ภายในหมู่บ้านที่หลี่เยี่ยนฟางกับหลี่จิ้งถิงพักอาศัยอยู่ผู้คนแทบจะทุกหลังคาเรือนมีอาชีพเกษตรกรรม ยกเว้นก็แต่เพียงพวกนางสองแม่ลูก เมื่อหลายปีก่อนตอนพวกนางโยกย้ายมาอยู่ที่นี่ก็บอกกับผู้อื่นว่าตนเองเป็แม่ม่ายสามีตาย อยากจะมาหาซื้อบ้านเล็ก ๆ สักหลังเอาไว้อยู่กับบุตรสาวอย่างเงียบสงบ
ทันทีที่ได้ยินผู้คนในหมู่บ้านต่างก็พากันคาดเดาไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าหลี่เยี่ยนฟางคงจะทำผิดอะไรมาถึงได้ถูกขับไล่จากฝ่ายครอบครัวสามี หรือไม่ก็คงถูกสามีใช้กฎเจ็ดขับเพราะไม่พึงใจและนางคงจะรู้สึกอับอายจนไม่รู้จะบอกกล่าวกับผู้อื่นเช่นไรถึงได้บอกเพียงแต่ว่าสามีตายและให้บุตรสาวใช้แซ่ของนางเท่านั้น
ตอนแรกที่พวกนางสองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ จึงมักจะถูกมองด้วยสายตาเวทนารวมทั้งถูกนำเื่ไปจับกลุ่มนินทาจนรู้สึกอึดอัดไปหมดแต่หลังจากที่ได้พูดคุยสนทนาอยู่ด้วยกันนานวันจนสนิทชิดเชื้อ ผนวกกับการที่ได้เห็นหลี่เยี่ยนฟางอดทนลำบากทำทุกอย่างเพื่อบุตรสาวรวมทั้งหลี่จิ้งถิงเองก็เป็เด็กที่น่ารักน่าเอ็นดู บนใบหน้ามักจะมีรอยยิ้มกว้างพูดคุยกับพวกเขาเสียงอ่อนเสียงหวาน
สุดท้ายชาวบ้านในหมู่บ้านก็เริ่มปฏิบัติกับพวกนางสองแม่ลูกดีขึ้นเพราะรู้สึกสงสารกับเื่ราวในอดีตของหลี่เยี่ยนฟางขึ้นมา
ตัวหลี่เยี่ยนฟางเองก็เริ่มััได้ถึงความห่วงใยอาทรจากผู้คนในหมู่บ้านความจริงชีวิตความเป็อยู่ในตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางคุ้นเคยแต่พอนางเริ่มได้รับกำลังใจจากผู้คนเหล่านี้มันกลับช่วยให้หลี่เยี่ยนฟางมีจิตใจที่เข้มแข็งอดทนเพิ่มมากขึ้นจนคิดว่าต้องมีสักวันที่นางจะคุ้นเคยกับชีวิตแบบนี้ได้ในที่สุดแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
ระยะนี้หลี่จิ้งถิงสังเกตเห็นมารดามักจะหยิบสะดึงขึ้นมาทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ทุกค่ำคืนเด็กหญิงเข้าใจไปตามประสาเด็กว่า ท่านแม่ของตนกำลังลงมือตัดเย็บเสื้อผ้าให้นางไม่ได้คิดไปถึงเื่ที่ว่าหลี่เยี่ยนฟางกำลังพยายามทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูจุนเจือนางให้อยู่สุขสบาย
จวบจนวันหนึ่งหลี่เยี่ยนฟางกลับมาบ้านพร้อมกับขนมหวานชิ้นหนึ่งเด็กหญิงจึงเพิ่งจะได้รู้ว่าที่แท้ทุกวันที่นางเห็นมารดานั่งหลังขดหลังแข็งปักผ้าอย่างเอาจริงเอาจังเป็เพราะ้าซื้อขนมที่นางเคยทอดสายตามองอย่างอยากกินมาให้นั่นเอง
หลี่จิ้งถิงเกิดความละอายในใจหลี่เยี่ยนฟางเห็นใบหน้ากลมเกลี้ยงของบุตรสาวฉายแววดีอกดีใจอยู่ชั่วครู่จากนั้นก็เปลี่ยนไปคล้ายกำลังครุ่นคิดจึงประหลาดใจมาก
“ถิงเอ๋อร์ถ้าเ้าไม่ชอบขนมชิ้นนี้ เอาไว้พรุ่งนี้แม่พาเ้าไปเลือกที่ตลาดใหม่ดีหรือไม่”หลี่เยี่ยนฟางลูบศีรษะบุตรสาวพลางเอ่ยถาม
หลี่จิ้งถิงได้ยินมารดาเอ่ยเช่นนั้นก็หันมาเอ่ยกับมารดาพร้อมกับยิ้มฝืนๆ ออกมา
“ท่านแม่พวกเราแบ่งกันกินคนละครึ่งเถิดความจริงแล้วลูกคิดว่าขนมที่ท่านแม่ทำ อร่อยมากกว่าที่ตลาดอีกต่อไปท่านแม่ไม่ต้องซื้อมาแล้วนะเ้าคะ”
หลี่เยี่ยนฟางได้ฟังแล้วก็มีสีหน้าเคลือบแคลงใจแต่ก็ยังพยักหน้าตอบบุตรสาว
