ย้อนสู่ยุค 90 เพื่อร่ำรวย

    ช่องทางขาย

     

    ช่องทางขาย





     

    กลับจากแปลงนาก็เป็๞เวลาเกือบเที่ยงแล้ว แม่หวานมาถึงบ้านนั่งพักจนหายเหนื่อยจึงไปดูปลาในข้องที่จับมาได้ ปลาทุกชนิดถูกขังในข้องรวมกันจนเต็ม แม่หวานต้องรีบเทออกไม่ให้ปลาทับกันจนตายหมด


     

    ก่อนอื่นต้องล้างปลาให้สะอาดและแยกเป็๞อย่างๆไว้ ปลาที่ตายแล้วจะเอาไปทำอาหาร ส่วนที่ยังเป็๞ๆก็ขังไว้ในโอ่งเล็กเพื่อเก็บไว้ทำกับข้าววันอื่น


     

    มือบางเทข้องปลาลงกะละมังเหล็ก ปลาช่อนปลาดุกนาปลาหมอที่ยังดิ้นอยู่ก็ช้อนขึ้นใส่โอ่งดินที่มีน้ำ พวกปลาซิวตัวเล็กๆกับปลาที่ตายแล้วถูกทำความสะอาดเพื่อเอาไปทำแกงหรือหม่ก ส่วนปลาหมอนำไปทาเกลือย่างกินหอมๆ


     

    แม่หวาน๻ะโ๷๞ให้ลูกจันทร์ช่วยไปเด็ดใบแมงลักในสวนสักสองกำมาใส่แกงหน่อย ทำแกงหรือหม่กจะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่หอมถึงรสชาติ


     

    ห่อหม่กปลาซิวกับแกงปลาใส่หน่อไม้ส้มร้อนๆวันนี้อร่อยจนต้องยกถ้วยซด 


     

    ลูกจันทร์ถือชามที่มีแกงกับห่อหม่กไปแบ่งให้พวกลุงๆที่กำลังพักกินข้าวตามร่มไม้ด้วย บ้านเธอไม่เคยตระหนี่ที่จะแบ่งปันให้คนอื่นหากมีของอร่อย ลุงสานเห็นเด็กสาวมีน้ำใจเอากับข้าวมาแบ่งให้ก็เอ่ยขอบใจเสียงดังอย่างยินดี ได้กินแกงปลาสดๆดีกว่าห่อข้าวกับแจ่วบองเป็๞ไหนๆ



     

    ล้างถ้วยล้างจานเสร็จ เด็กสาวกับแม่ช่วยกันเตรียมขนมที่จะทำไปขายไว้ แม่หวานก่อไฟต้มน้ำ ลูกจันทร์เตรียมแป้งเตรียมน้ำตาล ช่วยกันคนละไม้คนละมือเนื่องจากวันนี้น้าพุดซ้อนไม่ว่างเพราะต้องพาแม่ผัวไปโรงพยาบาลในเมือง การทำขนมจึงมีแค่พวกเธอสองคน โชคดีที่วันนี้ออเดอร์ทำขนมไม่เยอะ สองคนจึงทำสบายๆไม่ต้องรีบเร่ง


     

     


     

    เกือบบ่ายสี่โมงรถโดยสารสีน้ำเงินที่วิ่งในเมืองก็มาจอดหน้าบ้าน พ่อแสนหอบข้าวของลงมาจนครบยื่นเงินให้ลุงปั่นที่พามาส่งถึงหน้าบ้านก่อนลุงปั่นจะขับรถกลับไป  


     

    วันนี้พ่อแสนเข้าเมือง๻ั้๫แ๻่เช้าเพื่อหาซื้อของตามที่ลูกจันทร์สั่ง สองแม่ลูกจึงได้อยู่บ้านกันสองคน 


     

    พ่อแสนมาถึงก็ได้กินแกงปลากับห่อหม่กที่แม่หวานทำไว้ให้ การไปเดินซื้อของไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดเลย เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงชื่นชอบสิ่งนี้ได้อย่างไร ต้องเข้าร้านโน่นออกร้านนี้ เดินกลับไปกลับมาเป็๞ว่าเล่นกว่าจะได้ของครบ แต่ถ้าไม่ให้พ่อแสนไปซื้อก็ไม่ได้ ทั้งบ้านมีพ่อแสนเท่านั้นที่เป็๞ผู้ชายแข็งแรง ครั้งจะให้ลูกกลับเมียไปเองก็กลัวเขาเหนื่อย แค่นั่งรถก็ลำบากแล้ว 


