หลังจากมาถึงบ้านบรรพบุรุษกลางดึก ข้างนอกเงียบสงัดไร้เสียง ชุนซางหลินสำรวจภายในห้องกลับพบว่าไม่มีอะไรสามรถใช้ลองท้องได้เลย นางทนหิวให้ผ่านคืนนี้ไปแล้วล้มลงนอน ภายในห้องหนาวเหน็บแม้จะเข้าต้นฤดูคิมหันต์ ถ่านหนึ่งก้อนตอนนี้นางยังหาไม่เจอ ใช่ว่าครอบครัวจะขาดเงิน แต่นี้แม้ถ่านก้อนเดียวยังไม่เก็บไว้ให้นาง คิดไปพลาง นางนอนลงและหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
แสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่าง ชุนซางหลินลืมตาขึ้นเพราะความหิวโหย นางลืมตาขึ้นอย่างงุนงง หลังจากคิดได้ว่าตัวเองมีชีวิตใหม่ที่ย้อนกลับไปในโลกเมื่อพันกว่าปีก่อน โลกที่ไม่มีความสะดวก สบาย ไม่มีความทันสมัยของเทคโนโลยี่
นางลุกขึ้นจากเตียงเดินไปตรวจสอบสัมภาระที่กองไว้หน้าห้อง เมื่อคืนตอนเข้ามาทั้งมือแถมยังเหนื่อยล้า นางไม่มีเวลาสำรวจมากนัก ตอนนี้นางพบว่าในหีบสอบใบนี้ที่มีเสื้อผ้าบรรจุอยู่ข้างในกลับไม่พบของมีค่าอะไรอีก ข้างตัวยังมีห่อผ้าเล็กนางเปิดอออกดู ข้างในมีปิ่นปักผมหยกหนึ่งชิ้นและเงินสามสิบตำลึงห้าอีแปะ นางใ เงินสามสิบตำลึงห้าอีแปะ! ด้วยเงินเพียงเท่านี้นางจะมีชีวิตรอดอย่างไร ไม่ได้ นางต้องสอบถามให้ชัดเจน ตอนนี้นางเป็ใคร มาจากไหน ตอนนี้ทางรู้เพียงตัวนางคนก่อนเป็ฮูหยินแล้ว แสดงว่านี้นางต้องแต่งานแล้ว แล้วสามีนางตอนนี้อยู่ที่ไหน นางมาทำอะไรที่นี้ตัวคนเดียว
หลังจากคิดสืบหาความจริง นางคิดจะไปสอบถามทรงฉือให้ชัดเจน แต่ติดที่นางเดินหารอบบ้านแล้วกลับไม่พบ รู้เพียงว่าในเรือนหลังนี้มีแค่ตัวนางคนเดียว เมือรู้เช่นนี้นางจึงคิดจะสอบถามเพื่อนบ้าน นางเดินมาได้ครึ่งทางผ่านที่หน้าผืนนั้นมาด้านหน้ามีบ้านชาวบ้านอยู่ติดกันหลายหลัง นางเดินยังไม่พ้นกำแพงบ้านกลับได้ยินคนพูดคุยกัน นางจึงหยุดฟังเล็กน้อย
“นี้ภรรยาเหล่าจางเ้ารู้หรือไม่ ฮูหยินน้อยสกุลซ่งนั้นแต่งเข้ามาไม่ทันไร ก็โดนส่งมาบ้านบรรพบุรุษแล้ว เห็นว่าว่าาา” ฮูหยินท่านนั้นที่เริ่มพูดยิ่งติดลมมองซ้ายขวาแล้วกระชิปเสียงเบาลงอีกว่า “ฮูหยินน้อยนั้นดวงกินสามี เห็นว่าไต่ชือชื่อดังในเมืองหลวง เป็คนทักท้วง ถ้าให้นางอยู่ในจวนต่อสามีต้องตายแน่”
