เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 5 ตอนที่ 146 ไอ้โง่นี่ ให้เกียรติดันไม่รับ!

        คังเหว่ยทนไม่ไหวแล้ว

        แต่พานซานยกมือจับเขาไว้ “นายคือหัวหน้าเคอสินะฉันอยากคุยกับนายหน่อย”

        สายตาเฉื่อยชาเบนไปยังพานซาน “สหายนายมีคุณสมบัติอะไรที่จะคุยกับฉัน?”

        พานซานไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นมือคว้าลูกน้องที่ยืนข้างกายเคออีสฺยงทันทีดึงมาโดยใช้มือข้างเดียวบีบคอของอีกฝ่าย ความเร็วของเขาสุดยอดมากพละกำลังก็ไม่ใช่ย่อย ใช้มือเดียวบีบกระดูกคอของคนคนนั้นจนเกิดเสียงกร็อบแกร๊บ

        ราวกับว่าหากออกแรงอีกนิดเดียว คอของอีกฝ่ายก็คงหักแล้ว!

        พวกเฉาลิ่วจื่อพุ่งเข้ามาล้อมปกป้องเคออีสฺยง เคออีสฺยงรู้สึกเหมือนกับว่ามือข้างนั้นกำลังบีบคอของตนเองอยู่เขาและลูกน้องที่โดนบีบอยู่ห่างกันเพียงครึ่งก้าว เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจับเขาไม่ได้แต่ไม่ได้คิดจะจับเขาตั้งแต่แรก

        “แกไม่กล้าหรอก!”

        ตอนนี้มันคือสถานการณ์อะไรกัน ลักลอบทำเรื่องเลวร้ายสักหน่อยย่อมไม่เป็นไรทว่าการสังหารคนต่อหน้าสาธารณะชน แม้จะมีเส้นสายใหญ่โตเพียงไหนก็ช่วยไว้ไม่ได้

        พอทางนี้เหมือนจะเกิดเรื่อง ผู้คนที่เลือกสินค้าอยู่หน้าแผงก็หวาดกลัววิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันไปนานแล้วพ่อค้าแม่ขายตั้งแผงเหล่านั้นไม่รู้จักเคออีสฺยง แต่รู้จัก ‘พี่เฉา’ พี่เฉาเป็นคนดูแลแถบนี้พวกเขาต่างเฝ้าร้านของตนเอง ทำตัวเป็นนกกระทาที่ไม่ส่งเสียง

        พานซานไม่มีทางโหวกเหวกจนหน้าเขียวหน้าดำแน่ สุนัขที่ไม่เห่าถึงจะกัดเขาไม่กล่าวถ้อยคำระคายหูใด แต่กลับเพิ่มแรงบีบของมือให้หนักยิ่งขึ้น

        คนที่ถูกจับไว้หายใจรวยรินแล้ว เห็นชัดๆ ว่าราวกับจะไม่ไหวอีกต่อไป

        “แม่แกสิ!”

        พวกเฉาลิ่วจื่อปรี่เข้าไปจะทำร้ายพานซาน แต่คังเหว่ยยังไม่ทันออกตัวไป๋เจินจูกลับป้องกันเขาและเซี่ยเสี่ยวหลานไว้หลังตน นี่ทำอะไรกัน บุรุษเช่นเขาถูกสตรีปกป้องหรือ?

        “อยู่ดีๆ อย่าเอะอะ!”

        ท่อนแขนไป๋เจินจูแข็งดั่งเหล็กกล้าที่ทำให้คังเหว่ยดิ้นไม่หลุดแม้แต่น้อยทว่ากลับใช้น้ำเสียงแบบการกล่อมเด็กน้อยที่ไม่เชื่อฟัง

        แม้สถานการณ์ไม่อำนวย แต่เซี่ยเสี่ยวหลานอยากหัวเราะขึ้นมากะทันหันเสียได้

        “หยุด!”

        เคออีสฺยงสั่งหยุดลูกน้อง “มีอะไรก็พูดต่อหน้าสาธารณะคนแซ่เคออย่างฉันจะยืนฟังแกตรงนี้”

        พานซานเหวี่ยงคนในเงื้อมมือออกอย่างง่ายดาย พวกเฉาลิ่วจื่อกุลีกุจอพาคนไปอีกทางสีหน้าของเฉาลิ่วจื่อเหมือนกำลังเจอผี “พี่ใหญ่กระดูกคอเขาแหลกแล้ว!”

        แววตาของเฉาลิ่วจื่อเต็มไปด้วยความพยาบาท เคออีสฺยงหนังตากระตุก “พาส่งโรงพยาบาลก่อน”

        “หัวหน้าเคอ แกคิดว่าฉันกล้าหรือไม่?”