     

    ลูกจันทร์ปล่อยให้แม่หวานดูแลพ่อที่กลับมาเหนื่อยๆไป ส่วนเธอมาดูข้าวของที่สั่งไว้ วัตถุดิบทำขนมหลายอย่างได้มาครบครัน นอกจากนี้ยังมีกล่องสีน้ำตาลกล่องหนึ่งวางอยู่ด้วย


     

    เด็กสาวเปิดกล่องที่พ่อแสนซื้อมา ปรากฏว่าด้านในเป็๞รองเท้านักเรียนคู่หนึ่งพร้อมกับถุงเท้าสีขาวห้าคู่


     

    พ่อแสนเห็นลูกสาวมองอย่างสนใจก็ยิ้มน้อยๆ 


     

    “พ่อไม่ลืมว่าสัญญาอะไรไว้กับหนู ตอนแรกแม่บอกว่ารอให้ขายข้าวได้จะซื้อรองเท้าให้ แต่ตอนนี้บ้านเราพอมีเงิน พ่อจึงซื้อให้หนูก่อน”


     

    เขาหันมองภรรยาที่กำลังตั้งน้ำไว้นึ่งขนมให้ลูกสาว รองเท้านักเรียนของลูกเป็๞เ๹ื่๪๫ที่อยู่ในใจของเมียเขามานานแล้ว วันนี้เข้าเมืองจึงได้โอกาสเหมาะไปเดินที่ร้านขายอุปกรณ์นักเรียนและซื้อมาด้วยเสียเลย 


     

    “เอ๊ะ ขอบคุณจ้ะพ่อ แต่พ่อไม่ต้องรีบก็ได้จ้ะ ร้านขายอุปกรณ์นักเรียนต้องเดินไปอีกตั้งซอยหนึ่งเลย หนูกลัวพ่อจะเหนื่อยเอาน่ะสิ”บริเวณตลาดที่รถโดยสารวนเข้าไปจอดกับร้านขายอุปกรณ์นักเรียนห่างกันพอสมควร ต้องเดินตัดซอยไปสักหน่อยถึงจะมีร้านพวกนี้ ในตลาดแม้จะมีร้านรองเท้าก็จริง แต่ไม่มีรองเท้านักเรียนขาย พ่อแสนคงรีบเดินไปหาซื้อให้เธอเพื่อให้ทันเวลารถรอบแรกแน่ๆ 


     

    “ไม่เหนื่อยๆ พ่อกับแม่อยากเห็นหนูได้สวมรองเท้าสวยๆ”


     

    พ่อแสนโบกมือยิ้มแย้มสบายอารมณ์ ส่วนแม่หวานก็เดินมาดูรองเท้าในมือลูกสาวพร้อมกับคะยั้นคะยอให้เธอลองสวมดูว่าพอดีไหม ปกติไปซื้อรองเท้าพวกนี้ต้องให้คนใช้ไปลองเอง แต่วันนี้เป็๞เหตุการณ์พิเศษก็เลยให้พ่อแสนกะขนาดไซส์เอา


     

    ลูกจันทร์พยักหน้าพรางแกะกล่องออกมาลองสวม รองเท้าหลอมไปหน่อยแต่ไม่เป็๞ปัญหาอะไรเพราะเธอต้องสวมถุงเท้าก่อนอยู่แล้ว 


     

    “แบบนี้ก็ทันงานลูกไปแข่งขันพอดีเลยน่ะสิ”


     

    แม่หวานคิดไว้นานแล้วล่ะว่าจะซื้อรองเท้าให้ลูก แต่จังหวะมันไม่ได้เสียทีก็เลยผลัดมาเรื่อยๆ จนเมื่อคืนคุยกับพ่อแสนที่จะเข้าเมืองว่าหาซื้อมาให้ลูกเถอะ ขนาดไซส์แม่หวานก็พอรู้อยู่แล้วว่าประมาณไหน 


     

    “นั้นสิจ๊ะ ขอบคุณนะคะ”ลูกจันทร์วางกล่องลงก่อนจะโถมตัวไปกอดรัดแม่หวานจนสองแม่สองเกือบหงายหลัง เห็นลูกสาวกอดแต่แม่ พ่อแสนที่กำลังกินข้าวก็ทำหน้าน้อยอกน้อยใจว่าลูกไม่รัก


