แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนเมฆบางเบาเหนือเมืองเทอร์วา จินตื่นขึ้นมาก่อนที่แสงอาทิตย์จะแตะขอบฟ้า เขาเคยชินกับการตื่นในยามวิกาลมานานหลายสิบปีในฐานะนักดาบ และแม้ตอนนี้จะอยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม การปรับตัวก็ไม่ใช่เื่ยาก
อควานั่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆริมหน้าต่าง ผิวซีดขาวของเขาทอประกายสีเงินยามต้องแสงจันทร์ที่ยังคงส่องสว่างเรืองรองบนฟ้า เขาดูเหมือนรูปปั้นแกะสลักที่สมบูรณ์แบบ ท่าทางสงบเงียบราวกับเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จินรู้ดีว่าอควาไม่จำเป็ต้องหลับนอน เขาดื่มด่ำกับมานาที่ล่องลอยอยู่ในอากาศยามค่ำคืนอยู่เสมอ
“เ้าพร้อมแล้วสินะ จิน” อควาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ราวกับรู้ว่าจินตื่นแล้วและกำลังมองเขาอยู่
“อืม” จินตอบสั้นๆ
“มันไม่ใช่แค่หอสมุดธรรมดา” อควาพลิกตัวกลับมา ดวงตาสีน้ำเงินใสจับจ้องมาที่จิน “มันเป็ที่เก็บรักษาความลับที่สหภาพแห่งดวงดาวไม่อยากให้ใครรู้ และมี ‘ดวงตา’ เฝ้ามองอยู่ทุกที่”
จินพยักหน้า เขาสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ซื้อมาใหม่จากตลาดเมื่อวานนี้ เพื่อพรางตัวให้ดูไม่สะดุดตาเกินไปนัก
เมื่อเดินลงมาถึงห้องอาหารของโรงแรม กลิ่นหอมของซุปปลาอบอวลไปทั่วห้อง เอลม่านั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่ง เธอโบกมือเรียกเมื่อเห็นจินกับอควาเดินเข้ามา
“อรุณสวัสดิ์!” เธอยิ้ม “นอนหลับสบายไหม?”
“อืม.. ขอบใจที่แนะนำที่พัก” จินตอบ เขาไม่ได้บอกเอลมาถึงแผนการที่จะไปหอสมุดแห่งความรู้โบราณ เขาไม่้าดึงเธอเข้ามาในเื่อันตรายที่อาจเกี่ยวข้องกับสหภาพเวทแห่งดวงดาว
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เอลม่าก็แยกตัวไปทำภารกิจสำรวจทางตะวันตกของเมือง จินกับอควาเดินลัดเลาะไปตามถนนสายหลักของเทอร์วา มุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง ที่ซึ่งหอสมุดตั้งอยู่
หอสมุดแห่งความรู้โบราณเป็ตึกหินอ่อนสีขาวนวล สูงตระหง่านเสียดฟ้า หน้าต่างกระจกสีประดับประดาด้วยลวดลายเวทมนตร์โบราณ ประตูทางเข้าทำจากไม้โอ๊กเนื้อแข็งแกะสลักรูปสิงโตคำราม ดวงตาสีเขียวมรกตของสิงโตเปล่งประกายเรืองรองราวกับมีชีวิต
“น่าเกรงขามกว่าที่คิด” จินพึมพำ
“แน่นอน” อควาตอบ “มีนักเวทคอยเฝ้าอยู่ภายใน และเวทมนตร์ป้องกันรอบนอกนั้นซับซ้อนเกินกว่าจอมเวททั่วไปจะััได้”
เมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูเข้าไป อากาศภายในหอสมุดเย็นะเืและเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ แสงสว่างจากโคมไฟเวทมนตร์ที่ลอยอยู่บนเพดานส่องกระทบชั้นหนังสือสูงเสียดฟ้าที่เรียงรายอยู่ไม่รู้จบ
ที่เคาน์เตอร์กลาง มีชายชราผมขาวโพลน สวมแว่นตาทรงกลม กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือเล่มหนา เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อจินและอควาเดินเข้าไปใกล้
“ยินดีต้อนรับสู่หอสมุดแห่งความรู้โบราณ” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “มีอะไรให้ข้าช่วยเหลือ?”
