เนื้อในตอนพิเศษ 0 เป็นการแต่งขึ้นเพื่อความสมบูรณ์ของเรื่อง
โดยเล่าถึงบทสรุปของสิตาหลังจากเลิกกับรามเมษฐ์แล้ว
ซึ่งอาจไม่ใช่เนื้อหาแบบ Boy Love จึงขอแจ้งให้ผู้อ่านทราบก่อนเข้าเนื้อหา
แต่ตอนพิเศษตอนอื่นๆ จะเป็นเนื้อหา Boy Love ตามปกติค่ะ
หากท่านใดไม่อินกับเนื้อหาแบบ ชญ. สามารถเปิดข้าม ตอนพิเศษ 0 ได้นะคะ ^^
[เสียงข่าว]
"ข่าวด่วน!! ..ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ที่ใช้รีสอร์ทหรูใจกลางเมืองเป็นที่มั่วสุมเสพยา ในจำนวนนั้นมีนักธุรกิจชื่อดังจำนวน 5 คน แต่ทั้งหมดให้การภาคเสธและขอสู้คดีในชั้นศาล และพบดาราสาวอีก 1 รายที่คาดว่าจะถูกมอมยาจนอยู่ในสภาพโคม่า ล่าสุดได้นำตัวส่งโรงพยาบาล.."
#ย้อนกลับไป 2 วันก่อน
ตรับๆๆ ตรับๆๆๆ
"อ๊ะ อ๊ะ อ..อินทร เบาหน่อยค่ะ สิตาเจ็บ"
เสียงเสียดแทงเข้าออกผ่านช่องทางคับแน่นที่อยู่ในตำแหน่งถัดจากพรูเนื้อสีสด ดังคละเคล้าไปกับเสียงครางโหยร้องขอความอ่อนโยนจากคนร่างใหญ่ สิตาคิดไม่ถึงเลยว่าการตัดสินใจเล่นกับไฟของเธอครั้งนี้ จะทำให้เธอเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนักหนาสาหัส อินทรไม่ได้เป็นอาชญากรแค่เพียงชื่อ แต่บุคลิกนิสัยและการกระทำทุกอย่างล้วนมีแต่ความเลวทรามกักขฬะ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์
ความป่าเถื่อนรุนแรงในช่วงแรกของความสัมพันธ์เทียบไม่ได้เลยกับความวิตถารเกินมนุษย์ในครั้งหลังๆ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ร่างของเธอถูกมัดไว้ด้วยเชือกชิบาริหลายเส้นและดึงรั้งขึ้นจนตัวลอยอยู่ในอากาศ
นอกจากท่วงท่าที่ถูกจัดและผูกรั้งไว้จนขยับร่างไม่ได้แล้ว เธอยังถูกปิดตาเอาไว้จนทำให้ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองได้
เพี๊ยะ! เพี๊ยะๆๆ
"เรียกว่านายท่าน! ทาสอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อนาย"
มือหนาหวดหนักๆ ไปที่แก้มก้นข้างหนึ่งจนขึ้นรอยช้ำแดงเจือม่วง อินทรเป็นคนหลายบุคลิก และตอนนี้บุคลิกที่กำลังร่วมรักกับร่างบอบช้ำตรงหน้า คืออินทรที่เถื่อนวิตถารและชอบบทสวาทแบบนายบ่าวเป็นที่สุด
ปึก! ปึกๆๆ
"อ๊ะ!! น..นายท่าน จ..เจ็บ โอ๊ย ฮืออ"
สะโพกสอบดันกระทุ้งเข้าใส่ช่องทางหลังที่ฝืดเคืองอย่างเน้นหนัก เพื่อเป็นการสั่งสอนและรีดเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด กล้ามเนื้ิอทุกส่วนจะตอบสนองและกระตุกเกร็งอย่างพอใจทุกครั้งที่อีกร่างได้รับความเจ็บปวด
ฟึ่บ สวบ!