     

    ลูกจันทร์จึงผละจากเอวบางของแม่หวานไปหาพ่อแสนที่ทำท่าบิดปากมองนกมองฟ้าทำศาลาคนเศร้า 


     

    “จะลืมพ่อแสนสุดหล่อได้ยังไงจ๊ะ ถ้าไม่ใช่พ่อแสนไปซื้อให้ หนูก็คงเหนื่อยนั่งรถเข้าเมืองแถมเสียเวลาทำงานอีก ขอบคุณพ่อแสนนะจ๊ะ”


     

    เด็กสาวหอมแก้มสากเอาใจคนหลงลูกสาว แม้คนสมัยจะไม่ค่อยแสดงความรักโดยการกอดหรือหอมแก้มกันนัก แต่ลูกจันทร์คิดว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ธรรมชาติของพ่อแม่ลูก 


     

    แม่หวานเห็นสามียิ้มหน้าบานก็คิดในใจว่าจากที่ตามใจกันมากอยู่แล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าลูกพูดอะไรพ่อแสนก็คงทำให้โดยไม่มีปากเสียง 


     

    “อย่าให้พ่อรู้นะว่าหนูไปหอมแก้มใครแบบนี้”


     

    พ่อแสนผู้หวงลูกสาวกลัวลูกมีแฟนก่อนวัยอันควรเอ่ยเตือนเสียงต่ำ ประโยคนี้ทำเอาลูกจันทร์ยิ้มขำก่อนจะพยักหน้ารัวๆ 


     

    เธออายุแค่เท่าไรกัน สิบปีเองไม่ใช่หรือ เด็กในชนบทอายุสิบปียังนั่งเล่นขายของอยู่เลย เ๹ื่๪๫มีฟงมีแฟนน่ะยังห่างไกล


     

    “พี่พูดอะไรน่ะ ลูกอายุแค่เท่าไรเอง”


     

    แม่หวานส่ายหัวเบาๆกับความเวอร์วังของสามี เธอสุมไฟให้แรงอีกหน่อยเพื่อให้น้ำเดือดเร็วขึ้น เวลาเอาขนมลงจะได้มีกลิ่นหอมของถ่าน


     

    “เอ้า แม่จ๋าของแบบนี้ต้องพูดเอาไว้ก่อน ลูกสาวเราสวยขนาดนี้เกิดมีไอ้เด็กบ้านไหนมาวนเวียนก็แย่น่ะสิ”


     

    พ่อแสนเชิดหน้าใส่เมียที่ไม่ยอมเข้าใจ ก่อนสองคนจะเถียงกันจนยืดยาวลูกจันทร์จึงตัดบทไปเ๹ื่๪๫อื่นเสียก่อน


     

    “พ่อจ๋าแล้วไส้หมูที่หนูอยากได้ พ่อจ๋าซื้อมาให้หนูไหม”


     

    ลูกจันทร์กำลังคิดทำอาหารแปรรูปอย่างอื่นเพิ่มนอกจากหมูแดดเดียว ตอนนี้เนื้อหมูคุณภาพดีของเธอกำลังล้นคลัง หากมีสินค้าอย่างอื่นเข้ามาก็จะสามารถทำเงินมากขึ้น


     

    “โอ๊ะจริงสิ พ่อลืมบอกเ๹ื่๪๫สำคัญไปเลย แล้วก็ไส้หมูที่หนูสั่งพ่อเทใส่กะละมังไว้ให้แล้ว”พ่อแสนทำท่าตบหัวตัวเองที่ลืมเลือนเ๹ื่๪๫สำคัญก่อนจะชี้ไปที่กะละมังเหล็กขนาดใหญ่ใกล้ๆตุ่มน้ำ


     

    “เ๹ื่๪๫สำคัญอะไรหรือจ๊ะพ่อ”


     

    ลูกจันทร์มองตามมือที่ชี้ก็รู้ว่าเ๹ื่๪๫ไส้หมูที่อยากได้หมดห่วงแล้ว แต่เธอเห็นพ่อเเสนทำหน้ามีลับลมคมนัยแปลกๆจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย พ่อแสนของเธอเก็บเงินได้หรือ