“ข้ากำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสหภาพแห่งดวงดาว” จินตอบอย่างระมัดระวัง
ชายชรามองจินด้วยสายตาที่เฉียบคมขึ้น “ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในส่วนที่เปิดเผยได้ แต่บางส่วน…ถูกจำกัดการเข้าถึง”
“มีวิธีที่จะเข้าถึงข้อมูลที่ถูกจำกัดไหม?” จินถามตรงๆ
“มีเพียงผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าถึง หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตพิเศษจากสหภาพเท่านั้น เ้ามีมารึไม่”
“ข้าไม่มี” จินตอบตามตรง “ข้าเพิ่งเดินทางมาที่นี่”
ชายชราถอนหายใจ “เช่นนั้นก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เ้าสามารถค้นหาได้เฉพาะตำราทั่วไปในส่วนสาธารณะเท่านั้น”
จินพยายามเกลี้ยกล่อมอีกหลายวิธี แต่ก็ไม่เป็ผล ชายชรายังคงยืนกรานตามกฎระเบียบ จินเข้าใจว่าการใช้กำลังในที่สาธารณะเช่นนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
“อควา…ดูเหมือนเราจะต้องหาวิธีอื่น” จินกระซิบกับอควา “ฉันไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้โดยตรง”
“ตามที่คาดไว้” อควาตอบ
จินมองไปรอบๆห้องสมุด พยายามสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่อาจเป็ช่องโหว่ เขาเห็นนักเวทหลายคนเดินถือตำราหนาๆ ผ่านประตูบานหนึ่งที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ส่วนที่ถูกปิดกั้น มีแผ่นจารึกเวทมนตร์เรืองแสงอ่อนๆปรากฏอยู่บนประตู
“ผนึกนั่น…มันทำงานอย่างไร?” จินถามอควา
“มันไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันทางกายภาพ” อควาอธิบาย “มันคือการเชื่อมโยงข้อมูลกับ ‘จิตสำนึก’ ของผู้เข้าถึง หากจิตสำนึกไม่ตรงกับ ‘รหัส’ ที่ถูกกำหนดไว้ ข้อมูลก็จะถูกบิดเบือน หรือไม่ปรากฏให้เห็นเลย”
"ถ้าผนึกตรงประตูคลายออก เ้าพาข้าแอบเข้าไปได้ไหม?"
"ได้" อควาตอบอย่างมั่นใจ
จินหยุดคิด เขานึกถึงพลังสรรสร้างที่เชื่อมโยงกับ "เรลม์ แห่งความเป็ไปได้" และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลจากแก่นของจักรวาล หากผนึกทำงานโดยการเชื่อมโยงกับจิตสำนึก ก็เป็ไปได้ที่พลังของเขาจะสามารถ "ถอดรหัส" หรือ "เจาะผ่าน" สิ่งนั้นได้
“อควา…ฉันจะลองใช้พลังสรรสร้าง” จินตัดสินใจ “แต่ฉันไม่้าให้ใครสังเกตเห็น”
อควาพยักหน้า “ข้าจะสร้างม่านพลังเวทบางๆ ล้อมรอบเ้าไว้ เพื่อบดบังการรับรู้ของผู้อื่น แต่จงระวัง ผนึกแห่งความจริงจะตอบโต้ทันทีที่เ้าพยายามเชื่อมต่อ”
จินเดินไปยังมุมอับสายตาที่สุดของห้องสมุด เขาหลับตาลง วางมือบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ อควาสร้างม่านพลังที่มองไม่เห็นล้อมรอบตัวจิน แสงสีฟ้าอ่อนๆเริ่มเรืองรองรอบมือของจิน ขณะที่เขาส่งจิตเข้าไปเชื่อมโยงกับ "เรลม์ แห่งความเป็ไปได้"
จินสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เขามี เขารู้สึกถึงกระแสพลังงานที่มองไม่เห็นล้อมรอบตัว คล้ายกับเส้นใยที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ทันใดนั้น เมื่อจิตของเขาัักับพลังของผนึก ภาพมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัวของเขา ไม่ใช่ภาพความรู้ที่เขา้า แต่เป็ภาพที่น่าสะพรึงกลัว
เป็ภาพห้องสมุดที่เก่าแก่กว่านี้หลายเท่า เป็ภาพนักเวทโบราณกำลังจารึกตำรา ผนึกเวทมนตร์ซับซ้อนที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต แต่แล้วภาพเ่าั้ก็บิดเบี้ยว กลายเป็ภาพสนามรบอันนองเืที่เขาเคยผ่านมา ภาพของซากศพเกลื่อนกลาด ผืนดินชุ่มโชกด้วยเื เสียงกรีดร้องของเพื่อนร่วมรบที่ดังก้องอยู่ในสมอง และความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจ
ความรู้สึกที่เขาเคยแบกรับมาตลอดชีวิต กลับถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ
“อึก!” จินกำมือแน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นทั่วใบหน้า เส้นเืปูดโปนตามขมับ การต่อต้านจากผนึกรุนแรงกว่าที่เขาคิด มันดึงเอาความทรงจำที่เ็ปที่สุดของเขาขึ้นมาโจมตี ไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็ความรู้สึกที่เ็ปทรมาน ราวกับถูกฉีกกระชากจากภายใน "แกทำอะไรลงไป! แกมันฆาตกร!" เสียงก่นด่าดังก้องในโสตประสาทของเขา
แต่จินไม่ใช่นักรบธรรมดา เขาคือผู้รอดชีวิตจากสมรภูมินับร้อย ประสบการณ์ความตายเฉียดตัว ความเ็ปจากการสูญเสียที่เผาไหม้ในจิตใจมานานปี กลับกลายเป็เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในยามนี้ เขายึดมั่นในสติ สั่งให้จิตใจอันบอบช้ำลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้ง
เขาพยายามดึงสติกลับมา หายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้ความเ็ปไหลผ่านไปราวกับสายน้ำที่กัดเซาะหิน ไม่ต่อต้าน แต่ก็ไม่ยอมจำนน ไม่ต้านทาน แต่ก็ไม่ยอมพังทลายลงไปกับมัน จิตใจของจินที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในอดีตทำให้เขาสามารถยืนหยัดได้ แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า และดวงตาพร่ามัวไปด้วยภาพหลอนที่ยังคงติดตา
แสงสีฟ้าอ่อนๆรอบตัวจินสั่นไหวอย่างรุนแรง แล้วค่อยๆจางหายไปในที่สุด เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ใบหน้าซีดขาวราวกับคนป่วย ริมฝีปากแห้งผาก อควารีบเดินเข้ามาประคอง “เ้าไม่เป็อะไรนะ”
จินส่ายหน้าช้าๆ “ข้าผ่านมันมาได้ แต่ก็เท่านั้น” เขาหอบหายใจ ดวงตาที่เคยคมกริบตอนนี้มีแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด “ข้าเข้าถึงข้อมูลไม่ได้”
“พลังของข้ายังไม่เพียงพอ” จินอธิบาย “เรลม์แห่งความเป็ไปได้อนุญาตให้ข้าเชื่อมต่อได้เพียงระดับผิวเผิน การเจาะผ่านผนึกแห่งความจริง ที่แข็งแกร่งขนาดนั้น จำเป็ต้องใช้พลังเวทและระดับการควบคุมที่สูงกว่านี้มาก”
จินกัดฟันอย่างหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าจะได้เบาะแสสำคัญ แต่กลับพบว่ากำแพงที่ขวางกั้นสูงชันกว่าที่คิด