“ข้าก็พอได้ยินมา เห็นว่าที่นางแต่เข้าจวนอดีตนายอำเภอซ่งได้นั้นเพราะว่าพ่อของนางวางแผนการ ทั้งสองไม่ได้ชอบพอกัน แต่งเข้ามาครึ่งปีสามีก็รับอนุเสียแล้ว” เมียเหล่าจางที่ถูกกล่าวถึงพูดด้วยสายตาหน้าสงสารสามส่วน “ยังไม่พอนะ สามีนางยังรักใคร่ตามใจอนุจนถึงที่สุด ตอนนี้ยังขับไล่นางออกจากจวนแล้ว เห็นว่าแช่ชุนนามซางหลินหรือ” ชุนซางหลินได้ยินชื่อแซ่นางในชาตินี้ ชื่อดี ‘ชุนซางหลิน’ ชื่อเหมือนชาติก่อนเลย ดีอย่างไรก็คุ้นชินแล้ว
“นี้ถ้าเหล่าเฉาของข้าทำแบบนี้ข้าต้องขอสู้ตายกลับเขาแน่นอน แต่ข้ายังได้ยินมาอีกว่าฮูหยินน้อยนี้มีชีวิตน่าสงสาร ตอนนี้ก็ล้มป่วย ยังไงเ้าก็ค่อยดูนางหน่อยเถอะ อย่างไรนางก็หญิงตัวคนเดียว” ภรรยาเหล่าเฉาพูดจบก็ขอตัวกลับไปก่อน
ชุนซางหลินยืนฟังทั้งสองคนพูดคุยกัน หลังจากผ่านมาสองวันนางได้ข้อสรุปคือ นางในชาตินี้เป็ฮูหยินน้อยสกุลซ่ง ถูกส่งมาอยู่บ้านบรรพบุรุษตัวคนเดียว สามีหลายใจแต่งงานใหม่ภรรยาล้มป่วยไม่เอาแล้ว แต่กลับรักไคร่อนุที่แต่เข้ามาใหม่ นางยิ่งคิดยิ่งสงสาร ‘นาง’ คนก่อนที่อายุยังน้อยกลับเป็ภรรยาคนอื่นแล้ว แถมสามียังไม่รับชอบอีก
นางยืนอยู่ที่เดิมนานเท่าไหร่ก็สุดรู้ จ๊อกก!! เสียงท้องเริ่มต้นประท้วง นางก้าวเดินต่อผ่านตรอกบ้านหลายหลังออกจากตรอกเล็กๆ เจอถนนใหญ่ด้านหน้าเป็ตลาดอันคึกคัก นางเลือกวัตถุดิบสำหรับกลับไปทำอาหาร นางมีเงินเพียงสามสิบอีแปะ นางต้องใช้อย่างประหยัดแล้ว หลังจากคิดบัญชีในใจชัดเจน
“ท่านป้าหัวผักกาดนี้ลดอีกสักหน่อยได้หรือไม” นางเลือกมาหลายร้าน แต่ราคากลับแพงเกินไป จนใจที่ร้านนี้ร้านสุดท้ายแล้ว นางจึงตัดสินใจนั่งลงต่อลองราคา
“นี้ร้านข้าขาดถูกที่สุดแล้ว ลดลงกว่านี้กำไรข้าก็ไม่เหลือแล้ว” ท่านป้าร่างอ้วนท้วนมองป้าดเดียวก็รู้ว่าเป็คนตระหนี่
“ท่านป้า นี้ผักของท่านก็ไม่ได้สดใหม่อะไร นี้ก็ลดให้ข้าอีกหน่อยเถอะ ถ้าไม่มีข้า ก็ไม่รู้ใครจะเดินมาถึงร้านท่านหรือไม่” ชุนซางหลินมองนางด้วยสายตาน่าสงสารเห็นใจ
“นี้ ผักของข้าสดใหม่ทุกต้น เ้าจะมาชี้ซั้วอย่างนี้ไม่ได้นะ!!”ท่านป้าขายผักพูดอย่างโมโห “ถ้าเ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวนข้า”