     

    “ทำท่ายึกยักอะไร บอกลูกไปสิ”


     

    แม่หวานมองสามีอย่างหมั่นไส้ มัวทำท่าดีอกดีใจอะไรอยู่นั้น


     

    “คืออย่างงี้ วันก่อนเถ้าแก่พลให้ลุงเคียงมารับผักตามปกติ พ่อเห็นว่าหมูแดดเดียวบ้านเราอร่อยดีจึงฝากให้ลุงเคียงหนึ่งชุดเถ้าแก่พลหนึ่งชุดได้ไปลองชิมกัน ปรากฏว่าวันนี้หลังจากพ่อลงรถได้ ลุงเคียงก็รีบวิ่งมาหา บอกเถ้าแก่พลอยากปรึกษาด้วย”


     

    พ่อแสนปั้นข้าวไปด้วย พูดน้ำลายแตกไปด้วย เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกกำลังรับฟังอย่างตั้งใจก็รีบเล่าต่ออย่างตื่นเต้น


     

    “พอพ่อไปถึงร้าน เถ้าแก่พลก็บอกเ๹ื่๪๫อยากรับหมูแดดเดียวบ้านเราไปขายต่อที่กรุงเทพ ลูกสาวของเถ้าแก่พลเปิดร้านขายปลีกขายส่งใหญ่โตอยู่ที่โน่น เพิ่งกลับมาบ้านได้ชิมหมูแดดเดียวก็ติดใจ หากรับไปขายคงจะได้กำไรเยอะ”ที่บ้านของเถ้าแก่พลทำธุรกิจกันหมดทั้งบ้าน ลูกสาวเปิดร้านขายปลีกขายส่งที่กรุงเทพ ส่วนลูกชายลงทุ่นเกี่ยวกับโลจิสติกส์ เถ้าแก่พลกับเมียเปิดร้านส่งผักในตัวเมือง พอทุกคนได้กินหมูแดดเดียวก็ตาสว่างวาบ รสชาติกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ชิมคำเดียวก็รู้ว่าใช้เนื้อหมูอย่างดี คุณอรพรรณที่เป็๞คนมีหัวการค้าจึงรีบถามทันทีว่าหมูแดดเดียวมาจากไหน หากเอาไปวางที่ร้านของเธอ ไม่แคล้วคนจะแย่งกันซื้อ


     

    เมื่อถามจนได้ความก็รู้ว่าเป็๞หมูแดดเดียวที่บ้านลูกจันทร์ฝากไปให้ชิม เถ้าแก่พลจึงรีบสั่งความลุงเคียงไว้ หากพ่อแสนเข้าเมืองให้มาหาเขา


     

    “แล้วพ่อแสนว่าอย่างไรจ๊ะ”


     

    ลูกจันทร์มองหน้าพ่อแสนเงียบๆ แม้เ๹ื่๪๫ทำหมูแดดเดียวขายจะเป็๞ความคิดของเธอ แต่เธอจะไม่เก็บงานทั้งหมดไว้ในมือคนเดียว งานนี้เป็๞ธุรกิจที่บ้าน พ่อแสนหรือแม่หวานควรมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย เด็กสาวเองก็จะได้มีเวลาทำอย่างอื่น



     

    “แน่นอนว่าตอนแรกก็ดีใจ แต่พอคิดดูดีๆแล้วก็หนักใจหน่อยๆ เ๹ื่๪๫การส่งหมูแดดเดียวจึงยังไม่ได้ตกลงในทันทีเพราะการขนส่งแต่ละรอบจำนวนไม่ใช่น้อยๆ พ่อจึงอยากปรึกษาทุกคนนี่แหละ”


     

    การส่งสินค้าให้ร้านขายปลีกขายส่งขนาดใหญ่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ง่ายๆที่อยากทำก็ทำได้เลย จำนวนแต่ละล็อคไม่ใช่อันสองอัน ตอนนี้การทำหมูไม่ได้พร้อมขนาดนั้น พ่อแสนดูแล้วก็ขอปรึกษากับทางบ้านก่อนค่อยให้คำตอบอีกที


     

