กลับมาที่โรงจำนำบนผาชั้นสามเสวียนเทียนชิงรอมานานกว่าครึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่มีใครปรากฏตัวจนสุดท้ายชายหนุ่มก็หมดความอดทนเหลือบมองป้ายราคาค่าเช่าห้องพักครั้งหนึ่งก็เดินนำสาวใช้ทั้งสองขึ้นไปหากเ้าของที่นี่เป็มิตรของตระกูลเสวียนจริงเื่แค่นี้แม้จะเสียมารยาทอยู่บ้างก็ไม่ใช่เื่ใหญ่หากเป็เวลาปกติเขาเองก็คนไม่ทำเช่นนี้แต่สถานการณ์ตอนนี้เวลาเป็สิ่งสำคัญเขาเลือกชั้นสามเป็ที่พักและไม่ได้บุกขึ้นที่ว่าการทันทีก็เพราะไม่้าตกลงไปในหลุมของศัตรูอุส่าได้เป็คนแรกที่มาถึงสนามรบแล้วเหตุใดเขาจะไม่จัดการอย่างเหมาะสมเล่า?
“พวกเ้าพักเสียหน่อยคืนนี้ยังต้องรับศึกหนักอย่าได้มัวแต่มาเสียเวลาอยู่กับข้า”
ขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดวางค่ายกลนั้นชายหนุ่มก็กล่าวขึ้นกับสาวใช้ทั้งสองแม้ว่าวรยุทธ์ของชิงเหนียวและลู่หยาจะแข็งแกร่งกว่าเขาแต่ในเื่ของค่ายกลแล้วหญิงสาวทั้งสองยังด้อยกว่าเขาหลายส่วนเสวียนเทียนชิงเกิดในตระกูลใหญ่ทั้งยังมีพร์เลิศล้ำั้แ่เด็กเขาก็ไม่เคยเกียจคร้านฝึกฝนอย่างหนักมาโดยตลอดเพราะในคืนนั้นเมื่อตอนสามขวบพี่ใหญ่ได้บอกกับเขาว่าในอนาคตเขาจะต้องเป็คนที่แบกรับตระกูลเสวียนต่อจากบิดา
บุตรทั้งสี่คนของเสวียนอู่หยางนั้นคนโตสุดสติปัญญาเลิศล้ำฝักใฝ่ในเต๋าเขาอ่านคัมภีร์เต๋าั้แ่เด็กและฝึกวรยุทธ์แทบจะทุกแขนงที่สามารถทำได้แม้ว่าภายหลังเขาออกท่องโลกหายตัวไปนับสิบปีจนเหล่าผู้าุโในตระกูลเกิดความไม่พอใจและคนทั่วหล้าเริ่มเอาเื่นี้มาเยอะเย้ยตระกูลเสวียนแต่ครอบครัวของเสวียนเทียนชิงรู้ดีว่านี่ก็คือการแสวงเต๋าของเขาเป็การฝึกฝนเพื่อบรรลุโดยเฉพาะตัวเสวียนเทียนชิงที่เทิดทูลพี่ใหญ่ของเขายิ่งกว่าใคร
สาเหตุก็เป็เพราะความลับหนึ่งที่แม้แต่บิดาของเขาก็ยังไม่รู้...ในปีนั้นเมื่อตอนที่เขาสามขวบพี่ใหญ่พึ่งจะอายุเท่าไหร่กัน?ในวันนั้นเขาได้นั่งอยู่ในอ้อมอกของพี่ใหญ่มองฟ้าดาราบนหลังคาจวนและได้เห็นปรากฏการแปลกประหลาดซึ่งตอนหลังเมื่อเติบโตขึ้นเขาถึงได้เข้าใจว่าที่แท้ั้แ่ตอนนั้นพี่ใหญ่ของเขาก็ได้บรรลุระดับปรมาจารย์ขั้นที่เจ็ดขั้นััมรรค่ต้นไปแล้ว!