        พานซานย้อนถามกลับด้วยคำพูดที่เคออีสฺยงตัดสินเขาเมื่อครู่ว่าไม่กล้าฆ่าคน

        ไม่รอให้เคออีสฺยงตอบ พานซานชี้ไปยังเซี่ยเสี่ยวหลาน

        “เธอสวยมากสินะ? ดังนั้นหัวหน้าเคออย่างแกเลยถูกใจเข้าในฐานะผู้ชายฉันเข้าใจ ทั้งยังชื่นชมแววตาของแกมากด้วย! แต่ในฐานะผู้ชายฉันก็สมเพชแกเหมือนกัน ดูท่าทางเหมือนไอ้โง่ที่สับปลับข่มเหงคนอื่นนั่นของแกสินึกว่าสมัยนี้ยังมีคนนิยมลูกไม้ฉุดคนกลับไปเป็นนายหญิงหัวหน้าโจรอีกหรือ? ผู้หญิงเขาไม่อยากผูกมิตรกับแกแกยังหน้าด้านหน้าทนก่อเรื่องมากมายขนาดนี้ให้ใครดูกัน? หรือต้องการให้คนรักของเธอเห็น? ดีเหลือเกิน! คนรักของเธอเห็นแล้ว และไม่ต้องการใส่ใจตัวประกอบกระจอกอย่างแก เขาถึงได้ส่งฉันมาจัดการแกไง! ชีวิตนักเลงหัวไม้ของแกจะมีค่าสักเท่าไรกันหนึ่งหมื่นหยวนยังไม่มีใครกล้าแทงแกให้ตาย ถ้าเพิ่มเป็นหนึ่งแสนจะมีคนรับงานนี้ไหม? ...แกจ้องฉันไปก็ไร้ประโยชน์ ฉันอยากมาก็มาอยากไปก็ไปคนของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ต่อให้จัดการฉันจนตายก็มีคนอื่นมาแทนที่อยู่ดี! ให้ตาย แกนี่มันโง่งม เล่นเสียฉันต้องมาหยางเฉิงโดยเฉพาะให้เกียรติแกแต่ไม่รับไว้ มากเรื่องมากความเสียจริง!”

        สถานที่ค้าส่งเสื้อผ้าสุดแสนกว้างขวางเงียบสงัดในบัดดล

        พานซานมิได้ชักปืนมากราดยิง แต่วาจาที่ปากของเขาพ่นออกมานั้นสำหรับเคออีสฺยงแล้วโหดร้ายกว่าพิษของงูจงอางเสียอีก

        คังเหว่ยมีสีหน้าราวกับล่วงรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ส่วนเซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้จะพูดอะไรโดยสิ้นเชิง

        พานซานสงวนท่าทีมาตลอดเพราะเขารู้ว่าลักษณะการพูดของเขาไม่เป็นที่น่าพิสมัยเหลือเกินเขาต้องการที่จะสนทนาส่วนตัวกับเคออีสฺยง ก็เพื่อไว้หน้าของเคออีสฺยงนั่นเอง

        ทว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้ เคออีสฺยงเองยังไม่ต้องการรักษาหน้าพานซานย่อมเหยียบย่ำโดยไร้ซึ่งความหวั่นเกรง

        เฉาลิ่วจื่อและพรรคพวกโมโหจนแทบระเบิดมีบางคนควงกระบองเตรียมฟาดอย่างบ้าคลั่ง พานซานด่าคนอย่างรุนแรง ฝีมือก็ร้ายกาจไม่มีการวาดลวดลายวิทยายุทธประดับประดา ไม่ทันไรก็ล้มคนได้ เขาปากคอเราะร้ายลงมือไม่ปรานี คนที่เขาจัดการพากันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงทั้งหมด

        สีหน้าของเคออีสฺยงน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก เขาอาศัยหัวสมองล้วนๆจนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของกลุ่มอันธพาลได้ หากให้เขาต่อสู้กับพานซานคาดว่าพานซานก็สามารถทำให้เขาชอกช้ำเลือดออกภายในด้วยหมัดเดียว

        ดังนั้นเคออีสฺยงจึงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่เท้า

        พานซานล้มไปหลายคน ทั้งยังถ่มน้ำลายอย่างโหดร้าย

        “ไอ้โง่!”

        ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของพานซานล้วนเขียนไว้ด้วยคำว่า ‘เหี้ยม’ ทำเอาทุกคนตกตะลึงเสียพูดไม่ออกบอกไม่ถูกถ้ามองแค่รูปลักษณ์ภายนอก เขาเหมือนพี่ใหญ่ในวงการมืดมากกว่าเคออีสฺยงเสียอีก

        เคออีสฺยงเรียนรู้ท่าทางถือดีมากจากภาพยนตร์ฮ่องกง ส่วนพานซานไม่ต้องเรียนด้วยซ้ำเขาใช้กำปั้นพูดคุยเป็นอย่างเดียว

        คังเหว่ยฉวยโอก่าขณะที่ไป๋เจินจูกำลังใจลอยรีบสลัดแขนของเขาออกทันที

        “ลูกพี่เคอ อันที่จริงทุกคนไม่ต้องทะเลาะกันจริงจังขนาดนี้แต่ว่าพี่ชายผมห่วงใยพี่สะใภ้ทีเดียว คุณอ่อนแอก็อย่าโกรธเคืองเลยพี่พานซานนิสัยตรงไปตรงมา พูดจาโผงผาง ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจคราวหน้าเปลี่ยนเป็นคนนิสัยอื่นมาคุยด้วยเหตุผลกับคุณก็ได้”

        เคออีสฺยงขบกรามพลางจ้องไอ้หนุ่มไก่ต้มซีอิ๊วหน้าขาวเนื้อเนียนตรงหน้า

        “แกกำลังข่มขู่ฉัน?”

        คังเหว่ยพยักหน้า “ใช่น่ะสิโดนคุณฟังออกแล้วหรือ? ผมไม่ได้ล้อเล่นความเป็นไปของโลกใบนี้ดีเยี่ยมออก ทั่วหยางเฉิงล้วนคือทองคำ แต่เพราะไร้หัวคิดจึงต้องเข้าสู่วงการมืดทุกวันนี้ไม่มีสมาคมชิงพรรคฟ้าดิน [1] อะไรเสียด้วยอันธพาลสู้ธุรกิจอิสระไม่ได้หรอก รัฐก็สนับสนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจจะส่งเสริมพวกอันธพาลเก็บค่าคุ้มครองหรือ... ขอโทษนะ ผมพูดไปไกลแล้วผมแค่นำสารจากพี่ชายมาบอกแก่หัวหน้าเคอ ถ้าภายภาคหน้าพี่สะใภ้ผมเกิดปัญหาเล็กน้อยในหยางเฉิงขึ้นอีกพวกเราจะพุ่งเป้ามาที่หัวหน้าเคอเท่านั้น ไหนๆ ทุกคนก็สนิทกันแล้วนี่นา”

        เฉินซีเหลียงนั่งยองอยู่หลังร้าน ได้ยินแล้วถึงกับแทบคายลิ้น

        อำมหิตเหลือเกิน!

        เคออีสฺยงอยากฉุดนายหญิงโจรสักคนปรากฏว่าคนเขาไม่ใช่แค่ทำลายความตั้งใจอันคดเคี้ยวของเจ้าตัว ทั้งยังรับรองความปลอดภัยที่หยางเฉิงในอนาคตของเซี่ยเสี่ยวหลานอีกเป็นการคุ้มกันที่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่เสียเงินจ้าง? เรื่องราวกลับตาลปัตรใหญ่โตถึงเพียงนี้อย่าว่าแต่เฉินซีเหลียงไม่เคยพบเจอด้วยสองตาเลย นี่มันล้ำจินตนาการของเขาเกินไปแล้ว

        สุดยอดแบบนี้ ยังต้องถ่อมาทำธุรกิจเล็กน้อยอะไรอีกหรือ?

        เถ้าแก่เฉินหวนความทรงจำเสื้อผ้าที่ตนขายแก่เซี่ยเสี่ยวหลานก็ไม่ถือว่าแพงมากมายนักหัวใจดวงน้อยของเขาจึงกลับไปอยู่ที่อกเหมือนเดิม

        เคออีสฺยงมองพรรคพวกที่เกลื่อนกลาดบนพื้น และมองพานซานกับคังเหว่ยอีกรอบ

        “ได้ เรื่องวันนี้ฉันจะจำไว้”

        วันนี้เขาประมาทเกินไป นึกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานรู้จักเพียงไป๋เจินจูอย่างมากก็มีความสัมพันธ์กับไป๋จื้อหย่งบ้างพื้นฐานแค่นั้นของตระกูลไป๋ไม่อยู่ในสายตาเขาด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าวันนี้จะมีมังกรอหังการข้ามนที [2] โผล่มา—พานซานบีบคอคนของเขาเกือบสิ้นใจ ทว่านัยน์ตากลับไม่แสดงอารมณ์แม้แต่น้อยคนดุดันมือเปื้อนเลือดที่แท้จริงย่อมมีลักษณะเช่นนี้