“ท่านก็อย่าพึ่งโมโหไป นี้ใช่ว่าข้าพูดไปโดยขาดหลักฐาน” ชุนซางหลินมองค้อน “ท่านดู! ผักกวางตุ้งปลายของในนี้เริ่มเหลืองซ้ำแล้ว ขึ้นฉ่ายตรงก้านนี้อีกอย่างน้อยท่านต้องเก็บไว้ขายไม่มีมาสองสามวันแล้ว ท่านป้า ่นี้อากาศก็เริ่มร้อนแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ยอมขาย พรุ่งนี้ท่านต้องตัดใจทิ้งแล้วนะเ้าค่ะ” สายตานางกรอกไปมาเหมือนจิ้งจอกน้อย
“นี้เ้า!! ไม่มีเ้าข้าก็ขายได้ ไม่จำเป็ต้องเห็นเ้าอยู่ในสายตา” นางมองชุนซางหลินอย่างละเอียดอีกครั้ง หญิงสาวตรงหน้านี้แม้ใบหน้าจะซีดขาวเล็กน้อย เหมือนคนป่วยไข้ แต่ความงามที่ฟ้าประทานให้นาง ทุกสัดส่วนเหมือนถูกปั้นแต่งมาอย่างตั้งใจ แต่หญิงงามแบบนี้กลับมาต่อราคาผักของทาง ช่างไม่เหมาะสมกับหน้า นางจึงใจอ่อนลง “ลดได้ อย่างละสองอีแปะ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“อย่างละสี่อีแปะ” ชุนซางหลินต่อลอง
“อย่างละสามอีแปะขาดตัว มากกว่านี้ไม่ขายแล้ว” ท่านป้าขายผักเห็นหน้านางยิ่งนานยิ่งซีดขาวจึงคิดสงสาร
“ได้! เอาอย่างละครึ่งชั่ง” ชุนซางหลินยิ่งนั่งยิ่งหน้ามืด ตอนแรกคิดว่าเพราะตัวนางนี้ เป็คุณหนูที่ทนต่อแดดด้านนอกไม่ไหว แต่นางไม่ได้ทำงานงานหนักแค่เดินซื้อของแค่นี้ยังทนไม่ไหวหรือ ตอนนี้เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า ร่างกายโงนเงน นางล้มลงหน้าแผงขายขายผัด
“นี้ๆๆ เ้าไหวหรือไม่ ใครก็ได้! เชิญท่านหมอให้หน่อย ตรงนี้มีคนป่วย” ท่านป้าขายผักะโเสียงดัง คนที่่เดินผ่านไปมาต่างหันหน้ามามอง
ท่านหมอถูกเชิญมาอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจชีพจรชุนซางหลินแล้ว สีหน้าเริ่มผ่อนคลาย “ไม่เป็ไรมาก นี้ชีพจรมงคล ท่านตั้งครรภ์ได้เกือบสามเดือนแล้ว นี้เป็อาการปกติของคนท้อง ท่านพักผ่อนสักครู่แล้วเดี่ยวก็ดีขึ้นเอง”
หลังจากฟังท่านหมอแจ้งอาการจัดแจงยาบำรุง นางจ่ายเงินสองตำลังออกไปอย่างมึงงง นางท้องหรือ! นี้จะได้อย่างไร นางพึ่งเดินทางมาถึงที่นี้ได้สองวันญาติพี่น้อง เพื่อน สักคนก็ไม่มี ตอนนี้แม้แต่สามีหน้าตาเป็ยังไงยังไม่รู้ ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไร นี้คิดว่า์ให้โอกาสนางเนื่องจากชาติก่อนไม่มีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ตอนนี้โลกใบใหม่พังทลายลง จะทำอย่างไรดี! ตอนนี้เงินทองก็ขาดมือ บ้านที่ใช้อยู่ตอนนี้จะโดนไล่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ ตอนนี้ยังยังท้องอีก!