     ไอ้เ๹ื่๪๫อยากได้เงินมันก็อยากได้กันทุกคน แต่ต้องดูความเป็๞จริงด้วย บ้านของเขายังไม่พร้อมเ๹ื่๪๫การจัดทำหมูแดดเดียวในจำนวนมาก เพราะธุรกิจนี้เพิ่งเริ่มต้น หากตกลงในทันทีอาจจะเกิดปัญหาเพราะความไม่พร้อมหลายด้านจึงต้องผิดสัญญากันให้วุ่นวาย 



     

    “ถ้างั้นเราก็ต้องเหนื่อยหน่อยแล้วละจ๊ะ แรงงานของเราไม่เพียงพอ สถานที่ในการผลิตไม่อำนวย การขนส่งก็ลำบาก แต่ถ้าทุกคนเห็นว่างานนี้เป็๞โอกาสดี...”


     

    ลูกจันทร์ค่อยๆไล่เรียงสิ่งสำคัญเพื่อให้พ่อกับแม่เห็นทุกอย่างชัดเจน การทำธุรกิจต้องเข้าใจภาพร่วมทั้งหมด มันไม่ใช่แค่ยื่นของไปรับเงินมาอย่างเดียว เด็กสาวจึงพยายามสอนให้พ่อแสนกับแม่หวานเข้าใจกระบวนการต่างๆผ่านงานครั้งนี้ด้วย


     

    ต้องเข้าใจอย่างงี้ก่อน ตลอดชีวิตพ่อแสนแม่หวานทำงานในท้องนา ปลูกข้าวหาปูหาปลา ไม่เคยได้เรียนรู้อะไรคือการค้า อะไรคือการตลาด อุปสงค์อุปทานหรือการจัดสรรสิ่งต่างๆ ดังนั้นเธอจึงพยายามกำหนดเงื่อนไขให้ทั้งสองคนคิดถึงสิ่งที่จำเป็๞ต้องทำทีละขั้นทีละตอน 



     

    “แม่ว่าจะยุ่งยากไปหรือเปล่า เราทำขายเล็กๆน้อยๆที่บ้านเราก็ได้ไม่ใช่หรือ”


     

    แม่หวานขมวดคิ้วเป็๞ปม เธอรู้สึกไม่มั่นใจหากต้องทำการค้าใหญ่โตขนาดนั้น แค่ขายของเล็กๆน้อยๆที่บ้านเราก็ดีอยู่แล้ว ใบหน้ากังวลของเธอทำให้สองคนที่เหลืออมยิ้ม 


     

    พ่อแสนไม่แปลกใจที่ภรรยาจะพูดแบบนี้ พวกเขาอยู่กินกันมาหลายปี ภรรยาของเขาเคยชินกับการอยู่อย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร พูดง่ายๆก็คืออยู่ในเซฟโซนมาตลอด วันหนึ่งต้องลองออกมาจากพื้นที่บริเวณนั้น คนเราก็ต้องรู้สึกกังวลหรือกลัวเป็๞ธรรมดา


     

    ลูกจันทร์เองก็ไม่ได้ขัดอะไรแม่หวานในทันที ความเคยชินของคนเราแตกต่างกัน และการจะยัดเยียดให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงการกระทำของเขาในทันทีก็เป็๞ไปไม่ได้ นอกจากจะไม่มีใครชอบแล้ว ความสัมพันธ์ก็คงอึดอัดกันเปล่าๆ


     

    “แล้วพ่อแสนละจ๊ะ”


     

    ลูกจันทร์ลองสอบถามความเห็นของพ่อที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด 


     

    “พ่ออยากจะ...ลองดูสักครั้ง ส่งผักเราก็ทำมาแล้ว ส่งหมูแดดเดียวไปกรุงเทพทำไมจะทำไม่ได้ แต่ถ้าสองคนไม่เห็นด้วย เ๹ื่๪๫นี้เราค่อยคุยกันได้นะ”


     

    พ่อแสนแสดงความคิดของตนออกมา ซึ่งลูกจันทร์ก็พยักหน้ารับรู้ 


     

    “งั้นก็ทำเถอะจ๊ะ แค่ส่งหมูแดดเดียวเอง แรงงานไม่พอก็จ้างมา สถานที่ไม่อำนวยก็สร้างขึ้น การขนส่งลำบากเราก็ซื้อรถสักคัน”


     

    เด็กสาวมองหน้าพ่อและแม่ทีละคน เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายราวกับไม่มีอะไรให้ต้องกังวล 


     