ทั่วดินแดนเบญจภพแห่งนี้หากพี่ใหญ่ของเขาพูดว่าความเร็วในการฝึกวรยุทธ์ของตนเป็ที่สองเช่นนั้นเสวียนเทียนชิงก็กล้าพูดว่าจะไม่มีใครเป็ที่หนึ่ง!และพี่ใหญ่ที่ยอดเยี่ยมผู้นั้นของเขาที่แตกฉานตำราเต๋าก็เป็ผู้สั่งสอนเสวียนเทียนชิงถึงสามปีเต็มจนกระทั่งเข้าอายุหกขวบถึงได้ออกเดินเดินท่องโลก
ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้วทั้งวิชายุทธ์และความเข้าในในเต๋าของเสวียนเทียนชิงจะธรรมดาได้อย่างไร?วิชาค่ายกล วิชาปรุงยา วิชาหลอมสร้างวิชาสลัก ทั้งสี่วิชานี้ก็ล้วนแตกแยกออกมาจากคัมภีร์เต๋าจักรวาล แม้เสวียนเทียนชิงจะเทียบกับพี่ใหญ่ของเขาไม่ได้แต่หากเทียบกับคนทั่วไปในแดนเบญจภพแล้วระดับความรู้ของเขาในศาสตร์เหล่านี้ถือว่าสูงใข้ได้เลยทีเดียว!
เสวียนเทียนชิงง่วนอยู่กับการเตรียมการถึงฟ้ามืดจึงพอจะวางใจได้บ้างแล้วกลับไปนั่งพักในห้องบนชั้นสองของโรงจำนำแห่งนี้มีที่พักอยู่แปดห้องซึ่งแน่นอนว่าทุกห้องล้วนว่างเปล่าเสวียนเทียนชิงเองก็ไม่คิดเกรงใจเ้าของโรงจำนำในยามขับขันเช่นนี้เขาทั้งปรับแต่งทั้งวางค่ายกลมากมายไปทั่วทั้งชั้นที่สอง
เวลาค่อยๆไหลผ่านไประหว่างที่เสวียนเทียนชิงนั่งทำสมาธิเพื่อปรับสภาพร่างกายและสมาธิให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ไม่นานพระจันทร์ก็ลอยอยู่กลางหัวแล้วบนผาชั้นที่สามเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาดโดยเฉพาะบริเวณรอบๆโรงจำนำกลับไม่มีกระทั่งแสงไฟจากโคมของร้านรวงบริเวณนั้นเลย
“ชิงเหนียว”
เสวียนเทียนชิงยังไม่ลืมตาแต่เอ่ยเรียกออกมาประโยคหนึ่งทั้งชิงเหนียวและลู่หยาต่างก็เตรียมพร้อมอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องขานรับมากพิธีชิงเหนียวก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเ็าอย่างที่บอกเสวีนอู่หยางเคยกล่าวกับพ่อบ้านตระกูลเสวียนครานั้นปีที่เสวียนเทียนชิงออกท่องบูรพาได้นำผู้ติดตามทั้งสี่ตามไปคอยรับใช้ด้วยสาวใช้สองคน ม้าตัวหนึ่ง และคนขับรถม้า!
แม้ว่าตอนนี้จะแค่ชิงเหนียวและลู่หยาแต่ทั้งสามคนก็ผ่านการต่อสู้มากมายตลอดสามปีจนรู้ใจซึ่งกันและกันหากพูดถึงพลังยุทธ์ชิงเหนียวที่งดงามและร้อนแรงนั้นมีระดับขั้นสูงที่สุดส่วนลู่หยานั้นแม้จะมีท่าทีอ่อนช้อยดูเรียบร้อยอบอุ่นแต่สิ่งที่นางถนัดมากที่สุดนั้นก็คือการฆ่าคน!