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันต่อไปแม่จะทำขนมให้เ้ากินบ่อย ๆ เอง”
หลี่จิ้งถิงนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจก็แสร้งบอกมารดาว่า “ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ ท่านยายจูเองก็ชอบทำขนมให้ลูกกินอยู่บ่อยๆ หากลูกกินขนมของท่านยายได้น้อยลงจะทำอย่างไร ท่านยายคงนึกน้อยใจแน่ ๆ”
หลี่เยี่ยนฟางชำเลืองมองบุตรสาวเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาพลางเขี่ยปลายจมูกนางกล่าวยิ้ม ๆ
“ถิงเอ๋อร์ของแม่ตัวแค่นี้ก็รู้จักรักษาน้ำใจของผู้อื่นแล้วหรือ” ได้เห็นบุตรสาวเป็เด็กดี ลึก ๆในใจของผู้เป็มารดามีหรือจะไม่รู้สึกตื้นตันใจ หลี่เยี่ยนฟางนึกขอบคุณ์ที่เมตตาส่งหลี่จิ้งถิงมาช่วยให้นางไม่ต้องจมจ่ออยู่กับความทุกข์ใจ
หลี่จิ้งถิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางยื่นมือไปกระตุกชายเสื้อมารดาพร้อมกับกระซิบเสียงเบา
“ความจริงแล้วลูกชอบนอนกอดกับท่านแม่มากที่สุดต่อไปท่านไม่ต้องทำงานพวกนั้นจนดึกดื่นอีกได้ไหมเ้าคะ”
หลี่เยี่ยนฟางได้ฟังคำของบุตรสาวก็พาให้เจ็บแปลบ ๆ ตรงกลางอก จนอดอยากจะร่ำไห้ออกมามิได้นางััได้ถึงความรักของหลี่จิ้งถิงที่มีต่อตนเองอย่างล้นเหลือปกติเด็กหญิงเป็เด็กเข้มแข็งอดทน น้อยนักที่จะเอ่ยปากพูดร้องขอสิ่งใด
หลี่จิ้งถิงเงยหน้ามองหน้ามองหลี่เยี่ยนฟางด้วยสายตาเว้าวอนแม้จะรู้ดีว่าหากมารดาปักผ้าเพื่อหาเลี้ยงชีพอีกทางก็จะส่งผลให้พวกนางสองแม่ลูกมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้นแต่ถึงอย่างไรเด็กหญิงก็ไม่อยากให้มารดาต้องลำบากเหน็ดเหนื่อยอยู่ดี
หลี่จิ้งถิงเฝ้ารอคำตอบพลางจ้องมารดาตาไม่กะพริบจ้องจนหลี่เยี่ยนฟางถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เอาเถิดต่อไปแม่จะนอนกอดเ้าเข้านอนทุกคืนเลยดีหรือไม่” หลี่เยี่ยนฟางเอ่ยถามบุตรสาว
“ดีเ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงดีใจจนร้องะโออกมา
สุดท้ายถึงหลี่เยี่ยนฟางจะรับปากบุตรสาวไปเช่นนั้นแต่พอล่วงเข้ายามดึกหลังจากหลี่จิ้งถิงนอนหลับสนิทแล้วนางก็ยังคงลุกขึ้นมาจับสะดึง แทงเข็มปักผ้าอย่างเอาจริงเอาจังอยู่ทุกค่ำคืนคนเป็มารดาถึงจะอย่างไรก็ทั้งยินดีและเต็มใจจะยอมลำบาก เพียงเพื่อจะมีเงินซื้อของกินของเล่นให้ลูกมิใช่หรือ
หลายวันต่อมาหลี่จิ้งถิงเห็นมารดานั่งนับเงินเหรียญด้วยสีหน้าแช่มชื่นหลี่เยี่ยนฟางตั้งใจนับเงินทั้งหมดอย่างละเอียดซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งก่อนจะแบ่งพวกมันออกเป็ส่วน ๆ ทั้งส่วนที่เก็บเอาไว้ใช้จ่ายประจำวันและชำระหนี้สินที่ติดค้างไว้ตอนที่บุตรสาวล้มป่วย
พอนางได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวของหลี่จิ้งถิงก็เงยหน้าขึ้นยิ้มแฝงความตื่นเต้นน้อยๆ
“ถิงเอ๋อร์ตื่นแล้วก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย วันนี้เป็วันหยุดของแม่แม่ตั้งใจจะพาเ้าไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาด หากเ้าชมชอบสิ่งใดก็ขอให้บอกแม่จะซื้อให้เ้าเองนะ”
