"พี่ใหญ่พูดเช่นนี้ช่างง่ายดายนัก" ชิงหลานค่อยๆ ดึงแขนของตนเองออกจากการเกาะกุมอย่างสุภาพแต่ทรงพลัง นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซี่ยหลี่เซียนจนสตรีดอกบัวขาวถึงกับชะงัก "การสลับเกี้ยวเ้าสาวพระราชทาน มีโทษถึงขั้นปะาเก้าชั่วโคตร ท่านแม่และพี่ใหญ่กำลังจะให้ข้าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อความสุขของพี่ใหญ่อย่างนั้นหรือเ้าคะ?"
"ชิงหลาน! เหตุใดเ้าจึงพูดจาเห็นแก่ตัวเช่นนี้!" เซี่ยฮูหยินตวาดลั่น ตบโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดัง ปัง! "พี่สาวของเ้าเพียบพร้อมทุกอย่าง นางควรจะได้เป็สะใภ้จวนซื่อจื่อเพื่อเกื้อหนุนตระกูล ส่วนเ้า... วันๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน มีประโยชน์อันใด? อีกอย่าง ท่านพ่อของเ้าได้จัดการสับเปลี่ยนรายชื่อและติดสินบนคนหามเกี้ยวไว้หมดแล้ว ขอเพียงเ้าเงียบปากไว้ ย่อมไม่มีผู้ใดจับได้!"
ชิงหลานสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกดดันและความเ็ปในอกพุ่งพล่าน แต่นางสะกดมันไว้ด้วยความเยือกเย็น ในเมื่อหลีกเลี่ยงเกี้ยวของเสิ่นอ๋องไม่ได้ เพราะหากนางปฏิเสธหัวชนฝา ท่านพ่อท่านแม่ก็คงหาทางบังคับหรือมอมยานางอยู่ดี ถ้าเช่นนั้น... นางจะใช้โอกาสนี้ตัดขาดและตักตวงผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด! "หากข้าปฏิเสธ... พวกท่านก็คงจะบังคับข้าอยู่ดีใช่หรือไม่เ้าคะ?" ชิงหลานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก
เซี่ยฮูหยิน และเซี่ยหลี่เซียนมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ พวกนางไม่เคยเห็นชิงหลานมีสายตาที่เด็ดเดี่ยว และไร้ความกลัวเช่นนี้มาก่อน
"เ้าเข้าใจก็ดีแล้ว" เซี่ยฮูหยินลดน้ำเสียงลง "ถือว่าทำเพื่อตระกูลเซี่ย"
"ได้เ้าค่ะ ข้าจะยอมขึ้นเกี้ยวสลับตัวกับพี่ใหญ่..." ชิงหลานเว้นจังหวะ ดวงตาคู่สวยประกายความเ้าเล่ห์และเฉียบขาดออกมา "... แต่มีข้อแม้!"
"ข้อแม้อันใดของเ้า? อย่ามาเล่นตัวให้มากความ!" เซี่ยฮูหยินขมวดคิ้ว
"ข้อแรก... ในเมื่อข้าต้องไปเผชิญหน้ากับ เสิ่นอ๋อง ผู้โเี้แทนพี่ใหญ่ สินเดิมของข้าต้องเพิ่มขึ้นเป็สามเท่าจากเดิม และข้า้าร้านค้าสองคูหาที่ถนนสายหลักเมืองหลวงพร้อมโฉนดที่ดิน รวมไปถึงสิทธิ์ขาดในทรัพย์สินทั้งหมดของข้า โดยที่จวนเสนาบดีห้ามเข้ามาแทรกแซงในภายหลัง"
"เ้า! นี่มันรีดไถกันชัดๆ!" เซี่ยฮูหยินเบิกตากว้าง ร้านค้าที่ถนนสายหลักมีมูลค่ามหาศาล
"หากท่านแม่ไม่ให้... ข้าก็จะไม่ขึ้นเกี้ยว และจะเดินไปบอกขบวนรับเ้าสาวของจวนซื่อจื่อว่าเกิดการสลับตัวขึ้น ดูสิว่าเกียรติยศของพี่ใหญ่และตระกูลเซี่ยจะยังเหลืออยู่หรือไม่" ชิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เนื้อหาทำเอาคนฟังหน้าถอดสี
"น้องรอง... เหตุใดเ้าจึง..." เซี่ยหลี่เซียน พยายามจะบีบน้ำตาอีกครั้ง
"ข้ายังพูดไม่จบเ้าค่ะ" ชิงหลานหันไปขัดคอพี่สาวทันที "ข้อที่สอง... หลังจากวันนี้เป็ต้นไป ถือว่าข้าได้ตอบแทนค่าน้ำนมของตระกูลเซี่ยจนหมดสิ้น ชีวิตของข้าในจวนเสิ่นอ๋องจะเป็อย่างไร ไม่เกี่ยวข้องกับพวกท่าน และหากพวกท่านเกิดเื่เดือดร้อนอันใดในภายหลัง... ก็ห้ามมาขอความช่วยเหลือจากข้าเด็ดขาด! พวกท่านกล้าลงนามในหนังสือสัญญาตัดขาดและยกทรัพย์สินนี้หรือไม่เ้าคะ?" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียด ชุ่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังลอบกลืนน้ำตารู้สึกนับถือในความเด็ดเดี่ยวของคุณหนูรองยิ่งนัก ส่วนเซี่ยฮูหยินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด แต่เมื่อหันไปมองใบหน้าอ้อนวอนของบุตรสาวคนโต นางจึงต้องกัดฟันตอบ
"ตกลง! ข้าจะให้คนไปเอาโฉนดและเขียนหนังสือสัญญามาให้เ้าเด็ดขาดชาตินี้! ในเมื่อเ้าอยากตัดขาดนัก ก็จำคำของเ้าไว้ให้ดี!"