“ข้าคงต้องหาวิธีอื่น” เขาเหลือบไปมองประตูที่ถูกจารึกเวทมนตร์
“อย่างไรก็ตาม” อควากล่าวต่อ “การที่เ้าสามารถต้านทานผนึกแห่งความจริงได้ขนาดนี้ ก็นับว่าเหลือเชื่อแล้ว นักเวททั่วไปที่ไม่รู้ถึงกลไกของมันจะถูกโจมตีจนสติแตกไปั้แ่แรก”
จินพยักหน้าเล็กน้อย แม้จะผิดหวัง แต่เขาก็พอใจที่อย่างน้อยจิตใจของเขาก็ไม่ได้อ่อนแออย่างที่กังวล
“กลับกันเถอะ อควา” จินตัดสินใจ “เราจะไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่อีก”
เมื่อกลับมาถึงห้องพักในโรงแรมดาวทะเล จินนั่งลงข้างหน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์ของเมืองเทอร์วาที่คึกคัก เขานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มเรียบเรียงข้อมูลที่ได้จากอควาในหัว
'ตอนแรกคิดว่าจะรีบจากไป เพื่อป้องกันเหตุร้าย แต่คงไม่มีทางเลือกแล้ว' จินคิดแล้วถอนหายใจ ่นี้เขายิ่งรู้สึกถึงลางไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง
“ผลึกแห่งความทรงจำโบราณ ที่จะถูกประมูลในอีกหนึ่งสัปดาห์…” จินเอ่ยออกมา “นั่นอาจเป็สิ่งที่เรา้า”
“จ้าก็คิดว่าอย่างงั้น” อควาตอบ
“หากมันบันทึกความรู้และประวัติศาสตร์นับแสนปีจริง อย่างน้อยมันก็อาจมีเบาะแสเกี่ยวกับผู้สรรสร้างคนก่อน หรืออาจจะเกี่ยวกับพลังสรรสร้างก็ได้ มันอาจเป็ทางอ้อมในการเข้าถึงข้อมูลที่เรา้า”
“แต่การประมูลนั้นจัดโดยกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ ซึ่งเป็กลุ่มที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลมาก การจะได้สิ่งของสำคัญขนาดนั้นมา ต้องใช้เงินมหาศาล” อควาเตือน
จินยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มของอดีตทหารที่มองเห็นช่องทางในการทำภารกิจ
“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันจะทำ”
เขาหลับตาลง นึกภาพวงแหวนมิติที่เขาเคยเห็นในโลกเดิมของเขา วงแหวนที่สามารถเก็บของได้มากมาย แต่ในโลกนี้ เวทมนตร์การสร้างช่องว่างมิติเป็สิ่งที่ซับซ้อนและมีราคาแพง
“ฉันจะใช้ พลังแห่งการสรรสร้าง เพื่อสร้าง แหวนมิติที่มีคุณสมบัติพิเศษ” จินกล่าว “ไม่ใช่แค่แหวนเก็บของทั่วไป แต่เป็สิ่งที่ใหญ่กว่า จุได้มากกว่า และอาจมีฟังก์ชันพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้มันเป็ของที่คู่ควรแก่การประมูลของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ”
“เ้าจะสร้างมันขึ้นมาอย่างไร?” อควาถามด้วยความสนใจ
“ฉันจะใช้ธาตุน้ำและความมืด ผนวกกับความรู้ที่ซึมซับจากเรลม์แห่งความเป็ไปได้” จินกล่าวอย่างมั่นใจ
แผนการของจินเริ่มเป็รูปเป็ร่างแล้ว แทนที่จะพยายามบุกทะลวงกำแพงที่ยังเกินกำลัง เขากำลังจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเขาเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ และนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะได้รับข้อมูลที่้า