"อึก! อ๊าาา น..นายท่านได้โปรด ..ได้โปรดเมตตาบ่าว"
"ได้! ฉันจะยอมเบามือให้ทาสอย่างเธอสักครั้ง"
แท่งดิลโด้ขนาดใหญ่ถูกสอดใส่เข้าไปภายในพรูเนื้อ แล้วค่อยๆ ยัดดันเข้าไปจนสุด นี่อาจจะเป็นความปราณีอย่างที่สุดของบทรักครั้งนี้ก็เป็นได้
ปึกๆๆ/สวบๆๆ
แล้วช่องทางบอบบางทั้งสองก็ถูกประเคนความใหญ่ยักษ์เข้าใส่อย่างถี่รัวเป็นจังหวะ จนกายขาวซีดโยกคลอนไปตามแรงประทะไม่หยุด ริมฝีปากสีแดงสดที่เริ่มแห้งผากได้แต่เม้มเข้าหากันแน่น เพื่อข่มร่างกายให้อดทนกับสิ่งที่ได้รับ
"อ๊ะ อ๊ะ อร๊ายยยย"
ร่างเล็กเกร็งกระตุกเป็นสัญญาณแห่งความเสร็จสม แม้จะได้รับความทรมานแต่ร่างกายของเธอก็กลับตอบสนองต่อกิจกามวิตถารของอินทรทุกครั้ง คงเป็นเพราะเขาฝึกร่างกายของเธอจนเชื่อฟังราวกับฝึกสัตว์
"เห็นไหมว่าเธอก็ชอบมัน ฮ่าๆๆ"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มของปีศาจ ซึ่งแม้สิตาจะมองไม่เห็นแต่เธอก็นึกภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อแสยะยิ้มแล้วจะเหมือนกับจอมปีศาจร้ายนั้นได้ดี
กายส่วนล่างถูกหมุนจัดท่าแล้วสอดแทงอาวุธร้ายเข้าออกอีกหลายระลอก ก่อนที่ระลอกสุดท้ายจะมาพร้อมแสงสว่างของวันใหม่
"อ่าาาส์"
ร่างเล็กอ่อนระโหยถูกพาลงมาจากพันธนาการกลางอากาศในสภาพสลบไสล แล้วบรรจงวางลงบนที่นอนนุ่มสีขาว เพียงไม่นานร่างทั้งร่างก็เริ่มสั่นระริกขึ้นมาด้วยความเพ้อกลัว
มือหนาเอื้อมไปจับลูบเส้นผมเงางามของคนที่กำลังนอนเพ้อ ใบหน้าเรียบเฉยก้มลงมองซีกหน้าขาวซีดที่โผล่พ้นเรือนผมเพียงนิดก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง พร้อมกับใช้มืออีกข้างคีบบุหรี่ขึ้นสูบ
"หึ ของดีอย่างเธอ ..ควรต้องมีประโยชน์มากกว่านี้"
ประโยคปริศนาถูกพูดขึ้น โดยที่ไม่อาจคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสิตาได้เลย
...
"คุณบอกว่าจะแนะนำให้สิรู้จักกับท่านเกษมเหรอคะ"
"ใช่ มีอะไร"
"ป..เปล่าค่ะ"
สิตาแสร้งทำหน้าเรียบเฉยลงเมื่อถูกอีกคนถามกลับ เพราะไม่อยากให้อินทรล่วงรู้ว่าเธอมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ เกษมเป็นนักธุรกิจที่มีอิทธิพลในวงการสื่อเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเขาจะมีธุรกิจหลายอย่างจนเป็นผู้ที่ร่ำรวยเป็นอันดับสามของประเทศ เขายังเป็นนายทุนใหญ่ที่ชอบสนับสนุนดารานักแสดงจนมีชื่อเสียงมาแล้วนักต่อนัก สิตาเพียงหวังว่าตนเองจะสามารถหลุดพ้นจากปีศาจร้าย โดยอาศัยบารมีของใครสักคนที่จะพอต่อรองกับอินทรได้
"ถึงแล้ว ตามผมมา"
อินทรก้าวนำสิตาเข้าไปภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เขาเดินผ่านห้องจัดเลี้ยงไปจนถึงหน้าประตูห้องสวีทขนาดใหญ่ สิตาค่อนข้างแปลกใจที่การเจรจาธุรกิจครั้งนี้จะเกิดขึ้นภายในห้องสวีทแทนที่จะเป็นห้องจัดเลี้ยง