สีหน้าประหลาดใจของหลี่จิ้งถิงแปรเปลี่ยนเป็ความยินดีทันควันเมื่อได้ยินว่าวันนี้หลี่เยี่ยนฟางไม่ต้องไปทำงาน พอตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งก็คิดออกว่าที่แท้วันนี้ก็ตรงกับวันหยุดประจำเดือนของร้านผ้านั่นเองเด็กหญิงยืนอมยิ้มไม่หยุดอย่างตื่นเต้น เมื่อนึกถึงบรรยากาศคึกคักของย่านร้านค้าและของกินของใช้ที่ถูกนำมาวางขายมากมาย
ทว่าพอหลี่จิ้งถิงคิดถึงราคาข้าวของเครื่องใช้ที่ตลาดก็ตัดสินใจส่ายศีรษะเงินที่มารดาพากเพียรหามา จะนำมาใช้อย่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุได้อย่างไร
“ท่านแม่ ตอนนี้ลูกยังไม่อยากได้อะไรพวกเราแค่ไปเดินเที่ยวเล่นเฉย ๆ ก็ได้เ้าค่ะ”
อันที่จริงในใจหลี่จิ้งถิงอยากได้ผ้าผูกผมสีสวยๆ เหมือนกับเด็กหญิงคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านแต่ไว้รอวันหน้ามีเงินมากกว่านี้ค่อยซื้อก็ได้
หลี่เยี่ยนฟางผงกศีรษะเบาๆ พลางนึกสะท้อนใจ ใคร่ครวญดูก็รู้ว่าบุตรสาวคงจะนึกเสียดายเงินแทนตนเองนางพยายามฝืนเค้นรอยยิ้มบนใบหน้าไว้พลางเอ่ยตอบ
“เอาอย่างนั้นก็ได้พวกเราไปเดินเที่ยวเล่นเฉย ๆ กัน”
ครู่หนึ่งต่อมาพอหลี่จิ้งถิงแต่งตัวเรียบร้อย พวกนางสองแม่ลูกก็อาศัยการเดินเท้าตามเส้นทางปกติที่หลี่เยี่ยนฟางใช้ในการเดินทางทุกวันไปราวครึ่งชั่วยามก็ถึงตลาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
หลี่จิ้งถิงเคยมาเดินเที่ยวเล่นในตลาดไม่กี่หนดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจึงสามารถเรียกความสนใจจากนางได้เป็อย่างดีเด็กหญิงกวาดสายตาไปยังเพิงขายของที่ถูกตั้งขึ้นอย่างง่าย ๆแต่กลับวางขายสินค้าหลากหลาย ของกระจุกกระจิกทุกอย่างล้วนถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
หลี่จิ้งถิงชะเง้อคอมองไปทางโน้นทีทางนี้ทีอย่างตื่นเต้นจนหลี่เยี่ยนฟางที่เดินอยู่ข้างๆ กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนจะก้มหน้าลงพูดกับบุตรสาว
“ถิงเอ๋อร์อยากได้อะไรหรือไม่”
พอเห็นหลี่จิ้งถิงส่ายหน้าหลี่เยี่ยนฟางก็ถามขึ้นอีก
“เอาอย่างนี้แม่ซื้อถังหูลู่ให้เ้าไม้หนึ่ง ไหน ๆ ก็มาแล้ว นาน ๆ ทีถิงเอ๋อร์จะได้มาเที่ยวตลาดแม่เองก็ไม่ได้ฝืดเคืองถึงขนาดซื้อขนมให้ลูกกินไม่ได้สักหน่อย”
พอหลี่จิ้งถิงฟังคำพูดของหลี่เยี่ยนฟางจบก็รู้สึกถึงความคับข้องหมองใจของมารดา ทีแรกเด็กหญิงยังไม่นึกอยากหักใจใช้เงินแต่ในเมื่อค้นพบว่ามารดาตั้งใจอยากจะใช้เงินจับจ่ายใช้สอยเพื่อนางจริง ๆหลี่จิ้งถิงจึงรีบฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เอ่ยออดอ้อนให้หลี่เยี่ยนฟางเบาใจ
“ถ้าอย่างนั้นท่านแม่ซื้อถังหูลู่ให้ข้าไม้หนึ่งนะเ้าค่ะลูกเองก็อยากรู้ว่ามันมีรสชาติอย่างไร”
“อืมสมัยก่อนตอนแม่ยังเล็ก ท่านยายของเ้าก็ชอบซื้อให้แม่กินพอเ้ากัดไปคำแรกก็จะััได้ถึงความกรอบของน้ำตาลที่เคลือบเอาไว้ก่อนจากนั้นก็จะได้ลิ้มรสความเปรี้ยวของผลซานจาที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้รสชาติโดยรวมของมันจะออกเปรี้ยวอมหวาน แม่ว่าต้องถูกใจเ้าแน่ ๆ”
หลี่จิ้งถิงรีบผงกศีรษะเออออไปกับมารดาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กินถังหูลู่เป็ครั้งแรก