก็รีบกลับไปทำงานของตนต่อ
ขบวนของหลุยส์หยุดลงตรงเรือนแม่บ้านประจำเมือง
สตรีหลายคนกำลังดูแลหม้อต้มยางไม้พวกนางเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีท่าทียุ่งวุ่นวาย จึงไม่สนใจหลุยส์เพราะต้องขนเศษไม้แห้งนำมาเป็ฟืนใส่เตาอย่างไม่ขาด่
เมื่อหลุยส์เข้ามาใกล้พวกนางก็ชักสีหน้าดุพร้อมแสดงการเคารพสั้น ๆ จนหลุยส์รู้สึกขัดเคืองใจ จึงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนนายหญิงของเรือน“แม่หญิงจะรีบทำสิ่งใด”
แม่สาวขมวดคิ้วแล้วหันมาจากแถวหม้อต้ม“ขออภัยนายท่าน ข้าต้องรีบเตรียมยางไม้ให้เสร็จ พวกผู้ชายจะเริ่มต่อไม้แล้ว” จากนั้นนางก็สะบัดหน้าหนีไปยังกลุ่มสาวใช้ผู้วางมือจากการกวนหม้อ“เ้าจะเปลี่ยนมือก็ต้องบอกผู้อื่น”
แม่ทัพเอียมุสยื่นมือไปกระชากต้นแขนนางรับใช้ผู้ถือถังน้ำเปล่าออกจากแถว“พวกเ้ากำลังต่อเรืออยู่เหรอ”
“ต่อเรือ? คืออะไรเ้าคะ”เด็กสาวกะพริบตาใสซื่อน่าเอ็นดู
เหล่าทหารทุกคนมองหน้ากันครู่หนึ่ง“หมายถึงของที่ใช้ลอยบนน้ำ”
“หมายถึงเรือบนน้ำหรือ”เด็กสาวกล่าวเสียงใส “ไม่ใช่เ้าค่ะ เรากำลังทำหลังคาบ้าน”
“หลังคา?” หลุยส์ขึ้นเสียง“เ้าหมายถึงสร้างหลังคาไม้บนบ้านน่ะเหรอ”
“ใช่เ้าค่ะ” เด็กสาวก้มหน้างุดหลบเสียงคำราม
นายหญิงดึงเด็กสาวออกจากมือเอียมุส“ไปทำงาน” นางสั่งแล้วหันมานิ่วหน้าใส่แม่ทัพต่างเมือง “ขออภัยเ้าค่ะท่านชาล์แห่งพรอว็องค์เตือนว่าปีนี้พายุแรง หลังคาไม้ลงยาจะปลอดภัยกว่าเ้าค่ะ”
“ก็ไปทำงานสิ”หลุยส์ตวาดไล่นายหญิง เมื่อนางจากไปแล้ว เขาก็ชักม้าหันหัวออกจากเมืองพร้อมเสียงหัวเราะ“พวกเขาเอาวิธีต่อเรือกลมาทำหลังคาบ้าน”
“ช่างเป็การลงแรงเกินกำลัง”โพเทย์หัวเราะคิกคัก “แค่เอาโคลนโบกให้หลังคาหนักก็ทนต่อพายุแล้ว”
“ดันเต้มักกระทำสิ่งไร้สาระอย่างยิ่งใหญ่”ลุดวิจหัวเราะ “กลับวัง”
ขบวนทหารย่ำสวนหญ้าหน้าตำหนักราชวงศ์ตะกุยจนดินดำปกคลุมหญ้าเขียว
นางรับใช้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขวางหน้าประตู“ท่านลุดวิจ มีเื่ใดหรือเ้าคะ”
“ไปตามนายของเ้ามาสอนสิ่งที่นางรู้”หลุยส์คำรามสั่งนางรับใช้ “ไปสิ”
กายเล็กสะดุ้งแล้ววิ่งหายเข้าเรือนไปครู่หนึ่งก่อนที่ใบหน้าซีดเผือดจะกลับออกมา “เรียนท่านลุดวิจ ขณะนี้พระราชินีกำลังให้นมเ้าหญิงเยลิน่าเ้าค่ะ”ดวงตาสั่นเทาหลบสายตาของเขาทันใด
มือหนากำด้ามดาบบนเอวแต่มือของแม่ทัพโพเทย์กระชากหยุดไว้เสียก่อน
“แม่ทัพเอสต้า”โพเทย์ส่ายหน้า พร้อมหันตัวนำสายตานายตนเองไปยังชายร่างใหญ่ผู้กำลังกระแทกเท้าเดินมาใกล้
“มีเื่อะไร”เอสต้าถามเสียงห้าวพลางมองไปมาระหว่างนางรับใช้กับหลุยส์
“ข้ามาพบพระราชินีกีเนเวีย”หลุยส์หรี่ตา “เ้ารับงานราชองครักษ์เหรอ”
เอสต้าพยักหน้า“่บ่าย พระนางจะดูแลองค์หญิง พระองค์ไม่สะดวกรับราชกิจอื่นใด”ดวงตาสีทองของเอสต้าแข็งกร้าว
“ข้าก็แค่มาเพื่อให้แน่ใจ”หลุยส์ถอยตัวขึ้นม้า “ฝากบอกนางด้วย ว่าข้าจวนจะหมดความอดทนสำหรับการถ่วงเวลาแล้ว”
“ข้าจะแจ้งพระองค์”เอสต้าทุบอกเคารพส่งหลุยส์
ม้าศึกถอยตัวไปยังสะพานเชื่อมตำหนักราชวงศ์กับปราสาทพรอว็องค์เบิร์ก
“ใช้แม่ทัพหน้าคุ้มกันภายใน”เขาบ่นพึมพำกับตนเองด้วยใจคำนึงถึงการกระทำของดันเต้และกีเนเวีย แต่วันนี้ร่างกายที่เหนื่อยล้าเอาชนะทุกสิ่งทำให้เขาหลับตาลง