"ทำไมถึงเป็นห้องนี้ล่ะคะ"
"เข้าไปเถอะ อย่าถามมาก"
ความสงสัยถูกพูดปัดออกไปในทันที และเธอก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะแคลงใจในสิ่งที่อีกคนสั่ง มือบางจึงเอื้อมไปจับลูกบิดประตูเปิดเข้าไปภายในห้อง
ชายวัยกลางคนบุคลิกน่าเกรงขามนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้อง โดยมีการ์ดยืนคุ้มกันเท่าที่สิตาสังเกตได้ก็ 5-6 คน ที่ยืนอยู่ทั้งที่หน้าประตู บริเวณมุมห้อง และขนาบข้างเจ้านายของพวกเขา
ร่างระหงถูกมือแกร่งของอินทรกึ่งประคองกึ่งบังคับให้นั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับร่างท้วมที่นั่งอยู่ก่อน จากนั้นเขาจึงขยับไปนั่งลงยังโซฟาตัวตรงกันข้าม ก่อนจะเป็นฝ่ายกล่าวทักทาย
"สวัสดีครับคุณเกษม"
"สวัสดีครับคุณอินทร ..คุณสิตา"
เกษมตอบรับ พร้อมกับหันไปมองเรือนหน้าสวยของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
"สวัสดีค่ะท่าน"
สิตาทักทายกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างที่สุด เพื่อผูกไมตรีให้คนที่เป็นเหมือนความหวังของเธอประทับใจ
"ทงท่านอะไรกัน เรียกผมเกษมเถอะ"
"ค่ะ คุณเกษม"
ประโยคพูดคุยอย่างเป็นกันเองของเกษมทำให้สิตาเริ่มมีความหวัง บวกกับการที่วงแขนใหญ่ที่ตวัดขึ้นมาวางบนพนักคล้ายกับกำลังโอบหลังเธออยู่อ้อมๆ เป็นสัญญาณบอกว่าสิ่งที่เธอต้องการน่าจะพอเป็นไปได้
"..คุณดูสวยกว่าในจออีกนะ"
"ขอบคุณค่ะ ..แต่ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะท่าน"
สายตากะลิ้มกะเหลี่ยที่มาพร้อมกับคำชมทำให้สิตาเริ่มแน่ใจ เพราะมันชัดเจนแล้วว่าเกษมนั้นสนใจในตัวเธออย่างแน่นอน แต่เมื่อเธอลองเหลือบไปมองที่อินทร กลับไม่พบปฏิกิริยาหึงหวงใดๆ หรืออินทรจะรู้อยู่ก่อนแล้ว ..หรือว่าเขานั่นแหละที่ตั้งใจพาเธอมาให้เกษม
"ตามที่ผมได้แจ้งท่านไปแล้ว ส่วนรายละเอียดผมจะขอนัดท่านอีกครั้งในโอกาสหน้า ส่วนวันนี้ผมขอจัดของสัมนาคุณพิเศษมาให้ท่านก่อน"
กระเป๋าเอกสารหนังที่อินทรถือติดมาด้วยถูกยกขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ และทันทีที่ล็อคกระเป๋าถูกเปิดออกก็พบว่าภายในเต็มไปด้วยผงผลึกสีใสที่บรรจุแบ่งเป็นถุงวางเรียงซ้อนกันจำนวนหนึ่ง
"หึๆ สมกับเป็นคุณจริงๆ ผมไม่เคยผิดหวัง"
"งั้นขอให้ท่านสนุกกับค่ำคืนนี้นะครับ" อินทรยิ้มแย้มพูดจาถ้อยอาศัยเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะผุดลุกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะให้กับท่านเกษมแล้วหันเดินไปที่ประตู สิตาที่เห็นว่าเหมือนถูกทิ้งจึงรีบลุกขึ้นเดินไปรั้งแขนคนร่างสูง
"จะกลับแล้วเหรอคะ แล้วสิล่ะ..?"