ตอนนี้เสียงการต่อสู้ดังขึ้นมาแล้วประตูห้องของเสวียนเทียนชิงยังคงปิดอยู่แต่ก็ััได้ถึงไอปราณที่แผ่กระจายเข้ามาจากด้านนอกชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืนปรับสภาพจิตใจจนนิ่งสงบดุจขุนเขาก่อนจะหยิบกระบี่ที่วางไว้ด้านหน้าขึ้นมาส่วนลู่หยานั้นั้แ่ที่ชิงเหนียวออกจากห้องไปนางก็หายไปแล้วเช่นกัน
รอจนเสียงด้านนอกเงียบลงเสวียนเทียนชิงถึงได้เปิดประตูเดินออกไปแต่ก็ยังหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าห้องเท่านั้นบนชั้นที่สองจากบันไดไปจนถึงหน้าห้องทั้งแปดเป็พื้นที่โล่งกว้างเสวียนเทียนชิงมองดูกลุ่มชายชุดดำที่นอนเกลื่อนพื้นด้วยสีหน้าเ็าก่อนจะพยักหน้าให้ชิงเหนียวเดินกลับมาอยู่ข้างกายเขา
“เป็คนของกลุ่มอี้สิงเ้าค่ะ”
ขณะที่เดินกลับมาชิงเหนียวลากตัวคนที่ถูกตีจนาเ็สาหัสกลับมาด้วยอย่ามองว่าชิงเหนียวไม่เด็ดขาดพอที่ไม่ลงมือฆ่าศัตรูทั้งหมดแต่หากตรวจสอบภายในดูจะรู้ว่าสิ่งที่นางทำยังเหี้ยมโหดกว่าหลายเท่าเสวียนเทียนชิงคุ้ยเคยกับวิธีการของหญิงสาวทั้งสองอยู่แล้วจึงไม่ได้แปลกใจและเหลือบตามองที่ข้อมือของชายคนนั้นครู่อย่างเ็า
“กลุ่มอี้สิงเป็คนของตระกูลหลินทางฝั่งเมืองหยกขาวพวกเขากล้าเคลื่อนไหวในเขตผาเหินเช่นนี้เห็นทีตระกูลเซี่ยคงเลือกข้างแล้วกระมัง?ได้ยินว่ากลุ่มอี้สิงมีปรมาจารย์สามท่านคุมบังเหียนอยู่วันนี้ที่มาไม่ทราบว่าเป็ท่านใด?”
เสวียนเทียนชิงกล่าวออกมาอย่างราบเรียบก่อนจะเบนสายตาไปมองทางบันไดทางขึ้นชั้นสองแม้ก่อนหน้าจะไม่มีเสียงฝีเท้าดังลอดขึ้นมาแต่พอเสวียนเทียนชิงกล่าวจบจู่ๆก็ปรากฏเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างกระทันหันพอผ่านไปไม่กี่ลมหายใจชายชุดดำกลุ่มหนึ่งก็มายืนประจัญหน้ากับเสวียนเทียนชิง
“คุณชายเสวียนสมกับชื่อเสียงจริงๆ ได้ยินว่าท่านมีหญิงรับใช้สองคนแล้วอีกคนไปอยู่ที่ไหนกันเล่า?”
คนที่พูดขึ้นมาคือหนึ่งในสองชายชุดดำที่อยู่กลางวงล้อมเื่ชิงเหนียวกับลู่หยานั้นไม่ใช่ความลับทุกคนต่างรู้กันดีว่าข้างกายเสวียนเทียนชิงมีปรมาจารย์สองคนติดตามอยู่แม้ว่าปรมาจารย์ในแดนเบญจภพจะมีอยู่ไม่มากแต่ก็มากพอที่จะให้ขุมอำนาจใหญ่เรียกใช้ตามอำเภอใจ
เสวียนเทียนชิงแย้มยิ้มไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่ายแค่กลับกวาดสายตามองแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ได้ยินว่ากลุ่มอี้สิงนำโดยปรมาจารย์หลัวขั้นรู้แจ้งเช่นนั้นแล้ววันนี้ที่มาก็คงเป็ปรมาจารย์อู่กับปรมาจารย์เฝิ่นกระมัง? อืม...ยังมีขั้นเบิกิญญาอีกสามคนข้าน้อยไม่เข้าใจจริงๆว่ากลุ่มอี้สิงไม่กลัวจะสิ้นชื่อในวันนี้หรือไง?”