        เคออีสฺยงพาพวกพ้องถอยกลับดั่งน้ำหลาก

        สายตาของพวกเถ้าแก่ร้านเหล่านั้นมองเซี่ยเสี่ยวหลานราวกับเป็นสิ่งอันตรายสุดแสนน่าหวาดกลัว

        เซี่ยเสี่ยวหลานเข้าใจเป้าหมายในการกระทำการเอิกเกริกเช่นนี้ของพานซานและคังเหว่ยทันทีหลังจากเหตุการณ์วันนี้ผ่านไปตำนานของเซี่ยเสี่ยวหลานต้องกระฉ่อนทั่วตลาดค้าส่งแน่นอนเคออีสฺยงยังหวาดหวั่นจนหนีไปเช่นนี้โจรกระจอกที่ด้อยกว่าเคออีสฺยงยิ่งไม่กล้าวางแผนจัดการเธออย่างแน่นอน

        ความปลอดภัยของเธอเพิ่มพูนขึ้นมากทีเดียว

        โจวเฉิงมีศักยภาพขนาดนี้เหมือนคนหนุ่มที่อายุเพิ่ง 20 ปีเสียที่ไหน?

        นอกจากตอนที่อยู่ต่อหน้าเธอจะกลายเป็นหนุ่มน้อยโจวเฉิงเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เซี่ยเสี่ยวหลานคิดไว้เสียอีก

        เซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้ว่าเรื่องราวคลี่คลายหรือยังวิธีจัดการของเธอและโจวเฉิงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงโจวเฉิงปณิธาณแรงกล้าพร้อมถวายตัวกว่า เซี่ยเสี่ยวหลานได้ประโยชน์จากตรงนี้จึงไม่เกี่ยงงอนถึงขั้นหักหน้า

        โจวเฉิงช่วยเธอฉีกหนังเสือ เธอก็ขอยืมใช้งานชั่วคราวก่อนแล้วกัน

        มองเจ้าของแผงรอบตัว ล้วนขวัญหนีดีฝ่อเหมือนนกกระทาเซี่ยเสี่ยวหลานไม่รู้เลยว่าจะไปซื้อสินค้าจากร้านไหนได้

        เฉินซีเหลียงโผล่ศีรษะออกมาจากหลังร้าน

        “คุณผู้หญิงเซี่ย ผมไม่ได้ขายคุณนะ... วันนี้คุณจะเอาสินค้าเท่าไรดี?”

        เฉินซีเหลียงดึงหนังหน้าเรียกคุณผู้หญิงเซี่ยความจริงแล้วเซี่ยเสี่ยวหลานก็แอบซาบซึ้งอยู่ในใจทีเดียว เพื่อที่อนาคตจะสามารถส่งสินค้าได้สะดวกสบายดังนั้นเธอจึงเคยบอกที่อยู่บ้านย่าอวี๋แก่เฉินซีเหลียงแล้วจริงๆ แต่เฉินซีเหลียงกลับแบกรับความกดดันไม่ยอทปริปากบอกเคออีสฺยงช่างเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่งไม่เบา

        เซี่ยเสี่ยวหลานมองเฉินซีเหลียงซ้ำไปซ้ำมาความทรงจำที่เลือนรางกำลังหวนคืน เธอรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้อยู่เสมอ

        เฉินซีเหลียง สร้างเนื้อสร้างตัวในยุค 80 คนหยางเฉิงเจ้าพ่อกิจการเสื้อผ้า... ที่แท้คือคนตรงหน้าผู้นี้?

        เซี่ยเสี่ยวหลานมองเขาด้วยดวงหน้าน่าสงสารเฉินซีเหลียงอดรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้—ราคาค้าส่งเสื้อผ้าของเขาแพงพอสมควรแต่คุณภาพสูงน่ะสิ! ช่วยลดราคาให้คุณผู้หญิงเซี่ยอีกสักหน่อยได้ไหม?

  

  

 

เชิงอรรถ

[1]青帮洪门 สมาคมชิงพรรคฟ้าดิน คือ สมาคมลับที่มีจุดประสงค์เฉพาะ

[2]过江猛龙 มังกรข้ามนที หมายถึง คนที่มีความสามารถและอาจหาญ กล้าคิดกล้าลอง

  

 

 

  

 

 

คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

นิยาย รัก
989K 1570
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
775K 1120
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
289K 908
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

นิยาย รัก
627K 1276