หลังจากเซี่ยฮูหยินยอมลงนามในหนังสือสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์และส่งมอบโฉนดร้านค้าพร้อมสินเดิมสามเท่าให้ด้วยความคับแค้นใจ เซี่ยชิงหลานก็ยินยอมสวมมงกุฎหงส์และคลุมผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงชาดก้าวขึ้นเกี้ยวหลังใหญ่ของจวนเสิ่นอ๋องอย่างสง่างาม
เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหว ไปทั่วท้องถนน พร้อมกับเสียงเครื่องดนตรีมงคลที่บรรเลงอย่างครึกครื้น ทว่าภายในเกี้ยวเ้าสาวที่กำลังเคลื่อนตัวไป ชิงหลานกลับนั่งหลังตรง ดวงตานิ่งสงบไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือเรียวบางลูบคลำแผ่นกระดาษสัญญาที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้ออย่างทะนุถนอม
‘นี่คือก้าวแรกของชีวิตใหม่ของข้า... ตระกูลเซี่ย ต่อจากนี้พวกเราไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก’ เมื่อขบวนเกี้ยวมาถึงจวนเสิ่นอ๋อง พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินดำเนินไปอย่างราบรื่น ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด ชิงหลานรับรู้ได้ถึงสายตาคมปลาบดุดันคู่หนึ่งที่จ้องมองทะลุผ้าคลุมหน้าเ้าสาวมาที่นาง สายตานั้นเย็นเฉียบราวกับจะแช่แข็งผู้คน... สายตาของ ‘มู่หรงเหยียน’ เสิ่นอ๋องผู้เป็สามีในชาติก่อนและชาตินี้ของนาง
.
.
ค่ำคืนมาเยือน ภายในห้องหออันกว้างขวางของเรือนหลักจวนอ๋อง ถูกตกแต่งด้วยสีแดงมงคลตระการตา เทียนมงคลเล่มใหญ่ส่องแสงสลัวโชยกลิ่นน้ำมันหอม ชิงหลานนั่งรออยู่บนเตียงกว้างเป็เวลานานจนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตู ประตูห้องหอถูกผลักออก ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์แต่งงานสีแดงเข้มก้าวเข้ามา กลิ่นอายสังหารและแรงกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่าน จนชุ่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงถึงกับตัวสั่นเทา ชิงหลานลอบสะกิดมือสาวใช้เป็สัญญาณให้รีบออกไปจากห้อง ซึ่งชุ่ยเอ๋อร์ก็รีบทำความเคารพแล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว มู่หรงเหยียน เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสตรีที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง เขาใช้ไม้คานค้ำเลิกผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนหนาขึ้น เผยให้เห็นใบหน้างดงามล่มเมืองที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ดวงตาคู่สวยดั่งผลอิงเถา สบสายตากับเขาโดยตรง ไม่มีแววหลบสายตา ไม่มีอาการสั่นกลัว หรือเอียงอายดั่งเช่นสตรีทั่วไป บุคลิกที่นิ่งสงบเกินคาดของนางทำให้มู่หรง เหยียน ขมวดคิ้วมุ่น ั์ตาคมกริบฉายแววดูแคลนและเ็า
"เ้าคิดว่าแผนการตื้นๆ ของจวนเสนาบดีเซี่ย จะตบตาเปิ่นหวัง ได้อย่างนั้นหรือ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังขู่ขวัญเอ่ยขึ้นช้าๆ "คิดจะใช้แผนสลับตัวเ้าสาว ส่งเ้าที่แอบสับเปลี่ยนรายชื่อเข้ามาแทนพี่สาว เพื่อเกาะกุมอำนาจของจวนเสิ่นอ๋อง... ช่างน่าขันนัก"
ในชาติก่อน ประโยคนี้เคยทำให้นางร้องไห้โฮ และ พยายามอธิบายจนแทบขาดใจว่านางถูกบังคับ แต่เขากลับไม่เคยรับฟังและตอกย้ำว่านางเป็สตรีแพศยาไร้ยางอาย ทว่าชาตินี้... ชิงหลานกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกเป็รอยยิ้มบางเบา
"ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถยิ่งนัก หม่อมฉันมิกล้าปฏิเสธเพคะ เื่การสลับตัวเ้าสาวเป็ความจริง" ชิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตระหนก "แต่ที่ท่านอ๋องตรัสว่าหม่อมฉันอยากแต่งเข้ามาเพื่อเกาะกุมอำนาจ... เห็นทีจะทรงดำริผิดไปมากเพคะ"
"เ้าว่าอย่างไรนะ?" มู่หรงเหยียนหรี่ตาลง รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ออกมาทันที สตรีผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับเขา ชิงหลานลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างบางระหงในชุดมงคลก้าวถอยห่างจากเขาไปสองก้าวอย่างรักษาระยะห่าง นางย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อยแต่ไว้ตัว "หม่อมฉันทราบดีว่าท่านอ๋องทรงเกลียดชังตระกูลเซี่ย และไม่ปรารถนาพระชายาที่มาจากความฉ้อฉล ในเมื่อเป็เช่นนี้ หม่อมฉันจึงมีข้อเสนอที่จะเป็ประโยชน์ต่อเราทั้งสองฝ่ายเพคะ"
"เสนอเงื่อนไขกับเปิ่นหวัง? เ้ามีสิทธิ์อันใด!"
"สิทธิ์ในฐานะผู้ร่วมผลประโยชน์เพคะ" ชิงหลานสบตาดุดันนั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว หากหย่าร้างทันทีจะกระทบต่อเกียรติยศของราชสำนักและจวนอ๋อง ถ้าเช่นนั้น... หม่อมฉันขอเสนอให้เราสองคนเป็เพียง 'พระชายาและสวามีในนาม' ท่านอ๋องมิต้องมาร่วมหอ มิต้องมอบความรัก หรือความสนใจใดๆ ให้หม่อมฉัน ปล่อยให้หม่อมฉันใช้ชีวิตอย่างสงบในเรือนท้ายจวน และเมื่อเวลาผ่านไปจนเื่ราวซาลง... หม่อมฉันจะเป็ฝ่ายลงนามในหนังสือหย่า และเดินจากไปเองโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดเพคะ"
มู่หรงเหยียนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ หัวใจของเขาพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สตรีทุกคนในเมืองหลวงต่างอยากสยบแทบเท้าเขา อยากได้ความรัก จากเขาเพื่อลาภยศ แต่นางกลับเป็ฝ่ายเอ่ยปากขอ 'หย่า' ั้แ่คืนแรกเข้าหอ! ทั้งยังดูนิ่งเฉยราวกำลังพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
"หึ... วาจาเสแสร้ง แกล้งทำเป็ไร้เดียงสาเพื่อเรียกร้องความสนใจงั้นหรือ?" มู่หรงเหยียนแค่นยิ้มหยัน แววตาเต็มไปด้วยความระแวง "เปิ่นหวังจะคอยดูว่าเ้าจะทนอยู่ในจวนนี้ได้นานเท่าใด!" สะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรง มู่หรงเหยียนหมุนตัวเดินออกจากห้องหอไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ทิ้งให้ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหออันกว้างใหญ่ ชิงหลานมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป นางลอบถอนหายใจยาว ความตึงเครียดในอกมลายหายไปสิ้น รอยยิ้มแห่งความโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม ‘สำเร็จไปอีกขั้น... เขาเดินจากไปตามแผน ชาตินี้ข้าไม่ต้องนอนน้ำตาเช็ดหัวเข่าในคืนเข้าหออีกแล้ว’
นางรีบถอดมงกุฎหงส์อันหนักอึ้งออกทันที ั์ตาคู่สวยประกายแสงแห่งความมุ่งมั่น ชาตินี้นางมีเงินทุน มีเสรีภาพในจวน (ที่ไม่มีสวามีมากวนใจ) ก้าวต่อไปคือการล้างแค้นอนุหลิ่ว และสืบหาลู่ทางเริ่มทำการค้าลับๆ นอกจวนเพื่อสะสมความมั่งคั่ง! ทว่า... ชิงหลานหารู้ไม่ว่า เื้ับานประตูห้องหอที่ปิดลง มู่หรงเหยียนยังคงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด สายตาคมกริบจ้องมองลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาที่ร่างบางด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป... ความรู้สึกสงสัย สนใจ และความระแวงที่เริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของเสิ่นอ๋องผู้ดุดัน!