ประโยคนี้ของเสวียนเทียนชิงชี้ชัดถึงสติปัญญาและสายตาอันเฉียบคมของเขากลุ่มอี้สิงส่งคนออกมาวันนี้ก็เรียกได้ว่าเป็กำลังรบทั้งหมดแล้วนอกจากปรมาจารย์หลัวที่ไม่ได้มาด้วยตัวเองยิ่งไปกว่านั้นก็คือประโยคสุดท้ายนั่นของเสวียนเทียนชิงหากพวกเขาพ่ายแพ้ในวันนี้หรือต่อให้หนีไปได้ก็จะกลายเป็จุดจบของกลุ่มอี้สิงแน่นอน
“สายตาของคุณชายเสวียนช่างแหลมคมนัก วาจายิ่งคมกริบดุจปลายกระบี่แต่ท่านคิดจริงหรือว่าอาศัยพวกท่านสามคนจะสามารถชนะพวกข้าได้? อย่าลืมว่าจนกว่าจะเหยียบเข้าเมืองนภาครามท่านก็ยังไม่ใช่เสวียนเทียนชิงแห่งตระกูลเสวียนแต่เป็ชายหนุ่มไร้เพนจรคนหนึ่งเท่านั้น!”
คนที่พูดยังเป็ชายชุดดำคนเดิมดวงตาที่เผยออกมาจากผ้าโพกหน้านั้นหรี่เล็กลงเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาคืออันดับสองของกลุ่มอี้สิงเป็ปรมาจารย์ขั้นที่สองอย่างที่เสวียนเทียนชิงเรียกว่าปรมาจารย์อู่ส่วนชายอีกคนที่อยู่ด้านข้างก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคืออันดับสามของกลุ่มอี้สิงปรมาจารย์เฝิ่นอย่างแน่นอนเสวียเทียนชิงมีสองสาวใช้หากจะจัดการเขาอย่างน้อยก็ต้องมีปรมาจารย์สองคนคอยรั้งตัวพวกนางเอาไว้
“พวกท่านลองดูก็รู้แล้วสามปีมานี้แม้ข้าจะเป็คนหนุ่มพเนจรแต่ก็ยังรอดมาได้”
เสวียนเทียนชิงยิ้มเย็นขึ้นก่อนที่ดวงตาจะปะทุจิตสังหารอันหนาวเย็นไม่ว่าจะเป็ชิงเหนียวหรือลู่หยาต่อให้ถูกฝึกมาเพื่อเป็มือสังหารอย่างไรก็ยังเป็หญิงสาวอายุน้อยหากย้อนไปสามปีก่อนแม้พวกนางจะอายุมากกว่าเสวียนเทียนชิงแต่ก็ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำเกี่ยวกับการลงมืออย่างโหดร้ายกับกลุ่มอี้สิงก่อนหน้านี้ใครจะไปรู้ว่าที่จริงพวกนางล้วนเรียนรู้มาจากเสวียนเทียนชิงในเื่ความโหดร้ายและการเข่นฆ่าจะให้สิบชิงเหนียวหรือร้อยลู่หยาก็ยังไม่อาจเทียบกับเสวียนเทียนชิงเพียงคนเดียวได้!
สามปีก่อนที่เกิดเหตุนองเืในเมืองหลวงตอนนั้นเสวียนเทียนชิงพึ่งจะอายุสิบห้าปีเท่านั้นคนที่ตายด้วยมือมีมากมายหลายร้อยคนแล้ว!
“หากวันนี้พวกท่านตายลงที่นี่กลุ่มอี้สิงก็ไม่ค่าพอจะถูกบันทึกชิงเหนียวเ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่?”
เสวียนเทียนชิงหันไปมองชิงเหนียวด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งนักก่อนที่นางจะยิ้มหวานออกมาพลางตอบรับผู้เป็นาย
“สมุดบันทึกของข้าทุกวันนี้มีที่ว่างเหลือไม่มากแล้วเช่นนั้นหากพวกเขาช่วยประหยัดที่ว่างเ่าั้ได้ก็คงจะดียิ่ง”
เสวียนเทียนชิงพูดเื่ที่พวกกลุ่มอี้สิงฟังไม่เข้าใจแต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังดูถูกกลุ่มอี้สิงอยู่ท่าทีและสีหน้าของเสวียนเทียนชิงนั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนสุดท้ายแม้แต่ปรมาจารย์อู่ก็ทนไม่ไหวตลาดออกมาอย่างโมโหเขาเองก็ไม่อยากเสียเวลาต้องรีบจัดการให้จบดังนั้นจึงเริ่มบุกเข้าหาเสวียนเทียนชิงทันที
“ในที่สุดพวกท่านก็ทนไม่ไหวแล้ว? เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ!”