"คืนนี้เธอต้องอยู่ทำหน้าที่" อินทรหันมาปรายตามองและตอบคำถามอย่างไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับใช้มืออีกข้างแกะมือเล็กออกจากข้อมือใหญ่ สร้างความแปลกใจให้กับสิตาในคำตอบ
"หมายความว่ายังไง หน้าที่?" ถึงแม้ว่าสิตาจะอยากรู้จักกับท่านเกษมขนาดไหน แต่สถานการณ์ที่เจอในตอนนี้ราวกับว่าเธอเป็นสินค้าอย่างไรอย่างนั้น
"ใช้ร่างกายของเธอสิ ทำให้ท่านพอใจ เธอก็หวังอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ"
นัยน์ตาสวยเบิกโพรงขึ้นเมื่อได้รับรู้ถึงจุดประสงค์ของอินทรอย่างแน่ชัด เขาทำราวกับว่าเธอเป็นสิ่งของที่จะยกไปประเคนให้ใครเพื่อผลประโยชน์ก็ได้ มันผิดจากความคาดหวังของเธอโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าเธอได้กลายเป็นของกำนัลไร้ค่าที่อินทรมอบให้ท่านเกษมเท่านั้น ไม่ได้ดูมีค่าสูงส่งอย่างที่เธอต้องการในตอนแรก
"แต่.. สิไม่.."
"..แต่บ่าวอย่างเธอต้องทำ!"
"...."
สายตาปีศาจทำให้ร่างเล็กสั่นระริก เธอรู้ดีว่าเมื่อใดที่อินทรเปลี่ยนเป็นอีกคน ความเจ็บปวดทรมานของเธอหลังจากนี้จะทวีขึ้นเป็นสิบเท่า ถ้าหากต้องเลือกระหว่างอยู่ที่นี่แล้วขายศักดิ์ศรีให้กับท่านเกษม กับเลือกกลับไปรับโทษทัณฑ์ของปีศาจร้าย เธอเลือกอย่างแรกเสียดีกว่า เพราะคิดว่าคงไม่มีใครโหดร้ายได้เท่ากับอินทรอีกแล้ว มือเล็กสั่นระริกยอมปล่อยออกจากการเกาะกุมอีกฝ่าย เธอยืนนิ่งก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลอาบอยู่ภายในใจอย่างนั้น
"หึๆ ดีมาก ทำหน้าที่ของเธอให้เรียบร้อย อย่าให้ขายหน้า"
อินทรเดินเปิดประตูออกไปด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม โดยคาดหวังว่าของกำนัลชั้นเยี่ยมในครั้งนี้จะทำให้ธุรกิจของเขาเดินหน้าไปได้อีกไกล
"หนูสิ! มีอะไรกันรึเปล่า"
เสียงเรียกของเกษมทำให้คนร่างเล็กสะดุ้งตัวตื่นขึ้นจากภวังค์เศร้าที่เริ่มปลงตก เธอจึงเงยหน้าขึ้นและหันกลับมายิ้มแย้มพร้อมทำหน้าที่ที่จำใจต้องทำ
"ไม่มีอะไรค่ะท่าน.. สิพร้อมรับใช้"
และแล้วเกมปรนเปรอสุขก็เริ่มขึ้น เจ้าของร่างระหงทำหน้าที่ของเธออย่างดี จนคนท้วมใหญ่เอ่ยชมเปราะ บ้างก็บอกจะยกระดับเธอให้เป็นดาราใหญ่ บ้างก็ว่าจะสัมนาคุณด้วยสิ่งของหรูหรา บ้างก็ว่าจะชักชวนมาเสวยสุขอยู่ด้วยที่คฤหาสใหญ่ และเป็นไปอย่างที่คิดว่าบทสวาทของชายตรงหน้านั้นไม่ได้โหดร้ายต่อเธอนัก จนผ่านมาแล้วครึ่งคืน ชายผู้มีอำนาจก็เริ่มฉายแววความร้ายกาจ
"หนูสิ ลองนี่หน่อยไหม" เกษมในชุดคลุมสีขาวนั่งอยู่ปลายเตียงเอ่ยชักชวนพร้อมกับยื่นไปป์แก้วส่งให้หญิงสาว
"ไม่ ดีกว่าค่ะท่าน" เจ้าของร่างเปลือยเปล่าผิวขาวละเอียดภายใต้ผ้าห่มพยายามบอกปัดอย่างนอบน้อมที่สุด เพราะรู้ดีว่าภายในแท่งไปป์แก้วนั้นคืออะไร
"ลองเป็นเพื่อนผมหน่อยเถอะ ..ถือว่าผมขอ"
"เอ่อ..ท่าน.."