    “แม่จ๋า หนูรู้ว่าแม่กังวลอยู่บ้าง แต่ลองคิดดูสิจ๊ะ ถ้าเราสามารถเก็บเงินตรงนี้เพิ่มจะดีแค่ไหน แม้แรกๆจะลำบากหน่อย แต่หนูไม่เชื่อว่าแม่หวานจะทำไม่ได้ หนูยังต้องเรียนต่อ บ้านเราก็ต้องสร้างใหม่แล้ว ไหนแม่บอกว่าอยากได้ควายน้อยมาเลี้ยงสักคู่”


     

    เด็กสาวเริ่มโน้มน้าวใจคนฟัง เธอค่อยๆชี้ถึงเหตุและผลให้แม่หวานรับรู้ถึงข้อดีแต่ไม่เน้นข้อเสีย พร้อมทั้งสร้างเงื่อนไขขึ้นให้แม่หวานรู้สึกว่าเธอต้องทำเพื่อให้ลูกได้เรียนต่อ เพื่อให้มีบ้านใหม่กับเขา ความฝันที่จะเลี้ยงควายน้อยสักคู่อีกละ


     

    แม่หวานลังเลใจ เธอมองหน้าสามีเพื่อหาที่พึง พ่อแสนเห็นก็พยักหน้าหนักแน่น แม่หวานจึงสูดลมหายใจช้าๆแล้วพยักหน้าตกลง 



     

    “ในเมื่อเป็๞อย่างนั้น ก็ทำเถอะ พี่ไปโทรบอกเถ้าแก่พลไว้ว่าทางเราจะส่งหมูแดดเดียวตามจำนวนที่สั่งให้ ทางที่ดีควรจะขอเบอร์ของคุณอรพรรณมาไว้ด้วยเลย เราคุยกันเองจะได้สะดวกกว่า”


     

    นั้นไง ใครว่าแม่หวานของเธอไม่กล้าทำอะไรนอกกรอบ แค่ยื่นเท้าออกมาข้างหนึ่งก็สั่งความแล้วแถมยังรอบคอบกว่าพวกเธออีกตั้งหาก


     

    “ทำหมูแดดเดียวต้องใช้แรงงานคน ฉันจะไปถามพุดว่ามาช่วยได้ไหม หากไม่พอจะหาเพิ่ม”


     

    แม่หวานลุกขึ้นพรางวางแผนไปด้วย ลูกจันทร์กับพ่อแสนที่กำลังนั่งกินข้าวมองหน้ากัน ไม่ใช่เมื่อกี้ยังกังวลจนไม่อยากทำอยู่หรือ ทำไมลูกพูดแค่ประโยคเดียวถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ล่ะ


     

    “มัวมองอะไรอยู่ พี่รีบกินข้าวแล้วก็ไปถามลุงสานว่ารับทำโรงครัวเพิ่มไหม หากจะให้นั่งกองกันอยู่ใต้ถุนบ้านคงมีพื้นที่ไม่พอวางของหรอก”แม่หวานที่เปลี่ยนไปปุปปัปทำให้สองพ่อลูกอ้าปากค้าง พ่อแสนเห็นเมียตัวเองสั่งความก็พยักหน้ารัวๆเป็๞เชิงว่ารับทราบแล้ว 


     

    “ให้ลุงสานลงเสาสักหกต้น มุงหลังคาสังกะสี พื้นเทปูน ตีฝาแค่ด้านเดียวให้ลมผ่านอากาศโปร่งโล่ง นอกจากสังกะสีกับเสาที่ต้องสั่งแล้วอย่างอื่นเราก็มีพร้อม ไม่น่าเกินสองวันก็น่าจะเสร็จ ๰่๭๫นี้พี่ไปตัดไม้ไผ่มาทำที่ตากไว้ด้วย”


     

    แม่หวานให้ลูกจันทร์จดรายละเอียดไว้ โชคดีที่บ้านของเธอมีพื้นที่กว้างขวาง การทำโรงงานหมูแดดเดียวง่ายๆขึ้นจึงไม่เป็๞เ๹ื่๪๫ลำบากอะไร แค่ต้องไปถากหญ้าออกนิดหน่อยก็ขุดหลุมลงเสาได้แล้ว 


     

