บทที่ 5 คุณยังเป็แม่ของผมอยู่หรือเปล่า?
ซูหลีมองวงแหวนกลม ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนนิ้วชี้ของเธอโดยไม่ทันรู้ตัว นี่ไม่ใช่มิติพิเศษของเธอหรอกหรือ?
ซูหลีรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก เธอรีบััแหวนวงนั้น
ทันใดนั้น ภาพของโลกกว้างใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ภายในมิติพิเศษนี้มีมิติพิเศษแบ่งเป็สองส่วน บ่อน้ำทิพย์หนึ่งแห่ง และบ้านสองหลัง
มิติพิเศษนี้เป็สิ่งที่ซูหลีได้มาโดยบังเอิญระหว่างออกไปช็อปปิ้ง เธอเป็แพทย์ไร้พรมแดน และมิติพิเศษนี้เปรียบเสมือนเครื่องรางคุ้มครองชิ้นสุดท้ายของเธอ
ในชาติก่อน เธอใช้เวลาครึ่งปีเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรักษาผู้าเ็ ดังนั้นเธอจึงเก็บยาไว้มากมายในมิติพิเศษนี้ และเนื่องจากเธอไม่คุ้นเคยกับอาหารต่างประเทศ เธอจึงปลูกผักและผลไม้หลากหลายชนิดในมิติพิเศษนี้ รวมทั้งเก็บสำรองยาและเครื่องมือแพทย์ไว้มากมาย
ตอนนี้เธอรู้สึกขอบคุณตัวเองมากที่ไม่ได้ี้เีและเตรียมของให้พร้อมเสมอ ในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้
น้ำทิพย์จากมิติพิเศษยังมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย
ซูหลีดื่มยาสูตรพิเศษพร้อมกับน้ำทิพย์ ไม่นานอาการปวดหัวก็หายไป
ดูดูเหมือน์ยังเมตตาเธอ ซูหลีรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที เธอตรวจร่างกายตัวเองในมิติพิเศษ โชคดีที่ลูกในท้องปลอดภัย ด้วยพลังของน้ำทิพย์และสมุนไพร าแบนร่างกายจึงไม่ได้ร้ายแรงมาก
ซูหลีจึงมาทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน
ตอนนี้เป็ปี 1976 ยุคเจ็ดสิบที่ยากจนข้นแค้น
จ้าวซู่อวิ๋นมีลูกชายสองคน ทั้งสองคนเป็ทหารและส่งเงินมาให้ที่บ้านทุกเดือน ดังนั้น ครอบครัวเย่จึงมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีมาโดยตลอด จนกระทั่งเย่เส้าแต่งงาน ชีวิตของครอบครัวเย่ก็เริ่มไม่เหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ จ้าวซู่อวิ๋นจึงไม่ค่อยชอบหน้าลูกสะใภ้รองคนนี้ เวลาที่เย่เส้าไม่อยู่บ้าน ชีวิตของซูหลีจึงไม่ค่อยสุขสบายนัก
โชคดีที่เ้าของร่างเดิมให้กำเนิดลูกชายชื่อเย่ปิงในปีเดียวกันกับที่แต่งงานกับเย่เส้า แม้ว่าจ้าวซู่อวิ๋นจะไม่ชอบหน้าซูหลี แต่เธอก็รักหลานชายคนนี้ราวกับดวงใจ ก็เพราะเย่ปิง เ้าของร่างเดิมถึงได้พอมีที่ยืนในบ้านหลังนี้
ครั้งนี้ ตระกูลหลันไม่เพียงแต่จ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังให้ค่าบำรุงอีกด้วย ทั้งยังมอบเงินอีกหนึ่งร้อยหยวนให้กับครอบครัวเย่ ถึงจะยุติเื่นี้ได้
วันที่ซูหลีกลับมาจากสถานีอนามัย ในที่สุดเธอก็ได้เจอลูกชายคนเดียวของเ้าของร่างเดิม เย่ปิง
เย่ปิงอายุประมาณสี่หรือห้าขวบ ตัวผอมสูง ดูเหมือนต้นถั่วงอก
หน้าตาของเขาค่อนข้างน่ารัก ดวงตาโต จมูกโด่ง เวลายิ้มแล้วมีลักยิ้มสองข้าง ดูเป็เด็กว่านอนสอนง่าย
ในชาติก่อน ซูหลีไม่เคยแต่งงาน ไม่ต้องพูดถึงการเป็แม่เลย พอเห็นเด็กคนนี้ก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร มีทั้งความตื่นเต้นและประหม่าปะปนกันไป
แต่ใครจะรู้ว่าเย่ปิงกลอกตาไปมา แล้ววิ่งเข้ามาหาเธอ “คุณยังเป็แม่ของผมอยู่หรือเปล่า ทำไม่หลายวันมานี้ถึงไม่สนใจผมเลย!”
ซูหลีใ รีบอธิบายว่า “สองสามวันมานี้แม่ป่วย”
“ผมไม่สน แม่บอกว่าจะทำขนมไข่ให้ผม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ ผมอยากกินตอนนี้เลย!”
ซูหลีนึกขึ้นได้ว่า คืนที่เ้าของร่างเดิมเกิดเื่ เธอเคยบอกเย่ปิงว่าจะทำขนมไข่ให้กินในวันรุ่งขึ้น แต่คืนนั้นกลับเกิดเื่ขึ้นมาก่อนขนมไข่จึงไม่ได้ทำ
“แม่ยังไม่หายดีนะ รอให้แม่ดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยทำให้ได้ไหม?” ซูหลีไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน เธอพยายามอดทนปลอบโยนอย่างสุดความสามารถ
แต่เย่ปิงไม่คิดจะเข้าใจเธอ!
เย่ปิงรีบวิ่งมาตรงหน้าเธอทันที พูดอย่างดุร้ายว่า “ผมอยากกินตอนนี้ รีบทำให้ผมเดี๋ยวนี้!”
ซูหลีรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที เด็กคนนี้รู้ว่าเธอป่วย กลับไม่ถามไถ่สักคำ แล้วยังจะบังคับให้เธอทำอาหารอีก?! ใครกันนะที่ตามใจเขาจนเป็แบบนี้!
ซูหลีขมวดคิ้ว “วันนี้ไม่ได้ แม่เพิ่งกลับมา ร่างกายยังไม่หายดี ทำให้ไม่ได้”
เย่ปิงได้ยินก็รีบร้อนทันที นั่งลงบนพื้น เท้าทั้งสองข้างเตะพื้นอย่างแรง ร่างกายผอมเล็กบิดไปมาเหมือนขนมเกลียว “ผมไม่สน ผมอยากกิน อยากกิน”
จ้าวซู่อวิ๋นสงสารหลานชาย รีบเข้ามากอดเขา แม้ว่าเสี่ยวเย่ปิงจะตัวเล็กแค่นี้ แต่ก็ดิ้นรนจนเธอกอดไว้แทบไม่อยู่ “ย่าจะไปทำขนมไข่ให้ตอนนี้เลย ดีไหม?”
“ไม่เอา! ผมอยากให้แม่ทำ!”
เย่ปิงชี้ไปที่ซูหลี พูดอย่างเกรี้ยวกราด “ย่าไม่ได้บอกหรอกเหรอว่า แม่เป็แค่เมียที่ครอบครัวเย่ซื้อมา ให้ทำอะไรก็ต้องทำ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวซู่อวิ๋นก็ใรีบไปปิดปากเสี่ยวเย่ปิง “พูดจาเหลวไหล!”