ร่างสวยขยับดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงพร้อมกับเรือนหน้าที่บ่งบอกความกังวลใจต่อคำขอ เกษมจึงยิงข้อเสนอพิเศษเพื่อรบเร้า
"ถ้าคุณยอม ผมจะรีบบอกอินทรให้คุณมาอยู่กับผม"
"..ค..ค่ะ ..แต่สิขอนิดเดียวนะคะ" เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ หญิงสาวจึงต้องยอมโอนอ่อน ด้วยเกรงว่าที่ตั้งใจปรนนิบัติมาตลอดครึ่งคืนจะสูญเปล่าแค่เพราะขัดใจคนตรงหน้าเพียงเรื่องเดียว
แท่งไปป์ใสที่บรรจุเกล็ดผลึกเล็กอยู่จำนวนหนึ่งจึงถูกยื่นให้สิตาอีกครั้ง โดยครั้งนี้คนร่างท้วมใหญ่ก็ได้ขยับเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับสอนวิธีใช้ให้กับเธอ
ไม่นานไอระเหยจำนวนหนึ่งก็ถูกสูดเข้าไปในปอด เพียงไม่กี่อึดใจ ฤทธิ์ของมันก็ทำให้หญิงสาวเริ่มเคลิบเคลิ้มและรู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวและความต้องการทางกายที่มีมากขึ้น เกษมที่นั่งมองดูปฏิกิริยาของร่างระหงจึงฉีกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ
"รู้สึกดีใช่ไหมคะ..คนเก่ง อยากสนุกมากกว่านี้ไหมคะ"
"สิต้องการท่านค่ะ~" นัยน์หวานเยิ้มถูกส่งออกมาพร้อมกับคำเชิญชวนที่ยั่วเย้า ตอนนี้สิตาไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป เพราะมันพรั่งพรูไปด้วยความใคร่อยากที่ทวีเพิ่มขึ้นจนยากจะควบคุมได้
เธอสูดไอระเหยนั้นอีกครั้งแล้วส่งมันคืนให้กับเจ้าของ จากนั้นร่างสวยจึงขยับเข้ากอดรั้งอีกร่างอย่างอดใจไม่ไหว
"เดี๋ยวก่อนสิคะ ให้ผมเชิญคนอื่นๆ เข้ามาก่อน"
ประโยคแปลกๆ ถูกพูดออกมา สิตาในสภาพหูตางัวเงียเคลิ้มจึงเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย
"อะไรนะคะท่าน สิไม่เข้าใจ"
"ผมอยากอวดหนู กับพวกเพื่อนๆ น่ะ ก็หนูทั้งสวยและอร่อยไปทั้งตัวขนาดนี้" สิ้นประโยคขยายความ เกษมจึงปรบมือเสียงดังสองที แล้วส่งเสียงดังเรียก "เข้ามาได้!"
"อะไรนะคะ ..คือสิไม่..!!" ริมฝีปากเล็กถูกประกบปิดถ้อยคำวอนขอ ร่างสวยถูกดันทับให้ล้มลงนอนแผ่หลาอยู่กลางเตียงใหญ่ นัยน์ตาที่เคยหรี่เล็กด้วยความเคลิบเคลิ้มกลับเบิกโพลงขึ้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นผู้ชายอีกสี่คนเดินเข้ามาในห้อง ก้อนเนื้อที่อกซ้ายที่เคยเต้นระรัวเพราะฤทธิ์ยายิ่งตีรัวมากขึ้นจนแทบเป็นบ้า
นี่เธอทำผิดอะไรนักหนา ชีวิตจึงต้องเป็นแบบนี้?