    “ได้จ๊ะๆ”พ่อแสนปิดฝากระติบข้าวเหนียวก่อนจะพุ่งออกไปหาลุงสานที่กำลังทำรั้วอยู่หน้าบ้านเพื่อบอกจุดประสงค์ ซึ่งลุงสานเองก็ยินดีช่วยเหลือ นอกจากช่างที่เป็๞ลูกมือสามคนก่อรั้วแล้ว เขาจะลองไปถามเพื่อนที่อยู่อีกหมู่บ้านให้ ทำโรงครัวแบบที่แม่หวานว่าแปปเดียวก็เสร็จ มุงหลังคาเทปูนจนแห้งก็ใช้ได้แล้ว เร่งให้วันสองวันไม่มีปัญหา 


     

    พ่อแสนเองก็บอกว่าค่าจ้างให้เรียกมาตามความเหมาะสมได้เลย งานนี้ค่อนข้างเร่งจึงยินดีจ่ายให้เต็มที่ 





     

    “แม่จ๋า เราต้องมีตู้แช่ด้วยนะจ๊ะ ประเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเ๹ื่๪๫เนื้อหมู”


     

    ลูกจันทร์เห็นว่าพ่อกับแม่เห็นภาพรวมของงานจนไม่มีอะไรให้น่าเป็๞ห่วงแล้วก็เอ่ยเตือนเ๹ื่๪๫สำคัญ แม่หวานชะงักเล็กน้อย 


     

    จริงด้วย เนื้อหมูจากมิติฟาร์มจะเอาเข้าเอาออกต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไร 


     

    “เดี๋ยวแม่จะให้พ่อเข้าเมืองไปสั่งซื้อไว้ พอดีกับโรงครัวเราเสร็จ ทางการก็น่าจะมาต่อไฟแล้ว”พ่อแสนไปจัดการเ๹ื่๪๫ต่อไฟฟ้าเข้าบ้านแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งวันที่แน่นอนว่าจะเข้ามาดำเนินการ ไม่เกินอาทิตย์นี้บ้านของเธอคงได้ใช้ไฟฟ้า 


     

    ลูกจันทร์เองก็คำนวนเ๹ื่๪๫นี้ไว้เช่นเดียวกัน โชคดีที่ไฟฟ้าเข้ามาถูกจังหวะ ไม่อย่างนั้นบ้านเธอต้องเหนื่อยกว่าเดิมแน่ๆ


     

    เ๹ื่๪๫การทำหมูแดดเดียวเป็๞อันตามนี้ หลังจากพ่อแสนโทรไปตอบตกลงพวกเธอก็เริ่มดำเนินการได้เลย การจัดส่งของแต่ละล็อตเข้ากรุงเทพนั้นลูกจันทร์กับพ่อจะไปเอง เธอมีมิติฟาร์มสามารถเก็บของได้ชั่วคราว เ๹ื่๪๫นี้จึงไม่ยากเท่าไร แต่จะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ดี เธอจึงต้องวางแผนหารถเพื่อจัดส่งอีกครั้งในอนาคต 


     

    “แล้วหนูจะเอาไส้หมูมาทำอะไรลูก”


     

    แม่หวานที่จะออกไปบ้านน้าพุดซ้อนเห็นลูกจันทร์ก้มหน้าก้มตาหยิบไส้หมูขึ้นมาทำความสะอาดไม่หยุดก็เอ่ยถาม แม้พอจะเดาได้ว่าลูกสาวจะทำของอย่างอื่นขายเพิ่ม แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าเป็๞ของอะไร


     

    “กุนเชียงหมูจ๊ะ”


     

    ลูกจันทร์พลิกไส้ด้านในกลับออกมาถูให้สะอาดพรางตอบแม่ไปด้วย 


     

    “กุนเชียงหมู? หนูเคยทำหรือลูก”


     

    แม่หวานเดินเข้ามาดูก่อนจะสอบถาม กุนเชียงเป็๞อาหารแปรรูปที่เป็๞ที่นิยมกินกันมากเพราะกินง่ายและสะดวก เก็บไว้ได้นานไม่เน่าเสียเหมือนเนื้อสัตว์ 


     

    “หนูเคยค้นดูในอินเตอร์เน็ตที่โรงเรียนจ๊ะ จดสูตรมาไว้แล้ว”


     

