ฮุ่ยเหมยหยิบตะกร้าของเสี่ยวหยางขึ้นมาแล้วเดินไปที่ต้นผิงกัว เธอนั่งแล้วปลดตะกร้าหลังของตนเองลง ตอนนี้ฮุ่ยเหมยรีบหยิบผลผิงกัวและพูเถาจากในมิติออกมากองไว้ใต้ต้นผิงกัวอย่างรวดเร็ว
เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็นสิ่งที่เธอทำ พอรู้สึกว่าเอาผลไม้จากมิติออกมาเยอะมากแล้ว เธอก็เริ่มหยิบผลไม้ใส่ตะกร้าทั้งสองใบจนเต็ม ใบหนึ่งใส่ผลผิงกัวอีกใบใส่ผลพูเถา แต่ผลไม้ที่ยังกองอยู่ด้านนอกก็ยังดูเยอะมากพอที่จะใส่ได้อีกหลายตะกร้า
พอจัดการเื่ผลไม้เสร็จ ฮุ่ยเหมยก็หยิบเสียมเล็กๆ ที่พกมาด้วย เดินห่างออกไปจากบริเวณต้นผิงกัว มองหาต้นไม้ที่ต้นเตี้ยและดูรกๆ หน่อย แล้วเริ่มลงมือขุดดิน ขณะกำลังขุดดินอยู่ เธอก็มองไปยังบริเวณทางขึ้นเขาไปด้วย
สักพักใหญ่ๆ เสี่ยวหยางก็เดินขึ้นเขามาพร้อมกับพี่หยุ่นอี้ ในมือของของพี่หยุ่นอี้ถือตะกร้าใหญ่สองใบ ส่วนเสี่ยวหยางถือตะกร้าเล็กอีกหนึ่งใบ พอพี่หยุ่นอี้มองขึ้นมาก็เห็นว่าน้องสาวของตนกำลังนั่งหันหลังและกำลังขุดดินอยู่ จึงเอ่ยถามว่าน้องรองทำอะไรอยู่ จังหวะนั้นฮุ่ยเหมยดึงต้นโสมออกมาจากมิติจำนวน 4 ต้น แล้ววางไว้ใกล้ๆ ดินที่กำลังขุด
“พี่ใหญ่ เสี่ยวหยาง รีบมาดูเร็วๆ ข้าขุดเจอโสมด้วย” ฮุ่ยเหมยะโเรียกพี่หยุ่นอี้กับเสียวหยางเสียงดัง สิ้นเสียงที่ตื่นเต้นของฮุ่ยเหมย ทั้งพี่ชายน้องชายของเธอต่างก็ทิ้งตะกร้าในมือ วิ่งเข้ามาหาฮุ่ยเหมย
“ไหนๆ พี่รอง โสมหน้าตาเป็อย่างไร ข้าอยากเห็นขอรับ” เสี่ยวหยางพูดอย่างตื่นเต้น นั่งยองๆ มองดูต้นโสมที่ฮุ่ยเหมยขุดเจอ เพราะเสี่ยวหยางนั้นไม่เคยเห็นต้นโสมมาก่อน แต่เคยได้ยินบรรดาผู้ใหญ่ที่เป็พราน เคยพูดถึง ตอนที่ขึ้นเขามาดักจับสัตว์ป่ากับพี่หยุ่นอี้
พรานพวกนั้นเคยบอกว่า โสมเป็สมุนไพรที่มีค่า ทั้งหายากและราคาแพงมากด้วย พวกเขาเคยเข้าป่าลึกแต่ก็ไม่เคยเจอโสมเลยสักต้น
“โห ตั้งสี่ต้นเลยเหรอพี่รอง หน้าตามันเหมือนคนมากเลย หัวใหญ่มากด้วย พี่รองโชคดีสุดๆ” เสี่ยวหยางจ้องมองต้นโสมไปด้วย พูดอย่างตื่นเต้นไปด้วย ฮุ่ยเหมยได้แต่ยิ้มตาหยีให้น้องชาย
ส่วนพี่หยุ่นอี้ตอนนี้ยืนตะลึงไปแล้ว เขาคิดว่าน้องสาวเขาโชคดีเสียจริง เขาขึ้นมาดักสัตว์ทุกวัน หาผักป่าไปทั่ว แต่ไม่เคยเจอต้นโสมเลยสักครั้ง ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความดีใจ
“พี่ใหญ่ เสี่ยวหยาง นี่ๆ ที่ตรงนี้เลย ตอนแรกใบไม้มันกลบไว้แบบนี้ ข้ามองเห็นดอกสีแดงๆ ของมันก็เลยเดินมาดูว่าดอกอะไร พอแหวกใบไม้ดูกลับเห็นต้นไม้ที่มีใบแบบเดียวกัน แต่ต้นอื่นๆ ไม่มีดอกนะ ข้าเลยลองขุดดู เลยรู้ว่าเป็ต้นโสม เพราะหน้าตามันเหมือนคนเลยเ้าคะ”
ฮุ่ยเหมยพูดเสียงตื่นเต้น พร้อมทำท่าทางตอนที่เจอต้นโสมให้พี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยางดู
“พี่ใหญ่แบบนี้ตอนเข้าไปขายผิงกัวกับพูเถาในเมือง เราเอาต้นโสมไปขายที่ร้านสมุนไพรด้วยเลย ดีหรือไม่เ้าคะ ข้าว่าเราต้องขายได้หลายตำลึงแน่ๆ เลย”
สิ้นเสียงของฮุ่ยเหมย เสี่ยวหยางผงกหัวหงึกหงักเห็นด้วยกับพี่รอง ทั้งสองคนหันหน้าไปมองพี่หยุ่นอี้ พร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ได้ซิ ตอนพี่ไปหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้วพูดอย่างที่น้องรองบอกทุกอย่าง หัวหน้าหมู่บ้านแนะนำพี่หลายเื่เลย แล้วยังบอกเื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับในตัวเมืองให้พี่รู้ ฟังไปแล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่กังวล เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเราเดินทางไปพร้อมเกวียนวัวบ้านหลี่ ส่วนเื่ผลไม้ที่เราจะเอาไปขายหัวหน้าหมู่บ้านหลี่ จะขับเกวียนมารับพวกเราที่หน้าบ้านเราเลย ไม่ต้องแบกไปขึ้นเกวียน เพราะพรุ่งนี้หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ไปทำธุระในเมือง ไม่มีคนอื่นขึ้นเกวียนไปด้วย มีแค่ครอบครัวเราที่ไป เ้าว่าดีหรือไม่”
พี่หยุ่นอี้พูดไปยิ้มไป มองหน้าน้องทั้งสองคนที่ตอนนี้มองเขาตาแป๋ว เขาคิดในใจว่าน้องๆ ของเขาช่างน่าเอ็นดูกันเสียจริง
“งั้นเราพากันเก็บผลไม้ลงตะกร้ากันเถอะเ้าคะพี่ใหญ่ จะได้ขนกลับบ้าน” ฮุ่ยเหมยพูดพร้อมกับใช้มือค่อยๆ เก็บโสมทั้งสี่ต้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าหากต้นโสมเสียหายจะทำให้เสียราคาได้