นางเดินกลับมาอย่างเหม่อลอย แผ่นหลังอ้างว้างเสมือนแบกรับเื่ทุกอย่างต่อไปนี้ไม่ไหวแล้ว
นางเดินผ่านเด็กน้อยขอทานคนหนึ่งนางนั่งขออาหารอยู่ลับเหลี่ยมเสา ชุนซางหลินยื่นหมั่นโถครึ่งลูกที่กินไม่หมดให้นาง นางยืนมองเด็กน้อยคนนั่งอย่างสงสาร ชีวิตผู้หญิงในสมัยนี้ก็แบบนี้ นอกจากอาศัยสามีจึงมีชิวิตลอดแล้ว กลับมีแค่ส่วนน้อยที่จะสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ สมัยกลียุคแบบนี้เด็กน้อยโดนขายไปเป็ทาส โดนขายให้หอนางโลมหรือมาขอทานเพื่อให้รอดชีวิตแบบนี้เห็นเป็เื่ปกติ นางนึกสงสาร สมัยที่นางยังอยู่ในโลกเดิมเด็กตัวเท่านี้ยังนอนในอกแม่ ตื่นเช้าไปโรงเรียน เล่นกับเพื่อน สนุกสนานโดยไม่ต้องคิดกังวล พอหันกลับมาดูเด็กสมัยนี้ช่างใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหลือเกิน
“คุณหนูๆ ขอร้องท่าน ข้าทำได้ทุกอย่างเลยเ้าค่ะ ขอข้าเป็วัวเป็ม้าให้ท่าน” เด็กน้อยประคองหมั่นโถครึ่งลูกอย่างของล้ำค่า ร่างกายผอมแห้งสั่นสะท้าน แต่น้ำตากลับไม่ไหลสักหยด
ชุนซางหลินเห็นแล้วนึกสงสาร “ตัวข้าในตอนนี้เลี้ยงดูเ้าไม่ไหว เ้าก็เก็บหมั่นโถนั้นไว้ให้ดี รีบกินก่อนที่คนอื่นจะแย่งเ้าไป” นางพูดจบก็เดินต่อมุ่งหน้ากลับบ้าน นางเดินผ่านที่ผืนนั้น ด้านหลังกลับได้เสียงฝีเท้าเดินไม่สม่ำเสมอ เหมือนจะล้มลงทุกเมื่อ นางหันกลับไปมอง กลับพบเด็กน้อยมือประคองหมั่นโถเดินตามนางมาอย่างทะลักทุเล สองขาเล็กจ้อยของของขนาดก้าวขายังยากลำบาก แต่กลับไม่กล้ากินหมั่นโถในมือด้วยซ้ำ
“ข้าเลี้ยงเ้าไม่ไหวหรอก ตอนนี้ตัวข้ายังไม่รู้จะมีชิวิตอย่างไรต่อไปเลย”
“คุณหนู ข้ากินไม่เยอะเ้าค่ะ ขอร้องท่าน ข้าทำได้ทุกอย่างเลยนะเ้าคะ” นางมองด้วยสายตาหน้าสงสาร น้ำตาเริ่มปลิ่มออกจากสองตา แต่นางพยายามกลั้นไว้ อย่างไรก็ไม่ให้ไหลออกมา
ชุนซางหลินเห็นแล้วนึกสงสาร “ได้ แต่ข้าไม่รู้จะเลี้ยงเ้าได้ถึงวันไหน ตอนนี้ข้ามีกินเ้าก็มีกิน เข้าบ้านไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน” ไม่เป็ไรหรอกในบ้านเลี้ยงคนเพิ่มอีกคนคงจะไม่เป็ไร ดีกว่าข้าอยู่ตัวคนเดียวเป็ไหนๆ นางได้แต่ปลอบใจตัวเองอย่างนั้น ก็ดีๆ นางตัวเท่าลูกแมวจะกินได้เยอะแค่ไหนกัน