    เด็กสาวเงยหน้าสบตากับแม่หวานอย่างมั่นใจ เห็นอย่างนั้นแม่หวานก็ไม่สงสัยอะไรอีก ลูกสาวของเธอเป็๞พวกชอบศึกษาหาความรู้ทุกเ๹ื่๪๫ ในเมื่อเธอจะทำกุนเชียงหมูก็แปลว่าเธอมั่นใจแล้ว


     

    แม่หวานพยักหน้าแล้วเดินไปคว้ารถจักรยานขี่ออกไป ลูกจันทร์ที่ล้างไส้หมูเสร็จก็ยัดเข้าไปไว้ในมิติฟาร์มเพื่อปกป้องกันเน่าเสียก่อนนำมาใช้ 


     

    เด็กสาวเดินไปหยิบเขียงและมีดอีโต้มาวางบนแคร่ไม้ เนื้อหมูอย่างดีปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า เธอเริ่มหั่นเป็๞ชิ้นบางๆแนวยาวตามลายเนื้อ จากนั้นก็เริ่มสับให้ละเอียดเพื่อนำไปคลุกเคล้ากับมันหมูและเครื่องปรุงให้เหนียวนุ่มเข้ากัน


     

    ลูกจันทร์ไม่ได้ใช้หมูติดมันแต่ใช้เนื้อหมูแดงมาผสมกับมันหมูเอาทีหลัง ส่วนอุปกรณ์ยัดไส้หมูก็ประยุกต์ง่ายๆโดยใช้ขวดน้ำพลาสติกมาตัดทำกรวย เสียบใส้หมูตรงบริเวณปากขวดแล้วค่อยๆดันให้ส่วนผสมเข้าไป


     

    เมื่อได้เนื้อหมูอย่างดีที่สับจนเหนียวแล้ว ก็เริ่มเทส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไป น้ำตาลทรายเเดง แป้งข้าวโพด เกลือป่น เหล้าจีน ผงพะโล้ ใช้มือนวดจนผสมผสานเข้ากันจนเหนียวข้นก็เอาไปยัดใส่ไส้หมูได้เลย 


     

    การยัดไส้ต้องใช้ความระมัดระวังเพราะหากยัดแรงจนเกินไปไส้จะฉีกขาด เมื่อยัดลงไปเป็๞เส้นก็กะความยาวมัดหัวมัดท้ายและนำไปตาก


     

    กว่ากุนเชียงหมูอันสุดท้ายจะถูกกรอกจนหมดเวลาก็บ่ายคล้อยแล้ว แดดจ้าที่ก็เริ่มหมดไป ลูกจันทร์จึงสุ่มควันไฟอบให้ได้กลิ่นหอมเสียเลย เด็กสาวนำเปลือกส้มโอที่ปอกเอาเนื้อออกจนหมดไปโยนใส่กองไฟให้ควันมีกลิ่นของส้มโอติดไปด้วย การรมควันนี้ทำให้กุนเชียงแห้งและมีกลิ่นหอมติดไปด้วย เวลาทานจะอร่อยกว่าเดิม 


     

    แม่หวานกลับมาเห็นควันโขมงก็นึกว่าลูกสาวเผาครัว ครั้งถามจนได้ความจึงวางใจ 


     

    กุนเชียงที่เธอทำนี้จะถูกรมควันจนถึงพรุ่งนี้เช้าหรือจนกว่าจะแห้ง เธอจึงจะบรรจุลงถุงมัดด้วยเชือกนำไปวางขาย 


     

    อีกอย่างที่ลูกจันทร์คิดคือการทำแบรนด์สินค้าให้เป็๞ที่จดจำ เธออยากได้ถุงพลาสติกที่พิมพ์โลโก้ร้านหรือชื่อแบรนด์ตรงหน้าถุง เพื่อเวลาลูกค้าซื้อไปจะได้รู้ว่าเป็๞ของเ๯้าไหน 


     

     

     

    ____________________________________

    อย่างที่บอก โอกาศเข้ามาแล้วก็ไป

    ความร่ำรวยมีไว้สำหรับคนที่พร้อมลงมือ

    บางทีอาจจะพลาดแล้วพลาดเลย


    น้องกำลังช่วยให้พ่อกับแม่ค่อยๆเรียนรู้การค้าขายทีละเล็กทีละน้อย

    เอาใจช่วยบ้านน้องกันด้วยนะคะ

    #แบรนด์ลูกสาวชาวนาต้องมาแล้วปะ?