ไม่นานร่างเปลือยเปล่าทั้งห้าก็เริ่มเล่นเกมสวาทกับเรือนร่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของเกรดพรีเมี่ยม ผงยาผลึกใสถูกยัดเยียดใส่ริมฝีปากแห้งซีดครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อปลุกสัญชาตญาณร่านอยากของเธอให้ทวีเพิ่มขึ้นและยาวนานพอที่จะมอบความสุขให้แก่คนทั้งหมด
เช้าตรู่แห่งความเงียบงัน ร่างระหงบอบช้ำนอนนิ่งสงบอยู่บนเตียงใหญ่ นัยน์ตาหม่นเหลือกมองขึ้นอย่างไร้จุดหมาย ที่มันเงียบเพราะเธอไม่อยากได้ยิน ที่มันนิ่งเพราะเธอไม่อาจขยับ และที่เธอเหม่อมองเพราะไม่สามารถข่มตาให้หลับลง มีเพียงริมฝีปากซีดเผือดที่ขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อพรึมพรำบางอย่างกับตัวเอง
..ที่จริงแล้วมันคือเช้าตรู่แห่งความโกลาหล ตำรวจบุกตีล้อมเข้าจับกุมตามที่ได้เบาะแสเรื่องเครือข่ายค้ายามาเมื่อหลายวันก่อน ร่วมกับคดีทุจริตฉ้อโกงที่เป็นชนักติดหลังของคนดังทั้งห้าอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ตามสืบและขยายผลทุกอย่างคงหนีไม่พ้นสารวัตรราม ที่ตามปิดทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับอินทร โดยมีความช่วยเหลืออย่างลับๆ จากมาเฟียใหญ่นามเคลวินหรือก็คือ ทศกัณฐ์
"สารวัตร มาทางนี้หน่อยครับ"
ร่างสูงเพียวรีบก้าวยาวๆ ไปตามเสียงเรียก จนเมื่อพ้นประตูเข้ามาก็ต้องพบกับภาพสุดแสนเสียดแทงหัวใจ จริงอยู่ที่ว่าเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธออีกแล้ว แต่ยังไงซะทั้งคู่ก็เคยมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันมาเสมอ รามเมษฐ์ไม่เคยถือโทษโกรธเธอเลยแม้แต่นิดกับเรื่องที่เธอเคยคิดจะฆ่าเขา เป็นเขาเองตางหากที่ต้องชดใช้ให้กับความรักที่เธอมีให้มาตลอด
กายขาวซีดเซียวเต็มไปด้วยร่องรอยความป่าเถื่อน มีเพียงผ้าห่มผืนหนึ่งที่ถูกนายตำรวจที่เข้ามาก่อนหน้ายกขึ้นห่มเรือนกายให้ เธอนอนนิ่งอยู่ที่กลางเตียงไม่ปฏิสัมพันธ์ไร้ซึ่งความรู้สึก ร่างใหญ่โผเข้ากอดอย่างแผ่วเบาด้วยกลัวว่าร่างที่เหมือนแก้วบอบบางนี้จะแตกหัก เขารู้เพียงว่าสิตาเข้าไปพัวพันกับอินทรแต่ไม่รู้ว่าอินทรจะทำร้ายสิตาเพื่อผลประโยชน์ถึงเพียงนี้
"สิตา! น้องสิ!" รามเมษฐ์พยายามเขย่าเบาๆ เพื่อเรียกสติ พร้อมกับก้มลงแนบหน้าใกล้กับริมฝีปากแห้งของคนให้อ้อมกอด เสียงพรึมพรำแผ่วเบาราวกับว่านี่คือเสียงสุดท้าย
"..พี่..ราม ช่วยสิ..ด้วย"
"อดทนหน่อยนะสิตา พี่จะช่วยเธอเอง" ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่สารวัตรหนุ่ม ผิดที่เขาไม่ดูแลน้องสาวคนนี้ให้ดี ต่อไปนี้เขาจะไม่ผิดซ้ำเดิมอีกแล้ว คำปลอบโยนต่างๆ พรั่งพรูเพื่อดึงให้เธอยังมีสติก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึง
ริมฝีปากเล็กเผยยิ้มบางเกินกว่าใครจะสังเกต
ณ ห้วงความคำนึงสุดท้าย อย่างน้อยเธอก็ยังรำลึกได้ในสิ่งที่ทำให้มีความสุข
"อรัล.. ดูสิ ..คุณ..แม่.. มารับ..พี่ แล้ว"
น้ำเสียงแผ่ววะแว่วดังภวังค์จิต
สิ้นห้วงคิดทั้งถูกผิดริษยา
ความเด่นดีที่ยึดถือคือมายา
อย่ามัวแต่ให้ราคาค่าความลวง

*****